<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอือม! ส.ว.ลากตั้ง-ส.ส.ปัดเศษ กัดกันเละกลางสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอ จำนวน 13 ฉบับ เมื่อเวลา 13.45 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2ใบ อดห่วงไม่ได้ว่า จะถอยหลังไปสู่รัฐธรรมนูญปี2540 ที่ไม่มีหลักการใหม่ช่วยพัฒนาระบบการเมืองประเทศให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน เพราะไปตัดสิทธิมาตรา45 การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การแก้ไขมาตรา 144 เรื่องการห้ามส.ส.และส.ว.แทรกแซงการแปรญัตติงบประมาณนั้น มีการไปตัดบทลงโทษของส.ส. และส.ว.ที่ไปแทรกแซงงบประมาณลงไป ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมสนใจ จึงเห็นกระแสต่อต้านค่อนข้างสูง ส่วนการตัดมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจส.ว.โหวตนายกฯนั้น ตนไม่ขัดข้อง เพราะส.ว.เป็นแค่อำนาจปลายทางในการเห็นชอบนายกฯ แต่ต้นทางอยู่ที่ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อ ประเด็นทั้งหมดที่เสนอเข้ามาเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชน เชื่อว่า ส.ว.เห็นด้วย แต่อย่าเอาเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นตัวประกันไปผูกรวมเรื่องอื่น ส.ว.หนักใจในการให้ความเห็นชอบที่มัดมือชก เอาสิทธิเสรีภาพบังหน้า เอาประโยชน์ส.ส.มาผูกรวมกัน นี่คือความจำเป็นต้องมีสองสภาคอยกลั่นกรอง นี่คือ คำตอบว่า มีส.ว.ไว้ทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.10 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตอนหนึ่งว่า ถ้าจะมีประเด็นที่สำคัญต้องแก้ไขเร่งด่วนที่สุด พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องแก้ไข มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจส.ว. ในการเลือกนายกฯ เราต้องยอมรับความจริงว่าส.ว.ชุดนี้ คือกลไกการสืบทอดอำนาจพล.อ.ประยุทธ์ การที่ผู้ใดจะมีความชอบธรรมการเลือกนายก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สุดในการพัฒนาบ้านเมือง ผู้ที่จะเลือกนายกต้องได้รับมอบอำนาจจากประชาชน ซึ่งส.ว.ทั้งหมดไม่ได้มีความชอบธรรมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงนายรังสิมันต์ว่าส.ว.ได้อำนาจเลือกนายกฯ มาจากประชาชน 16 ล้านเสียงสนับสนุน แต่นายรังสิมันต์ได้คะแนนแบบปัดเศษมา จึงได้เป็นส.ส. จากนั้นนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นโต้ตอบ โดยถามว่านายกิตติศักดิ์ประท้วงเรื่องอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานการประชุม ห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันอีก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ลุกขึ้นประท้วงประธานว่า จะต้องควบคุมการประชุม อย่าปล่อยให้สว.ชี้แจงเรื่องต่างๆ ประธานควรรู้ข้อบังคับ อย่าให้เกิดความผิดพลาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวเสริมว่า นายกิตติศักดิ์กล่าวถึงส.ส.ปัดเศษ เท่ากับว่าท่านกำลังพูดถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตนขอความกรุณาให้เกียรตินายไพบูลย์ด้วย จากนั้นนายพรเพชร ได้ขอให้นายรังสิมันต์อย่าเสียดสีส.ว.อีก และเชิญให้อภิปรายต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107387</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2f760b6ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.&#039; พร้อมคว่ำร่างแก้รธน.วาระ 3 หวั่น สสร.แตะหมวด 1 และ 2 เมินม็อบ 3 นิ้วกดดัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.64 - นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ว่า ส่วนตัวจะเป็นหนึ่งเสียงที่ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะเชื่อว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีเจตนาจะแตะหมวด 1 และ 2 ที่ส.