<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุภา&#039; เผยไต่สวนเพิ่มอดีตนักการเมือง-จนท.รัฐ หวังจบคดีข้าวจีทูจียุคปูภายใน ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีองค์การคลังสินค้า (อคส.) คัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมีติชี้มูลนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ขณะนี้อัยการกำลังพิจารณาอยู่ โดยยังไม่ได้มีการตั้งข้อไม่สมบูรณ์มายัง ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภา กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ทั้งหมด กล่าวว่า คดีจีทูจียุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แก่ ระบายข้าวจีทูจีล็อต 2 มีการตั้งไต่สวนเพิ่มเติมอย่างน้อย 2-3 ราย และมีการกันพยานบุคคลอยู่ โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้วทั้งหมด โดยบุคคลที่ถูกไต่สวนเพิ่มเติม 2-3 รายนั้น ส่วนใหญ่เป็นอดีตนักการเมืองที่อยู่ต่างประเทศ และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นผู้ถูกกล่าวหา ขณะที่คดีขายมันสำปะหลัง (มันเส้น) จีทูจี กำลังสรุปสำนวนการไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภา กล่าวว่า ส่วนคดีจีทูจียุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีอยู่ 3 คดี คือคดีระบายมันสำปะหลังจีทูจี ระบายข้าวจีทูจี และการประมูลข้าวเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสาเหตุที่ล่าช้าเนื่องจากมีพยานเอกสารบางชิ้น ที่พบว่าไม่เหมือนกับตัวต้นฉบับ โดยเอกสารที่ส่งมายัง ป.ป.ช. ไม่ปรากฏลายเซ็นของบุคคลใดเลย จึงดำเนินการขอเอกสารตัวจริงอยู่ และรอเสนอเข้าที่ประชุมองค์คณะไต่สวนว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง และคดีนี้ยังไม่หมดอายุความ เนื่องจากมีอายุความ 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคดีมันเส้นจีทูจี และระบายข้าวจีทูจียุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามจะทำให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2564 พยายามตั้งเป้าหมายให้แคบที่สุดเพื่อไม่ให้มีปัญหา แต่เนื่องจากติดปัญหาโควิด-19 ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องบางรายไม่สามารถเข้าให้ปากคำได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;น.ส.สุภา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114266</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติรัตน์ ณ ระนอง, ข้าวจีทูจี, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, ปปช., สุภา ปิยะจิตติ, องค์การคลังสินค้า (อคส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_61236ed9b97fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. ฟันกราวรูด &#039;กิตติรัตน์-อดีตบิ๊ก อคส.&#039; เอื้อประโยชน์ &#039;สยามอินดิก้า&#039; ส่งข้าวให้อินโดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29&amp;nbsp;มิ.ย.64 - นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหา นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยละเว้นไม่ควบคุมดูแลหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบ กรณีองค์การคลังสินค้าคัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 องค์การคลังสินค้ากับองค์การสำรองอาหาร หรือ&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ทำสัญญาซื้อขายข้าว ปริมาณ 300,000 ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในราคาตันละ 559 เหรียญสหรัฐ และเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาดังกล่าว องค์การคลังสินค้าจึงได้ออกประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการค้าข้าวให้เสนอขายข้าวขาว 15 % เพื่อส่งมอบให้แก่&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยวิธียื่นซองเสนอราคา ในวันที่ 13 ธันวาคม 2554 โดยไม่ปรากฏว่าหนังสือดังกล่าวได้มีการประกาศเป็นการทั่วไปซึ่งไม่ชอบด้วยระเบียบองค์การคลังสินค้าว่าด้วยการจัดซื้อสินค้าเพื่อการค้าปกติ พ.