<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!ศาลให้ประกัน5แกนนำม็อบ3นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 &amp;ndash; ทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ทวีตข้อความพร้อมรูประบุว่า ศาลอุธรณ์ภาค 1 ให้ประกันตัว 5 แกนนำ #ฟ้า พรหมศร, #เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์, #ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก, #บอย ชายชาติ แกดำ และ #ณัฐชนน ไพโรจน์ &amp;nbsp;ในคดีชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวกลุ่มทะลุฟ้าที่หน้า บก.ตชด. ภาค 1 พร้อมเงื่อนไขติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141752d41e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มค้ายาบ้า ยังสวมกำไลอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไม่เข็ดตำรวจ ปส.บุรีรัมย์จับหนุ่มวัย 25 ปี พร้อมลูกสมุนอีก 2 คน ยึดของกลางยาบ้ากว่า 2 พันเม็ด รอขายให้ลูกค้าตามคำสั่ง ทั้งที่เคยติดคุกคดียาเสพติดและยังสวมกำไลอีเอ็มพักโทษ โดยเจ้าตัวไม่แตะต้องยาบ้า แต่จะสั่งการให้ลูกสมุนไปเก็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.ค.64 พ.ต.ท.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ รอง ผกก. หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด (ชป.ปส.) ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์, ร.ต.อ.วินัย แสงอรุณ หัวหน้า ชปข.ตชด.215,&amp;nbsp; ร.ต.อ.ชาติตระการ ปานแดง รอง สว.สส.สภ.ห้วยราช พร้อมกำลังตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์, สืบสวน สภ.ห้วยราช, ตชด.215, ตชด.216 และเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการข่าว ขกท.ศปก.ทบ. (มว.ขกส.2, ขกท.กกล.สุรนารี) และเจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน. ร่วมกันจับกุมนายคมศักดิ์ หรือนาย หรือหมา นิเวชรัมย์ อายุ 25 ปี, นายทวีศักดิ์ หรือเจมส์ อาจทวีกูล อายุ 20 ปี และนายสมรัก หรือนุก สมใจ อายุ 27 ปี ทั้งหมดเป็นชาว ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 2,757 เม็ด หลังจากทั้ง 3 ได้ร่วมกันนำยาบ้าไปซุกซ่อนไว้ในกระบอกไม้อยู่ใต้ยุ้งฉางข้าวของนายคมศักดิ์ หรือนาย หรือหมา นิเวชรัมย์ ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านเพชร ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการจับกุมตัวนายฉัตรชัย หรือไก่ เกตุแก้ว อายุ 31 ปี ชาว ต.ห้วยราชา อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 31 เม็ด โดยนายฉัตรชัย หรือไก่ ให้การยอมรับสารภาพว่ายาบ้าที่ถูกจับกุมได้สั่งซื้อมาจากนายคมศักดิ์ หรือนาย หรือหมา ซึ่งเป็นบุคคลต้องโทษคดียาเสพติดมาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการสอบสวนขยายผล โดยได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายคมศักดิ์ เมื่อเดินทางไปถึงพบแม่ของนายคมศักดิ์ แต่ไม่พบตัวของนายคมศักดิ์ ซึ่งแม่ของนายคมศักดิ์บอกว่านายคมศักดิ์ ลูกชาย ไปอยู่ที่บ้านของภรรยาที่บ้านเล็บเหยี่ยว ต.ชุมเห็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ มารดาของนายคมศักดิ์จึงพาเจ้าหน้าที่มาที่บ้านของภรรยานายคมศักดิ์ พบนายคมศักดิ์นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงขอเชิญตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมยังที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคมศักดิ์ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนเคยเป็นบุคคลต้องโทษคดียาเสพติดมาก่อน และยังอยู่ระหว่างการพักโทษ โดยมี &amp;ldquo;กำไลอีเอ็ม&amp;rdquo; พันธนาการ (กึ่งอิสระ) นอกเรือนจำ สวมไว้ตลอดเวลาอยู่ที่ข้อเท้า โดยขณะพักโทษตนได้ติดต่อซื้อยาขายยาเสพติดกับชาวลาวมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย.64 เป็นต้นมา ครั้งละ 2 มัด หรือประมาณ 4,000 เม็ด ซึ่งตนจะให้ลูกน้องในหมู่บ้านเป็นผู้ไปเก็บเอายาบ้าที่มีผู้นำมาวางไว้ให้ตามจุดต่างๆ เมื่อเก็บมาแล้วนำมาให้ตนที่บ้าน จากนั้นตนก็จะแบ่งหน้าที่ให้ลูกน้องที่เหลือช่วยกันทำงาน และครั้งนี้ได้ใช้ให้นายทวีศักดิ์ หรือเจมส์ เป็นผู้ไปเก็บเอายาบ้ามาแล้วให้เอาไปเก็บไว้ เพื่อรอคำสั่งของตนว่าจะให้นำไปส่งให้กับลูกค้าคนไหนที่ไหนอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างการสอบสวนขยายผล นายคมศักดิ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แบ่งกำลังเฝ้าระวังและซุ่มดูตามจุดต่างๆ ของหมู่บ้าน พบว่าที่บ้านพักของนายคมศักดิ์ พบตัวนายทวีศักดิ์ หรือเจมส์ กับนายสมรัก หรือนุก ซึ่งเป็นลูกน้องของนายคมศักดิ์ นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านของนายคมศักดิ์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ ซึ่งนายทวีศักดิ์ ให้การยอมรับสารภาพว่าได้เป็นผู้ไปเก็บเอายาบ้าตามคำสั่งของนายคมศักดิ์ แล้วนำมาให้กับนายสมรักเก็บรักษาไว้อีกที โดยนายสมรักได้นำยาบ้าไปเก็บไว้ที่ใต้ยุ้งฉางข้าวของนายคมศักดิ์ซึ่งอยู่บริเวณท้ายหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวทั้ง 3 คนไปตรวจสอบที่ยุ้งฉางข้าวตามคำบอกดังกล่าว พบยาบ้าจำนวน 1 มัดกับอีก 4 ถุง รวมจำนวน 2,757 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามคำบอกจริง จึงควบคุมตัวทั้ง 3 คนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109709</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, คดียาเสพติด, ตำรวจ ปส., ยึดของกลาง, รวบหนุ่มค้ายาบ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคยติดคุกคดียาเสพติด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eedd2625a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากกล้าขาสั่น &#039;เบนจา&#039; แขวะรัฐยัดเงื่อนไขไม่ให้ร่วมม็อบ อย่ามีหน้าเรียกตราชูเที่ยงธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 -&amp;nbsp;น.ส.เบนจา อะปัญ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;เป็นกำลังใจให้พี่สมยศค่ะ ถึงแม้จะได้รับการประกัน แต่การติด EM แบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการล่ามโซ่เราไว้ เพราะรัฐสามารถจับตาและสอดส่องดูพฤติกรรมเราได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ไปไหนมา รัฐรู้หมด หรือแม้กระทั่งการยัดเงื่อนไขไม่ให้ไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองเองก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ามีหน้ามาเรียกตัวเองว่าเป็นตราชูที่เที่ยงตรงเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคดีชุมนุมหน้าศาลอาญา&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2564 ซึ่งมีนายสมยศ&amp;nbsp;พฤกษาเกษมสุข อายุ 59 ปี แนวร่วมกลุ่มราษฎร เป็นแกนนำหลักปราศรัยตำหนิการทำหน้าที่ของศาลที่ใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน จากนั้นในวันที่ 2 พ.ค. 2564 มีการชุมนุมอีกครั้ง&amp;nbsp;โดยนำภาพถ่ายของผู้พิพากษาซึ่งทำหน้าที่ในการพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวดังกล่าวมาปิดไว้ที่บริเวณป้ายชื่อหน้าศาล&amp;nbsp;จากนั้นได้มีการนำสีและของเหลวสีแดงมาเทราดที่ป้ายชื่อของศาล และที่ภาพของผู้พิพากษา อีกทั้งยังได้มีการยิงหนังสติ๊กขว้างปาไข่ มะเขือเทศ ขยะ ก้อนหินและสิ่งของต่างๆ เข้ามาในบริเวณศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายสมยศ ผู้ต้องหาระหว่างสอบสวน โดยทำสัญญาประกัน 8 หมื่นบาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ยกเว้นได้รับอนุญาตจากศาล, ให้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม)&amp;nbsp; และห้ามออกนอกกรุงเทพฯ, จังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานีและสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี ได้ถูกตั้งข้อหาร่วมกันพยายามข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมีชอบด้วยหน้าที่ , ร่วมกันดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณา ร่วมกันมั่วสุมกับตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมเพื่อกระทำความนิดไป แต่ผู้กระทำไม่เลิก , ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่แอดอัดกันกว่า 20 คนโดยไม่ได้รับอนุญาตในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาคและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้กิดโรคติดต่อ และ ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จากกรณีนำมวลชนบุกเข้าไปบริเวณประตูทางขึ้นศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ น.