<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอาญาอนุญาต &#039;สมยศ&#039; กับพวกรีเด็มรวม 6 คน ถอดกำไล EM เเล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย. 64 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กับพวก รวม 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหากลุ่มรีเด็มที่ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวโดยให้ใส่กำไล EM เดินทางมาพร้อมทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอดกำไล EM&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาในช่วงที่ติดกำไล อีเอ็ม ยังไม่มีการกระทำความผิดใด ๆ เกิดขึ้น และอยู่ในเงื่อนไขของศาล ทั้งนี้การติดกำไลอีเอ็ม นั้น เป็นการจำกัดเสรีภาพเราเกินควร เนื่องจากมีการวางเงินประกันแล้ว และปฎิบัติตามเงื่อนไขของศาลมาโดยตลอด ซึ่งให้ไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้และไม่ได้รับความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสมยศกล่าวอีกว่า ตนเองได้รับผลกระทบจากการใส่กำไล EM เพราะมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกพื้นกทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมยกตัวอย่าง เช่น ตนเองมีแฟนสาวอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อต้องใส่กำไล ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปหาได้ รวมถึงกรณีที่บางครั้ง ตนเองขับรถใกล้กับแนวเขตปริมณฑล เวลาที่ต้องกลับรถ อาจมีปัญหาเรื่องการข้ามเขตพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังมีกรณีของ นายสุรภักดิ์ ภูไชยแสง หรือ ตุ้ม อายุ 50 ปี ชาว จ.บึงกาฬ อดีตแกนนำกลุ่มเสรี ปัญญาชน ที่ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตไปไม่นานมานี้ ซึ่งตนเองรู้ข่าวเป็นคนแรกแต่ก็ไม่สามารถเดินทางไปพบได้เพราะสวมกำไลข้อเท้าอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ตนเองคาดว่าศาลจะพิจารณาอนุญาตให้ถอดกำไลชั่วคราว เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศาลได้อนุญาตให้ไปนั่งร้อนภายในห้องสำหรับการถอดกำไลรวมถึงได้มีการเรียกคืนอุปกรณ์กำไลด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา 14.50 น.เศษมีรายงานว่าศาลอนุญาตให้นายสมยศกับพวกถอดกำไล EM เเล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106578</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไล EM, ศาลอาญา, สมยศ พฤกษาเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9b10803b21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้คืบเอาศอก!สมยศยื่นขอถอดกำไลEM </HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;16 มิ.ย.64 - ที่ศาลอาญา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กับพวก รวม 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหากลุ่มรีเด็มที่ศาลกำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวโดยให้ใส่กำไล EMเดินทางมาพร้อมทนายความ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอดกำไล EM&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมยศ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาในช่วงที่ติดกำไลอีเอ็ม ยังไม่มีการกระทำความผิดใด ๆ เกิดขึ้น และอยู่ในเงื่อนไขของศาล ทั้งนี้การติดกำไลอีเอ็ม นั้น เป็นการจำกัดเสรีภาพเราเกินควร เนื่องจากมีการวางเงินประกันแล้ว และปฎิบัติตามเงื่อนไขของศาลมาโดยตลอด ซึ่งให้ไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้และไม่ได้รับความสะดวก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรีเด็ม, การปล่อยชั่วคราว, กำไล EM, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084bda8eb2fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยกวิ้น-แอมมี่ รับเลิกแตะสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลให้ประกัน &amp;quot;เพนกวิน-แอมมี่&amp;quot; แล้ว หลังแถลงรับเงื่อนไขห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามออกนอกราชอาณาจักร เต็มใจติดกำไล EM ส่วน &amp;quot;ไมค์ ระยอง&amp;quot; นอนเรือนจำต่อ รอตรวจโควิดอีกรอบ &amp;quot;กวิ้น&amp;quot; อมพระทั้งวัดอ้าง ที่ผ่านมาเคยกระทำการใดที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ รวมทั้งในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ จำเลยที่ 6 แกนนำกลุ่มราษฎร และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ จำเลยที่ 17 ศิลปินกลุ่มราษฎร