<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพล...คนรักคลองลาดพร้าวเดินหน้าสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม-บ้านประชารัฐริมคลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เร่งสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ &amp;ndash;สร้างบ้านประชารัฐรองรับประชาชนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp; &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; นำทัพทีมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเพื่อเปิดพื้นที่สร้างเขื่อน-สร้างบ้าน&amp;nbsp; จัดกิจกรรม On Ground ลงพื้นที่เสาร์ที่ 2 มิถุนายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างเขื่อนฯ คืบหน้า 35.15 %&amp;nbsp; สร้างบ้านแล้ว 29&amp;nbsp; ชุมชน รวม 2,656&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากเหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในเขตกรุงเทพฯ ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เนื่องจากมีบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลองเป็นจำนวนมาก รัฐบาล คสช. โดยคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ซึ่งมีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; เป็นประธาน&amp;nbsp; จึงมีนโยบายจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เริ่มที่คลองลาดพร้าวเป็นแห่งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ระยะทาง (ทั้งสองฝั่ง) 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของแนวเขื่อน 25 - 38 เมตร&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิม 4 เมตร&amp;nbsp; มีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุและรุกล้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ตามแผนงาน &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่รองรับประชาชน รวมทั้งหมด 50 ชุมชน จำนวน&amp;nbsp; 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559 โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 5,101 ครัวเรือน ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน ทำให้โครงการดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ&amp;nbsp; ไม่ยอมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ทำให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างเขื่อนฯ เข้าไปตอกเสาเข็มไม่ได้&amp;nbsp; ขณะที่การสร้างบ้านในชุมชนเดิมก็มีความล่าช้าเพราะต้องปรับผังชุมชนใหม่เพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; แต่ติดขัดบ้านเรือนที่ยังไม่เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เสธ.ไก่อูนำทัพลงพื้นที่ดึงประชาชนร่วมพัฒนาคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;shy;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด หรือ &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รักษาราชการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรณรงค์และสร้างการรับรู้&amp;nbsp; การบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; จึงลงพื้นที่เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการเห็นความสำคัญ&amp;shy;ของการพัฒนาคลอง&amp;nbsp; เห็นประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp; รวมถึงประโยชน์ของครอบครัวและอนาคตของลูกหลานในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลอง&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ที่มั่นคง&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; มีสั&amp;shy;&amp;shy;ญญาเช่าระยะยาวและถูกต้องจากกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โดยเริ่มที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; และชุมชนชายคลองบางบัว&amp;nbsp; เขตหลักสี่&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่&amp;nbsp; ผอ.เขตบางเขน นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต&amp;nbsp; และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&amp;nbsp; ประสานมิตร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ร่วมชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันที่&amp;nbsp; 2 มิถุนายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น กรุงเทพมหานคร สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; ทหาร ฯลฯ จัดกิจกรรม &amp;lsquo;On Ground&amp;rsquo; ครั้งที่ 1 &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo; ที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา เขตบางเขน เพื่อให้ประชาชนเห็นประโยชน์และความสำคั&amp;shy;ญของการพัฒนาคลองลาดพร้าว โดยจะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 14.00-18.30 น.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ดนตรีกลางคลอง&amp;nbsp; มีศิลปินแห่งชาติ &amp;lsquo;แม่ขวั&amp;shy;จิต&amp;nbsp; ศรีประจันต์&amp;rsquo; , &amp;lsquo;โฉมฉาย&amp;nbsp; อรุณฉาน&amp;rsquo; วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์แสดงบนแพลากจูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;การล่องเรือตรวจเยี่ยมโครงการ&amp;nbsp; จากวัดบางบัว-ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; มีผู้ว่า กทม.&amp;nbsp; รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; ผู้แทน คสช.&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ ฯลฯ เข้าร่วม&amp;nbsp; มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดในชุมชน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตัดผมฟรี เวทีเสวนา การแข่งขันพายเรือหรรษา ร่วมรับประทานอาหารเย็น ฯลฯ&amp;nbsp; คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;shy;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนไปบอกกับชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าวว่า&amp;nbsp; คนที่สร้างบ้านเรือนบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับเงินชดเชยจาก กทม.รายละ 1&amp;nbsp; แสนกว่าบาท&amp;nbsp; แต่คนที่อยู่ริมคลองไม่ได้รับเงินชดเชย&amp;nbsp; ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงคนที่บุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณร้อยกว่าราย&amp;nbsp; ส่วนชุมชนริมคลองมีการบุกรุกกว่า 1,600&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; มีผู้บุกรุกกว่า&amp;nbsp; 30,000 ครอบครัว&amp;nbsp; หากจะจ่ายชดเชยต้องใช้เงินกว่า 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล&amp;nbsp; ต้องดึงเอามาจากภาษีรายได้เพื่อพัฒนาประเทศ&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เดิมพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ไม่อนุ&amp;shy;ญาตให้ใครอยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ตอนนี้รัฐบาลจะให้ประชาชนอยู่อย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; เสียค่าเช่าประมาณปีละ&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; และมีเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อใช้ในการรื้อย้าย&amp;nbsp; สร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; เป็นค่าเดินทางไปทำงาน&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; โดยมีสินเชื่อให้กู้รายละ 330,000-360,000 