<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.โหน14ตุลาฯรื้อรธน. ยุบิ๊กตู่ตัดบำเหน็จผบ.ทบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รำลึก 46 ปี 14 ตุลา คึกคัก &amp;ldquo;ลดาวัลลิ์&amp;rdquo; สบช่องอ้างต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความเท่าเทียม เสวนาวิกฤติยุติธรรมรุมอัดภาครัฐ-ข้าราชการ &amp;ldquo;หมวดเจี๊ยบ&amp;rdquo; ดุชงบิ๊กตู่ดัดนิสัย &amp;ldquo;ผบ.ทบ.&amp;rdquo; ตัดบำเหน็จ &amp;ldquo;เมียธิดา-ผัวเหวง&amp;rdquo; พร้อมใจอัด &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; ชี้แนวคิดจารีตนิยมถอยหลังนับร้อยปี มีอัตวิสัยที่คิดว่าตัวเองถูกต้อง ถือเป็นสิ่งอันตรายต่อชาติและสถาบัน แนะอ่านหนังสือให้มากๆ จะได้รู้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.42 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน มีการจัดงานรำลึกครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 โดยบรรยากาศช่วงเช้ามีฝนตกหนักทำให้กำหนดการขยับเลื่อนมาเริ่มต้นในเวลา 08.42 น. มีการจัดพิธีกรรม 3 ศาสนาอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว และมีตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมเดินทางมาวางพวงมาลา พร้อมกล่าวสดุดีวีรชนคนเดือนตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้แทนวางพวงมาลาและกล่าวสดุดีวีรชน อาทิ นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนายกฯ, นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะผู้แทนประธานสภาผู้แทนราษฎร และนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้แทนผู้นำฝ่ายค้าน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐชัยกล่าวสดุดีวีรชน 14 ตุลาว่า วันนี้ถือเป็นวันครบรอบ 46 ปี 14 ตุลาคม 2516 เกิดเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย เป็นวันสะท้อนเจตนารมณ์และแสดงพลังของนิสิตนักศึกษาและประชาชน ที่เห็นคุณค่าของประชาธิปไตยว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองทัดเทียมนานาอารยประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดการพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจกล่าวว่า วีรชนในเหตุการณ์ดังกล่าวมีจิตใจที่กล้าหาญ กล้าเสียสละชีวิตของตนเอง สิ่งที่เหล่าวีรชนได้ทำลงไปยังอยู่ในความทรงจำของประชาชนตลอดไป ขอสดุดีวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรชน 14 ตุลา และเป็นแบบอย่างบทเรียนที่ดีงามให้ผู้ปกครองประเทศ ประชาชนที่รักหวงแหนในความชอบธรรมและประชาธิปไตย ขอให้ช่วยกันเอาบทเรียน 14 ตุลามาเป็นแบบอย่างของการรักษาคุณธรรม ความดีงามความถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทยตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางลดาวัลลิ์กล่าวว่า ตลอด 46 ปีที่ทุกฝ่ายร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ที่เสียสละในการปกป้องประชาธิปไตยและเสรีภาพของประชาชน ถือเป็นต้นแบบที่ดีงามสืบทอดระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ยั่งยืนและยาวนาน ซึ่งการสร้างความยอมรับในการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีกติกาเป็นสากลจะสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยได้ โดยสิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้านได้มองเห็นการที่ประเทศจะก้าวไปสู่ความเชื่อมั่นโดยเร็ว จำเป็นต้องมีการบริหารที่เป็นสากลและประชาธิปไตย