กรณีถูกขังไม่ได้ประกันตัวในคดีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร หมายเลขดำ อ.287/2564 (เฉพาะในส่วนของนายไชยอมรถูกขังไม่ได้การประกันตัวจากคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของเพนกวิน เปิดเผยว่า ศาลไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นให้มีการเลื่อนการไต่สวนแล้ว สำหรับแม่ได้พูดคุยกับเพนกวินครั้งล่าสุดเมื่อตอนที่เพนกวินรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาฯ มีการพูดคุยเรื่องสุขภาพทั่วไป โดยเพนกวินได้ถามกับแม่ว่าทำไมศาลถึงมีการเลื่อนนัดไต่สวน ซึ่งแม่ตอบไปว่าเพราะปัญหาของสุขภาพ และการตรวจคัดกรองโควิด-19 ซึ่งเพนกวินก็ยังยืนยันว่าจะอดอาหารต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพื้นที่ศาลอาญาว่าได้ปิดประตูทางเข้า-ออก ให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการเข้า-ออกประตูฝั่งศาลแพ่งแทน มีการวางกำลังตำรวจดูแลความเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ พร้อมแนวแผงเหล็กกั้นอาณาเขต ตั้งจุดคัดกรองอนุญาตเฉพาะประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาล คู่ความในคดีต่างๆ และสื่อมวลชนเข้ามาด้านใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีการวางรั้วลวดหนามภายในกำแพง พร้อมทั้งนำรถฉีดน้ำแรงดันสูง หรือรถจีโน่ มาจอดตรงกับประตูทางเข้าศาลอาญาด้วย เพื่อเตรียมรับมือกรณีผู้ชุมนุมเครือข่ายกลุ่มราษฎรจะเดินทางมาชุมนุมหน้าศาลอาญาติดตามคดีวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้มาชุมนุมเป็นกลุ่มเดิมๆ เช่น น.ส.เบนจา อะปัญ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กลุ่มเดินทะลุฟ้า และพบว่ามี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาสังเกตการณ์ในบริเวณศาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวนนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1 ที่ถูกเบิกตัวนั่งรถเข็นมาศาล โดยอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น ไม่อิดโรยเหมือนที่ผ่านมา, บิดา มารดาของเพนกวิน, รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ประกอบการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายพริษฐ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ปัจจุบันตนอายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ผ่านมามีประวัติด้านการศึกษาได้รับโอกาสไปแข่งขันได้รางวัลถ้วยพระราชทาน ประกอบด้วย รางวัลเพชรยอดมงกุฎ ด้านประวัติศาสตร์ และรางวัลชนะเลิศตอบปัญหารัฐศาสตร์ ที่จัดขึ้นโดยคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตนไม่เคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกมาก่อน ซึ่งก่อนถูกคุมขัง ตนพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ โดยมีพ่อแม่เป็นผู้อบรม ดูแล เลี้ยงดู ให้การศึกษา ในวันนี้หากศาลกำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยในคดีเดียวกันที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ก็ยินดีรับเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ยังแถลงต่อศาลด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยกระทำการใดที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยินดีรับเงื่อนไข จะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่เดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล จะเดินทางมาศาลทุกนัด และได้แต่งตั้งทนายความในคดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทนายความจำเลยสอบถามจำเลยเกี่ยวกับการยอมรับเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวว่าจะยอมรับเงื่อนไขไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองด้วยหรือไม่ เพนกวินขอซักถามและหารือกับทนายความประมาณ 5 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงระบุว่า การชุมนุมเรียกร้องตามสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้อยู่แล้ว เพนกวินจึงแถลงยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ชุมนุมอย่างสงบ สันติ และปราศจากอาวุธ และจะเข้าร่วมเฉพาะกิจกรรมที่สงบสันติ จะไม่ไปเข้าร่วมกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทนายความได้สอบถามเพนกวินเกี่ยวกับโรคประจำตัว เพนกวินแถลงว่าตนมีโรคหอบหืดเป็นโรคประจำตัว หากไม่ได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างถูกต้อง อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต ตนรู้จักกับผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิศร จันทรสุข รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หากศาลกำหนดเงื่อนไข นอกจากพ่อแม่ ให้มีอาจารย์อดิศรกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลก็ยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวรู้สึกว่าอาจจะกระทบต่อการไปเรียนหนังสือ แต่หากศาลกำหนดเงื่อนไขนี้ด้วยก็ยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อัยการโจทก์ได้ถามค้านเพนกวิน เกี่ยวกับเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวว่า รวมถึงการกระทำใดๆ ในพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์ที่เพนกวินดูแลด้วยหรือไม่ เพนกวินตอบอัยการโจทก์ว่า ตนไม่เคยใช้สื่อออนไลน์สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น มารดาของเพนกวินแถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ตนมีลูก 2 คน เพนกวินเป็นลูกชายคนโต ที่ผ่านมาพักอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ซึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู ส่วนประวัติการศึกษา เพนกวินเป็นเด็กเรียนดีได้ทุนเรียนดีมาโดยตลอดตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มีนิสัยใจดี มีน้ำใจ ไปแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันการศึกษามาโดยตลอด และถ้าไม่ถูกควบคุมตัว เชื่อว่าปีนี้ เพนกวินจะเรียนจบระดับปริญญาตรี และได้รับเกียรตินิยมด้วย จึงได้ยื่นเหตุผลเรื่องการศึกษาในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ลูกชายได้กลับไปเรียนหนังสือ และก่อนหน้านี้ เพนกวินก็ไม่เคยต้องโทษคำพิพากษาถึงที่สุดมาก่อน หากได้รับการปล่อยชั่วคราวไป ในฐานะแม่เชื่อว่าจะควบคุมดูแลเพนกวินให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบิดาของเพนกวิน แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ที่ผ่านมาพ่อและแม่เป็นผู้อบรมพฤติกรรมของเพนกวิน หากศาลมีเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ ก็ขอยืนยันต่อศาลว่าตนจะกำชับให้ลูกชายปฏิบัติบัติตามเงื่อนไขทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์อดิศร จันทรสุข รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ตนมีหน้าที่ดูความประพฤติ ระเบียบวินัย และการจัดกิจกรรมต่างๆ ของนักศึกษา ที่ผ่านมาเพนกวินมีผลการเรียนที่ดีมาก ไม่เคยได้รับการลงโทษใดๆ อยู่ในเกณฑ์ความประพฤติดี ปัจจุบันเพนกวินได้พักการเรียนไว้ หากได้รับการปล่อยชั่วคราวก็สามารถกลับไปเรียนได้ ส่วนเงื่อนไขที่เพนกวินแถลงต่อศาล ก็เชื่อว่าเพนกวินจะปฏิบัติตามได้ และยินดีที่จะช่วยศาลกำชับดูแลเพนกวิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลผู้ต้องขังทั้งในเรือนจำและระหว่างเดินทางมาศาล แถลงต่อศาลสรุปได้ว่า ระหว่างที่เพนกวินอยู่ในเรือนจำ หรือเดินทางมาศาล เพนกวินก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ไม่ได้ฝ่าฝืนระเบียบ และมีความประพฤติเรียบร้อยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการไต่สวน นายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 ที่ถูกเบิกตัวมาศาล ตามด้วยบิดาและมารดาของแอมมี่ขึ้นเบิกความต่อศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไชยอมรเบิกความมีเนื้อหาสรุปได้ว่า ก่อนเข้าเรือนจำตนมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับกระจกตา ทุกวันค่าสายตาเปลี่ยน รับแสงได้น้อย มีโอกาสตาบอด การรักษาต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเท่านั้น ซึ่งโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง และเมื่อเข้าเรือนจำยังมีอาการความดันโลหิตสูงด้วยที่ผ่านมาไม่มีเจตนาหลบหนี การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรียุธยา เนื่องจากไปพักผ่อนแต่งเพลง และทำธุรกิจ โดยจะเดินทางไปเฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้ง ขณะที่ถูกจับกุมก็เดินทางไปพักผ่อน ไม่ได้หลบหนี&amp;nbsp; และหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ยินดีรับทุกเงื่อนไขที่ศาลกำหนด เช่น การไม่พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ออกนอกประเทศ ไม่ร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดการยั่วยุหรือก่อให้เกิดความรุนแรง และจะมารายงานตัวที่ศาลทุกนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ EM ได้หรือไม่นั้น ยินดีติดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะไม่หลบหนี แต่กังวลอาจมีสัญญาณรบกวน เนื่องจากตนต้องทัวร์คอนเสิร์ตและเดินทางข้ามจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นการไต่สวน จนกระทั่งเวลา 