<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’หักพปชร.! ค้านแก้ม.144,185เปิดช่องโกง/สภาเดือดส.ว.ปะทะส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถกแก้ รธน.วันแรก ส.ว.ปะทะ ส.ส.เดือด! &amp;nbsp;ฝ่ายค้านจี้บรรจุร่างแก้ ม.256 แต่ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ยันต้องยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; รับปาก ส.ว.แก้ ม.144, 185 &amp;nbsp;ในชั้น กมธ.กลับไปยึดหลักการเดิม แต่ยกเว้น ส.ส.-ส.ว.ติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือ ปชช.ได้ &amp;ldquo;ส.ว.วันชัย&amp;ldquo; อัด ส.ส.เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ ส.ว. &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.&amp;rdquo; โวยเสียดสีรัฐสภาจี้ให้ลาออก &amp;ldquo;คารม&amp;rdquo; โต้อย่าทำตัวเป็นผู้วิเศษ &amp;nbsp;&amp;ldquo;กิตติศักดิ์&amp;rdquo; ฉะ &amp;ldquo;โรม&amp;rdquo; ส.ส.ปัดเศษ เจอ &amp;ldquo;วิโรจน์&amp;rdquo; สวนกลับให้เกียรติ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ด้วย &amp;ldquo;สุรชัย&amp;rdquo; ซัด ส.ส.หยุดเอาสิทธิเสรีภาพ ปชช.บังหน้ามัดมือชก ส.ว. ขณะที่นายกฯ ค้านแก้ ม.144, 185 ชี้เป็นหัวใจป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
ที่รัฐสภา ถนนเกียกกาย วันที่ 23 มิถุนายน มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอจำนวน 13 &amp;nbsp;ฉบับเป็นวันแรก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้จะเรียงลำดับโดยเริ่มที่ร่างของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1 ร่าง พรรคเพื่อไทย (พท.) 4 ร่าง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 2 ร่าง และพรรค ปชป. 6 ร่าง เมื่อเสนอร่างครบเสร็จแล้วจะอภิปรายร่วมกัน เชื่อว่าแต่ละฝ่ายจะทำให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเป็นไปตามข้อตกลงจะลงมติในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน และสามารถเสนอชื่อกรรมาธิการ 45 &amp;nbsp;คนได้ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 24 มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรค พปชร.ว่า ยืนยันจะไม่แก้มาตรา 144, 185 เรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้เสนอร่างให้สัมภาษณ์ไปแล้ว จะมีการปรับร่างที่ยื่นไปแล้วของพรรค พปชร. ทั้งนี้แต่ละพรรคยื่นข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข ก็ต้องไปคุยกันในสภา ซึ่งแกนนำพรรคร่วมได้คุยกัน พูดกันทุกเรื่องรวมทั้งประเด็นบัตรเลือกตั้งด้วย
พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 &amp;nbsp;กล่าวถึงจุดยืนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับว่า &amp;nbsp;ภายหลังจากที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะผู้เสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พูดคุยกับ ส.ว. ก็ได้ยอมถอยในส่วนของมาตรา 144 และมาตรา 185 โดยการพิจารณาวาระ 2 ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะเสนอให้ กมธ.แก้ไขกลับไปใช้ตามหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ 2560 ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอขอบคุณนายไพบูลย์ หากไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันจะยอมให้ ส.ว.ล้มในวาระ 3 ทำให้ในขณะนี้ ส.ว.คลายความกังวล เพราะมีความชัดเจนว่า ส.ว.จะได้ไม่เป็นแพะรับบาป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากในชั้นกรรมาธิการแปรญัตติ อาจมีการอ้างได้ว่าไม่สามารถแก้ไขให้ผิดไปจากหลักการที่ได้รับรองในวาระที่ 1 แล้ว ทางที่ดีต้องไม่รับหลักการข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วาระแรก หรือถ้าไม่ยอมถอนร่างข้อเสนอออกไปก็ขอให้ตัดถ้อยคำในหลักการและเนื้อหาทั้งหมดที่เกี่ยวกับมาตรา 144 และ 185 ออกไป &amp;nbsp;มิเช่นนั้นก็ขอให้ ส.ส.และ ส.ว.โหวตให้ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.50 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอ จำนวน 13 ฉบับ โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงการไม่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม &amp;nbsp;มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และเพิ่มหมวด 15/1 ให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) &amp;nbsp;เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของฝ่ายค้านเป็นระเบียบวาระการประชุมว่า เหตุผลที่จะต้องบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะรัฐสภาต้องมีสารตั้งต้น ลองนึกภาพว่าถ้าผลการทำประชามติออกมาว่าให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไร เราจะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ ดังนั้นการจะตีความว่าการมีหมวด 15/1 เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ เป็นการตีความเกินคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ประธานรัฐสภาได้ทบทวน