มีความเป็นธรรมไม่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงรณรงค์ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเพื่อให้มีความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ &amp;ldquo;นิติรัฐและนิติธรรม กับระบอบประชาธิปไตยไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยระบุว่าตั้งแต่ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้ ทำให้ระลึกถึงการต่อสู้เพื่อเอกราชของพลเมือง ไม่ใช่แค่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่รวมถึงบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความยินยอมของประชาชน ตามหลักราชประชาสมาสัย และเมื่อมีเหตุการณ์ที่รัฐธรรมนูญไม่ระบุไว้ให้ดำเนินการตามประเพณีการปกครอง เห็นได้ชัดในเหตุการณ์ 14 &amp;nbsp;ตุลา ที่พระมหากษัตริย์มีพระมหากรุณาธิคุณให้จัดตั้งรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์กล่าวอีกว่า พระมหากษัตริย์ถือหลักธรรมเป็นใหญ่ ตามหลักกฎหมายเป็นใหญ่ กษัตริย์มีฐานะเป็นผู้แทนปวงชนตามประเพณีการปกครอง สืบสานอเนกชนนิกรสโมสร สมมติต้องใช้อำนาจอธิปไตยตามกฎหมาย หากเกิดการรัฐประหาร ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างไรไม่มีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การรัฐประหารฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ แต่ผู้ทำก็อ้างทำด้วยความจำเป็น ซึ่งมีหลักว่าความจำเป็นเป็นมารดาแห่งกฎหมาย หากเผชิญหน้าอันตรายและสมควรแก่เหตุ ทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจ คณะรัฐประหารทุกชุดยอมรับว่าผิด ถึงมีการนิรโทษกรรม ขอพระบรมราชโองการรัฐธรรมนูญใหม่ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
ปชช.ต้องร่วมมือกับกษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะรัฐประหารขอความเห็นชอบกับผู้แทนปวงชนคือพระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องที่ควรศึกษาทำความเข้าใจ การใช้พระราชอำนาจในยามวิกฤติ ยกเว้นกฎหมายทั้งหลายเมื่อมีเหตุจำเป็น เป็นไปตามหลักราชธรรม ป้องกันความชั่วร้ายไม่ให้เกิดในบ้านเมือง หลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมต้องเป็นไปในทางที่สอดคล้องกับประชาชน เข้าใจได้อธิบายได้แก่ประชาชน อำนาจที่แท้จริงคือความเห็นร่วมกันที่คนทั้งหลายยอมเคารพและเชื่อฟัง หลัง 14 ตุลาประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;การใช้อำนาจตามอำเภอใจลดน้อยถอยลง แต่อำนาจตามอำเภอใจทางเศรษฐกิจมีมาก ต้องไม่ให้ทุนใหญ่ใช้อำนาจตามอำเภอใจได้ ให้ประชาชนต่อรองควบคุมการใช้อำนาจผูกขาด ขอให้รำลึกถึงเจตนารมณ์ 14 ตุลา เพื่อให้กฎหมายเหตุผลเป็นใหญ่ ด้วยความร่วมมือของประชาชนกับพระมหากษัตริย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่ายยังมีการจัดเสวนาโต๊ะกลมวาระประชาชน หัวข้อ &amp;ldquo;ยุติธรรมวิกฤติ จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ไม่ให้เลือกปฏิบัติ-สองมาตรฐาน&amp;rdquo; โดยนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่าทำงานใน กมธ.กฎหมายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนไม่น้อย เช่น เรื่องสัญชาติ &amp;nbsp;เรื่องกระบวนการยุติธรรมในรอบ 5 ปี และเรื่องปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมาก่อนรัฐประหาร &amp;nbsp;2549 เรื่องการถูกซ้อมถูกทำร้าย ซึ่งเราอยู่ในสถานการณ์วิกฤติข้อยกเว้น ฝั่งหนึ่งถูกเสมอ ฝั่งหนึ่งผิดเสมอ ทำให้ประชาชนมาพึ่งตรงนี้เยอะ เพราะสูญเสียความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ปัญหาคดีความมั่นคง เกี่ยวกับสิทธิในการเข้าถึงทนายและญาติของผู้ถูกคุมตัวหลังการรัฐประหาร เจ้าหน้าที่อ้างว่ายังไม่ได้เป็นผู้ต้องหาเลยไม่ได้รับสิทธิ์ แค่เอามาสอบถาม ทั้งที่ความจริงต้องได้ความคุ้มครองยิ่งกว่าคนบริสุทธิ์ นอกจากนี้ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพยานหลักฐานที่อยู่กับเจ้าหน้าที่มากกว่า &amp;nbsp;เช่นถูกจับ พ.