18.20 น. ศาลสั่งอนุญาตให้ประกันตัวนายพริษฐ์และนายไชยอมร พร้อมเงื่อนไขห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ให้มาศาลตามกำหนดนัด พร้อมแต่งตั้งผู้กำกับดูแลจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภาณุพงศ์ จำเลยที่ 6 ศาลให้เลื่อนการไต่สวนออกไปก่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งการตรวจไวรัสโควิด-19 ของจำเลยที่ 6 ไม่พบเชื้อ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2564 ซึ่งจำเลยที่ 6 มีประวัติสัมผัสกับนายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 2 ที่ยืนยันการติดเชื้อ จึงต้องรอผลตรวจของจำเลยที่ 6 อีกครั้ง ให้ราชทัณฑ์รายงานผลตรวจให้ศาลทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.เบนจา อะปัญ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ถูกออกหมายจับ &amp;quot;ร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมีชอบด้วยหน้าที่, ร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา ร่วมกันมั่วสุมกับตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความนิดไป แต่ผู้กระทำไม่เลิก, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่แออัดกันกว่า 20 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคติดต่อ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;quot; ที่นำมวลชนบุกเข้าไปบริเวณประตูทางขึ้นศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา เตรียมตัวเดินเท้าไปรับทราบข้อหาที่ สน.พหลโยธิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในคดีเดียวกันนี้ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท แกนนำราษฎรนนทบุรี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเดียวกันได้รับการประกันตัวไปแล้ว โดย น.ส.เบนจาเผยว่า เมื่อรู้ว่าศาลได้อนุมัติหมายจับตนก็จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาเอง ตำรวจไม่ต้องมาจับที่บ้านหรือหอพัก จากนั้นมวลชนได้ตั้งขบวนเดินจากศาลอาญาไปส่ง น.ส.เบนจา ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อหา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไล EM, รับเงื่อนไข, ศาลให้ประกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ห้ามออกนอกราชอาณาจักร, เต็มใจติดกำไล EM</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a9677aaa6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ สรยุทธหวนช่อง3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ราชทัณฑ์ปล่อยตัว &amp;quot;สรยุทธ&amp;quot; ติดกำไล EM 14 เดือน &amp;quot;อดีตรายการข่าวชื่อดัง&amp;quot; น้ำตาคลอดีใจได้รับอิสรภาพเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ขอเวลาปรับตัวก่อนหวนคืนจอช่อง 3 ยธ.ยันไม่ใช่นักโทษวีไอพี ชี้จัดรายการข่าวได้ ห้ามทำกิจกรรมการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เวลา 07.40 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัว นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขึ้นรถกรมราชทัณฑ์มาติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (อีเอ็ม) ที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร เขต 7 หลักสี่ หลังจากได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีพิเศษ โดยครอบครัวและญาติของนายสรยุทธได้นำดอกไม้ธูปเทียนทำพิธีกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างรอการปล่อยตัวนายสรยุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. นายสรยุทธเปิดใจภายหลังได้รับการปล่อยตัวว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ ดีใจที่ได้รับอิสรภาพ แม้จะยังไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมคุมประพฤติ แต่อย่างน้อยยังได้ออกจากเรือนจำ ช่วงระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ระยะเวลา 1 ปีกว่า การกินอยู่ นอนไม่สบายมากนัก แต่ค่อยๆ ปรับตัวได้ มีความทุกข์บ้าง แต่คดีได้จบสิ้นเสียที กระทั่งช่วงโควิด-19 ระบาด มีกระแสข่าวในเรือนจำบุรีรัมย์ มีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 จึงทำให้เกิดจลาจล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม จึงมีนโยบายจัดรายการเรื่องเล่าชาวเรือนจำ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ต้องขัง หลังจากที่มีโอกาสได้จัดรายการซึ่งเป็นอาชีพที่รัก ทำให้วันเวลาในเรือนจำผ่านไปไวขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เท่าที่ได้ฟังจากน้องๆ ดีใจที่ยังไม่ลืมกัน ขอบคุณมากจริงๆ การอยู่ในเรือนจำมันทุกข์ เคยบอกก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วว่า อย่างน้อยคดีความจะได้จบสักที เพราะสู้มา 4-5 ปี หลังจากที่เข้าไปติดคุก ใช้ชีวิตติดลบ จากสิบไปถึงศูนย์ วันนี้ก็ได้โอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ดีใจที่ได้มีวันนี้ ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณมากจริงๆ&amp;quot; นายสรยุทธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรยุทธกล่าวพร้อมน้ำตาคลอว่า หลังจากออกเรือนจำสิ่งแรกที่อยากจะทำคือ เดินทางไปไหว้รูปมารดา ส่วนการกลับมาจัดรายการข่าวนั้น ทำอย่างอื่นไม่เป็น แต่ขอคิดก่อน ว่าจะเมื่อไหร่ อย่างไร แต่ยังช่วยทำรายการให้คนในเรือนจำต่อ เพราะทำแล้วมีความสุข การได้จัดรายการมีความสุขพอประมาณ และเวลาผ่านไปได้อย่างไม่ยากนัก คนในเรือนจำมีความทุกข์ หากทำให้เขาพอยิ้มได้ เพราะไม่ได้ทำงานมา 5 ปีกว่าตั้งแต่มีคดี เมื่อก่อนทำให้คนไม่ดูข่าวหันมาดูข่าวได้ แต่วันนี้โลกมันเปลี่ยนไป ดังนั้นขอกลับไปคิด และปรับตัวก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากจัดรายการภายใต้กรอบจรรยาบรรณ รายงานข่าวได้ปกติ อ่านข่าวการเมืองได้ แต่จะไปทำรายการเฉพาะทางการเมืองรายการใดรายการหนึ่ง หรือของพรรคการเมืองใดคงไม่ได้ แต่ภาพรวมยังทำงานด้านสื่อสารมวลชนได้ปกติ ยืนยันว่าอยู่ช่อง 3 อยู่แล้ว 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การปล่อยตัวของนายสรยุทธครั้งนี้ไม่ใช่การปล่อยตัวนักโทษวีไอพี แต่เป็นการอำนวยความสะดวก เพราะเห็นว่านายสรยุทธเป็นผู้ที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน รวมถึงเป็นที่รู้จักของคนในสังคม จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า หลังจากติดกำไลอีเอ็มแล้ว นายสรยุทธจะไม่สามารถกลับไปใกล้กับบริเวณเรือนจำได้ เพราะเป็นข้อห้าม เนื่องจากเกรงว่าจะมีการติดต่อกับนักโทษภายใน ห้ามขึ้นเครื่องบิน แต่หากจะเดินทางต้องขออนุญาตก่อน ห้ามเคลื่อนย้ายออกนอกสถานที่ได้รับอนุญาต คือ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยกเว้นได้รับอนุญาต รวมถึงห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง เช่น เป็นพิธีกรให้กับพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง ยกเว้นแต่การจัดรายการข่าวทั่วไป ซึ่งจะต้องนำเสนอข้อเท็จจริงของข่าวภายใต้จรรยาบรรณของสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายสรยุทธ์ เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อช่วงเดือน ส.ค.63 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.63 กำหนดโทษหลังสุด 3 ปี 6 เดือน 20 วัน ซึ่งรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ปี 2 เดือน 6 วัน คงเหลือโทษจำคุก 2 ปี 4 เดือน 14 วัน โดยนายสรยุทธได้รับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และเหลือโทษที่ต้องได้รับต่อไปอีกไม่เกิน 5 ปี ถือว่าเป็นประโยชน์ของผู้ต้องขังตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 จึงมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์การพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ และต้องติดกำไลอีเอ็มเป็นระยะเวลา 14 เดือน ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค.64 ถึง 20 พ.ค.65 และต้องรายงานตัวจนกว่าจะพ้นโทษ คือ วันที่ 26 ก.ค.66 รวม 2 ปี 4 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนดังเดินทางมารอรับเป็นจำนวนมาก เช่น นายศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร หรือโต๋ นักร้องชื่อดัง, นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นักธุรกิจและนักการเมืองชื่อดัง, นายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจ และนางอริสรา กำธรเจริญ หรือหมวย ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกดีใจที่นายสรยุทธได้ออกจากเรือนจำแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีบรรดาญาติสนิท รวมถึงคนใกล้ชิด เดินทางมารอรับนายสรยุทธเป็นจำนวนมาก อาทิ พิธีกรคู่ขวัญ &amp;quot;ไบรท์-พิชญทัฬห์&amp;quot; โก๊ะตี๋-นายเจริญพร อ่อนละม้าย หมวย-อริสรา กำธรเจริญ นายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจ รวมถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นักธุรกิจและนักการเมืองชื่อดัง ซึ่งได้นำพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธรมามอบให้ด้วย พร้อมถามว่า &amp;quot;อิสรภาพมันหอมหวนไหม&amp;quot; ซึ่งนายสรยุทธตอบว่า &amp;quot;มันก็หอมหวนดีนะ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไล EM, นักโทษวีไอพี, ราชทัณฑ์, สรยุทธ สุทัศนะจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามทำกิจกรรมการเมือง, เริ่มต้นชีวิตใหม่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e010b5b755.