บาท&amp;nbsp; และผ่อนเดือนละ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม&amp;nbsp; เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; แต่ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือก็จะต้องเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; หากไม่เข้าร่วมก็จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp; เพราะผิดกฎหมาย&amp;nbsp; และจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลโทสรรเสริญ&amp;shy;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กรมธนารักษ์แจ้งความดำเนินคดีรุกล้ำที่สาธารณะแล้ว&amp;nbsp; 73 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนผู้ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือและไม่เข้าร่วมโครงการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองเพื่อเปิดพื้นที่ให้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp; มีทั้งหมด&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์และผู้นำชุมชนเข้าเจรจาเป็นรายครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้มีผู้เปลี่ยนใจเข้าร่วมรวม 55 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนผู้ที่เป็นแกนนำขัดขวางการดำเนินงาน&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลประโยชน์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นเจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; หอพัก&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร ฯลฯ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp; 73&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9&amp;nbsp; โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ริมตลิ่ง&amp;nbsp; ทางน้ำ คลอง ฯลฯ&amp;nbsp; มีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอา&amp;shy;จมีอัตราโทษจำคุก&amp;nbsp; 3 - 5 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการในชั้นอัยการ&amp;nbsp; และจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่อีกประมาณ 78 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ระยะทาง&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ฝั่ง&amp;nbsp; รวม 45.3&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด ประมูลงานได้ในวงเงิน&amp;nbsp; 1,645 ล้านบาท&amp;nbsp; ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ&amp;nbsp; 35.15 %&amp;nbsp; โดยบริษัทตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานเขื่อนไปแล้วเป็นระยะทาง 15.85&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; จำนวนเสาเข็มที่ตอกแล้ว&amp;nbsp; 21,091&amp;nbsp; ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจำนวนเสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการบริหารจัดการและพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว ซึ่งมีพลเอก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เฉลิมชัย&amp;nbsp; สิทธิสาท&amp;nbsp; ผู้บั&amp;shy;ชาการทหารบกเป็นประธานฯ&amp;nbsp; ได้เดินทางมาตรวจพื้นที่โครงการในเขตสายไหมเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา และเร่งรัดให้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้ได้อีก 5,500 ต้น&amp;nbsp; หรือคิดเป็นระยะทางประมาณ&amp;nbsp; 4,133&amp;nbsp; เมตร&amp;nbsp; ภายในเดือนสิงหาคมนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทั้งนี้การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำจะเริ่มจากบริเวณอุโมงค์เขื่อนพระราม 9&amp;nbsp; (ใกล้คลองแสนแสบ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง) ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ความยาวทั้งหมด (ทั้งสองฝั่ง) ประมาณ 45 กิโลเมตร&amp;nbsp; ความกว้างของเขื่อน 25 - 38 เมตร นอกจากนี้ก็จะขุดลอกคลองให้ลึกกว่าเดิมอีก 4 เมตร เพื่อให้การระบายน้ำคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ตามแผนงานจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; 2562&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จน้ำในคลองลาดพร้าวจะไหลเข้าสู่อุโมงค์เขื่อนพระราม 9 และอุโมงค์ลอดใต้คลองบางซื่อ&amp;nbsp; เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่ทะเลต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสำนักการระบายน้ำ กทม.ระบุว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 1 เท่าตัว..!!&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;คลองลาดพร้าวมีความยาวประมาณ&amp;nbsp; 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 เขตวังทองหลาง (ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา)&amp;nbsp; ตลอดเส้นทางที่คลองลาดพร้าวไหลผ่านจะมีชื่อเรียกต่างกันตามย่านที่มีวัดหรือชุมชนตั้งอยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมื่อผ่านวัดลาดพร้าวเรียกว่า &amp;ldquo;คลองลาดพร้าว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผ่านชุมชนวังหิน (เขตจตุจักร) เรียกว่า &amp;ldquo;คลองวังหิน&amp;rdquo; ผ่านวัดบางบัว (เขตบางเขน) เรียกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;คลองบางบัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; จนไปบรรจบกับคลองสอง&amp;nbsp; เขตสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;รากเหง้าชุมชนคนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าคลองลาดพร้าวขุดขึ้นมาในสมัยใด&amp;nbsp; แต่สันนิษฐานว่าน่าจะใกล้เคียงกับการขุดคลองแสนแสบ&amp;nbsp; (คลองแสนแสบเริ่มขุดในปี พ.ศ.2380&amp;nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงทัพในสงครามระหว่างสยามกับ&amp;shy;ญวน&amp;nbsp; เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับบางปะกง)&amp;nbsp; โดยเฉพาะหากพิจารณาจากการตั้งถิ่นฐานของบ้านเรือนและวัด&amp;nbsp; ซึ่งส่วนให&amp;shy;ญ่มักจะสร้างอยู่ริมแม่น้ำและลำคลอง&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; วัดบางบัวที่ตั้งอยู่ริมคลองลาดพร้าว (เขตบางเขน) สร้างขึ้นในราวปี 2380&amp;nbsp; และวัดลาดพร้าวสร้างขึ้นในปี 2410&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในขณะที่แรงงานในการขุดคลองแสนแสบ (รวมถึงการขุดแก้คลองพระโขนงและคลองซอยต่างๆ) ซึ่งมีทั้งแรงงานที่ถูกกองทัพสยามกวาดต้อนเข้ามาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชาวจาม (มุสลิม) จากเขมร&amp;nbsp; ชาวลาว&amp;nbsp; ชาวมลายูจากปัตตานี&amp;nbsp; และแรงงานรับจ้างชาวจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อการขุดคลองเสร็จในอีก 3 ปีถัดมา (พ.