ร.บ.คอมพ์ ก็ถูกยึดมือถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยงค์ ดอกลำไย ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ชี้ว่าปัญหาชาวบ้านถูกฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐ ซึ่งอยู่มาก่อนกฎหมายประกาศใช้ และคดีป่าไม้กว่า 99% ตัดสินให้ชาวบ้านผิดหมด อ้างเป็นคดีนโยบาย ทุกวันนี้ชาวบ้านกลัวค่ายทหาร &amp;nbsp;ศาล โรงพยาบาล ไม่รู้ไปแล้วจะได้ออกหรือไม่ เป็นวิกฤติที่ไม่ได้แก้เชิงโครงสร้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ มองว่าคดีที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านนักเคลื่อนไหวหรือฝ่ายค้านนั้น แทนที่รัฐจะใช้กฎหมายเป็นกรอบของความยุติธรรม กลับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง และแย่กว่านั้นคือข้าราชการกลายเป็นเครื่องมือของรัฐ&amp;nbsp;
วันเดียวกัน ในเวลา 07.00 น. เพจไทยคู่ฟ้าได้โพสต์เนื้อหาระบุว่า &amp;quot;บอกเราหน่อย อยากเห็น PM &amp;nbsp;(พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) Talk พูดคุยแบบไหน?&amp;quot; ขอ 1 ความคิดเห็น ไลฟ์สไตล์คุยกับประชาชน, สัมภาษณ์ หรืออื่นๆ โดยล่าสุดมีผู้แสดงความคิดเห็น 580 ความเห็นและแชร์เรื่องดังกล่าว 105 ครั้ง
ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท.โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า เมื่อเพจไทยคู่ฟ้าถามความเห็นประชาชนก็ขอเสนอความเห็นให้ พล.อ.ประยุทธ์พูดแต่เรื่องจริง อย่าบิดเบือนให้มากนัก และพูดจาให้ฉลาดๆ ที่สำคัญขอให้นายกฯ ชี้แจงว่าเมื่อไหร่จะพิจารณางดบำเหน็จ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ &amp;nbsp;ผู้บัญชาทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อดัดนิสัยที่ชอบแทรกแซงการเมืองและวางตัวไม่เหมาะสมบ่อยๆ ซึ่งผิดทั้งในแง่ระเบียบ ผิดทั้งในแง่การวางตัว และผิดทั้งในแง่เนื้อหา เพราะพูดใส่ร้ายพรรคฝ่ายค้านให้ดูน่ากลัวเกินจริง โดยพูดเหมือนว่าพรรคฝ่ายค้านกำลังจะแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 ทั้งๆ ที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน แถลงข่าวยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยสนับสนุนให้แก้หมวด 1 และหมวด 2&amp;nbsp;
ชงตัดบำเหน็จดัดนิสัย!
&amp;ldquo;ผบ.ทบ.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และเป็นตำแหน่งที่นายทหาร จปร.ทุกคนใฝ่ฝัน ในเมื่อท่านได้ครอบครองตำแหน่งนี้ก็ถือเป็นชายเหนือชายแล้ว จึงควรวางตัวให้สมกับเกียรติยศที่ได้รับ จะพูดอะไรก็ควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เพื่อเป็นการให้เกียรติเครื่องแบบที่ท่านสวมใส่ รวมทั้งให้เกียรติเครื่องหมายจำนวนมากที่ท่านติดเต็มแผงหน้าอกด้วย ที่สำคัญคำพูดของคนเป็น ผบ.ทบ.ไม่ว่าจะพูดอะไร ใครๆ ก็เชื่อถืออยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องใส่สีใส่ไข่หรือสร้างดรามา เพราะท่านไม่ใช่นักแสดง และ ผบ. ทบ.ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดให้บ้านเมืองเสียหาย ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ก็สมควรโดนงดบำเหน็จเพื่อแสดงความรับผิดชอบ&amp;rdquo; ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวและว่า พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงทั้งในฐานะนายกฯ และ รมว.กห.จะกล้าแสดงภาวะผู้นำหรือไม่ เพื่อดัดนิสัย ผบ.ทบ.ให้เลิกแทรกแซงการเมืองและปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม
เฟซบุ๊กเพจยูดีดีนิวส์-UDD news ได้โพสต์เนื้อหาที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ไลฟ์สดในหัวข้อ &amp;quot;นายทหารผู้หลงยุค หลงตัว และท้าทายกระแสโลก&amp;quot; ระบุว่า สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองในที่สาธารณะ ใช้สถานที่หอประชุมกองทัพบก มี Presentation และมีเพลงประกอบ เป็นสิ่งที่ในโลกไม่มีทหารประเทศไหนเขาทำกัน &amp;nbsp;และสิ่งที่พูดนั้นมีเนื้อหาสะท้อนให้เห็นว่าวิธีคิดเป็นแบบจารีตนิยม และยังหลงยุคถอยหลังไปนับร้อยปี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไม่ว่าจะเป็นพระยาพหลฯ จอมพล ป. มาฟัง พล.อ.อภิรัชต์พูด คงปวดหัวและคงมึนว่ามันเป็นไปได้อย่างไรที่มาในยุค 2562 ผู้บัญชาการทหารบกไทยจะพูดในที่สาธารณะในทัศนะการเมืองการปกครองที่ย้อนประวัติศาสตร์ไปเป็นร้อยปีได้เช่นนี้&amp;rdquo;
นางธิดายังไลฟ์อีกว่า สิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวนั้นเป็นอัตวิสัยที่มาจากความคิดที่คิดว่ามันถูกต้อง มันดี &amp;nbsp;ซึ่งคือการต้านกงล้อประวัติศาสตร์และการท้าทายกระแสโลก เพราะเมื่อพูดคำว่าชาติก็พูดถึงแผ่นดิน แต่ชาติไม่ได้มีเพียงเฉพาะแผ่นดิน มันต้องมีประชาชนจึงเป็นชาติ และท่านต้องรู้จักประวัติศาสตร์ไทยเสียใหม่ว่า จริงๆ แล้วไทยก็เป็นเจ้าอาณานิคม แต่เป็นอาณานิคมย่อยในภูมิภาค
&amp;ldquo;ท่านเอาประชาชนเป็นศัตรู ถ้าเป็นยุค 100 กว่าปีก่อนแบบที่ท่านคิดคือเป็นไพร่เป็นพลทหาร แต่ประชาชนในโลกปัจจุบันไม่ใช่ไพร่และไม่ใช่พลทหาร เขาเป็นเสรีชน ท่านพูดถึงคอมมิวนิสต์ พูดถึงซ้ายจัดดัดจริต พูดถึงนักวิชาการ พูดถึงนายทุน พูดถึงฮ่องเต้ซินโดรม จริงๆ กระแสเหล่านี้เป็นกระแสของความพยายามของประชาชนในการที่มีสิทธิ มีเสรีภาพ มีความเท่าเทียมกัน นี่คือพัฒนาการของโลก นี่คือกงล้อประวัติศาสตร์ที่ต้องหมุนไป&amp;rdquo; นางธิดากล่าว
แนะบิ๊กแดงอ่านหนังสือ
นางธิดายังกล่าวถึง Hybrid Warfare ว่า พล.อ.อภิรัชต์ต้องหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งมันอาจเป็นความผิดของระบบการศึกษาทั้งประเทศ ของโรงเรียนนายร้อย จปร.ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ให้มันอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เพราะ Hybrid Warfare จริงๆ ขณะนี้เป็นฝ่ายรัฐที่ใช้ ไม่ใช่ประชาชน เพราะประชาชนไม่มีกองกำลังอาวุธ มีอย่างเดียวคือเขาต่อสู้ให้เขาได้มีสิทธิเสรีภาพ แต่รัฐต่างหากที่ใช้ทุกอย่าง และที่ไม่ได้เขียนอยู่ในชาร์ตของท่านก็ยังมี ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือใช้ระบบราชการ หรือกระบวนการยุติธรรมที่สามารถที่จะเป็นไปตามอำนาจคณะรัฐประหารได้ เพราะบ้านเราถ้าทำรัฐประหารสำเร็จฝ่ายตุลาการยอมรับอำนาจนี้ ดังนั้นอำนาจสูงสุดก็กลายเป็นอำนาจของคณะรัฐประหารไป
&amp;ldquo;ดีแล้วที่ท่านออกมาพูดทั้งหมด เราก็จะได้รู้ว่าท่านคิดอย่างไร จะได้รู้ว่าท่านรู้อะไรและไม่รู้อะไรอีกมากมาย แต่พูดตรงๆ ในฐานะ ผบ.ทบ. ถ้าท่านรู้เท่าที่พูดมาทั้งหมดเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เป็นอันตรายต่อกองทัพ เป็นอันตรายต่อประเทศชาติและประชาชน แม้กระทั่งองค์พระประมุข หากเชื่อว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าท่านรับฟังแล้วเกิดแง่คิดใหม่ อ่านหนังสือให้มากขึ้น จึงขอใช้คำพูดของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ที่บอกว่านายไม่อ่านหนังสือแล้วนายจะรู้อะไร&amp;rdquo; นางธิดาทิ้งท้าย