ส.เบนจา เดินทางไปรับทราบข้อหาที่ สน.พหลโยธิน เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, ดูหมิ่นศาล, ละเมิดอำนาจศาล, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, เบนจา อะปัญ, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a71fbc2b5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจงศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัว &#039;ฟ้า พรหมศร&#039; 11 พ.ค.เป็นความพร้อมของผู้ต้องหาเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยกรณีมีข่าวการยื่นขอประกันตัว นายพรหมศร หรือฟ้า วีระธรรมจารี แกนนำกลุ่มราษฎรมูเตลู ผู้ถูกกล่าวหา คดี ป.อาญา ม.112 ในศาลจังหวัดธัญบุรี โดยระบุว่ายังติดวันหยุดราชการจึงจะได้ออกมาในวันทำการ ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ 11 พ.ค. 2564 ว่า ในข้อเท็จจริงคดีนี้ ผู้ต้องหายื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวน โดยขอใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (กำไลอีเอ็ม) สำหรับตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลในการปล่อยชั่วคราว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดธัญบุรีอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 วันที่ 8 พ.ค. 2564 โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีอยู่ในระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยไม่ถูกออกหมายจับและให้การปฏิเสธ ผู้ต้องหาให้คำรับรองว่าจะไม่หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน รวมทั้งไม่ทำการอันมีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่จะก่อความเสียหายดังเช่นที่ต้องหาคดีนี้ ประกอบกับมีคำรับรองของมารดาผู้ต้องหา ผู้ต้องหายินยอมให้ใช้อุปกรณ์เล็กทรอนิกส์ (EM) จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวน ตีราคาประกัน 2 แสนบาท ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) โดยให้ถือคำรับรองของผู้ต้องหาเป็นเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติในการปล่อยตัวชั่วคราว ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป โดยได้รับรายงานจากศาลจังหวัดธัญบุรีว่า นายประกันของผู้ต้องหาจะมายื่นประกันตัวในวันที่ 11 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตามขั้นตอนแล้ว หากศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว ทางผู้ต้องหาหรือจำเลยมีความพร้อมในการทำสัญญาประกันตามเงื่อนไขภายหลังมีคำสั่งอนุญาต ก็สามารถทำสัญญาประกันตัว ปล่อยตัวในวันดังกล่าวได้เลย ส่วนเรื่องที่มีการระบุว่าจะต้องปล่อยวันที่ 11 พ.ค. 2564 จึงเป็นความพร้อมของฝ่ายผู้ต้องหาที่มีความประสงค์จะยื่นทำสัญญาประกันในวันดังกล่าวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม ระบุว่า สำหรับนโยบายการประกันตัววันหยุดที่มาจากยุคนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ อดีตประธานศาลฎีกา ได้ตระหนักว่าชาวบ้านจะตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยและถูกคุมขังในระหว่างการดำเนินคดีอาญาไม่ได้มีวันหยุดด้วย หากถูกจับตัววันเสาร์ก็ถูกคุมขังตั้งแต่วันเสาร์ แต่วันอาทิตย์ราชการไม่มีใครทำงานศาลก็ปิดทำการ&amp;nbsp;เปิดทำการอีกทีก็วันจันทร์ จึงยังเป็นปัญหาเรื่องเวลาที่กระทบความยุติธรรม จึงมีนโยบายนี้ เรียกติดปากว่าความยุติธรรมไม่มีวันหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบันนี้นอกจากศาลยุติธรรมเปิดทำการให้ประชาชนสามารถมายื่นขอขอประกันตัวได้ทุกวันโดยไม่มีวันหยุด นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา จึงต่อยอดให้มีการยื่นขอประกันตัวอีกอย่างหนึ่ง คือการขอประกันตัวออนไลน์ ทำให้แม้หลังเวลา 16.30 น. ศาลปิดทำการแล้ว แต่ระบบบริการออนไลน์ของศาลเปิดตลอด 24 ชั่วโมง สามารถยื่นขอประกันได้ทางออนไลน์ หลัง 18.30 น. จนถึงเช้าก่อน 08.30 น. ก็สามารถยื่นเข้ามาได้ตลอดเวลา พอ 08.30 น. เมื่อศาลเปิดทำการก็จะได้พิจารณาคำขอประกันได้ทันที ยกระดับเป็นการประกันตัวแบบไม่มีเวลาหยุดที่ประชาชนสามารถทำได้ตลอด&amp;nbsp;24 ชั่วโมง ตรงนี้ทำให้ข้อจำกัดเรื่องเวลาหมดไป&amp;nbsp;โดยในเคสนี้มีการใช้กำไล EM ซึ่งศาลอาจกำหนดเงื่อนไขการให้ประกันตัวหรือ วางเงื่อนไขใดที่เกี่ยวกับพื้นที่หรือการเดินทาง จึงใช้เครื่องมือสั่งติดเพื่อเฝ้าระวังอีกชั้นหนึ่งได้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102216</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, ประกันตัว, พรหมศร วีระธรรมจารี, ฟ้า พรหมศร, มาตรา 112, ศาลจังหวัดธัญบุรี, ศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051f16417ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสื้อแดงเฮลั่น! &#039;เต้น ณัฐวุฒิ&#039; ถอดกำไลอีเอ็มแล้ว เตรียมแถลงข่าวพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.64 - ทีมงานเฟซบุ๊กของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความว่า พี่เต้นถอดกำไล EM แล้ว 29 มีนาคม ครบกำหนดวันต้องโทษ ไปรายงานตัวและเข้าอบรมธรรมะอีกครั้ง หลังถอดกำไลถือว่าอิสรภาพคืนมาโดยสมบูรณ์ ขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่สอบถามมา พี่เต้นจะแถลงข่าวการคืนสู่อิสรภาพในวันพรุ่งนี้ (30 มีนาคม) ที่ UDD NEWS แยกแคราย นนทบุรี เวลา 11.00 น.ครับ (ทีมงาน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97654</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นปช., เต้น ณัฐวุฒิ, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_606176438ec63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>​15 ตุลาใช้ศูนย์อีเอ็มดูแลนักโทษนอกเรือนจำ &#039;สมศักดิ์&#039; ดันร่างกฎหมายลดโทษจำคุกคดียาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.63 - &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ ว่า ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ศูนย์ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อติดตามตัว หรือ กำไลอีเอ็ม จะเปิดใช้งานหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ทดสอบระบบไปแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงยุติธรรม ภายใต้ศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน หรือ &amp;nbsp;ศูนย์JSOC (Safety Observation Ad hoc Center, Ministry of Justice) &amp;nbsp;เพื่อติดตามผู้ต้องขังที่กระทำผิดซ้ำ หรือคดีที่มีโทษร้ายแรง &amp;nbsp;จะเป็นหน่วยงานเพื่อประสานกับสังคมภายนอก ภายใต้กระบวนการยุติธรรมชุมชน &amp;nbsp;ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล &amp;nbsp;อำเภอ เป็นเครือข่ายดูแลเฝ้าระวัง โดยผู้ต้องขังต้องปรับตัวในสังคม เพราะการพักโทษนั้นคือการปล่อยให้กลับไปทำความดี ไม่ใช่ทำผิดซ้ำ หรือ หากกระทำผิดซ้ำจะถูกติดตามตัวนำตัวกลับเข้าสู่เรือนจำซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้การปล่อยตัว พักโทษผู้ต้องขังได้จำนวนมากขึ้น และช่วยลดความแออัดในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการพิจารณาพักโทษนั้น ตามเงื่อนไขคือ เป็นผู้ต้องขังที่ได้รับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของจำนวนโทษที่ได้รับ และการพิจารณาพักโทษจะพิจารณาโดยคณะกรรมการพักโทษ โดยปกติแล้วจะผ่านพิจารณายาก เพราะกรรมการไม่มั่นใจว่าผู้ที่ถูกพักโทษจะไม่กระทำผิดซ้ำ ดังนั้นผู้ต้องขังที่จะได้รับการพักโทษ ต้องมีผู้ที่น่าเชื่อถือรับรอง กล่าวคือเป็นสิทธิของกรรมการพิจารณา ไม่ใช่สิทธิของผู้ต้องขัง ดังนั้นการนำกำไลอีเอ็มมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามตัวจะทำให้การพิจารณาพักโทษง่ายขึ้น อีกทั้งตนเตรียมเสนอแก้ไขกฎกระทรวงผู้ที่ได้รับการพักโทษ หากกระทำผิดซ้ำ จะได้รับโทษที่เหลืออยู่ ไม่ใช่เริ่มต้นรับโทษเต็มจำนวน เช่น ผู้ที่พักโทษ ไปใช้ชีวิตในสังคม 1 ปี แต่เดือนที่ 6 ทำผิดซ้ำ ต้องกลับมารับโทษในเรือนจำ​ 1 ปี