<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลท.ร่วงหนัก 25 จุด โบรกฯเผยนักลงทุนยังมีความกังวลเศรษฐกิจชะลอตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค 64 o ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 20 ก.ค. 64 ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,531.19 จุด ปรับตัวลดลงหรือลบ -24.82 จุด คิดเป็นร้อยละ -1.60 % มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 56,824.75 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET50 อยู่ที่ 916.28 จุด ลดลง -14.16 จุด คิดเป็นร้อยละ -1.52% มีมูลค่าซื้อขายรวม 26,590.87 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET100 อยู่ที่ 2,095.30 จุด ลดลง -33.60 จุด คิดเป็นร้อยละ -1.58% มีมูลค่าซื้อขายรวม 37,075.99 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 495.80 ลดลง -11.19 คิดเป็นร้อยละ -2.21% มีมูลค่าซื้อขายรวม 3,594.80 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SNNP&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดที่ 11.30 บาท เพิ่มขึ้น +2.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,742.85 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;PTT&amp;nbsp; ปิดที่ 35.50 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,301.69 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GUNKUL &amp;nbsp; ปิดที่ 4.90 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,324.83 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK &amp;nbsp; ปิดที่ 110.50 บาท&amp;nbsp; ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,853.78 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;AOT&amp;nbsp; ปิดที่ 58.25 บาท ลดลง -1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,669.67 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ร่วงลงอย่างรุนแรง จากการที่นักลงทุนมีความกังวลในเรื่องของการระบาดของโควิด-19 ที่อาจจะเกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเนื่องจากในขณะนี้ และคาดการณ์ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะยังยืดเยื้อไปเรื่อย ๆ และทิศทางในช่วงไตรมาศที่ 3 ปีนี้ก็จะยังมีความเสี่ยงอยู่ในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในปัจจุบันและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจยังกระทบไปถึงการฟื้นตัวของผลประกอบของธุรกิจหลายประเภท และความต้องการใช้สินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ ประกอบกับมีการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มเครื่องมือทางการแพทย์ ในช่วงการระบาดหนักและโดยเฉพาะในประเทศที่ยังได้รับวัคซีนในระดับต่ำ ทั้งนี้ หากมีการปลดล็อกให้ใช้ชุดตรวจโควิดแบบเร่งด่วน จะส่งผลบวกต่อจิตวิทยาการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มเครื่องมือทางกาแพทย์ได้ เช่น SMD ,TM ,WINMED และ BIZ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์โควิดอาจได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากมีการชะลอการสั่งซื้อเพราะยังไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่นมากนัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110427</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจพณ ไพรไพศาลกิจ, หุ้นตก, หุ้นไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6736ac3e5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อาคม” กับบทขุนคลัง ผู้แบกภารกิจความหวังฟื้น ศก.ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่น่าแปลกใจที่อาคมได้เป็น รมว.การคลัง เพราะถือเป็นคนใน และเคยเป็น รมว.คมนาคม ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมือง ทนแรงกดดันการเมืองได้ มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจดี แต่จากนี้จะมีแรงกดดันอย่างมากที่จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเศรษฐกิจ ให้อยู่ได้หลังมรสุมโควิด-19&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุดก็ได้บุคคลที่เหมาะสมมานั่งตำแหน่ง รมว.การคลัง นั่นคือ &amp;ldquo;อาคม เติมพิทยาไพสิฐ&amp;rdquo; ถือเป็นขุนคลังคนที่ 54 หลังจากที่ &amp;ldquo;ปรีดี ดาวฉาย&amp;rdquo; อดีต รมว.การคลัง ที่ดำรงตำแหน่งเพียง 27 วัน ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2563 ตำแหน่งดังกล่าวว่างลงประมาณ 1 เดือน พร้อมกระแสข่าวรายชื่อบุคคลมากหน้าหลายตาที่คาดเดากันว่าจะมารับตำแหน่ง รมว.การคลังคนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ก็เป็นรายชื่อหนึ่งในแคนดิเดตที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดย &amp;ldquo;อนุชา นาคาศัย&amp;rdquo; รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้เคยออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า ส่วนตัวเห็นว่า &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; มีความเหมาะสม เพราะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่เข้าใจงานทางการเมืองอีกด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจว่า &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; จะทำงานได้เป็นอย่างดีในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศอยู่ระหว่างการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และจะสานงานต่อจาก รมว.