ศ.2383-2384)&amp;nbsp; ทางราชการจึงให้แรงงานเหล่านี้ตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวมุสลิม&amp;nbsp; ไล่ตั้งแต่ชุมชนบ้านครัว (ชาวจามจากเขมร) ริมคลองแสนแสบย่านมหานาค&amp;nbsp; ลงมาจนถึงคลองตัน&amp;nbsp; บางกะปิ&amp;nbsp; มีนบุรี&amp;nbsp; และหนองจอก&amp;nbsp; รวมทั้งในย่านคลองตันเชื่อมกับคลองพระโขนง&amp;nbsp; และคลองลาดพร้าวก็มีชุมชนมุสลิมตั้งกระจายอยู่ตลอดแนวคลองเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากประวัติของชุมชนมุสลิมสามอิน&amp;nbsp; เล่าสืบทอดกันมาว่า&amp;nbsp; ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้นำชาวมุสลิมจำนวนหนึ่งได้นำครอบครัวจากปัตตานีและกรุงศรีอยุธยาบางส่วนมาปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองแห่งหนึ่ง (คลองสามอิน) ซึ่งเป็นคลองย่อยที่เชื่อมกับคลองตัน&amp;nbsp; ซึ่งต่อมาเรียกว่า &amp;lsquo;บ้านสามอิน&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสุเหร่าสามอิน (มัสยิดฮี่ดาย่าตุ้ลอิสลาม) เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจ (ปัจจุบันอยู่ในซอยสุขุมวิท 71&amp;nbsp; เขตวัฒนา&amp;nbsp; อยู่ใกล้คลองตัน-คลองพระโขนง)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนคำว่า &amp;ldquo;สามอิน&amp;rdquo; แผลงมาจากคำว่า &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;สะมะอีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นชื่อของผู้นำมุสลิมคนแรกของที่นี่ โดยผู้คนที่เดินทางผ่านไปมา&amp;nbsp; เมื่อผ่านทางนี้และทักทายกัน&amp;nbsp; ถามว่าไปไหน&amp;nbsp; ก็จะบอกว่า &amp;ldquo;ไปบ้านสะมะอีน&amp;rdquo;&amp;nbsp; จนกลายเป็น &amp;ldquo;สามอิน&amp;rdquo; ต่อมาเมื่อมีผู้คนอยู่อาศัยกันหนาแน่น&amp;nbsp; ชาวมุสลิมจากบ้านสามอินจึงได้ขยายครอบครัวไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คลองแสนแสบ (ซอยนวลน้อย)&amp;nbsp; คลองตัน&amp;nbsp; คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองจั่น&amp;nbsp; และคลองซอยต่างๆ ซึ่งในสมัยเมื่อราว 100 กว่าปีก่อน&amp;nbsp; พื้นที่แถบนี้ก็คือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;ทุ่งบางกะปิ&amp;rsquo; ที่กว้างใหญ่&amp;shy;่นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชุมชนมุสลิมในคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;lsquo;ฮาซัน&amp;nbsp; แสงจันทร์&amp;rsquo; &amp;nbsp;อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง (ใกล้แยกเหม่งจ๋าย) เล่าว่า&amp;nbsp; ชาวมุสลิมที่นี่ส่วนใหญ&amp;shy;่มีพื้นเพมาจากชุมชนสามอิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื้อสายชาวปัตตานี&amp;nbsp; ตนเองเกิดที่นี่&amp;nbsp; พ่อแม่และปู่ย่าตายายก็เกิดที่นี่&amp;nbsp; อยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 100 ปี&amp;nbsp; เมื่อสมัยก่อนที่นี่ยังเป็นทุ่งนา&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ&amp;shy;่มีอาชีพทำนา&amp;nbsp; แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่านาทำ&amp;nbsp; หรือเป็นลูกจ้างทำนา&amp;nbsp; ได้ค่าจ้างเป็นข้าวเปลือกปีละ 10-15 ถัง และหาปลาในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนน้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; อาบน้ำในคลอง&amp;nbsp; น้ำกินก็ใช้น้ำคลองตักใส่ตุ่มแล้วเอาสารส้มมากวนปล่อยให้ตกตะกอน&amp;nbsp; หรือรองน้ำฝนเอาไว้กิน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนชาวบ้านจะหาปลาด้วยการยกยอในคลอง&amp;nbsp; ปลาที่มีมาก&amp;nbsp; คือปลาหมู&amp;nbsp; กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp; ปลาช่อนก็มีเอาไปขายที่ตลาดห้วยขวางกิโลฯ ละ 6 บาท&amp;nbsp; พอปี 2515-2516&amp;nbsp; น้ำในคลองเริ่มเน่าเสีย &amp;nbsp;เพราะมีโรงงานอุตสาหกรรมมาตั้งโรงงานอยู่แถวซอยลาดพร้าว 80 แล้วปล่อยน้ำเสียลงคลอง ทำให้น้ำในคลองเริ่มเน่า&amp;nbsp; ปลาจึงหายไป&amp;nbsp; ส่วนการทำนาก็เลิกทำประมาณช่วงปี 2526 เพราะที่ดินเริ่มแพง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เจ้าของจึงขายที่นา&amp;nbsp; อีกอย่างก็คือ&amp;nbsp; หนูนามันเยอะ&amp;nbsp; ทำนาสู้หนูไม่ได้&amp;nbsp; จึงต้องเลิกทำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลุงฮาซันเล่าย้อนอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ครอบครัวของลุงฮาซันที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ เป็นตัวอย่างหนึ่งของชาวมุสลิมที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนมุสลิมตั้งอยู่หลายชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนลาดพร้าว 80 (มัสยิดอีมาร่อตุ๊ดดิน) ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ&amp;shy; (เขตดอนเมือง)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากทุ่งนากลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากชุมชนมุสลิมในคลองลาดพร้าวที่ตั้งรกรากมานานนับร้อยปีแล้ว&amp;nbsp; มีหลายชุมชนในคลองลาดพร้าวที่มีชาวไทยพุทธปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่มานานไม่น้อยกว่ากัน&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนที่ตั้งอยู่ระหว่างวัดลาดพร้าวและวัดบางบัวซึ่งเป็นวัดที่ปลูกสร้างมานานไม่ต่ำกว่า 150 ปี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;คุณตาแฉล้ม&amp;nbsp; วงศ์ขวั&amp;shy;ญ &amp;nbsp;อายุ 79 ปี&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตนเองเกิดที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; พ่อแม่อยู่ที่นี่มานานไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 100&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ครอบครัวเช่าที่ดินทำนามาตั้งแต่ตนจำความได้&amp;nbsp; เมื่อก่อนใช้ควายไถนา น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; ปลายังสมบูรณ์&amp;nbsp; มีมากมาย&amp;nbsp; ทั้งตะเพียน&amp;nbsp; ปลาช่อน&amp;nbsp; ปลาหลด&amp;nbsp; ปลาหมอโค้ว&amp;nbsp; กุ้งก้ามกรามขนาด 3 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม&amp;nbsp; ผักก็หาได้จากในคลอง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผักบุ้ง&amp;nbsp; หากินได้ไม่อดอยาก&amp;nbsp; เวลามีงานบุญ&amp;shy;ประเพณีหรือเทศกาลสำคั&amp;shy;ญทางศาสนา&amp;nbsp; ชาวบ้านจะพายเรือไปทำบุญ&amp;shy;ที่วัดลาดพร้าวหรือวัดบางบัวเพราะมีระยะทางพอๆ กัน&amp;nbsp; เมื่อก่อนยังมีเรือพาย&amp;nbsp; เรือสำปั้นมาขายผลไม้ในคลอง&amp;nbsp; แต่ตอนหลังก็หายไป&amp;nbsp; เพราะมีตลาดใหม่ๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp; การเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกกว่า&amp;nbsp; เรือจึงค่อยๆ หายไปจากคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมเลิกทำนาประมาณปี 2520 เพราะที่ดินแถวนี้เจริ&amp;shy;ญขึ้น&amp;nbsp; มีหมู่บ้าน&amp;nbsp; มีหอพักนักศึกษาเกิดขึ้น&amp;nbsp; เจ้าของจึงขายที่นาออกไป&amp;nbsp; อีกทั้งการทำนาก็ไม่ค่อยได้ผล&amp;nbsp; เพราะพื้นที่รอบๆ กลายเป็นตึกหมดแล้ว&amp;nbsp; น้ำในคลองก็เริ่มเน่าเสีย&amp;nbsp; เพราะน้ำจากท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ท่อน้ำทิ้งต่างๆ ก็ไหลลงคลอง&amp;nbsp; ปูปลาจึงหนีไปอยู่ที่อื่น&amp;rdquo;&amp;nbsp; คุณตาแฉล้มเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันย่านลาดพร้าว-โชคชัย 4-วังหิน&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อก่อนเป็นทุ่งนาทั้งแถบ&amp;nbsp; วันนี้กลายเป็นย่านพักอาศัย&amp;nbsp; มีหมู่บ้านจัดสรร&amp;nbsp; คอนโดฯ&amp;nbsp; อาคารพาณิชย์&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; แหล่งบันเทิง&amp;nbsp; ฯลฯ เกิดขึ้นหนาแน่น&amp;nbsp; จนมองไม่เห็นสภาพทุ่งนาในอดีตอีกต่อไป ..!!