ดังนั้นต้องแก้ไขเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้ต้องขังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามอำนาจของผม ที่มีสิทธิพิจารณาปล่อยตัวผู้ต้องขัง ผมอาจจะพิจารณาปล่อยตัว หากจำคุกมาแล้ว 1 ใน 2 ของโทษที่ถูกตัดสิน หากผู้ต้องขังนั้นมีความประพฤติ ปฏิบัติดี และทำให้เกิดความมั่นใจว่าออกไปแล้วไม่ทำผิดซ้ำอีก โดยที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมมีแนวทางพัฒนาศักยภาพของผู้ต้องขัง ส่งเสริมและฝึกอาชีพ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี สนับสนุนและพร้อมผลักดัน ทั้งนี้แนวทางฝึกอาชีพกระทรวงยุติธรรมเตรียมสร้างนิคมเพื่อฝึกงานนักโทษ ให้มีอาชีพ มีรายได้ และสร้างคนดีคืนสู่สังคม&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่าปัจจุบันนักโทษในเรือนจำ กว่า 3.8 แสนคนนั้น พบว่าเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด กว่า 80% &amp;nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาต้องออกเป็นกฎหมาย &amp;nbsp;โดยขณะนี้มีร่างกฎหมาย 2 ฉบับที่ผลักดันในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา และฉบับสำคัญคือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญร่วมของรัฐสภา &amp;nbsp;ซึ่งเนื้อหานั้นจะทำให้ผู้ต้องขังคดียาเสพติดในปัจจุบันได้รับอานิสงส์เรื่องจำนวนปีที่ติดคุก หรือได้รับการลดโทษ ขณะเดียวกันผู้ที่ค้ายาเสพติดจะถูกยึดทรัพย์ตามมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาเสพติด และผลักดันร่างกฎหมาย ให้ปลดล็อคกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด โดยมีเงื่อนไขใช้ใบกระท่อมเป็นพืชสมุนไพร และเป็นพืชทางเศรษฐกิจเท่านั้น ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เบื้องต้นคาดว่า 3-4 เดือนจะผลักดันสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เนื้อหาของร่าง​ พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด นั้น จะแก้ไขการลงโทษจำคุก จากเดิมที่กำหนดช่วงเวลา เช่น &amp;nbsp;มียาบ้า 1 เม็ดจากประเทศลาว โทษคือ 10 ปีถึงตลอดชีวิต ร่างกฎหมายใหม่แก้ไข ไม่เกิน15​ ปี, การครอบครอง เพื่อเสพไม่เกิน 15 เม็ด โทษเดิมคือ จำคุก 6 เดือนถึง 3 ปี ของใหม่คือ ไม่เกิน 2ปี คือเปิดโอกาสให้ศาลได้ใช้ดุลยพินิจการตัดสินลงโทษ ตามเหตุและผล ซึ่งผู้ต้องขังปัจจุบันจะได้รับอานิสงส์ด้วย &amp;nbsp;แต่การผลักดันร่างกฎหมายนี้จำเป็นต้องใช้เวลา ดังนั้นผู้ต้องขังต้องบอกญาติข้างนอก ว่า อย่าเดินขบวนให้รุนแรง เพราะรัฐบาลหรือรัฐสภาอยู่ไม่ได้ หากกฎหมายไม่ผ่านจะยุ่งกันใหญ่ หรือหากสะดุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนต่อไปไม่ทราบว่าจะทำให้หรือไม่ ทั้งนี้สมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีพร้อมจะผลักดัน ภายในปีงบประมาณ 2564 ทำให้สำเร็จให้ได้&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80056</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, กำไลอีเอ็ม, นักโทษ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เรือนจำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201010/image_big_5f8151e625f62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; เผยผู้ต้องขังได้ใช้กำไลอีเอ็มในเดือน ก.ย. นักการเมืองก็มีสิทธิแต่ต้องดูเงื่อนไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนำกำไลอีเอ็ม มาใช้กับผู้ต้องขังในเรือนจำว่า เดือนก.ย.นี้ จะเริ่มใช้ ส่วนใครจะเป็นผู้ได้ใช้ก่อน ต้องดูรายละเอียด เพราะมีเงื่อนไขและระเบียบกำหนดไว้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีการพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ จะมีนักการเมืองได้ออกมาใช้กำไลอีเอ็มครั้งนี้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มีสิทธิได้ใช้ทุกคน แต่ต้องไปดูโทษที่เหลืออยู่ &amp;nbsp;และเงื่อนไข ซึ่งเรื่องนี้ยืนยัน ไม่มีกีดกันใครมีสิทธิก็ได้ใช้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลอีเอ็ม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a1b8615d8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
