<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ตั้ง&#039;กิตติพันธ์ พานสุวรรณ&#039;นั่งอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 21 ก.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ และเพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียน จำนวน 2 ราย นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม.ยังเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายพงษ์พิศาล ชินสำราญ รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 13 สำนักงานปลัดกระทรวง และ ให้นายชูสิน วรเดช รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117422</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพันธ์ พานสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149af3627b69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ตั้ง&#039;กิตติพันธ์ พานสุวรรณ&#039;นั่งอธิบดีกรมศิลปากรคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 21 ก.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ผู้ครองตำแหน่งอยู่เดิมจะเกษียณอายุราชการ และเพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียน จำนวน 2 ราย นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวง ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม.ยังเห็นชอบตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง คือ นายพงษ์พิศาล ชินสำราญ รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 8 สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 13 สำนักงานปลัดกระทรวง และ ให้นายชูสิน วรเดช รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 7 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 6 สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพันธ์ พานสุวรรณ, อธิบดีกรมศิลปากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149af3627b69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศน.เพิ่มคุณภาพศูนย์พุทธศาสนาวันอาทิตย์  เรียนเพิ่มศาสนพิธี-พิธีกรรม นำร่องในกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ - นายกิตติพันธ์&amp;nbsp;พานสุวรรณ&amp;nbsp;อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมการศาสนา&amp;nbsp;(ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp;(วธ.)&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมให้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพอ.&amp;nbsp;ก้าวไปสู่ความเป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;คู่คุณธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากภาคคณะสงฆ์&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาสังคม&amp;nbsp;ให้ความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาให้&amp;nbsp;ศพอ.&amp;nbsp;มีคุณภาพและมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ปัจจุบันมีจำนวนกว่า&amp;nbsp;3,700&amp;nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีผู้เรียน&amp;nbsp;ครูผู้สอน&amp;nbsp;และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;การดำเนินงานนอกจากการเรียนการสอนตามหลักสูตรธรรมศึกษา&amp;nbsp;ชั้นตรี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;โท&amp;nbsp;และชั้นเอกแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนพิธีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี ศน.&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพอ.&amp;nbsp;มีคุณภาพมากขึ้นศน.&amp;nbsp;จึงได้มีแนวทางให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักธรรมทางศาสนาผ่านการปฏิบัติจริงด้านศาสนพิธี&amp;nbsp;หรือพิธีกรรมทางศาสนา&amp;nbsp;ซึ่งศาสนาทุกศาสนาจำเป็นต้องมีพิธีกรรมทางศาสนา&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือในการให้ศาสนิกชนของตนใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาที่มีลักษณะเป็นรูปธรรมร่วมกัน&amp;nbsp;โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจะจัดส่งเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;วิทยากรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านศาสนพิธี&amp;nbsp;ไปสร้างองค์ความรู้&amp;nbsp;ระเบียบแบบแผน&amp;nbsp;ข้อปฏิบัติต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เกี่ยวกับศาสนพิธีเบื้องต้น&amp;nbsp;แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง&amp;nbsp;โดยมุ่งหวังให้เกิดการสืบสานรักษา&amp;nbsp;และต่อยอดองค์ความรู้ด้านศาสนพิธี&amp;nbsp;ส่งผลให้ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์เป็นแหล่งบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมอย่างเป็นรูปธรรมโดยแท้จริง&amp;nbsp;ทั้งมีบทบาทช่วยส่งเสริมและปลูกฝังคุณธรรมพื้นฐานให้แก่เด็กและเยาวชนผ่านการฝึกปฏิบัติจริง&amp;nbsp;เรียนรู้จากการปฏิบัติ&amp;nbsp;มีความภาคภูมิใจในขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมไทยที่มีคุณค่า โดยจะดำเนินการในศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ศพอ.