ศ. 2541&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2554 มีผู้ยื่นซองเสนอราคา จำนวน 2 ราย ได้แก่ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และบริษัท นครสวรรค์ค้าข้าว จำกัด ซึ่งทั้งสองบริษัทได้มอบอำนาจให้พนักงานของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้มายื่นซองเสนอราคา ผลการพิจารณาคุณสมบัติปรากฏว่า บริษัท นครสวรรค์ค้าข้าว จำกัด ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ จึงเหลือเพียงบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เพียงบริษัทเดียว นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีประภา ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้าและได้รับมอบหมายให้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าในขณะนั้น จึงได้อนุมัติให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้แก่&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย กล่าวว่า โดยองค์การคลังสินค้าได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำนวน 100,000 ตัน ราคาตันละ 559 เหรียญสหรัฐ และต่อมาองค์การคลังสินค้าได้มีการทำบันทึกต่อท้ายสัญญากับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เพื่อตกลงซื้อขายข้าวเพิ่มเติมอีก จำนวน 200,000 ตัน โดยไม่มีการออกประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไปให้ผู้ประกอบการค้าข้าวเสนอราคาขายข้าวเพื่อแข่งขันราคากันแต่อย่างใด กรณีดังกล่าวจึงถือได้ว่านายสุรศักดิ์ นายพิทีรต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งพสสวัสดิ์ หรือนายพิพรรธารย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มาตธินินทร์ รองผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า และนายสมศักดิ์ วงศ์วัฒนศานต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ได้ร่วมกระทำไปโดยมุ่งหมายและมีวัตถุประสงค์ ที่จะเอื้ออำนวยให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เข้าเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับองค์การคลังสินค้าและไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม อันเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการเสียหายแก่องค์การคลังสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย กล่าวว่า ข้อเท็จจริงยังรับฟังได้อีกว่า ภายหลังจากที่องค์การคลังสินค้าได้คัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบให้แก่&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ตัวแทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยได้เข้าพบนายกิตติ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทักท้วงว่าการคัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย มีการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนายกิตติรัตน์ ทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าองค์การคลังสินค้าได้คัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย แต่นายกิตติรัตน์ ไม่ใช้อำนาจในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้มีการตรวจสอบ หรือดำเนินการใด ๆ เพื่อยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์การคลังสินค้าดังกล่าว กลับแจ้งแก่ผู้แทนสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รวมถึงให้ข่าวแก่สื่อมวลชนว่าจะไม่มีการทบทวนเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวอ้างว่าการดำเนินการขององค์การคลังสินค้าเป็นไปโดยชอบ และทางฝ่าย&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอินโดนีเซีย เป็นผู้เลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด แต่ปรากฏว่า&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ไม่เคยให้ข้อเสนอแนะหรือแนะนำรายชื่อผู้ส่งออกข้าวให้กับองค์การคลังสินค้าแต่อย่างใด แสดงให้เห็นเจตนาว่าต้องการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ได้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้แก่&amp;nbsp;BULOG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอินโดนีเซีย แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัติไชย กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังต่อไปนี้ การกระทำของนายกิตติรัตน์ มีมูลความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&amp;nbsp;พ.ศ. 2561 มาตรา 192&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการกระทำของนายสุรศักดิ์ นายพิทีรต์ดิ์ หรือนายพิพรรธารย์ นายสมศักดิ์ และบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด กับพวก มีมูลความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 10 และมาตรา 12&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระราชบัญญัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 และมาตรา 11 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108025</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติรัตน์ ณ ระนอง, บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, ปปช., องค์การคลังสินค้า (อคส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6df5ac1d2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิตติรัตน์&#039;นำทีมศก.