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงวุ่นปล่อยตัว‘ปลอด-ยุทธ’ กรมคุกไม่รู้แกนนำนปช.หลุด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; แจงยิบปล่อยตัว &amp;quot;ปลอดฯ-ยงยุทธ&amp;quot; หลังเข้าข่ายอายุเกิน 70 ปี โทษเหลือน้อย ยันทำตามกฎต้องสวมกำไล EM-รายงานตัวสม่ำเสมอ ไม่มีแอบแฝงผลประโยชน์ทางการเมือง ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ไม่มีข้อมูล แกนนำ นปช. &amp;quot;เหวง-วีระกานต์-วิภูแถลง&amp;quot; ออกจากคุก 15 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ย.63 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัวผู้ต้องขังคดีการเมือง 2 รายคือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับการพักโทษว่า กรณีของนายปลอดประสพนั้นกําหนดโทษตามคําพิพากษา 1 ปี 8 เดือน ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 1 ครั้ง เหลือกําหนดโทษครั้งหลังสุด 13 เดือน 10 วัน ได้รับการพักการลงโทษ กรณีมีเหตุพิเศษอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้นายปลอดประสพอายุ 75 ปี ได้รับโทษจําคุกมาแล้วระยะหนึ่ง เหลือโทษจําคุกต่อไป 7 เดือน ประกอบกับมีโรคประจําตัวหลายโรค และเจ็บป่วยเรื้อรัง จึงได้รับอนุมัติการปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษดังกล่าวก่อนครบกําหนดโทษ โดยใช้วิธีการคุมประพฤติร่วมกับการติดกำไล EM เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2563-26 พ.ย.2563 กําหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกเขต จ.นนทบุรี ซึ่งสํานักงานคุมประพฤตินนทบุรีเป็นผู้สอดส่องดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ ถ้าออกนอกจังหวัดต้องขออนุญาตพนักงานคุมประพฤติ แต่กรณีของนายปลอดประสพ อาศัยอยู่นนทบุรี อาจต้องมาหาหมอที่กรุงเทพฯ เป็นประจำ ทางกรมคุมประพฤติจึงกำหนดว่าห้ามออกนอก จ.นนทบุรีและกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของนายยงยุทธนั้น กําหนดโทษตามคําพิพากษา 2 ปี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ 1 ครั้ง เหลือกําหนดโทษครั้งหลังสุด 16 เดือน จะพ้นโทษจําคุกในวันที่ 11 มิ.ย.2564 จึงได้รับการพักการลงโทษกรณีเหตุพิเศษอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีอายุ 78 ปี และได้รับโทษจําคุกมาแล้วระยะหนึ่ง เหลือโทษจําคุกต่อไป 9 เดือน 3 วัน ประกอบกับมีโรคประจําตัว จึงได้รับอนุมัติการปล่อยตัวพักการลงโทษกรณีพิเศษดังกล่าวก่อนครบกําหนดโทษ โดยใช้วิธีการคุมประพฤติร่วมกับการติดกำไล EM เป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.2563-4 ม.ค.2564 กําหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งสํานักงานคุมประพฤติกรุงเทพ 1 เป็นผู้สอดส่อง ดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอยืนยันว่าการปล่อยตัวทั้ง 2 คนเป็นการปฏิบัติตามระเบียบและกฎเกณฑ์ทุกประการ เรื่องนี้ไม่มีการหวังประโยชน์ทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น การปล่อยตัวทั้ง 2 คนเรายังใช้วิธีการติดตามโดยการสวมกำไล EM และต้องมีการรายงานตัวต่อกรมคุมประพฤติอย่างสม่ำเสมอ&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณรัชต์ เศวต?นันทน์ ?อธิบดี?กรม?ราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าจะมีการปล่อย นพ.เหวง โตจิราการ, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ว่า ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล โดยต้องดูว่าในพระราชกฤษฎีกา?พระราชทานอภัยโทษปี 2563 ซึ่งมีบทบัญญัติบางมาตราที่เป็นคุณกับผู้ต้องขัง อาทิ อายุเกิน 70 และไม่ได้ทำผิดคดีตามบัญชีแนบท้ายอาจจะออกไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นพ.เหวง, นายวีระกานต์ และนายวิภูแถลง ถูกศาลฎีกา สั่งจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในฐานความผิดมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง จากกรณีนำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคนไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเรียกร้องกดดันให้ พล.อ.เปรมลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2563 มาตรา 5 ระบุว่าผู้ต้องโทษดังต่อไปนี้ ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป อาทิ ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์?