&amp;#39;ชวน&amp;#39; ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนชี้แจงว่า หลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าวที่เสนอในครั้งนี้เป็นของเดิมกับครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เหมือนกันหมด ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยและให้มีหมวด 15/1 ย่อมมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันเป็นการแก้ไขหลักการและเหตุผลสำคัญ จึงจำเป็นต้องจัดให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนเสียก่อน ดังนั้นเราจึงต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อตนดูแล้วก็เห็นว่าบรรจุไม่ได้ &amp;nbsp; เพราะถ้าบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ เท่ากับตนไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่มีความผูกพันทุกองค์กร และแน่นอนว่าตนจะต้องทำผิดศาลรัฐธรรมนูญแน่ ขอให้เชื่อว่าตนตัดสินโดยยึดความถูกต้องเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยในลำดับแรกให้แต่ละพรรคลุกขึ้นเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของตนเอง นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรค พปชร.ตอนหนึ่งว่า มี 5 ประเด็น &amp;nbsp;13 มาตรา ได้แก่ 1.การแก้ไขมาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน &amp;nbsp;2.การแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้แก่ ส.ส.เขต 400 คน และ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พรรคใดที่ส่ง ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100 คนให้มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ พรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1% ป้องกันปัญหาการเป็น ส.ส.ปัดเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การแก้ไขมาตรา 144 ให้ตัดบทลงโทษ ส.ส., ส.ว.และ กมธ.ที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประมาณไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่เมื่อมี ส.ว.ทักท้วงว่าการแก้ไขดังกล่าวทำให้หลักการตรวจสอบงบประมาณที่รัฐธรรมนูญปี 2560 เขียนไว้อย่างเข้มข้นสูญเสียไป ตนก็เห็นด้วยและรับปากว่า หากรับหลักการแก้ไขวาระที่หนึ่งแล้ว &amp;nbsp;การพิจารณาในชั้น กมธ. ตนและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอแก้ไขมาตรา 144 ให้คงหลักการเข้มข้นของรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้ แต่ขอหารือว่าควรพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากมาตรานี้ จะหาวิธีผ่อนคลายอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไม่กล้ามาเป็น กมธ.งบประมาณ &amp;nbsp;เพราะกลัวเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงตามมาตรา 144
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า 4.การแก้ไขมาตรา 185 เรื่องการยกเลิกการห้าม ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ที่ ส.ว.เป็นห่วงเช่นกันว่า จะทำลายหลักการการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการนั้น ก็รับปากว่าหากรับหลักการวาระที่หนึ่ง จะไปผลักดันในชั้น กมธ.ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานข้าราชการไว้ตามเดิม แต่ขอเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้นโดยยกเว้นกรณี ส.ส.-ส.ว.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ให้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ &amp;nbsp;และ 5.ให้ยกเลิกมาตรา 270 ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภาในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ มาเป็นให้อำนาจ ส.ส.และ ส.ว.ร่วมกันติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.15 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ร่างว่า เริ่มจากร่างที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยเพิ่มความเป็นวรรค 5 ของมาตรา 25 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 29 เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เป็นมาตรา 29/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 มาตรา 45 และมาตรา 47 เพิ่มสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นมาตรา 49/1 &amp;nbsp;และเพิ่มอำนาจของคณะกรรมาธิการที่จะเรียกเอกสารหรือเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ร่างที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 91 และมาตรา 92 และยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94 ร่างที่ 3 (1) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และ (2) ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกฯ &amp;nbsp;และร่างที่ 4 แก้ไขเพิ่มเติม (1) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ โดยยกเลิกมาตรา 65 เกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ (2) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 152 และมาตรา 162 โดยตัดคำว่ายุทธศาสตร์ชาติออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 (3) ยกเลิกมาตรา 270 มาตรา 271 และมาตรา 275 เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 และเป็นการยกเลิกอำนาจของวุฒิสภาบางเรื่อง และ (4) ยกเลิกมาตรา 279