ว.ห้ามแก้ไข และมั่นใจว่า จะมีส.ว.เกิน 84 เสียง ลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เช่นเดียวกับตน เห็นได้จากการลงมติแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 2&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2564 ในมาตรา 256/13 เรื่องการห้ามส.ส.ร.แก้ไขหมวด 1 และ 2 ที่ส.ว.พยายามให้เพิ่มเติมข้อความว่า ให้รวมถึงการห้ามส.ส.ร.แก้ไขเนื้อหาอีก 38 มาตราที่เกี่ยวกับสถาบันเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญวาระ 2 ด้วย แต่ปรากฏว่า ที่ประชุมลงมติด้วยคะแนน 349 ต่อ 200 ไม่ให้เพิ่มเติมถ้อยคำตามที่ส.ว.ต้องการลงไป แสดงให้เห็นว่า ส.ส.ยังมีเจตนาให้แตะการแก้หมวด 1 และ 2 ได้ เพราะ 349 เสียง ไม่ใช่มีแค่เสียงฝ่ายค้าน แต่ยังมีเสียงพรรคร่วมรัฐบาลร่วมอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส.ว.หลายคนเห็นตรงกันว่า ควรโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ส่วนจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดชุมนุมใหญ่ของม็อบราษฎรตามมาหรือไม่นั้น อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด บ้านเมืองจะขึ้นอยู่กับม็อบไม่ได้ ถ้าไปยอมตามม็อบกดดัน แล้วถ้าตนขนม็อบมาบ้าง ต้องทำตามตนหรือไม่ ถ้าส.ว.ปล่อยร่างรัฐ ธรรมนูญผ่านวาระ 3 ได้ การประท้วงจะไม่สิ้นสุด อีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ และปกป้องสถาบันต้องออกมา กลายเป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด ยิ่งปล่อยไปความขัดแย้งยิ่งรุนแรง ส.ว.จึงปล่อยผ่านไม่ได้ ยืนยัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด&amp;rdquo;นายกิตติศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.กล่าวว่า&amp;nbsp;ดูแนวโน้มการโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 แล้ว น่าจะมีเสียงส.ว.เห็นชอบไม่ถึง 84 เสียงค่อนข้างแน่ โดยเห็นสัญญาณชัดเจนมาตั้งแต่การแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 2 ทั้งเรื่องจำนวนเสียงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ส.ว.เสนอไปให้ใช้เสียงที่ประชุมรัฐสภา 2 ใน 3 และกรณีการขอให้เพิ่มข้อความ ห้ามส.ส.ร.แก้ไข 38 มาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ ปรากฏว่า สิ่งที่ส.ว.เสนอไปแพ้โหวตทั้งหมด ทำให้ ส.ว.เห็นตรงกันว่า จะไม่โหวตผ่านวาระ 3 แต่ทั้งนี้คงต้องรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 มี.ค.ก่อนว่า จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ หากศาลระบุว่าแก้ไม่ได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94904</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, ส.ว., แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f5eb0a5d53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.แฉกลางสภาฯ! &#039;กิตติศักดิ์&#039; จี้สอบ &#039;ไอลอว์&#039; รับเงินต่างชาติรื้อ รธน. หมวด 1-2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.ได้ลุกขึ้นหารือต่อที่ประชุมก่อนเข้าระเบียบวาระว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ตรากฎหมายเพื่อใช้ตรวจสอบองค์กรเอ็นจีโอ ซึ่งรับเงินสนับสนุนจากต่างชาติ หลังจากพบว่าโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างชาติ และยังพบว่าไอลอว์ คือองค์กรที่อาจอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายทางการเมืองในปัจจุบัน ดังนั้น ไอลอว์ในฐานะผู้ยื่นรายชื่อประชาชนแก้รัฐธรรมนูญ โดยรับเงินสนับสนุนจากต่างชาติ เพื่อมาร่างกฎหมายในประเทศแบบนี้ ประเทศไทยจะเหลือศักดิ์ศรีของชาติอีกหรือไม่ เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นหรือขี้ข้าใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์แก้ทุกอย่าง ทั้งหมวด 1 บททั่วไปที่ห้ามแบ่งแยกราชอาณาจักร หมวด 2 พระมหากษัตริย์ แต่ไม่คิดแก้เรื่องเว็ปโป๊ ดังนั้น หากนำร่างรัฐธรรมนูญจากองค์กรที่รับเงินจากต่างชาติเข้ามาพิจารณาจะสมควรหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอให้ประชาชนอย่าเลือกคน อย่าเลือกนักการเมือง หรือพรรคการเมืองที่สร้างความแตกแยก คิดไม่ดีต่อสถาบัน&amp;quot;นายกิตติศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83368</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, ส.ว., เอ็นจีโอ, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3aeabe0975e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจี๊ยะป้าบ่อสื่อฟัดกันนัว รัฐบาลจับคู่ซดเกาเหลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคร่วมรัฐบาลจับคู่ซดเกาเหลากันนัวเนีย &amp;quot;สิระ&amp;quot; ไม่เลิก! ย้อน &amp;quot;ชวน&amp;quot; ฟอร์มาลินอาจได้แช่กับคนเตือนก่อนก็ได้ โวลั่น &amp;quot;มีดโกน&amp;quot; จะสู้ขวานผ่าซากไม่ได้ &amp;quot;ราเมศ&amp;quot; ตอก ทำตัวเหมือนนมหมดอายุ ขณะที่ &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; ซด &amp;quot;พนิต&amp;quot; อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ รู้นะมีเป้าหมายแซะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เพื่อให้บางคนเป็นนายกฯ แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ว่า ได้วางแนวทางไว้ 2 ส่วน คือปัญหาเฉพาะหน้า โดยได้คุยกับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแล้ว ซึ่งจะให้ฝ่ายที่ทำงานได้ทำเงียบๆ ส่วนเรื่องกรรมการปรองดอง ก็จะทำระบบมองไปข้างหน้าโดยไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งต้องแยกเป็น 2 เรื่อง ดังนั้นเรื่องการตั้งกรรมการต้องรอหลังจากได้คุยกันพอสมควรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แนวโน้มจะสามารถตั้งได้ภายในเดือนนี้หรือไม่ ประธานรัฐสภาตอบว่า ยังบอกไม่ได้ พร้อมยอมรับว่าคนที่ติดต่อส่วนใหญ่ไม่อยากให้เอ่ยชื่อ เพราะหลายคนกลัวถูกนำไปวิจารณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในทางการเมืองว่า นายชวน มอบหมายให้สถาบันพระปกเกล้าคิดแนวทาง รวมถึงหลักวิชาที่ควรต้องดำเนินการ เมื่อมีคณะกรรมการสมานฉันท์เกิดขึ้น เราต้องมีแนวทางดำเนินการอย่างไร เพราะสถาบันพระปกเกล้าเคยทำงานเรื่องนี้ และมีข้อเสนอเรื่องการปรองดองมาแล้วเมื่อปี 53-54 ถือว่ามีบทเรียนพอสมควร เราก็จะนำเอกสารเหล่านั้นมาทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าปัญหาปัจจุบันอาจมีความแตกต่างทั้งบรรยากาศและสาเหตุของความเห็นเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา แต่สถาบันพระปกเกล้าก็พยายามเตรียมเนื้อหา รวมถึงพูดคุยกับแต่ละฝ่ายว่าลึกๆ ต้องการอะไร โดยเรากำลังรวบรวมความเห็นเหล่านี้อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรูปแบบกรรมการสมานฉันท์ มีทั้งองค์ประกอบโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ก็รอความชัดเจนเรื่องโครงสร้างก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีที่นายชวนเตือนให้ระวังจะโดนแช่ฟอร์มาลิน ว่า &amp;quot;ขอชี้แจงว่าที่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรรมการสมานฉันท์และการปรองดอง เป็นความเห็นของประชาชนคนหนึ่งที่รักชาติและเห็นด้วยกับการจะต้องมีกรรมการชุดนี้เพื่อการหาทางออกให้กับประเทศ แต่พอเห็นรายชื่อแล้ว เห็นว่าท่านอาจจะไม่เข้าใจเรื่องการบริหารธุรกิจ ท่านกำลังใช้คนไม่ตรงกับงาน เพราะแต่ละคนที่ท่านประสานนั้น อายุมากเกินที่จะคุยกับผู้ชุมนุมซึ่งเป็นวัยรุ่นรู้เรื่อง กลุ่มชุมนุม เขาชุมนุมเพื่อหาทางเลือกอนาคต เขาไม่ต้องการให้คนที่กล่าวถึงมาเล่าอดีต มันช่วยอะไรได้หรือ จะมีแต่เสียเวลาและงบประมาณซึ่งมาจากภาษีของประชาชน และสุดท้ายผู้ชุมนุมจะระแวงว่ารัฐซื้อเวลา ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความคิดของผมซึ่งเป็น ส.