การคลังคนเดิม รวมถึงการทำงานให้สอดคล้องกับแนวทางของนายกรัฐมนตรีได้อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนไปดูประวัติของ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; เรียกว่าไม่ธรรมดา โดยพบว่า สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ.2520 และระดับปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์ จากวิทยาลัยวิลเลียม ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2526 หลังจากนั้นได้เข้ารับราชการในสังกัดสภาพัฒน์ เรียกว่าเป็นลูกหม้ออยู่นาน ก่อนที่ปี 2553 จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นก็มาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อมาได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเพื่อมารับตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2557 และต่อมาในปี 2558 ก็ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกได้ว่า &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; เป็นบุคคลที่มีดีกรีครบเครื่อง และแว่วว่าเป็นบุคคลที่ พล.อ.ประยุทธ์ไว้วางใจในการสอบทานข้อมูล-ตัวเลขด้านเศรษฐกิจ และยังเป็นรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในโควตากลาง-สายตรงของนายกรัฐมนตรีในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การมาของ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เรียกว่าเป็นช่วงสำคัญ หลังจากประสบปัญหาอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจัยนอกประเทศที่ซ้ำเติมหลายๆ อย่าง ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น ความมั่นใจของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ซึ่งถือเป็น &amp;ldquo;งานหินชิ้นล่าสุด&amp;rdquo; ที่เป็นตัววัดฝีมือของขุนคลังป้ายแดงคนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายฝ่ายต่างจับตาดูฝีไม้ลายมือของขุนคลังคนใหม่ว่าจะงัดกลยุทธ์ กระบวนท่าอะไรเพื่อมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยามนี้ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เรียกว่า &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; แบกความหวังของภาคเศรษฐกิจไว้พอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์&amp;rdquo; นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ และการเมือง ระบุว่า &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม เพราะมีประสบการณ์ทางการเมือง และมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจในภาพใหญ่และการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำงานของ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ขณะนี้จะมีแรงกดดันจากการบริหารเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะภารกิจสำคัญที่ต้องทำ คือ การทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;ให้รวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการในระยะสั้น ดังนั้นต้องมีการผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมาให้เห็นผลในทางปฏิบัติว่าสามารถบรรเทาความเดือดร้อนในทุกๆ ภาคส่วนได้จริง และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเรื่องที่เป็นภารกิจสำคัญของ รมว.การคลังคนใหม่ คือ การผลักดันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย&amp;nbsp;หลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;เพราะในรอบ&amp;nbsp;10-20&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครบริหารเศรษฐกิจไทยให้มีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้นได้เลย ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ในระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมชาย&amp;rdquo; มองว่า การบริหารเศรษฐกิจของประเทศตอนนี้มีข้อจำกัด คือ มีเงินไม่มาก ทั้งเงินจากงบประมาณและจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อใช้เต็มจำนวนก็จะทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยปี&amp;nbsp;2564 อยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;59%&amp;nbsp;ต่อจีดีพี ซึ่งเสี่ยงหลุดกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60% เพราะรัฐบาลยังต้องกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และภาวะหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยก็อยู่ระดับสูง&amp;nbsp;84%&amp;nbsp;ของจีดีพี เพิ่มมากสุดในรอบ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ปี ซึ่งล้วนเป็นข้อจำกัดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่น่าแปลกใจที่อาคมได้เป็น รมว.การคลัง เพราะถือเป็นคนใน และเคยเป็น รมว.คมนาคม ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมือง ทนแรงกดดันการเมืองได้ มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจดี แต่จากนี้จะมีแรงกดดันอย่างมากที่จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเศรษฐกิจให้อยู่ได้หลังมรสุมโควิด-19&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;สุพันธุ์ มงคลสุธี&amp;rdquo; ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า การที่ รมว.