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สำเนียง&amp;nbsp; บุญ&amp;shy;ลือ &amp;nbsp;อายุ 62 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนร่วมใจพิบูล&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; (ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์-ถนนลาดพร้าว) เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ครอบครัวของตนเมื่อก่อนก็ทำนาเหมือนกัน&amp;nbsp; สมัยก่อนในคลองลาดพร้าวยังมีโรงสีรับซื้อข้าวอยู่ 2 โรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อมีหมู่บ้านจัดสรรมากขึ้น&amp;nbsp; ที่นาเปลี่ยนมือ&amp;nbsp; โรงสีจึงเลิกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;สมัยก่อนบ้านเรือนริมคลองลาดพร้าวยังไม่หนาแน่น&amp;nbsp; ชุมชนพิบูลยังมีบ้านไม่กี่หลังคาเรือน&amp;nbsp; คนที่ปลูกบ้านอยู่ก็จะเป็นคนดั้งเดิม&amp;nbsp; เป็นชาวนา&amp;nbsp; ปลูกบ้านอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; แต่ตอนหลังแถบห้วยขวาง-ลาดพร้าวเจริญ&amp;shy;ขึ้น&amp;nbsp; คนที่มีบ้านอยู่ริมคลองก็ชักชวน&amp;shy;ญาติพี่น้องจากที่อื่นเข้ามาอยู่&amp;nbsp; บางคนแต่งงานก็ขยายครอบครัวออกไปปลูกบ้านใหม่ขึ้นมา&amp;nbsp; บ้างก็เป็นคนจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตอนหลังจึงเริ่มมีบ้านเช่า&amp;nbsp; ชุมชนของผมเริ่มมีบ้านเรือนหนาแน่นตั้งแต่ช่วงปี 2526-2527&amp;nbsp; เป็นต้นมา&amp;rdquo; ลุงสำเนียงเล่าถึงการเติบโตของชุมชนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ปัจจุบันชุมชนร่วมใจพิบูล 2&amp;nbsp; มีบ้านเรือนทั้งหมด&amp;nbsp; 224 ครัวเรือน&amp;nbsp; จำนวนชาวบ้านประมาณ&amp;nbsp; 1.200&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;ญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; พนักงานบริษัท-ห้างร้าน&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ชุมชนร่วมใจพิบูล&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขยายตัวของชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บางชุมชนปลูกสร้างบ้านเรือนมาก่อนปี 2500&amp;nbsp; ซึ่งสมัยนั้นกรมชลประทานยังดูแลที่ดินริมคลอง&amp;nbsp; เพราะคลองลาดพร้าวขุดเพื่อการเกษตรและชลประทาน&amp;nbsp; แต่เมื่อการทำนาหมดไป&amp;nbsp; กรมชลประทานจึงไม่ได้ดูแลพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; ที่ดินริมคลองปัจจุบันเป็นที่ดินราชพัสดุอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จากชุมชนเล็กๆ จนขยายกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ&amp;shy;่ที่มีบ้านเรือนปลูกสร้างเรียงรายไปตามลำคลอง&amp;nbsp; บางชุมชนที่มีพื้นที่คับแคบ&amp;nbsp; คนที่มาอยู่ทีหลังหรือมีครอบครัวขยายจึงปลูกสร้างบ้านรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองแคบลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคลองลาดพร้าวมีชุมชนต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ใน 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 7,069 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อน และบ้านริมคลองที่เขตสายไหม เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.หนุนสร้างบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว 50 ชุมชน 7,069 ครัวเรือน&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้ว 2,656 ครัวฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวถึงแผนงานโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; ว่า&amp;nbsp; ตามแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ซึ่งชาวบ้านปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินราชพัสดุและบางส่วนปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในคลอง&amp;nbsp; มีทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;8 เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp; 42 ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้หลังจากที่รื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp; ขณะนี้บางชุมชนก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีก 8 ชุมชนมีพื้นที่ไม่พอเพียงจึงต้องจัดซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; เป็นที่ดินเอกชนอยู่ในเขตสายไหม &amp;nbsp;และที่ดินของบริษัทบริหารสินทรัพย์ &amp;nbsp;กรุงเทพพาณิชย์ &amp;nbsp;จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;-ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้มีบ้านที่ก่อสร้างเสร็จทั้งในชุมชนเดิมและชุมชนที่ซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; รวม 29 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;2,656 ครัวเรือน&amp;nbsp; คิดเป็น&amp;nbsp; 37.57 % ของจำนวนบ้านทั้งหมด ของจำนวนบ้านทั้งหมด ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 1,223 ครัวเรือน และมีเป้าหมายภายในเดือนธันวาคม 2561 จะก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จอีก &amp;nbsp;&amp;nbsp;27 โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 1,660 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะดำเนินการในปีต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยึดชาวบ้านเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการบ้านประชารัฐริมคลองดำเนินแนวทางตามโครงการบ้านมั่นคงของ พอช. &amp;nbsp;ซึ่ง พอช.ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; หลักการสำคัญคือ ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นการพัฒนาแนวใหม่&amp;nbsp; ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า&amp;nbsp; แต่ให้ชุมชนหรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ&amp;nbsp; ช่วยกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; วางผังชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; และร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน&amp;nbsp; เรื่องการออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ &amp;nbsp;(หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วง แรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปีตามระเบียบของกรมธนารักษ์) อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 &amp;nbsp;บาท/ตารางวา/เดือน (ขึ้นอยู่กับทำเล) และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด &amp;nbsp;ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน &amp;nbsp;ขนาดบ้านประมาณ&amp;nbsp; 4x6 - 4x8 ตารางเมตร&amp;nbsp; มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 75,000 บาท เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน 147,000 บาท/ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการจ่ายผ่านสหกรณ์เคหสถานที่ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ &amp;nbsp;ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง สถานศึกษา เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม พอช.จะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครง การบ้านเอื้ออาทร แฟลตการเคหะ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการสร้างบ้านนั้น&amp;nbsp; ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน&amp;nbsp; มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สืบราคา&amp;nbsp; จัดซื้อวัสดุ&amp;nbsp; ตรวจสอบ&amp;nbsp; จัดทำบัญชี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้การก่อสร้างบ้านและบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; หรือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ที่ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธนัชกล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; ชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นหากชุมชนใดมีผู้ด้อยโอกาสก็จะต้องปรึกษาหารือกันว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร&amp;nbsp; ส่วน พอช.