วัดทัศนารุณสุนทริการาม&amp;nbsp;เขตราชเทวี&amp;nbsp;ศพอ.วัดพรหมวงศาราม&amp;nbsp;เขตดินแดง ศพอ.วัดเรืองยศสุทธาราม&amp;nbsp;เขตบางคอแหลม ศพอ.วัดอัมพวัน&amp;nbsp;เขตดุสิต&amp;nbsp;และ ศพอ.โรงเรียนพระราม&amp;nbsp;๙&amp;nbsp;กาญจนาภิเษก&amp;nbsp;เขตห้วยขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77414</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, กิตติพันธ์ พานสุวรรณ, ศพอ., ศาสนพิธี, ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f40d66906d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>26 พระอารามหลวง ขาดเจ้าภาพผ้าพระกฐินพระราชทาน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 31 ส.ค. - นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ตามราชประเพณีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การ สมาคม มูลนิธิ บริษัทห้างร้าน และประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาที่มาขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ พระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักรในกฐินกาล จำนวน 292 พระอาราม และวัดไทยในต่างประเทศ จำนวน 31 วัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในปี 2563 ได้กำหนดกฐินกาลตั้งแต่ วันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;- 31 ต.ค. นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;และกำหนดเริ่มพระกฐินหลวงตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค. 2563 ขณะนี้มีพระอารามหลวงจำนวน 26 พระอาราม&amp;nbsp;ที่ยังไม่มีผู้แจ้งความประสงค์ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐิน ได้แก่ 1. วัดราชคฤห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร 2. วัดนาควัชรโสภณ (ธ) จ.กำแพงเพชร 3. วัดขันเงิน จ.ชุมพร 4. วัดราชบุรณะ จ.ชุมพร 5. วัดเจ็ดยอด&amp;nbsp;จ.เชียงราย 6. วัดแจ้ง จ.นครศรีธรรมราช 7. วัดคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ 8. วัดคูหาสวรรค์&amp;nbsp;จ.พัทลุง 9. วัดไพรสณฑ์ศักดาราม จ.เพชรบูรณ์ 10. วัดศรีมงคลใต้ จ.มุกดาหาร 11. วัดเมืองยะลา&amp;nbsp;จ.ยะลา 12. วัดกลางมิ่งเมือง จ.ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติพันธ์ กล่าวอีกว่า 13. วัดสัตตนารถปริวัตร (ธ) จ.ราชบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;14. วัดสุรชายาราม (ธ)&amp;nbsp;จ.ราชบุรี 15. วัดบัวงาม จ.ราชบุรี 16. วัดหนองหอย จ.ราชบุรี 17. วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ.ลำพูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;18. วัดศรีสุทธาวาส (ธ) จ.เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;19. วัดมหาพุทธาราม จ.ศรีสะเกษ 20. วัดโพธิ์ปฐมาวาส จ.สงขลา 21. วัดโคกสมานคุณ จ.สงขลา 22. วัดในวัง จ.สงขลา 23. วัดโบสถ์ (ธ) จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp;24. วัดพัฒนาราม จ.สุราษฎร์ธานี 25. วัดพระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี 26. วัดพิศาลรัญญาวาส (ธ)&amp;nbsp;จ.หนองบัวลำภู&amp;nbsp;ดังนั้น กรมการศาสนา(ศน.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาแจ้งความประสงค์ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษา ณ พระอารามหลวงดังกล่าวได้ที่ ศน. ก่อนจะถึงช่วงเริ่มถวายผ้าพระกฐิน&amp;nbsp;โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ศน.&amp;nbsp;www.dra.go.th&amp;nbsp;หรือ โทร 0- 2209- 3721.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 0.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76064</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฐินพระราชทาน, กรมการศาสนา, กิตติพันธ์ พานสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4cc742e2391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่วประเทศจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษา –อาสาฬหบูชา ปี 63 ศน.ปล่อยขบวนรถแห่เทียนไปถวาย 10 พระอาราม 3 ก.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 19 มิ.ย. - นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ประจำปี 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;29&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.