การคลังคนใหม่เป็น &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ถือเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากเป็นบุคคลที่เอกชนยอมรับได้ ผ่านงานมาหลายตำแหน่ง มีความรู้ความสามารถในด้านเศรษฐกิจหลากหลาย มีประสบการณ์ทั้ง รมว.คมนาคม ที่ดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน,&amp;nbsp;เลขาธิการสภาพัฒน์ และสามารถทำงานประสานกับนายกรัฐมนตรีได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เชื่อว่าเมื่อมารับตำแหน่งแล้วจะสามารถสานงานต่อได้ทันที เพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ไทยต้องการมืออาชีพเข้ามาเป็น รมว.การคลัง เพื่อเข้ามาเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่ภาคเอกชนต้องการให้ รมว.การคลังคนใหม่เข้ามาสานต่อ เช่น การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี,&amp;nbsp;การขยายเวลาพักชำระหนี้ออกไปอีก 2 ปี,&amp;nbsp;นโยบายเมดอินไทยแลนด์ ส่งเสริมใช้สินค้าไทย&amp;nbsp;และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ฝั่งตลาดทุน โดย &amp;ldquo;กิจพณ ไพรไพศาลกิจ&amp;rdquo; ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด มองเรื่องนี้ว่า ประวัติการทำงานของ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ในด้านการเมือง หรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้มีภูมิคุ้มกันการเมืองเป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเดิมที่สะดุด ให้เดินหน้าต่อได้ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงสูง ส่วนการทำงานร่วมกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือ รมช.การคลัง เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมา ตลาดทุนไม่ได้คาดหวังรายชื่อผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.การคลังมากนัก เพราะคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ว่าหากเป็นคนนอกจะต้องเป็นข้าราชการเกษียณอายุ และต้องปกป้องผลประโยชน์ได้ โดยการเข้ามาจะเป็นการสานต่อนโยบาย แต่คงไม่มีนโยบายแปลกใหม่ และไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ทำให้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้ไม่ได้มีผลอะไรต่อตลาดหุ้นไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงนี้เป็นเครื่องสะท้อนชัดเจนว่า &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; เข้ามารับตำแหน่ง รมว.การคลัง พร้อมความคาดหวังในด้านการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกมิติ โดยเฉพาะในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ไม่ง่าย แต่หลายฝ่ายก็ยังมั่นใจด้วยประวัติและความสามารถของ &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ที่สั่งสมมานาน...!&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจพณ ไพรไพศาลกิจ, สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์, สุพันธุ์ มงคลสุธี, อนุชา นาคาศัย, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, อีโคโฟกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f80375d2e342.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้ปมร้าวทำ “ปรีดี” สละเรือบิ๊กตู่ ลุ้นสเปกขุนคลังคนใหม่ฝ่ามรสุมศก.-บารมีการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นประเด็นร้อน &amp;ldquo;ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์&amp;rdquo; ทันที หลังจาก &amp;ldquo;ปรีดี ดาวฉาย&amp;rdquo; อดีต รมว.การคลัง ประกาศสละเรือไม่ไปต่อกับรัฐบาลประยุทธ์ 2/2 ทั้งที่เพิ่งมีการปรับทีมเศรษฐกิจรัฐบาล และเริ่มทำงานได้เพียง 27 วัน สร้างความตกใจให้กับประเทศเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นการประกาศลาออกท่ามกลางกระแสข่าว ขัดแย้ง กับ &amp;ldquo;สันติ พร้อมพัฒน์&amp;rdquo; รมช.การคลัง อีกตะหาก จึงกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองเป็นอย่างมากถึงทิศทางของกระทรวงการคลัง ภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แท้จริงแล้วปมร้าวระหว่าง &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สันติ&amp;rdquo; เริ่มมาจากประเด็นเรื่องการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลัง เนื่องจาก &amp;ldquo;ประสงค์ พูนธเนศ&amp;rdquo; ปลัดกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทำให้ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการแต่งตั้งให้ &amp;ldquo;กฤษฎา จีนะวิจารณะ&amp;rdquo; อธิบดีกรมศุลกากร มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังแทน ซึ่งนั่นเองเป็นเหตุผลของการโยกย้ายใหญ่ของกระทรวงการคลังในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มจากในการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.