ก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อาจจะประสานหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีกิจกรรม CSR &amp;nbsp;หรือคืนกำไรสู่สังคมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามหลักการของกระทรวง พม.และ พอช.&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ยิ่งจน&amp;nbsp; ยิ่งเดือดร้อน&amp;nbsp; เราก็จะต้องช่วยเหลือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สานพลังประชารัฐสร้างบ้านริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสนับสนุนให้ประชาชนเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการบ้านประชารัฐและพัฒนาพื้นที่ริมคลองนั้น&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.จะมีบทบาทเพียงหน่วยงานเดียว&amp;nbsp; แต่ยังมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp; ไม่ต่ำกว่า 16&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;การสานพลังประชารัฐ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; กองทัพบก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์เข้าไปสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(รูป 10)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปานครหลวง&amp;nbsp; การไฟฟ้านครหลวง&amp;nbsp; สนับสนุนการติดตั้งระบบประปา-ไฟฟ้าในชุมชน&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปสนับสนุนการจัดตั้งและบริหารสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; โดยสำนักงานเขตต่างๆ สนับสนุนการพัฒนาชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; อำนวยความสะดวกในขั้นตอนขออนุญาตก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมธนารักษ์สนับสนุนการให้ชุมชนเช่าที่ดินระยะยาวเพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; โดยคิดอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; สนับสนุนเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ธนาคารอาคารสงเคราะห์สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; เป็นชุมชนริมคลองแห่งแรกที่สร้างบ้านเสร็จทั้งชุมชนจำนวน 65 หลังในช่วงต้นปี 2560 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาให้การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่วนบริษัทเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริษัทอิตาเลี่ยน-ไทย, บริษัทเสนา&amp;nbsp; ดีเวลลอปเม้นท์&amp;nbsp; จำกัด, บริษัทซีพี,&amp;nbsp; อารียา&amp;nbsp; พรอพเพอร์ตี้&amp;nbsp; ฯลฯ เข้ามาให้การสนับสนุนสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียภายในชุมชน&amp;nbsp; ติดตั้งไฟฟ้าโซล่าเซลล์บริเวณพื้นที่ริมคลอง&amp;nbsp; มอบต้นไม้เพื่อปรับภูมิทัศน์ชุมชน&amp;nbsp; มอบสีทาบ้าน&amp;nbsp; มอบอุปกรณ์การออกกำลังกาย&amp;nbsp; สนามเด็กเล่น&amp;nbsp; จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ได้ร่วมกับชาวชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญและชุมชนริมคลองต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ประชารัฐร่วมใจ&amp;nbsp; สร้างวินัยการจัดการขยะชุมชนริมคลอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยส่งเสริมให้ชาวชุมชนริมคลองคัดแยกขยะ&amp;nbsp; เพื่อลดปริมาณขยะ&amp;nbsp; นำไปขายเป็นขยะรีไซเคิล&amp;nbsp; หรือนำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; การสร้างวินัยไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในคลอง&amp;nbsp; เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และป้องกันไม่ให้ขยะไปกีดขวางทางเดินของน้ำ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;lsquo;11&amp;nbsp; ขั้นตอน&amp;rsquo;&amp;nbsp; สร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;สร้างบ้านตามใจผู้อยู่ บ้านหรูไม่เกิน 360,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;แต่ไหนแต่ไรมา&amp;nbsp; เมื่อรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะนำที่ดินของรัฐที่มีประชาชนเข้าไปรุกล้ำปลูกสร้างบ้านเรือนเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการขับไล่&amp;nbsp; หรือจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ที่ห่างไกลจากชุมชนเดิมมาก&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการทำมาหากิน&amp;nbsp; มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกหลานต้องหาที่เรียนใหม่ ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการทำมาหากิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคนจนที่อาศัยอยู่ในเมืองส่วนใหญ่มีอาชีพที่เกี่ยวพันกับสังคมเมือง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นลูกจ้างทั่วไป&amp;nbsp; เป็นกรรมกร&amp;nbsp; ช่างก่อสร้าง&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; ขายอาหาร&amp;nbsp; หาบเร่&amp;nbsp; แผงลอย&amp;nbsp; เก็บของเก่า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;lsquo;โครงการบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rsquo; เป็นรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ชาวชุมชนสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; คือหากชุมชนใดมีพื้นที่เหลือจากแนวก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; และรื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อนและแนวคลองแล้ว&amp;nbsp; จำเป็นที่จะต้องมีการปรับผังชุมชนใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่อาศัยในชุมชนเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนจะต้องรวมตัวกันและจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถานเพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; แล้วทำสัญญาเช่าที่ดินอยู่อาศัยอย่างถูกต้องกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การจัดทำโครงการบ้านประชารัฐริมคลองนี้&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่เป็นการใช้หลักการของ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ที่ พอช.ทำมาตั้งแต่ปี 2546 &amp;nbsp;นั่นคือ &amp;ldquo;ให้ชุมชนหรือผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมี พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องแต่งตั้งตัวแทนชาวบ้านขึ้นมาเป็นคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกระบวนการทำงาน 11 ขั้นตอน&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;1.สร้างความเข้าใจโครงการ&amp;nbsp; โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน&amp;nbsp; มีคณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม&amp;nbsp; หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; รับรองข้อมูล&amp;nbsp; พิจารณาสิทธิ์&amp;nbsp; เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน&amp;nbsp; ผู้อยู่อาศัย&amp;nbsp; ขนาดพื้นที่ของชุมชน&amp;nbsp; และความต้องการที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิ์และรับรองสิทธิ์&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนช่วยกันยืนยันว่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน&amp;nbsp; บางชุมชนอาจมากกว่า&amp;nbsp; แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน&amp;nbsp; หากมีเงินออมมาก&amp;nbsp; ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง&amp;nbsp; (พอช.