<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2วันจับเมาแล้วขับ527คดี &#039;สมุทรปราการ&#039;ครองแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย. 64 - นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ในวันที่ 2 ของการควบคุมเข้มงวด (11 เมษายน 2564) เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 18 คดี จึงทำให้มียอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติระหว่างวันที่ 10 -11 เมษายน 2564 จำนวนทั้งสิ้น 529 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 527 คดี คิดเป็นร้อยละ 99.62 ส่วนคดีขับเสพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 คดี คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp; &amp;nbsp;0.38&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 58 คดี 2.จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 56 คดี และ 3. จังหวัดสระบุรี จำนวน 50 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือกำไล EM กับผู้กระทำผิดเมาแล้วขับยังไม่มีเพิ่มเติม ยังคงตัวเลขสะสม 2 วันอยู่ที่ จำนวน&amp;nbsp; 1 ราย โดยมีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 น. &amp;ndash; 04.00 น. เป็นระยะเวลา 15 วัน ทั้งนี้ สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศเฝ้าติดตามและควบคุมดูแลผู้กระทำผิดตลอด 24 ชั่วโมงผ่านศูนย์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว&amp;nbsp; (Electronic Monitoring Control Center - EMCC) พร้อมประสานเครือข่ายภาคประชาชน อาสาสมัครคุมประพฤติ เตรียมพร้อมลงพื้นที่หากมีการผิดเงื่อนไขคุมความประพฤติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมคุมประพฤติ ยังฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนที่เตรียมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2564 ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะการสังสรรค์ ควรเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หยุดอยู่บ้าน ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม เพื่อป้องกันและลดอุบัติทางถนน ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติ โดยสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย ประชาชนและผู้ถูกคุมความประพฤติ ยังคงเข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 72 จุด โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 467 คน ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่คอยอยู่เวรปฏิบัติงานที่สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้คำแนะนำในด้านต่างๆ แก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการกับสำนักงานคุมประพฤติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลEM, คุมประพฤติ, จับเมาแล้วขับ, วิตถวัลย์ สุนทรขจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073ae7fab73c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายบัญชา&#039;หนุนศาลให้ประกันวันหยุด ชูสิทธิตามรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 - นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา มีดำริให้ศาลพิจารณาประกันตัววันหยุด ว่า ท่านให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 3 มาตรา 29 วรรคสอง ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดฯ ตนเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดี โดยกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยให้รวดเร็ว เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการให้โอกาสผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถหาเงินหรือหลักประกันมาวางต่อศาล ทำให้เสียโอกาส ทั้งที่ตนเองอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;
นายบัญชา เสนอด้วยว่า สำนักงานศาลยุติธรรม สมควรจัดทำเอกสารมอบให้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ทราบถึงข้อปฏิบัติที่จะไม่ทำให้ผิดเงื่อนไขการประกันตัว และชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการประกันตัวเป็นผู้มีโอกาสหรือโชคดี เพราะการถูกคุมขังทำให้ได้รับความเดือดร้อนกับตนเอง ครอบครัว ลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการไปเยี่ยม เป็นต้น หากไม่จัดทำเอกสารให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับประโยชน์อย่างไร เป็นการยากที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะคาดคิดถึงประโยชน์ที่ตนเองได้รับ มีผลให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเกรงกลัวว่าจะประพฤติผิดสัญญาประกัน จะเดือดร้อน นอกจากนี้ สมควรให้พ่อ แม่ คู่สมรส หรือพี่น้อง มาทำสัญญาค้ำประกันด้วยตนเอง เพื่อจะได้ควบคุมสอดส่องดูแลการปฏิบัติตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ศาลไม่ต้องการหลักประกันที่เกินความจำเป็น แต่ศาลต้องการให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลทุกนัด เพื่อให้การดำเนินคดีเสร็จการพิจารณาโดยรวดเร็วตามนโยบายของสำนักงานศาลยุติธรรม เท่าที่ทราบ ปัจจุบันศาลยังใช้กำไลอีเอ็มควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่มีปัญหาข้อขัดข้องใดๆ ดังนั้น หากนำกำไลอีเอ็มมาใช้ในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามนโยบายของประธานศาลฎีกาดังกล่าว ทำให้ผู้พิพากษาที่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวใช้ดุลพินิจด้วยความสบายใจ เพราะกำไลอีเอ็มที่ศาลใช้มีคุณภาพดี ป้องกันการหลบหนี
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เป็นการแก้ปัญหาคนล้นคุกได้อย่างดี ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมหรือเรือนจำ จะได้ไปทำงานอื่นที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ลดค่าใช้จ่ายงบประมาณได้ปีละหลายร้อยล้านบาท ไม่ต้องไปสร้างเรือนจำใหม่ ให้เสียงบประมาณจำนวนมาก ดังเช่นเพิ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำ ค่าที่ดิน การก่อสร้างอาคาร ค่าใช้จ่ายในการควบคุมดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด&amp;rdquo; นายบัญชา ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลEM, ทนายความ, บัญชา ปรมีศณาภรณ์, ปธ.ศาลฎีกา, ประกันตัววันหยุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5dafc59b0afc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