ค. นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยย้ำให้ ทุกภาคส่วนดำเนินตามข้อปฏิบัติและคำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ โควิด-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และคำแนะนำเกี่ยวกับเทศกาล ประเพณี สงกรานต์ ประเพณีต่างๆ พิธีทางศาสนาในสถานการณ์โรคโควิด-19 ของวธ. โดยในส่วนกลาง ร่วมกับ คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์หล่อเทียนพรรษา ในวันที่ 29&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิ.ย. ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;วธ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีพิธีปล่อยขบวนรถแห่เทียนพรรษา ในวันที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก.ค. จาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปถวายพระอาราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 10&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัด ดังนี้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วัดปทุมวนาราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดพรหมวงศาราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดเทพลีลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดชัยพฤกษมาลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดเสมียนนารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดปากน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัดสามพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ขณะที่ ส่วนภูมิภาค ทั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;76&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;กำหนดหลักการ คือ บูรณาการตามบทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ทุกภาคส่วนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในมิติทางศาสนาและให้คำนึงถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป็นหลักในการดำเนินงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ พิธีหล่อเทียน แห่เทียนพรรษา ถวายเทียน พรรษา ทำบุญตักบาตร การแสดงพระธรรมเทศนา พิธีเวียนเทียน การปฏิบัติธรรม ประดับธงชาติและ ธงธรรมจักร จัดนิทรรศการวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และรณรงค์ให้พุทธศาสนิกชนรักษาศีล ลด ละ เลิก อบายมุข ตลอดพรรษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันเชิญชวนหน่วยงานภาคราชการ ภาคเอกชน องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหาร ส่วนตำบล เทศบาล ชุมชน หมู่บ้าน ให้การสนับสนุนหรือร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ในพื้นที่ตามความพร้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งเชิญชวนให้ประดับธงชาติและธงธรรมจักร จัดนิทรรศการ ให้ความรู้เรื่องวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา&amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้มีการ ประชาสัมพันธ์การจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในสื่อประชาสัมพันธ์ของจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ประชาชนรับรู้และร่วมกิจกรรมอย่างแพร่หลายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69078</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, กิตติพันธ์ พานสุวรรณ, วันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb49acbdb7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนสวดมนต์ข้ามปี เชิญไฟสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการศาสนาชวนประชาชนสวดมนต์ข้ามปี อัญเชิญไฟพระฤกษ์สังฆราชเพื่อความเป็นมงคล &amp;quot;สมเด็จธงชัย&amp;quot; นำ 7 พระเกจิเจริญพระพุทธมนต์เสริมศักดิ์สิทธิ์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่สนามหลวง คาดประชาชนเรือนหมื่นหลั่งไหลร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมนี้ นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา แถลงว่า รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม กำหนดจัดกิจกรรมทำความดีช่วงปีใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลผ่านกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย 2563 ณ วัดและสถานที่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.2562-1 ม.ค.2563 สำหรับศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมอยู่ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยวันที่ 30 ธ.ค. จัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ สวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย พ.ศ.2563 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นวันที่ 31 ธ.ค.2562-1 ม.