กำหนดให้ครัวเรือนและชุมชนที่จะขอใช้สินเชื่อต้องมียอดเงินออมรวมไม่ต่ำกว่า 10 % ของยอดเงินกู้) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; padding:0cm&quot;&gt;4.จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; และบริหารโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; เสนอใช้สินเชื่อและงบสนับสนุนจาก พอช.&amp;nbsp; บริหารการก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;5.จัดการเรื่องที่ดิน&amp;nbsp; โดยการแบ่งปันและเสียสละ&amp;nbsp; คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่&amp;nbsp; จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้&amp;nbsp; โดยเฉลี่ยแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน&amp;nbsp; และ 1 ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์&amp;nbsp; หรือตามข้อตกลงของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน&amp;nbsp; จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ร่วมกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจชุมชนและครัวเรือนมาออกแบบผังชุมชนและออกแบบบ้าน&amp;nbsp; โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน&lt;/p&gt;


&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;7.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช. เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;8.วางแผน&amp;nbsp; ขออนุญาตก่อสร้าง&amp;nbsp; และรื้อย้าย&amp;nbsp; ชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; สถาปนิกและวิศวกร&amp;nbsp; วางแผนการก่อสร้าง&amp;nbsp; แผนการรื้อย้าย&amp;nbsp; และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;9.ทำนิติกรรมสัญญา&amp;nbsp; และเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp; เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้ไปทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;10.กระบวนการก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะมีการคัดเลือกผู้รับเหมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำบัญชี&amp;nbsp; ตรวจสอบการเงิน&amp;nbsp; และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;11.พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; มีการวางแผนการจัดตลาดนัด&amp;nbsp; ตลาดน้ำชุมชน&amp;nbsp; เรือโดยสารในคลอง&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ,&amp;nbsp; พัฒนาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; การคัดแยกขยะ&amp;nbsp; การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง,&amp;nbsp; จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ&amp;nbsp; กลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ทั้งหมดนี้คือกระบวนการสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นบ้านที่มากกว่าคำว่าบ้าน&amp;rdquo; เพราะชุมชนมีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ร่วมกันบริหารโครงการ &amp;nbsp;และเมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วชาวบ้านก็จะร่วมกันพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนและลูกหลานให้มีอนาคตที่สดใสและมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;เสียงจากคนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ลุงฮาซัน&amp;nbsp; แสงจันทร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ปลูกบ้านริมคลองมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่&amp;nbsp; บ้านเรือนก็ผุพัง&amp;nbsp; เพราะสร้างมานาน&amp;nbsp; เมื่อก่อนก็มีข่าวว่าทางราชการจะมาไล่ที่&amp;nbsp; จะเอาไปทำถนนเลียบคลอง&amp;nbsp; ชาวบ้านก็อยู่ไม่สุข&amp;nbsp; ไม่อยากจะซ่อมบ้าน&amp;nbsp; เพราะซ่อมไปแล้ว&amp;nbsp; ไม่รู้จะโดนไล่วันไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนแรกที่มีโครงการบ้านประชารัฐริมคลองนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ&amp;nbsp; กลัวจะโดนหลอก&amp;nbsp; พอมีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเข้ามา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้ง พอช.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่เขต&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเริ่มเชื่อ&amp;nbsp; จึงร่วมทำโครงการฯ&amp;nbsp; ใช้เวลาสร้าง 6 เดือน&amp;nbsp; ตกแต่งอีก 2 &amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp; จึงย้ายเข้ามาอยู่&amp;nbsp; ตอนนี้ไม่ต้องนอนผวาแล้ว&amp;nbsp; เพราะเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์&amp;nbsp; บ้านก็สวยงาม&amp;nbsp; ผ่อนเดือนละ 2,700 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; ถ้าอยากอยู่สุขสบายก็ต้องดิ้นรนหารายได้มาผ่อนบ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ลุงฮาซันบอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; margin-bottom: 10pt; padding: 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;ประภัสสร&amp;nbsp; ชูทอง&amp;nbsp; ประธานชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;เมื่อก่อนชุมชนอยู่กันอย่างไม่เป็นระเบียบ&amp;nbsp; เอาบ้านหันหลังลงคลอง&amp;nbsp; ส้วมก็ลงในคลอง&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่กล้าพาเพื่อนมาเที่ยวที่บ้าน&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป&amp;nbsp; ชุมชนดูสวยงาม&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวหน้าบ้าน&amp;nbsp; มีห้องประชุม&amp;nbsp; มีห้องสมุดชุมชนให้เด็กเข้าไปใช้&amp;nbsp; ต่อไปเราจะทำร้านค้าชุมชน เพื่อนำรายได้มาพัฬฒนาชุมชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;วิลัย&amp;nbsp; เรืองมา&amp;nbsp; ประธานชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp; บอกว่า &amp;ldquo;อยากฝากถึงคนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการว่า&amp;nbsp; ให้ถามตัวเองว่า&amp;nbsp; ตอนนี้เราปลูกบ้านอยู่บนที่ดินของใคร&amp;nbsp; ใช่ที่ดินของเราหรือเปล่า&amp;nbsp; รัฐบาลเข้ามาช่วยขนาดนี้แล้ว&amp;nbsp; ถ้ายังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; อนาคตลูกหลานเราจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; จะไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; ถ้าจะบอกว่าไม่มีเงินผ่อนบ้าน&amp;nbsp; ไม่อยากเป็นหนี้&amp;nbsp; แล้วเราเป็นหนี้เพื่อใคร&amp;nbsp; เพื่อลูกหลานจะได้มีบ้าน&amp;nbsp; มีอนาคตที่ดีหรือเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none; margin-bottom:10.0pt; padding:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม On Ground, ธนัช  นฤพรพงศ์, บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว, พลเอกเฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผบ.ทบ., พลโทสรรเสริญ­  แก้วกำเนิด, พอช., มุสลิม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮาซัน  แสงจันทร์, เสธ.ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b1126cae3564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เสธ.ไก่อู’ นำทัพทีม ปชส.ดึงประชาชนร่วมพัฒนาคลองลาดพร้าว จัดกิจกรรม On  Ground ‘คืนความสุขให้คนคลอง’ 2 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรมประชาสัมพันธ์ / &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; นำทัพทีมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านรุกล้ำคลองเพื่อให้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; โดยรื้อย้ายบ้านเรือนเพื่อเปิดพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.สนับสนุนงบช่วยเหลือและสินเชื่อระยะยาวดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; และจะจัดกิจกรรม On Ground &amp;nbsp;&amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;rsquo; เสาร์ที่ 2 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยืนยันหากยังไม่เข้าร่วมจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะปลูกสร้างบ้านรุกล้ำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าวระยะทาง (ทั้งสองฝั่ง) 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ รวม 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 5,101 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้โครงการดังกล่าวยังไม่เป็นไปตามแผนงาน&amp;nbsp; เนื่องจากยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้การก่อสร้างเขื่อนและบ้านมีความล่าช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นพลโทสรรเสริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; &amp;lsquo;เสธ.ไก่อู&amp;rsquo; ในฐานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์จึงเตรียมแผนงานเพื่อลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับชาวชุมชนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดเวทีทำความเข้าใจเพื่อสร้างการรับรู้การแก้ไขปัญหาและจัดระเบียบชุมชนที่รุกล้ำริมคลองลาดพร้าวที่ห้องประชุมกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; เขตพญาไท&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยมีพลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; และนายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ร่วมชี้แจงแนวทางการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน&amp;nbsp; ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขต &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; และผู้นำชุมชนริมคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนไปบอกกับชาวบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าวว่า&amp;nbsp; คนที่สร้างบ้านเรือนบุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับเงินชดเชยจาก กทม.รายละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; แสนกว่าบาท&amp;nbsp; แต่คนที่อยู่ริมคลองไม่ได้รับเงินชดเชย&amp;nbsp; ถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; แต่ข้อเท็จจริงคนที่บุกรุกแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณร้อยกว่าราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนชุมชนริมคลองมีการบุกรุกกว่า 1,600&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; มีผู้บุกรุกกว่า&amp;nbsp; 30,000 ครอบครัว&amp;nbsp; หากจะจ่ายชดเชยต้องใช้เงินกว่า 6,000 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เดิมพื้นที่ริมคลองเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ไม่อนุญาตให้ใครอยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ตอนนี้รัฐบาลจะให้ประชาชนอยู่อย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; เสียค่าเช่าประมาณปีละ&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; และมีเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อใช้ในการรื้อย้าย&amp;nbsp; สร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว&amp;nbsp; เป็นค่าเดินทางไปทำงาน&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; โดยมีสินเชื่อให้กู้รายละ 330,000-360,000 บาท&amp;nbsp; และผ่อนเดือนละ 1,000-3,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีบ้านใหม่ที่สวยงาม&amp;nbsp; เป็นการสร้างอนาคตให้ลูกหลาน&amp;nbsp; แต่ผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือก็จะต้องเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่เข้าร่วมก็จะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp; เพราะผิดกฎหมาย&amp;nbsp; และจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; พลโทสรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นการดำเนินงานตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน&amp;nbsp; 2555 &amp;nbsp;&amp;nbsp;เรื่องการบริหารจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำสาธารณะเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554&amp;nbsp; เนื่องจากมีประชาชนปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ จำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อรัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศจึงนำแผนงานการจัดระเบียบชุมชนริมคลองมาดำเนินการต่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ฝ่ายความมั่นคงแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจากับประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย พอช.จัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามแผนงานรองรับชาวชุมชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 7,069&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ดำเนินการใน 8 เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2559&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp; 42 ชุมชนที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้หลังจากที่รื้อย้ายบ้านออกจากแนวเขื่อน&amp;nbsp; ส่วนอีก 8 ชุมชนมีพื้นที่ไม่พอเพียงจึงต้องจัดซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างบ้านแล้ว 29 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; รวม 2,635&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; คิดเป็น&amp;nbsp; 37.28 %&amp;nbsp; และมีเป้าหมายจะก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2561 &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 27 โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 1,660 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนกระบวนการสร้างบ้านนั้น&amp;nbsp; พอช.ใช้หลักการทำงานของโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ซึ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้แก่คนจนมาตั้งแต่ปี 2546 โดยใช้กระบวนการ 11 ขั้นตอน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างความเข้าใจกับชุมชน&amp;nbsp; การสำรวจข้อมูลครัวเรือน&amp;nbsp; การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการ การวางแผนรื้อ-ก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ออกแบบผังชุมชน-ออกแบบบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การก่อสร้าง&amp;nbsp; การพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้หลักการสำคัญในการรองรับที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ &amp;nbsp;(หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี (สามารถต่อสัญญาได้ครั้งละ 30 ปี) อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 &amp;nbsp;บาท/ตารางวา/เดือน) และเนื่องจากพื้นที่ชุมชนริมคลองมีจำกัด &amp;nbsp;ดังนั้นครอบครัวใดที่เคยครอบครองที่ดินมากก็จะต้องเสียสละแบ่งปันที่ดินให้ครอบครัวอื่นๆ ได้อยู่อาศัยร่วมกัน &amp;nbsp;โดยการแบ่งที่ดินให้แต่ละครอบครัวเท่ากัน &amp;nbsp;ขนาดบ้านประมาณ &amp;nbsp;4x6 - 4x8 ตารางเมตร&amp;nbsp; มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โดย พอช.