เพื่อไทยเปิดเวทีชำแหละงบปี65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 31 พ.ค. &amp;ndash; 2 มิ.ย. พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณของแผ่นดินผ่านกระบวนการรัฐสภาอย่างเต็มที่ ไม่แพ้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีหลายประเด็นที่เป็นข้อสงสัยในการใช้จ่ายวงเงินงบประมาณที่ไม่เรียงลำดับความสำคัญ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โรคระบาดและสภาพเศรษฐกิจที่เกิดมาจากการบริหารที่ผิดพลาดล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การจัดสรรงบประมาณในหลายด้านสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเดิมพันสุขภาพและชีวิตประชาชนผ่านงบประมาณปี 2565 หรือไม่ เหตุใดเม็ดเงินส่วนใหญ่จึงยังเป็นไปเพื่อ 1.ปกป้องพวกพ้อง ทอดทิ้งประชาชน 2.ไม่จัดลำดับความสำคัญของปัญหา 3.ไม่สนใจทุกข์ร้อนของประชาชน 4.ไม่มีวิสัยทัศน์ในการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งบประมาณปี2565 งบกระทรวงสาธารณสุขถูกตัดไปถึง 10.8% ในขณะที่งบด้านการป้องกันประเทศลดลงไปเพียง 4.9%&amp;nbsp; สะท้อนให้เห็นชัดว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงและกระทำการข้ามหัวประชาชน อยากให้ประชาชนจับตาการตั้งงบกลางที่ยังสูงถึง&amp;nbsp; 571,047.3 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย แต่การใช้จ่ายงบกลางนี้ ต้องเป็นไปเพื่อสถานการณ์จำเป็นและเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนด้วย พรรคเพื่อไทยเห็นว่าในการจัดสรรงบประมาณ รัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนให้ทันการณ์ เท่าเทียม ทั่วถึง และหลากหลาย พร้อมเตรียมจัดเวทีวิพากษ์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 โดยทีมเศรษฐกิจของพรรค จะเจาะลึกให้เห็นถึงโครงสร้างการจัดสรรงบประมาณในภาวะวิกฤตที่บิดเบี้ยว เอื้อผลประโยชน์กับพวกพ้อง นำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ&amp;nbsp; โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนและทีมเศรษฐกิจพรรค&amp;nbsp; ในวันที่ 28 พ.ค. ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดสรรงบประมาณปี2565 รัฐบาลตัดลดงบส่วนป้องกันประเทศน้อยกว่างบสาธารณสุขหรือแท้จริงแล้วการป้องกันประเทศในความหมายของผู้มีอำนาจ&amp;nbsp; คือการที่เราสามารถจัดซื้ออาวุธเพื่อยิงต่อสู้กับโรคโควิด-19 ได้อย่างนั้นหรือ&amp;rdquo; น.ส.อรุณี ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103973</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติรัตน์ ณ ระนอง, พท., พรบ.งบปี65, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab319477cb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิตติรัตน์&#039; ย้ำพรรคเพื่อไทยไม่มีแนวคิดลดเงินบำเหน็จบำนาญ ขรก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.63 - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย ไม่มีใครคิดจะลดเงินบำเหน็จ บำนาญของข้าราชการหรอกครับ และ เพื่อไทยรู้วิธีที่จะทำงานให้ข้าราชการมั่นใจได้ว่า รัฐมีเงินเพียงพอที่จะจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญอย่างต่อเนื่องไปในอนาคตอย่างแน่นอนเสียด้วย คนกุข่าวควรหันไปถามรัฐบาล โดยเฉพาะท่าน รมว.คลังคนปัจจุบัน ดีกว่าครับว่าท่านทราบข้อมูลไหมว่า ช่วงรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ และคุณยิ่งลักษณ์น่ะ ท่านๆ จัดงบประมาณไว้จ่ายบำเหน็จ บำนาญ ปีละกี่บาท แล้วยุครัฐบาลนี้ ทะยานเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าไหร่ และคิดเป็นร้อยละเท่าไหร่ของยอดงบฯรวม ผมขอไม่เฉลย ให้ไปค้นตัวเลขเหล่านี้เอง (หาข้อมูลได้ไม่ยาก) จะได้อรรถรส และรู้สึกตื่นเต้นพิศวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าตอบว่า ไม่ทราบ หรือ อย่าห่วงเลย ผมดูแลได้หรือ เรายังกู้เงิน ก่อหนี้สาธารณะได้อีก โดยไม่พร้อมจะอธิบายว่า จะดูแลอย่างยั่งยืนอย่างไร กับสภาวะการทะยานขึ้นของความต้องการงบประมาณเพื่อบำเหน็จบำนาญล่ะก็&amp;nbsp;คนทำปัญหาทิ้งปัญหาให้ข้าราชการทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้ว และจะเกษียณต่อไปอนาคต ต้องเผชิญความเสี่ยงทางการคลัง ก็คือรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ ที่มี รมว.คลัง ชื่อนายอาคม&amp;nbsp;หวังว่า คนของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ ทั้งที่กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณจะกล้าหาญ เข้มแข็งพอที่จะอธิบายสถานการณ์ที่แท้จริง แก่ผู้มีอำนาจระดับนโยบาย อย่าปล่อยให้ภูเขาไฟลูกนี้ระเบิด ทั้งที่สามารถป้องกัน แก้ไข ก่อนที่จะสายเกินไป ได้อย่างไม่ยากเย็น&lt;/p&gt;


	ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม &amp;#39;อานนท์&amp;#39; คาดการเปลี่ยนแปลงอาจมาเร็วกว่าที่คิด
	&amp;#39;โบว์&amp;#39; โชว์ยอดเงินบริจาคทะลุ 1.5 แสนช่วย &amp;#39;พระลี้ภัย&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;ดี้ นิติพงษ์&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้วหลังถูกชาวทวิตเตอร์รุมแบนผลงาน ปมแจ้งความ ม.112
	อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ&amp;#39;ก้าวหน้า-ก้าวไกล-เพื่อไทย&amp;#39;
	ทนายฯ ยอมรับแกนนำคณะราษฎร บางคนอาจติดคุก

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติรัตน์ ณ ระนอง, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, เงินบำเหน็จบำนาญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1ba38c64b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กิตติรัตน์&#039; ชื่นชม &#039;วิสาร-สส.กรีดเลือดกลางสภา&#039; เป็นบุคคลคุณภาพ จริงใจต่อบ้านเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ท่าน สส.วิสาร เป็นบุคคลคุณภาพ จริงใจต่อบ้านเมือง... ขอกราบขอบพระคุณ และขอส่งกำลังใจมายังท่านครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;สิระ&amp;#39; จวก​ &amp;#39;วิสาร&amp;#39; กรีดแขนเล่นละคร​ ไม่สงสาร​แต่สมน้ำหน้า​ เล็งเอาผิดพกมีดเข้าประชุมทำสภาเสื่อม
	&amp;#39;ส.ส.เพื่อไทย&amp;#39; เล่าวินาทีระทึก &amp;#39;วิสาร&amp;#39; กรีดแขนกลางสภา​ เจ็บใจตัวเองกระโดดห้ามไม่ทัน
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; สุดทนประณาม ส.ส.กรีดเลือด สร้างความอับอายให้ประเทศ ตะเพิดลาออกพ้นสส.
	&amp;#39;วิสาระดี&amp;#39; ช็อก! พ่อกรีดแขนกลางสภา เย็บ 9 เข็มปลอดภัยแล้ว เชื่ออึดอัดใจมากจริงๆ


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติรัตน์ ณ ระนอง, วิสาร เตชะธีราวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1ba38c64b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรมต.โต้ง ขำกลิ้ง! ถ้าเพื่อนคุณออกตัวว่า &#039;เป็นกลาง&#039; แบบนี้ &#039;สลิ่มชัวร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถ้าเพื่อนคุณพยายามออกตัวว่า &amp;quot;ฉันไม่ได้ตามการเมือง&amp;quot; หรือ &amp;quot;ฉันเป็นกลางนะไม่ได้เป็นสีไหน&amp;quot;... 5555... สลิ่มชัวร์&amp;quot;&lt;/p&gt;


	ออกหมายจับ &amp;#39;เอกชัย-พวก&amp;#39; ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี
	เอาล่ะสิ! &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; สวด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;เอกชัย&amp;#39; เข้ามอบตัวที่ สน.ดุสิต หลังถูกออกหมายจับข้อหาร้ายแรง!
	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; ขยับนัดชำแหละ พรก.ฉุกเฉิน-การดำเนินคดีกรณีขบวนเสด็จ
	ดร.กิตติธัช เปิดข้อเท็จจริงกรณีเส้นทางขบวนเสด็จ จวกแกนนำม็อบโกหกซ้ำๆผลิตข้อมูลบิดเบือน
	ตำรวจดักรวบ &amp;#39;เอกชัย&amp;#39; ก่อนถึงสน.ดุสิต &amp;#39;สมยศ&amp;#39; เผยโทษจำคุก 16 ปี-ตลอดชีวิต!


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80713</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, กิตติรัตน์ ณ ระนอง, ม็อบ, สลิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1ba38c64b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมต.ยุคยิ่งลักษณ์&#039; ประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ต่อผู้ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง &amp;nbsp;ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ต่อผู้ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ&amp;quot;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ศรี&amp;#39; ไม่ทนพวกไร้กาลเทศะสร้างความวุ่นวาย ต้องจับขังให้หมดทั้งตัวการและผู้สนับสนุน
	สุดคึก &amp;#39;อานนท์-บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ขยับม็อบมา 8 โมงเช้าปักหลักอนุสาวรีย์ปชต. ประกาศลั่นเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80405</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, กิตติรัตน์ ณ ระนอง, คณะราษฎร2563, ม็อบ14ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1ba38c64b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