ค.2563 เวลา 21.30 น. พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนพร้อมกัน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี สมเด็จพระมหาราชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยารามฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี 2563 ถือเป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์เพื่อจุดเทียนมงคลสำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อีกทั้งนิมนต์พระเกจิอาจารย์จากจังหวัดต่างๆ 7 รูป และพระสงฆ์ 68 รูป ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ครั้งนี้เพื่อความศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชน เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และในเวลา 00.00 น. ประธานพิธีจะลั่นฆ้องชัย จำนวน 9 ครั้ง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ถวายพระพรชัยมงคลในหลวงและพระราชินี ถือเป็นอันเสร็จพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติพันธ์กล่าวว่า คาดว่าจะมีประชาชนร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ถวายพระราชกุศล ที่สนามหลวงไม่น้อยกว่า 10,000 คน ส่วนในวันที่ 1 ม.ค. เวลา 07.00 น. มีการทำบุญตักบาตรขึ้นปีใหม่ พระสงฆ์ จำนวน 68 รูป ณ ท้องสนามหลวง โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ซึ่งนอกจากกิจกรรมที่ท้องสนามหลวงแล้ว ประชาชนสามารถไปสวดมนต์ข้ามปี ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ เวลา 21.00 น. จะมีพิธีจุดเทียนชัยมงคล พิธีจุดเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์ จากนั้นพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์และธัมมจักกัปปวัตนสูตร ต่อด้วยพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เช่นเดียวกับที่วัดอรุณราชวรารามฯ เวลา 22.00 น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ต่อมาเวลา 00.00 น. พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา โดยกิจกรรมทั้งสองวัดนี้มีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานพิธี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมการศาสนาจัดกิจกรรมเสริมในกรุงเทพมหานคร ภายใต้ชื่อ &amp;quot;ไหว้พระ 10 วัด สิบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล&amp;quot; บริการรถปรับอากาศ ขสมก. วิ่งรับส่งประชาชนที่สนใจร่วมกิจกรรม ณ วัดสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.2562-1 ม.ค.2563 ฟรี ตลอดทั้งวัน โดยทั้ง 10 วัดนี้ พระสงฆ์จะเจริญชัยมงคลคาถาพร้อมกันในค่ำคืนวันที่ 31 ธ.ค. ต่อเนื่องรุ่งเช้าวันที่ 1 ม.ค. ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีที่แล้วกระทรวงวัฒนธรรมเชิญผู้นำสงฆ์จากประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม ลาว เมียนมา มองโกเลีย จีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีวิถีพุทธที่ท้องสนามหลวง เราคาดหวังว่าเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ ประเทศเหล่านี้จะจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีตามความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่นได้ ซึ่งลาวเตรียมจัดสวดมนต์ข้ามปีที่วัดพระธาตุหลวง รวมถึงวัดม้าขาวที่จีนด้วย ขณะที่วัดไทยในต่างประเทศจะจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีตามมติของมหาเถรสมาคมโดยพร้อมเพรียงกัน ปีใหม่นี้ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมสวดมนต์ข้ามปี รักษาศีล เจริญจิตภาวนา ลด ละ เลิกอบายมุข เริ่มต้นปีเพื่อความเป็นสิริมงคลกัน&amp;quot; นายกิตติพันธ์กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประเพณีวันขึ้นปีใหม่และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี พ.ศ.2563 โดยกล่าวว่า ปีนี้ กทม.กำหนดจัดงานประเพณีวันขึ้นปีใหม่และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี พุทธศักราช 2563 โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม เวลา 09.30-11.30 น. มีพิธีอัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตรจากบริเวณหอพระ ภายในศาลาว่าการ กทม. ขึ้นรถแห่ไปตามเส้นทางโดยรอบ เริ่มจากศาลาว่าการ กทม. ฝั่งถนนดินสอ ผ่านไปยังตามถนนต่างๆ โดยรอบ เช่น ถนนศิริพงษ์ ถนนบูรพา ถนนตรีเพชร วัดราชบูรณราชวรวิหาร (วัดเลียบ) ถนนจักรเพชร ถนนบ้านหม้อ ถนนเฟื่องนคร ถนนตะนาว สี่แยกคอกวัว เป็นต้น ก่อนนำไปประดิษฐานบนมณฑปที่ลานคนเมือง ให้ประชาชนได้สักการะ ขอพรในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่เวลา 11.30 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.62 ถึงเวลา 10.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนช่วงค่ำวันที่ 31 ธันวาคม 62 มีกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในโอกาสมงคลขึ้นปีใหม่ โดยจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ 31 ธ.ค.62 เริ่มตั้งแต่เวลา 19.30 น. ถึงเวลา 00.30 น. ของวันที่ 1 ม.ค.63 ที่ลานคนเมือง ในโอกาสนี้ กทม.