จะสนับสนุนเรื่องสินเชื่อไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 75,000 บาท เงินอุดหนุนและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;2. หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง สถานศึกษา เช่น ที่ดินของบรรษัทสินทรัพย์ในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะให้การสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท และช่วยเหลือเหมือนกับข้อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;3.หากไม่มีที่ดินที่เหมาะสม พอช.จะประสานกับการเคหะแห่งชาติเพื่อหาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครง การบ้านเอื้ออาทร แฟลตการเคหะ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับชาวชุมชนที่ไม่มีรายได้ &amp;nbsp;ผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;หรือผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ที่ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระเพื่อก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายธนัชกล่าวว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; ชุมชน กสบ.หมู่ 5 &amp;nbsp;เขตสายไหม&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ดังนั้นหากชุมชนใดมีผู้ด้อยโอกาสก็จะต้องปรึกษาหารือกันว่าจะช่วยเหลือกันอย่างไร&amp;nbsp; ส่วน พอช.ก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อาจจะประสานหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีกิจกรรม CSR &amp;nbsp;หรือคืนกำไรสู่สังคมเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามหลักการของกระทรวง พม.และ พอช.&amp;nbsp; คือ &amp;lsquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ยิ่งจน&amp;nbsp; ยิ่งเดือดร้อน&amp;nbsp; เราก็จะต้องช่วยเหลือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายธนัชกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;บ้านริมคลองชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร สร้างเสร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับผู้ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือและไม่เข้าร่วมโครงการรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองเพื่อเปิดพื้นที่ให้การ&amp;nbsp; ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำและก่อสร้างบ้านใหม่นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีทั้งหมด&amp;nbsp; 1,740&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์และผู้นำชุมชนเข้าเจรจาเป็นรายครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้มีผู้เปลี่ยนใจเข้าร่วมรวม 55 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่เป็นแกนนำขัดขวางการดำเนินงาน&amp;nbsp; เนื่องจากมีผลประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นเจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; หอพัก&amp;nbsp; ร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินราชพัสดุได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp; 73 &amp;nbsp;ราย&amp;nbsp; ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9&amp;nbsp; โดยการเข้าไปยึดถือครองที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ริมตลิ่ง&amp;nbsp; ทางน้ำ&amp;nbsp; คลอง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งมีโทษตามกฎหมายที่ดินและกฎหมายอาญา&amp;nbsp; มีอัตราโทษจำคุก&amp;nbsp; 3 - 5 ปี&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการในชั้นอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; ระยะทาง&amp;nbsp; 2&amp;nbsp; ฝั่ง รวม 45.3&amp;nbsp; กิโลเมตรนั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าประมาณ&amp;nbsp; 35.15 %&amp;nbsp; โดยบริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มเพื่อเป็นรากฐานเขื่อนไปแล้วเป็นระยะทาง 15.85&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; จำนวนเสาเข็มที่ตอกแล้ว&amp;nbsp; 21,091 &amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจำนวน&amp;nbsp; เสาเข็มทั้งหมดประมาณ 60,000 ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;พลโทสรรเสริญกล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; หลังจากจัดเวทีสร้างความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทหาร&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; กทม.&amp;nbsp; และนักศึกษาจาก มศว.ที่มีจิตอาสาแล้ว&amp;nbsp; ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 100&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; จะลงพื้นที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; เขตบางเขน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชุมชนชายคลองบางบัว&amp;nbsp; เขตหลักสี่&amp;nbsp; เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; เพื่อให้เห็นประโยชน์และความสำคัญของการพัฒนาคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็จะเชิญชวนให้ชาวชุมชนต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo; ที่จะจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่&amp;nbsp; 2 มิถุนายนนี้ที่ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยจะมีกิจกรรมตั้งแต่เวลา 16.00-18.30 น.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ดนตรีกลางคลอง&amp;nbsp; มีศิลปินแห่งชาติ &amp;lsquo;แม่ขวัญจิต&amp;nbsp; ศรีประจันต์&amp;rsquo; วงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์แสดงบนแพลากจูง&amp;nbsp; เรือตรวจเยี่ยมโครงการจากวัดบางบัว-ชุมชนรุ่นใหม่พัฒนา&amp;nbsp; มีผู้ว่า กทม.&amp;nbsp; กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; ผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; ผู้แทน&amp;nbsp; คสช.&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เข้าร่วม&amp;nbsp; มีการแสดงต่างๆ&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด&amp;nbsp; เวทีเสวนา&amp;nbsp; การแข่งขันพายเรือหรรษา&amp;nbsp; ร่วมรับประทานอาหารเย็น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9880</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม On Ground, คืนความสุขให้คนคลอง, ธนัช  นฤพรพงศ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), บ้านริมคลองชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม, พลโทสรรเสริญ  แก้วกำเนิด  อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, พอช., เสธ.ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b065841926f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