ส.คนหนึ่งเหมือนกับท่านชวน เป็นผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนเหมือนกันทุกอย่าง แต่ทำไมท่านประธานไม่ฟังความคิดเห็นของผม และมาสวนผมอีกมันสมควรหรือไม่ และยังเดินหน้าต่อ และไม่นำเรื่องบรรจุเข้าพิจารณาประชุมสภาผู้แทนราษฎรแสดงความคิดเห็นให้ได้ข้อสรุปมีมติอย่างไรอย่างหนึ่งก่อน แล้วค่อยเดินหน้าต่อ หรือท่านมีอะไรเป็นพิเศษ ต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกกรรมการเพียงคนเดียว สภาผู้แทนฯ ไม่มีความหมายอะไรกับท่านแล้วหรือครับ ความคิดเห็นของท่านถูกต้องทุกอย่างหรือครับ&amp;rdquo; นายสิระระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสิระยังติดแฮชแท็กระบุว่า ฟอร์มาลินอาจได้แช่กับคนเตือนก่อนผมก็ได้ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนนะครับ และมีดโกนจะสู้ขวานผ่าซากไม่ได้ อีกด้วย
ทำตัวเหมือนนมหมดอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กล่าวพาดพิงนายชวนว่า ส.ส.สองคนนี้ถือว่าเป็นนักการเมืองที่ทำงานเข้าขากันดีมาก ส่งลูกรับลูกกันตลอด นายชวนออกมาชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล จากการที่นายสิระออกมากล่าวให้ร้ายคนอื่น ซึ่งเป็นผู้อาวุโส ถึงขนาดให้เอาคนอื่นไปดองเค็ม บ่งบอกถึงศักยภาพทางความคิดว่ากลวงขนาดไหน ส่วนที่กล่าวหาด้วยวาทกรรมว่าชวนเชื่องช้านั้น ก็คงไม่ใช่ หากแต่เป็นการทำงานด้วยความละเอียด ตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่ล่าช้า แต่มีความแน่นอนและเป็นมืออาชีพ ยึดความซื่อสัตย์สุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพรรคพลังประชารัฐยังให้คนเหล่านี้ออกมาทำตัวเพี้ยนๆบ้าๆ บอๆ ความสมานฉันท์คงเกิดขึ้นยาก คนอื่นพยายามช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง แต่คนกลุ่มนี้เอาน้ำมันมาราดตลอด แล้วจะเดินหน้ากันอย่างไร เป็นถึง ส.ส. แต่ทำตัวเหมือนนมหมดอายุ&amp;quot; โฆษกปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในงานกล่าวเปิดการอบรมหลักสูตร วปอ.รุ่น 63 ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ถ้าวันหน้ามีคนที่ดีกว่า เก่งกว่า ซื่อสัตย์กว่าผม ให้มารับผิดชอบประเทศต่อไป&amp;quot; โดยนายสุภรณ์กล่าวว่า นายกฯ พูดในข้อเท็จจริง ในวันข้างหน้า เมื่อท่านนายกฯ พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ปรารถนาอยากเห็นบ้านเมืองมีผู้นำที่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดี คนเก่งกว่าท่าน นายกฯ พูดถูก และมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ท่านพูดผิดตรงไหน นายกฯ ไม่ไปก้าวล่วงใครเลยสักนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า นายพนิตเองต่างหาก ไม่มีมันสมองที่จะแปลคำพูดของนายกฯ ให้ชัดเจนว่ามีความหมายอย่างไร ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมากระเดียด การที่นายพนิตเอาไปตีความให้เสียหาย ตนขอชี้แจงดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.