ได้จัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์จำนวน 5,000 เล่ม สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมพิธี นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ศิลปะพื้นบ้าน พร้อมกิจกรรมสาธิตและเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมภูมิปัญญาต่างๆ ด้วย และการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารของดี 50 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2563 เวลา 07.00 น. มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 69 รูป ที่ลานคนเมือง พร้อมจัดกิจกรรมพาผู้สูงอายุไหว้พระขอพร เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ 2563 ในวันที่ 1 ม.ค.63 โดยนำผู้สูงอายุจากบ้านบางแค 2 จำนวน 60 คน ไหว้พระขอพรตามวัดต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร และวัดตลิ่งชัน พร้อมจัดวิทยากรบรรยาย ให้ความรู้เรื่องเส้นทางการท่องเที่ยวและวัดที่นำชมแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวด้วยว่า ขอความร่วมมือประชาชน ห้างร้านต่างๆ งดการปล่อยโคมลอย เล่นพลุ ประทัด เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัย และความปลอดภัยของผู้มาร่วมงานในช่วงค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วย โดยกำชับให้สถานีดับเพลิงทุกสถานีทั่วกรุงเทพฯ เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ป้องกันเหตุด่วนเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพันธ์ พานสุวรรณ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191226/image_big_5e04ab6fbb1fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดีกรมศาสนา  ปลุกสำนึก&quot;งานบวชต้องสงบ-สำรวม &quot;ไม่ควรมีเต้น-โคโยตี้-เสียงดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ก.พ.62- จากกรณีมีกลุ่มผู้ร่วมงานบวชที่วัดสิงห์ ได้พากวกเข้าไปทำร้าย ครู นักเรียน เจ้าหน้าที่ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ขณะที่ มีการสอบ GAT-PAT&amp;nbsp; เนื่องหากถูกขอร้องให้ไม่ให้ทำเสียงดัง ระหว่างที่เด็กสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า กุลบุตรคือผู้ที่จะบวช ในไทยนิยมใช้คำว่า &amp;ldquo;นาค&amp;rdquo; แทนที่ผู้จะบวช ในพระพุทธศาสนา การบวชต้องเข้าสู่ความสำรวมแต่แรก &amp;nbsp;เพื่อคงความงดงามและน่าเลื่อมใสในการเดินหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เพื่อให้ครอบครัว ญาติ และเพื่อนๆ มาร่วมยินดีและอนุโมทนาบุญด้วย การบวชต้องลด ละ เลิก และมีละอายต่อบาป ชาวพุทธต้องช่วยสร้างสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง เพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณี งานบุญบวชนาคไม่ควรมีเรื่องสารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วัดเป็นสถานที่ปลอดเหล้าและอบายมุข ไม่ควรสนุกสนานจนเกินขอบเขตและกระทำในเรื่องไม่บังควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ที่ปัจจุบันงานบวชบางงาน มีการจ้างโคโยตี้ มาเต้นกัน มีการเปิดเครื่องเสียงอย่างดังเกิน มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งแม้อยู่ในงานบุญ โดยปกติงานบวชที่มีการเปิดเครื่องเสียงเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนได้ร่วมอนุโมทนาบุญ แต่ปัจจุบันกลายเป็นความสนุกสนานจนเกินเหตุ และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่น ค่านิยมในงานบวชบางอย่างนำมาใส่ทีหลัง จนมองเป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่า อยากชวนให้ชาวพุทธช่วยกันสร้างจิตสำนึกและแบบอย่างงานบวชที่ถูกต้องเหมาะสม &amp;ldquo; นายกิตติพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อธิบดี ศน. กล่าวต่อว่า งานบวชนาคในประเทศไทยมีวัฒนธรรมประเพณีที่สวยงามและแต่ละท้องถิ่นก็มีวิธีปฏิบัติแตกต่างกัน มีการละเล่น มีการรำหน้านาคแบบสืบสานวัฒนธรรมไทย &amp;nbsp; ในต่างจังหวัดมีแห่นาคบนหลังช้าง หลังม้า แต่ละประเพณีสืบทอดกันมา ล้วนเป็นบ่อเกิดวัฒนธรรมที่ดีงาม และ มีหัวใจสำคัญเพื่อให้ลูกหลานได้แทนคุณบิดา จะห้ามไม่ให้มีการละเล่น การรำ หรือใช้เครื่องเสียงเลยคงไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า จะต้องมีการเดินหน้าเผยแพร่ระเบียบวิธีปฏิบติที่แท้จริงในการบวชนาคผ่านหนังสือศาสนพิธีลงไปสู่ชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทั้งในแบบหนังสือเล่ม และออนไลน์ นอกจากนี้ กรมการศาสนามีแผนจะขยายผลจัดอบรมศาสนพิธีสำหรับประชาชนที่ถูกต้องด้วย ซึ่งสร้างคนพุทธที่เป็นแบบอย่างและมีจิตสำนึก ทุกคนต้องช่วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29915</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มนักเลงวัดสิงห์, กิตติพันธ์ พานสุวรรณ, กิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมการศาสนา, งานบวช., บวชนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73c412d720e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