ระยอง เมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ได้เสนอเอกสารโดยระบุชื่อ &amp;ldquo;ลวรณ แสงสนิท&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต แต่! กลับมีการขานชื่อ &amp;ldquo;ประภาศ คงเอียด&amp;rdquo; ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แทน จน &amp;ldquo;วิษณุ เครืองาม&amp;rdquo; รองนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นทักท้วงทันทีว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะชื่อที่ขานกับเอกสารที่นำเข้า ครม.ไม่ตรงกัน จึงทำให้คลังต้องถอนวาระดังกล่าวออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แว่วๆ มาว่า เบื้องหลังการแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิตครั้งนี้ มีเอกชนรายใหญ่ในวงการที่เกี่ยวข้องกับกรมดังกล่าวเข้ามาเอี่ยวด้วย โดยมีการฝากฝังผ่าน รมช.การคลัง ก่อนจะส่งรายชื่อให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นเรื่องโบ๊ะบ๊ะกลางที่ประชุม ครม.สัญจร ก่อนที่ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; จะเสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาอีกครั้ง โดยยังยืนยันโผเดิมที่เคยเสนอไป และ ครม.ก็เห็นชอบตามที่เสนอ หลังจากนั้นก็มีข่าวว่า &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ลาออกตามมาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าท้ายที่สุด &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; จะออกมายืนยันชันเจนถึงเหตุผลของการลาออกครั้งนี้ว่า ไม่เกี่ยวกับปมขัดแย้งกับนายสันติแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาการทำงานเข้าขากันได้ดี มีการรับฟังและช่วยงานกันอย่างเต็มที่ แต่ที่ต้องไขก๊อกลาออกทิ้งเก้าอี้ขุนคลังไปอย่างกะทันหัน ก็เพราะ &amp;ldquo;ปัญหาเรื่องสุขภาพ&amp;rdquo; ซะมากกว่า เพราะเมื่อ 3-4 ปีก่อน เคยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งเดิมที่คิดว่าอาการต่างๆ ทุเลาเบาบางลงแล้ว แต่ภายหลังจากรับตำแหน่งสำคัญอย่าง รมว.การคลัง อาการที่เคยคิดว่าดีขึ้นก็กลับมาใหม่ นั่นเพราะการทำงานที่กดดัน และอยากให้งานทุกอย่างบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ จนท้ายที่สุดก็ไม่ไหว จำเป็นต้องลาออกไปนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;สันติ&amp;rdquo; เองก็ออกมายืนยันอีกแรงว่า ไม่ได้มีความขัดแย้งทั้งในมุมส่วนตัวกับ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; และภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่อย่างใด โดยยอมรับว่าภาพการทำงานอาจจะดูเหมือนขัดแย้งกัน เพราะผมทำหน้าที่เป็นเพียง รมช.การคลังเท่านั้น มีการแบ่งงานกันรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้ รมว.การคลังได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ได้โทร.มาขอโทษถึงการลาออก ซึ่งทำให้มีข่าวออกมาว่าเกิดจากปมความขัดแย้งระหว่างกัน อีกทั้งยังได้ขอบคุณที่ร่วมทำงานด้วยกันในช่วงที่ผ่านมา และผมสามารถนำประสบการณ์ในฐานะ รมช.การคลัง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์ได้อย่างมาก ยืนยันว่าการทำงานระหว่างผมและ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ไม่มีความขัดแย้งแม้แต่น้อย แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพของ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; กับภาระหน้าที่ที่กดดัน จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว จำเป็นต้องมีการออกนโยบายใหม่ๆ และงานส่วนใหญ่ถาโถมมาที่คลังเป็นหลัก จึงเป็นประเด็นสำคัญของการลาออกครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะออกตัวกลายๆ ว่า มีความพร้อมหากนายกรัฐมนตรีต้องการให้ &amp;ldquo;สันติ&amp;rdquo; ขยับเก้าอี้ขึ้นไปนั่งเป็น &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; โดย &amp;ldquo;สันติ&amp;rdquo; ระบุว่า ผมทำงานร่วม 2 รมว.การคลังที่อยู่ในภาคเศรษฐกิจและการเงิน และอีกหนึ่งรองนายกรัฐมนตรีที่คร่ำหวอดทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นผมซึมซับเศรษฐกิจของบ้านเราทั้งภาวะเดินหน้าและถดถอย โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ต้องทำงานได้ทันทีภายใต้ความกดดันนั้น ผมทำงานผ่านมาเป็นเวลากว่า 1 ปี ในอดีตผมเคยอยู่กระทรวงใหญ่ๆ มาแล้ว เคยเป็น รมว.คมนาคม และ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมมีความเชี่ยวชาญและภูมิต้านทานพร้อมรับแรงกดดันในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็ออกมายอมรับการลาออกของ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ด้วยเหตุผลและความจำเป็นด้านสุขภาพ ซึ่งหมอแนะนำให้พักผ่อน เพราะกลัวว่าอาการจะรุนแรงขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่า แม้ว่าจะไม่มี รมว.การคลังในขณะนี้ แต่รัฐบาลก็ยังสามารถทำงานต่อไปได้ ขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวล เพราะยังมี รมช.การคลังและข้าราชการอยู่ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีเอง ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็กำกับดูแลอยู่แล้ว ยืนยันว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมทั้งอยากให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำงานได้ อย่ายึดติดกับตัวบุคคลมากนัก ส่วนการจะตั้ง รมว.