นายกฯ ไม่เคยไปพาดพิงใคร หรือผู้นำท่านใดในอดีต ตามที่นายพนิตพูดถึง เช่นท่านอดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย หรือท่านอดีตนายกฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าสองท่านมีคุณสมบัติด้อยกว่าตัวนายกฯ เองนั้น นายพนิตไม่ควรนำท่านทั้งสองมากล่าวพาดพิง และทำให้นายกฯ ท่านเสียหาย เพราะนายกฯ พลเอกประยุทธ์ให้ความเคารพนับถือสองท่านเป็นบุคคลที่ควรยกย่องชื่นชมตลอดมา นายพนิตไปตีความเอาสมองส่วนไหนมาคิดเอาคำพูดท่านนายกฯไปเปรียบพาดพิงกับผู้นำทั้งสองท่านได้อย่างไร สมควรหรือไม่พฤติกรรมเยี่ยงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายกฯ ได้เปิดใจกว้างอย่างชัดเจนในความหมายของคำพูดในวันข้างหน้า ถ้ามีคนที่ดี คนที่เก่ง มีความสามารถมากกว่า มาเป็นผู้นำประเทศ มารับผิดชอบประเทศ เป็นสิ่งที่นายกฯ ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองมิใช่หรือ นายพนิตแปลความหมายคำว่า วันข้างหน้า ไม่ออกหรืออย่างไร วันข้างหน้าหมายถึงวันที่พลเอกประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่งไปแล้วตามวาระ เพราะท่านนายกฯ มิได้ยึดติดกับตำแหน่ง และผู้นำคนต่อไป ประชาชนก็หวังจะได้คนดีๆ มีความสามารถ หรือเก่งกว่าท่านเป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ
อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ไม่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์พูดดูหมิ่นดูแคลนใครให้เสียหายตรงไหน และไม่เคยพาดพิงใครเลยสักนิด เป็นคำพูดที่มิได้ไปสร้างความเสียหายให้กับใคร กลับเป็นคำพูดที่นายกฯ มีเจตนาดีต่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง หรือในอนาคตวันข้างหน้า มีใครมาเป็นนายกฯ นายพนิตอยากได้นายกฯ หรือผู้นำประเทศที่โกงกินบ้านเมือง หรือผู้นำที่ไร้ความสามารถมาบริหารประเทศอย่างนั้นใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกมาใช้นิสัยก้าวร้าวและออกมาใช้สมองแปลคำพูดของนายกฯ แบบไร้วุฒิภาวะเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์เอามาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อได้อย่างไร ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณพนิตเลยสักนิด เพราะผมมีมารยาทพอ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ให้เกียรตินายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล แต่อยากฝากไปถึงนายจุรินทร์ด้วยความเคารพว่า เอาคนไร้สมอง ไร้วุฒิภาวะ ตีคำพูดแปลเจตนานายกฯ ไม่ออก และเอามาใส่ความเช่นนี้ ทางพรรคต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนบ้าง คนเราถ้ามีการศึกษาดี ความคิดดี มีนิสัยสันดานดี คงไม่ใช้คำพูดใส่ความนายกฯ เช่นนี้ อย่าได้เอาคำพูดนายกฯ ไปตีความให้เสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าคิดว่าผมรู้ไม่ทันว่าคุณพนิตคิดอะไรอยู่ และมีเป้าหมายอะไรเพื่อให้ใครมาเป็นนายกฯ แทน พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ว่าคุณพนิตเดินเกมการเมืองโจมตีนายกฯ เพื่อรับใช้ใคร ถ้าผมไม่เห็นแก่พรรคร่วม ไม่เห็นแก่ท่านรองจุรินทร์ คนอย่างแรมโบ้ก็จะไม่ไว้หน้าเหมือนกัน จึงเตือนคุณพนิต ระวังปากระวังคำ อย่าออกอาการตีกินออกมาให้คนเห็น อย่าคิดว่าคนอื่นรู้ไม่ทัน คนประเภทนี้ โตจนสุนัขเลียก้นไม่ถึง ยังทำตัวเป็นคนมีปัญหาทางสมองอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวอีกด้วยว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรที่จะเอามาเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค มีแต่จะทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคและผู้บริหารพรรคลำบากใจมากยิ่งในวันข้างหน้า พรรคร่วมรัฐบาลต้องร่วมมือเดินหน้ากันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองด้วยกัน อย่าเอาเวลามาเล่นการเมืองทำลายบรรยากาศบ้านเมืองกันเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น่าจะเป็นนายพนิตมากกว่าที่กำลังสำคัญตัวผิด ที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบได้ก็เพราะความเด็ดขาดของ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าลุยแก้ปัญหาและเด็ดขาดกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน &amp;nbsp;ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีอำนาจในมือ แล้วเคยเด็ดขาดถึงขนาดทำให้บ้านเมืองสงบได้หรือไม่ มีการสลายการชุมนุมจนเป็นคดีความกันใช่หรือไม่ เหล่านี้นายพนิตย่อมรู้อยู่แก่ใจดี อย่าทำเหมือนเส้นผมบังภูเขา ความผิดพลาดตัวเองทำเป็นมองไม่เห็น ที่สำคัญ น่าจะเริ่มที่การรู้จักมารยาทของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันก่อนจะดีกว่า