แทนค่าปรับ ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ และในมาตรา 6 ระบุว่าเป็นคนอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปี และไม่ว่าในกรณีความผิดเดียวหรือหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หรือเป็นคนมีอายุ?ตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77256</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กำไล EM, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อายุเกิน 70 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50f8e3c646d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งติดอุปกรณ์กำไลEMคุมประพฤติเมาขับสงกรานต์แล้ว186ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยศาลปิดทำการ ในวันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา จึงมีสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติทั่วประเทศเพียง 11 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา สำหรับยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วง 4 วัน (11-14 เม.ย.) มี 4,067 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 3,908 คดี คิดเป็นร้อยละ 96.09 คดีขับเสพ 150 คดี คิดเป็นร้อยละ 3.69 คดีขับรถประมาท 9 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.22 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม 337 คดีกรุงเทพมหานคร 250 คดี และจังหวัดนครพนม 211 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศาลมีการสั่งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (กำไรEM) เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระยอง ศาลมีคำสั่งใช้อุปกรณ์ดังกล่าวกับกลุ่มผู้ถูกคุมความประพฤติในฐานความผิดขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 8 ราย ขณะที่ยอดสะสมที่ศาลสั่งติดกำไรEM ในช่วงที่มีการควบคุมเข้มงวด (11-14 เม.ย.) มี 186 ราย แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 184 ราย และคดีขับเสพ 2 ราย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไล EM, นายประสาร มหาลี้ตระกูล, สงกรานต์, อธิบดีกรมคุมประพฤติ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb4365e359ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพท ณปภา’ยิ้มร่า หลังสามีได้ประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อช่วงเช้าศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้ เบนซ์ เรซซิ่ง หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญ สามีของ แพท-ณปภา ตันตระกูล จำคุก 8 ปี ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติดของเครือข่ายบอย นาคคำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นทางด้านครอบครัวก็ได้มีการยื่นคำร้องขอประกันตัว และศาลก็มีคำสั่งอนุญาต โดยตีราคาประกัน 1 ล้านบาท พร้อมให้ติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล โดยคาดว่าจะมีการปล่อยตัว ประมาณ &amp;nbsp;20.00 น. ของวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อทางแพท ณปภา ที่กำลังทำงานอยู่ ได้ทราบข่าวดีนี้ถึงกับยิ้มแก้มปริ พร้อมยืนยันว่ายังรักสามี แต่ทิศทางอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป หลังจากนี้คงต้องคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แพททราบเรื่องตอนประมาณ 4 โมงกว่าๆ เห็นว่าเวลามันล่วงเลยมาสักระยะแล้วก็เลยโทรไปถามคุณแม่สามี ซึ่งท่านก็ให้ข่าวว่าประกันตัวได้แล้ว แพทก็เลยบอกท่านว่า โอเคเลยค่ะแม่ และหลังจากนี้เราควรจะทำยังไงต่อ เพราะแพทเองก็อยากจะไปรับเขา คือถ้าเสร็จจากงานนี้ แพทก็ยังเหลืออีกแค่หนึ่งงานที่รับไว้เท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมาเรายื่นประกันบ่อยมากๆ และเราก็จะรู้อยู่แล้วว่าเวลาโดยประมาณที่จะรู้ผลก็คือ ช่วง 4 โมงครึ่ง ถึง 5 โมง ซึ่งมันก็เลยทำให้แพทแอบเอะใจเล็กๆ ว่าเอ๊ะทำไม 4 โมงกว่าแล้วยังไม่มีข่าว เพราะฝั่งนั้นยังไม่โทรมาบอก แพทก็เลยตัดสินใจโทรไปหาคุณแม่พี่เบนซ์อย่างที่เล่าไป &amp;nbsp;ถามว่าแพทรู้สึกยังไง จริงๆ ก็แอบลุ้นอยู่แล้วนะคะ เพราะด้วยรูปคดีต่างๆ แพทก็แอบคิดคนเดียวว่าน่าจะประกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แพทคิดว่าเขาน่าจะเป็นคนที่อยากได้อิสรภาพมากที่สุด แต่สำหรับตอนนี้แพทเองก็ชินแล้ว ชินกับการที่ได้อยู่กับลูกแบบนี้ มันจึงทำให้แพทรู้สึกว่าคนที่น่าจะดีใจที่คือเขาและครอบครัวเขามากกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ไปหาก็มีโอกาสได้คุยกัน เขาก็บอกว่าเขารออย่างเดียวเลย เขามีความหวังมากว่าเย็นนี้เขาจะได้กลับบ้าน เขาต้องได้กลับบ้าน แพทก็เลยบอกเขากลับไปว่า โอเคเย็นนี้เราจะได้กลับไปบ้านพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลัวไหมว่าวันนี้จะไม่ได้ประกันตัว คือที่ผ่านมาเราเคยผ่านช่วงเวลานี้มาหลายครั้งมาก เพราะหลายๆ ครั้งเราเองก็ยื่นประกันและมันก็ไม่ได้ มีหวังทุกครั้งและก็ไม่ได้ รวมถึงครั้งนี้ด้วย คือต่อให้ทุกคนจะมั่นใจแค่ไหน แต่ใจแพทเองก็ยังแอบรู้สึกว่าอย่าหวังเยอะ เพราะมันไม่ใช่การประกันตัวครั้งแรก และเราก็ทำกันมาอย่างนี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เรียกว่าทำใจไว้บ้างมันก็ดีเหมือนกัน ดีกว่าที่จะต้องผิดหวัง ซึ่งทางพี่เบนซ์เอง แพทก็รู้สึกนะว่าต่อให้เขาพูดว่าคืนนี้เจอกัน แต่ลึกๆ เขาก็แอบทำใจไว้ครึ่งหนึ่งเหมือนกันค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนี้จะทำยังไงต่อ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกเลยค่ะ ว่าจะเป็นยังไง คงต้องรอคืนนี้เลยค่ะ ว่ามันจะเป็นยังไงต่อจากนี้ ตอนนี้พอเรารู้ข่าวได้ออก เราดีใจ เราอยากไปรับ แต่เราบอกกับเขาไว้ตั้งแต่เราไปเยี่ยมที่ศาลแล้วว่า พี่เบนซ์วันนี้น้องทำงานยาวเลยนะ เลิกอีกที 2 ทุ่มเลย ถ้าไปรับทันก็จะไปรับให้ได้ที่เรือนจำ แต่ถ้าไม่ได้ก็ค่อยเจอกันที่บ้านละกัน จะพาลูกไปด้วยไหม แน่นอนอยู่แล้ว จุดประสงค์ของเขาคือเป็นลูกเรามากที่สุดแล้วค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องที่พี่เบนซ์ต้องติดเครื่องติดตามตัว แพททราบพร้อมๆ กันนี่แหละ มันเป็นเงื่อนไขที่คุณแม่ของเขายื่นประกันด้วย แล้วศาลก็อนุญาตด้วย &amp;nbsp;ตอนนี้แพทไม่รู้ว่า ด้วยหลักเกณฑ์ของการติดเครื่องมันต้องยังไง เดี๋ยวคืนนี้เราต้องคุยกัน แพทก็ไม่รู้ว่า ติดเครื่องแล้วไปไหนได้ไหม หรือต้องอยู่ในจุดที่เขาแจ้ง คงต้องรอกลับไปคุยกับเขาว่ายังไง เราเองก็บอกเขาตั้งแต่แรกว่าเราสะดวกอยู่บ้านเรามากกว่า หรือช่วงนี้จะแยกกันไปก่อน ต้องคุยกันอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชีวิตคู่ของเราจะเป็นยังไงต่อไป แพทมีคุยกับเขาไปแล้ว เวลาไปเยี่ยมเขา เราสะดวกใจที่อยู่แบบไหน ตอนนั้นเขาก็บอกว่ารอเขาออกมาแล้วค่อยคุยกันเป็นกิจจะลักษณะดีกว่า รอฟังเหตุผล แล้วค่อยคุยกันจริงจัง เราผ่านอะไรมาเยอะมากในชีวิตเรา ชีวิตครอบครัวเรา ในชีวิตของเราสองคน เขาอาจจะไม่ได้รับรู้ทั้งหมด เพราะเราไม่ได้เล่าทั้งหมด ไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง แต่ล่าสุดก็บอกว่าถึงเวลาที่เราจะต้องเริ่มคุยกันแล้วว่าจะยังไง แต่คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีกับ เรา 2 คน ต้องตัดสินร่วมกัน เขาน่าจะโอเคนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลัวลูกจะมองพ่อเป็นคนแปลกหน้าไหม มันต้องอยู่ในสายเลือดไหม เรซต้องรู้จักบ้างแหละใครที่เป็นพ่อแม่ แพทเคยให้ลูกดูรูปแล้วพยายามชี้ว่า ป๊ะป๊า แต่ยังไงลูกก็ไม่อินเท่ากับลูกได้เจอ วัดกันตรงนี้ว่าหลังจากนี้เขาจะทำหน้าที่พ่อได้ดีแค่ไหน หลายคนบอกอย่าลืมเปิดรูปพ่อให้ดูบ่อยๆ แพทรู้สึกลูกไม่เข้าใจ ลูกเข้าใจว่าเราเปิดรูปทำไม เราคิดว่าการที่เขาได้ออกมา เขาจะได้ทำหน้าที่ป๊ะป๊าเต็มที่ เขาอยากให้ลูกรักเขา เขาก็ต้องทำ มันไม่ใช่แค่บอกว่าคนนี้ป๊ะป๊าต้องรักนะ &amp;nbsp;ถ้าพี่เบนซ์อยากให้ลูกรักก็ถึงเวลาของคุณที่จะแสดงความเป็นพ่ออยากให้ลูกรักก็ใส่เขาเยอะๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแพทก็ยังรักพี่เบนซ์เหมือนเดิม กาลเวลาจะพิสูจน์เอง ว่าครอบครัวเราจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้เราก็ยอมรับว่าพี่เบนซ์ยังรักความเป็นอิสระของเขา หลายๆ อย่าง ความเป็นเพลย์บอย พอวันนึงมีลูกก็งวยงง ประจวบกำลังจะปรับตัวได้ก็ต้องห่างจากลูก แล้วไม่ได้หายไปแค่ 3 เดือน แต่นี้หายไปปีกว่า เราก็ต้องกลับมาสร้างกันอีกรอบ ถ้าได้กลับมาก็เป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ของเรา 3 คน ถ้าสุดท้ายจะเป็นยังไงก็บอกไม่ได้ วันนี้จะเป็นวันแรกของครอบครัวเราค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @pat_napapa&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17041</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไล EM, น้องเรซซิ่ง, ประกันตัว, วงเงิน 1 ล้าน, เบนซ์ เรซซิ่ง, แพท ณปภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b926d0210c82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