&amp;#39;ภท.-ปชป.&amp;#39; ยันปิดสวิตช์ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แก้ไขมาตรา 55 &amp;nbsp;โดยเพิ่มมาตรา 55/1 ให้ประชาชนมีรายได้พื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง โดยประชาชนไม่ต้องเรียกร้อง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐจัดให้ประชาชนมีรายได้ทั่วหน้า &amp;nbsp;ให้เงินสดแก่ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน &amp;nbsp;2,763 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักประกันถ้วนหน้ารักษาทุกโรค สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สอง คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเราเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมี ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรให้แก้มาตรา 65 กำหนดยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สาม เสนอเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;คือมาตรา 159 ที่มาของนายกฯ และยกเลิกมาตรา 272 &amp;nbsp;การให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ดังนี้ 1.แก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน 4 มาตรา ว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม, สิทธิที่ดินทำกิน, สิทธิผู้บริโภค และสิทธิชุมชน, 2.มาตราว่าด้วยการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่น 3.เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช. โดยเสนอแก้ 2 มาตรา คือมาตรา 236 และมาตรา &amp;nbsp;237 &amp;nbsp;4.เรื่องการแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5.เรื่องระบบเลือกตั้งควรมีบัตร 2 ใบ &amp;nbsp;เพื่อเลือกแยกคนและแยกพรรคได้ และ 6.ประเด็นการแก้ไขมาตรา 272 เรื่องการเลือกนายกฯ เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจไปถึงการเลือกนายกฯ แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเช่นเดียวกับ ส.ส.ได้ ดังนั้นการแก้มาตรา 272 จึงเป็นเพียงการย่นระยะเวลาในบทเฉพาะกาล &amp;nbsp;5 ปี เพื่อกลับสู่หลักการประชาธิปไตยถูกต้องและเร็วขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขข้อจำกัดและข้อขัดแย้งทางการเมืองได้อีกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.55 น. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกว่า จากการพิจารณาทุกร่างรัฐธรรมนูญพอสรุปได้ว่า ถ้ามีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจะทำให้พรรคเล็กหายไป พรรคใหญ่จะผงาด ลดบทบาทภาคประชาชน มีอิทธิพลล้วงลูกและก้าวก่าย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและข้าราชการประจำ ส่วนการปิดสวิทช์ ส.ว.นั้น &amp;nbsp;ตนสนับสนุนให้ตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ แต่พรรคการเมืองที่เสนอมาตนก็อยากใช้คำพูดว่ากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทำทีเรียกร้องประชาธิปไตย เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ ส.ว. &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในส่วนระบบเลือกตั้งต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและเป็นเจ้าของพรรค มีส่วนร่วมในการคัดคนลงเลือกตั้ง เสียงของประชาชนมีคุณค่าไม่ทิ้งน้ำ แต่ที่เสนอแก้มานี้พรรคเล็กพรรคน้อยจะหายไป พรรคใหญ่ๆ ทุนหนาจะผงาด นายทุนพรรคจะครอบงำ พรรคคนมีเงินมีอำนาจจะมีบทบาท ธุรกิจการเมืองกำลังจะกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวันชัยอภิปรายอยู่นั้น นายวิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ประท้วงนายวันชัยเพราะอภิปรายเสียดสีสมาชิกรัฐสภา และเรียกร้องให้นายวันชัยลาออกจากตำแหน่ง ส.ว. เพราะนายวันชัยกำลังเป็นรอยด่างของระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงซ้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมุ่งหมายให้ประเทศดีขึ้น ไม่ใช่ว่าคนอื่นเลวทั้งหมด อย่าเป็นผู้ใหญ่แต่อายุ แต่ต้องฝึกความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองด้วย &amp;nbsp;ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายวันชัยพูดตรงประเด็นในเนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันชัยยืนยันไม่ได้ว่าใคร และที่ผ่านมาเมื่อมีการพูดถึง ส.ว.จะโจมตี ส.ว.อย่างรุนแรง จากนั้นได้อภิปรายต่อถึงการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และทันทีที่นายวันชัยอภิปรายเสร็จสิ้น นายคารมยังคงลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้ประธานกำชับ ถ้าทำตัวเป็นผู้วิเศษ ประธานต้องควบคุม ขณะที่นายวันชัยโต้ว่าไม่ทราบว่านายคารมมีอะไรเป็นพิเศษกับตนหรือไม่ และขอให้นายคารมหาพรรคอยู่ให้ได้ก็แล้วกัน