ขณะเดียวกัน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.สามีนางธิดาก็โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยตนเอง แต่ในคุณภาพที่สูงยิ่งขึ้น ระบุว่าจอมพลถนอม, จอมพลประภาส, พ.อ.ณรงค์ ยิ่งใหญ่เกรียงไกรแค่ไหนใครๆ ก็รู้ แต่พวกเขาสืบทอดอำนาจเผด็จการต่อเนื่องมาจากจอมพลสฤษดิ์ &amp;nbsp;ธนะรัชต์ จนประวัติศาสตร์ขานเรียกรวมกันว่าสามทรราช เรื่องนี้ก็ตราตรึงไว้ในประวัติศาสตร์ประชาชนไทยแล้ว แต่ไม่ว่าพวกเขาจะยิ่งใหญ่เกรียงไกรแค่ไหน หากกดขี่ข่มเหงประชาชนไปจนถึงจุดที่ประชาชนไม่อาจจะทานทนอีกต่อไปได้ ในที่สุดก็เกิดการเคลื่อนไหวใหญ่เพื่อโค่นล้มสามทรราชในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 ขึ้น ชะตากรรมของพวกเขาคือไม่มีแผ่นดินอยู่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ประวัติศาสตร์มีเอาไว้เพื่อศึกษาเรียนรู้ เก็บรับบทเรียนที่เป็นประโยชน์เพื่อเดินรอยตาม และสร้างเสริมให้เกิดคุณูปการมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องหลีกเลี่ยงความผิดพลาดชั่วร้ายเลวทรามไม่ให้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำร้อยตนเอง แต่ในคุณภาพที่สูงยิ่งขึ้น&amp;rdquo; นพ.เหวงโพสต์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งทวีตในทวิตเตอร์ว่า เพื่อนฝรั่งเศสเล่าให้ฟังว่าในประเทศเขาแทบไม่มีใครนึกชื่อ ผบ.ทบ.ออก เพราะเป็นข้าราชการปกติคนหนึ่ง &amp;nbsp;ไม่ได้มีบทบาทแบบนักการเมือง เหมือนที่คนไทยคงไม่รู้จักว่าใครเป็น ผอ.สพฐ.ในกระทรวงศึกษาฯ &amp;nbsp;ส่วนคนเยอรมันบอกในประเทศที่รัฐบาลเป็นปกติ ถ้า ผบ.ทบ.ออกมาพูดแบบวันนั้น ถูกย้ายเข้ากรุไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48047</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษิต ภิรมย์, กิตติศักดิ์ ปรกติ, ประยงค์ ดอกลำไย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da47be7c21e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;ldquo;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;rdquo; Line ID:@thaipost ผ่านไปแล้วสำหรับงานรำลึกครบ 46 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 การลุกฮือของมวลมหาประชาชนครั้งใหญ่ขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหารครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของการพัฒนาประชาธิปไตยไทยแล้ว ยังเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในทางการเมือง อันเป็นความสามัคคีของประชาชน ครั้งนั้นไม่มีความแตกแยกในหมู่ประชาชนเหมือนการเมืองในยุคปัจจุบัน และครั้งนั้นจบลงได้ด้วยพระบารมีของพระมหากษัตริย์ที่ทรงเข้ามายุติวิกฤติ ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธรรมเนียมปฏิบัติของงานรำลึก 14 ตุลา ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง จะมีทั้งผู้แทนฝ่ายรัฐบาลและผู้แทนฝ่ายค้านเดินทางมาร่วมกล่าวสดุดีวีรชนและวางพวงมาลา โดยนัยนี้เห็นได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายในทางการเมืองดังที่กล่าว อีกธรรมเนียมหนึ่งคือการกล่าวปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี ในปีนี้ &amp;ldquo;กิตติศักดิ์ ปรกติ&amp;rdquo; อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขึ้นกล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ &amp;ldquo;นิติรัฐและนิติธรรม กับระบอบประชาธิปไตยไทย&amp;rdquo; ซึ่งหากใครได้ฟังเนื้อหาอย่างเต็มๆ แล้ว จะได้สาระความรู้ไม่น้อย แต่เนื้อหาตรงกับหัวข้อหรือไม่ โดยเฉพาะคำสุดท้าย ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์ &amp;ldquo;กิตติศักดิ์&amp;rdquo; บรรยายตั้งแต่เรื่องรัฐธรรมนูญไทย ที่มาของหลักนิติรัฐนิติธรรม ตั้งแต่นักปรัชญาการเมืองต่างประเทศ ประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง การต่อสู้ช่วงชิงอำนาจของชนชั้นนำในประเทศอังกฤษ การต่อสู้เพื่อปลดปล่อยสหรัฐอเมริกาจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ในต่างประเทศแล้วอธิบายวกกลับมายังของไทย ที่พระมหากษัตริย์ทรงถือหลักธรรมเป็นใหญ่ จนถึงประเด็นการรัฐประหาร ซึ่งเขามองว่าเป็นความจำเป็น เนื้อหาโดยภาพรวมของการปาฐกถาจึงน่าจะเป็น &amp;ldquo;นิติรัฐและนิติธรรม กับพระราชอำนาจ&amp;rdquo; ที่ฟังดูใกล้เคียงกว่า ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากกิจกรรมตามธรรมเนียม ปีนี้งาน 14 ตุลา ได้จัดเต็มช่วงบ่ายด้วยการเปิดวงเสวนา &amp;ldquo;ยุติธรรมวิกฤติ จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ไม่ให้เลือกปฏิบัติ-สองมาตรฐาน&amp;rdquo; เชิญชวนคนดังมาร่วมกว่า 10 ราย โดยประเด็นหลักๆ ที่วงเสวนาเห็นสอดคล้องกัน มีทั้งปัญหาความมั่นคง ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหาการจับกุมดำเนินคดีประชาชนฐานรุกป่ารุกที่ดินของรัฐ ทั้งที่อยู่มาก่อน วาทะเด็ดจากงานเสวนาครั้งนี้เห็นจาก &amp;ldquo;กษิต ภิรมย์&amp;rdquo; อดีต รมว.ต่างประเทศ ชี้ว่า &amp;ldquo;แทนที่รัฐจะใช้กฎหมายเป็นกรอบของความยุติธรรม กลับใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง&amp;rdquo; ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การบรรยายพิเศษอันดุเดือดเลือดพล่านของ &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์&amp;rdquo; ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่โจมตีฝ่ายการเมืองเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา ยังสะเทือนกันถึงวันนี้ หนึ่งในหัวหมู่ทะลวงฟันของฝ่ายค้านที่เดินหน้าฉะ &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง ต้องคนนี้ &amp;ldquo;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง&amp;rdquo; รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ล่าสุดถึงกับเสนอให้ &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พิจารณางดบำเหน็จ &amp;ldquo;พล.อ.อภิรัชต์&amp;rdquo; โดยบอกว่า &amp;ldquo;เพื่อดัดนิสัยที่ชอบแทรกแซงการเมืองและวางตัวไม่เหมาะสมบ่อยๆ ซึ่งผิดทั้งในแง่ระเบียบ ผิดทั้งในแง่การวางตัว และผิดทั้งในแง่เนื้อหา เพราะพูดใส่ร้ายพรรคฝ่ายค้านให้ดูน่ากลัวเกินจริง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผบ. ทบ.ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองพูด ในเมื่อท่านพูดจาให้บ้านเมืองเสียหาย ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ก็สมควรโดนงดบำเหน็จเพื่อแสดงความรับผิดชอบ&amp;rdquo; เรียกว่าเดือดไม่แพ้กัน แม้ผ่านมาสามวันแล้วจริงๆ ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษิต ภิรมย์, กิตติศักดิ์ ปรกติ, บันทึกหน้า4, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, ​​​​​​​นายชาติสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