การคลังคนใหม่นั้น จะดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์&amp;rdquo; รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงการคลัง ระบุว่า การลาออกของ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; นั้น จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เพราะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ แผนงานของรัฐบาลมีการวางไว้หมดแล้ว ดังนั้น รมช.การคลัง รวมทั้งข้าราชการ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง ที่ยังทำงานอยู่ ก็ล้วนมีความเชี่ยวชาญ สามารถขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง &amp;ldquo;สุพันธุ์ มงคลสุธี&amp;rdquo; ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ก็ออกมายอมรับว่า ส่วนตัวรู้สึกช็อกกับการลาออกจากตำแหน่งของ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ซึ่งเป็นธรรมดาที่เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล และเป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีต้องรีบพิจารณาหา รมว.การคลังคนใหม่ที่มีความรู้ เข้าใจการทำงาน และทำงานเป็นทีมร่วมกับ ครม.ได้เข้ามาทำหน้าที่ให้เร็วที่สุด เพื่อสะท้อนถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เข้าใจว่านายปรีดีอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพหรืออาจมีเรื่องไม่สบายใจอย่างไรหรือไม่ แต่อย่างไรเสียก็ The show must go on (การแสดงยังต้องดำเนินต่อไป) นายกรัฐมนตรีคงต้องเร่งหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมเข้ามาเป็น รมว.คลัง ใหม่โดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะความจำเป็นที่รัฐบาลยังต้องให้ความช่วยเหลือภาคส่วนต่างๆ ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องชาวบ้านจะล่าช้านั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะหา รมว.การคลังคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญและผลักดันมาตรการต่างๆ ได้แค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;กิจพณ ไพรไพศาลกิจ&amp;rdquo; ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด มองประเด็นดังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีผลลบต่อบรรยากาศภาพรวมแน่นอน เนื่องจากนักลงทุนและประชาชนมีความกังวลต่อฐานะเงินคงคลัง การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) และแนวโน้มการขยายตัวของจีดีพีในอนาคต รวมถึงความกังวลในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นต้องเร่งใช้จ่าย อีกทั้งมาตรการพิเศษที่ต้องออกมาในช่วงรอยต่อของการหมดความช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี เนื่องจากการเป็น รมว.การคลังในภาวะปัจจุบันที่ต้องเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่จากความขัดแย้งในการประชุม ครม.ที่นายปรีดีไม่สามารถปรับตำแหน่งข้าราชการได้เอง และนายกรัฐมนตรีไม่ส่งสัญญาณปกป้อง สะท้อนให้เห็นว่า รมว.การคลังที่มาจากคนนอก ไม่มีบารมีทางการเมืองมาก่อน ถึงแม้จะเสียสละเข้ารับตำแหน่ง แต่เมื่อไม่ได้รับการสนับสนุนก็ทำให้งานออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวังได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปัจจุบันนักลงทุนหรือแม้แต่ประชาชนเอง ก็มีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว ทั้งตอนนี้และอนาคต โดยเฉพาะช่วงรอยต่อที่กำลังหมดลงของมาตรการช่วยเหลือจาก ธปท. เมื่อไม่มี รมว.การคลัง จึงเป็นความเสี่ยงในการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นทำให้เกิดการผลักดันไม่เต็มที่ หรืออาจจะล่าช้า มีโอกาสที่ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอลงอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทันทีที่ &amp;ldquo;ปรีดี&amp;rdquo; ลาออก คำถามที่ตามมาคือ ภาพลักษณ์ของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นกระทรวงหลักในการบริหารเศรษฐกิจ กลับตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้ง จากที่ควรเป็นหน่วยงานในการสร้างความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ปัจจัยเสี่ยงรอบด้านที่กดดัน ทั้งจากโควิด-19 ความไม่แน่นอนทางการเมือง การชะลอตัวของตลาดการค้าโลก การถดถอยของเศรษฐกิจโลก แต่กลับต้องมาสะดุดจากปัญหาภายในเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนี้คงต้องมาติดตามกันต่อว่า &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรี จะเฟ้นหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความเหมาะสมเข้ามารับบทหนัก ทำงานในหน้าที่ ขุนคลัง ซึ่งไม่เพียงต้องต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญกับปัญหา แต่ยังต้องต่อสู้กับผู้มีบารมีทางการเมือง การทำงานภายใต้แรงกดดันนี้ จะมีพระเอกขี่ม้าขาวโดดลงสนามเพื่อช่วยสานต่อนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศฝ่ามรสุมได้เร็วเพียงใด!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76580</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจพณ ไพรไพศาลกิจ, ประภาศ คงเอียด, ปรีดี ดาวฉาย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลวรณ แสงสนิท, วิษณุ เครืองาม, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, สุพันธุ์ มงคลสุธี, อีโคโฟกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f5378b510cac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