&amp;#39;ส.ว.-ส.ส.&amp;#39; โต้กันเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อดห่วงไม่ได้ว่าจะถอยหลังไปสู่รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ไม่มีหลักการใหม่ช่วยพัฒนาระบบการเมืองประเทศให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ส่วนการตัดมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ นั้น ตนไม่ขัดข้อง เพราะ ส.ว.เป็นแค่อำนาจปลายทางในการเห็นชอบนายกฯ &amp;nbsp;แต่ต้นทางอยู่ที่ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อ ประเด็นทั้งหมดที่เสนอเข้ามาเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชนเชื่อว่า ส.ว.เห็นด้วย แต่อย่าเอาเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นตัวประกันไปผูกรวมเรื่องอื่น ส.ว.หนักใจในการให้ความเห็นชอบที่มัดมือชก เอาสิทธิเสรีภาพบังหน้า &amp;nbsp;เอาประโยชน์ ส.ส.มาผูกรวมกัน นี่คือความจำเป็นต้องมีสองสภาคอยกลั่นกรอง นี่คือคำตอบว่ามี ส.ว.ไว้ทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตอนหนึ่งว่า ถ้าจะมีประเด็นที่สำคัญต้องแก้ไขเร่งด่วนที่สุด พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องแก้ไขมาตรา &amp;nbsp;272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ &amp;nbsp;เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ว.ชุดนี้คือกลไกการสืบทอดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ การที่ผู้ใดจะมีความชอบธรรมในการเลือกนายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงสุดในการพัฒนาบ้านเมือง ผู้ที่จะเลือกนายกฯ ต้องได้รับมอบอำนาจจากประชาชน ซึ่ง ส.ว.ทั้งหมดไม่ได้มีความชอบธรรมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ว่า ส.ว.ได้อำนาจเลือกนายกฯ มาจากประชาชน 16 ล้านเสียงสนับสนุน แต่นายรังสิมันต์ได้คะแนนแบบปัดเศษมาจึงได้เป็น ส.ส. จากนั้นนายธีรัจชัย &amp;nbsp;พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นโต้ตอบ โดยถามว่านายกิตติศักดิ์ประท้วงเรื่องอะไร ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานการประชุมห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันอีก จากนั้นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกิตติศักดิ์กล่าวถึง ส.ส.ปัดเศษ เท่ากับว่ากำลังพูดถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตนขอความกรุณาให้เกียรตินายไพบูลย์ด้วย จากนั้นนายพรเพชรได้ขอให้นายรังสิมันต์อย่าเสียดสี ส.ว.อีกและเชิญให้อภิปรายต่อ&amp;nbsp;
ต่อมา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จากนั้นเกิดปัญหาที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่าสลับซับซ้อน ไม่ยุติธรรม หากยังใช้ระบบนี้ต่อไปอาจจะมีปัญหาได้ จึงได้เสนอแก้ไขมา ส่วนตัวสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรใช้วิธีการคำนวณแบบระบบเยอรมัน แต่สิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอมานั้น เป็นการคำนวณ ส.ส.เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 หมดเลย หากมีการแก้ไขในอนาคตอันใกล้ อาจทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทยที่ได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียง ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา สามารถยกร่างแก้ไขกฎหมายได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ส่วนตัวจะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ 1-3-13 ไปก่อน &amp;nbsp;
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 144 และ &amp;nbsp;185 เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวได้วางหลักการสำคัญห้ามมิให้ ส.ส.และ ส.ว.เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการ หรือจำนวนในรายการของงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่สามารถลดหรือตัดทอนรายจ่ายได้เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐธรรมนูญ 2560 นายกรัฐมนตรียังเห็นว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการในแต่ละจังหวัด ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นผ่านกระบวนในส่วนต่างๆ ได้ ในส่วนของมาตรา 185 นายกฯ เห็นว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107434</URL_LINK>
                <HASHTAG>185, กิตติศักดิ์, ค้านแก้ม.144, ถกแก้ รธน., ม.256, วิโรจน์, ส.ว.วันชัย, ส.ส.พปชร, ส.ส.เดือด, สุรชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d34b232e532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