อยู่มา 6 ปีเพราะมี 4 ขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า หลายครั้งที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางคนมักจะออกมาเหน็บแนม พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แทนที่จะร่วมมือกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน แต่กลับแสดงนิสัยจุกจิก หยุมหยิม อย่างไรก็ตาม ส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์นั้นดีมาก เข้าใจมารยาททางการเมืองดี มีเพียงไม่กี่คนที่ไม่รู้ว่าผิดหวังอะไรในพรรคหรือไม่ จึงพาลมาลงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประจำ ทั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ก็ให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลมาโดยตลอด ที่สำคัญอย่าออกมาตอบโต้โดยอ้างว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น เพราะการจะแสดงความเห็นนั้น ต้องรู้จักมารยาททางการเมืองด้วย ฝากไปยังนายจุรินทร์ ให้ช่วยตักเตือนลูกพรรคบางคนบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพนิตพูด เข้าใจว่ากรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี แต่กรุงเทพมหานครตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์คือคนดีที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ขอให้นายพนิตเข้าใจด้วย ช่วงนี้ประเทศวุ่นวายพอแล้ว ช่วยกันหาทางออกให้กับประเทศดีกว่า อย่าด่าเพื่อนเพื่อให้คนอื่นมองว่าตัวเองเป็นคนดี เพราะ พล.อ.ประยุทธ์คือทองแท้ไม่กลัวไฟลน&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีผ่านทวิตเตอร์ว่า ยืนอยู่มา 6 ปีได้เพราะมีตั้ง 4 ขาไง &amp;nbsp;#สุนัขรับใช้ #ประยุทธ์ออกไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก ส.ว. กล่าวถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 พ.ย.นี้ว่า ก่อนที่จะพิจารณารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของ ส.ว. กำลังมีการรวบรวมรายชื่อ ส.ว. โดยมีตนเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมลงชื่อ เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับที่พรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอนั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะในญัตติที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ที่ยังมีความเห็นต่าง มีข้อสงสัยทางกฎหมายกันอยู่ว่าจะต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนที่จะรัฐสภาจะโหวตรับหลักการหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ส.ว.ยังยืนยันว่าเจตนาของมาตรานี้คือให้แก้ไขรายมาตรา แต่เนื้อหาในญัตติที่ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านเสนอ ถือเป็นการแก้ไขให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่การแก้ไข ดังนั้นเมื่อยังมีข้อสงสัย การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดคือทางที่ปลอดภัยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ไม่ใช่การยื้อเวลา แต่เป็นไปเพื่อความปลอดภัย ถ้าเดินหน้ารับหลักการ หากขัดรัฐธรรมนูญขึ้นมา พวกเราถือเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องพ้นจากตำแหน่ง และยังมีโทษทางอาญาด้วย ดังนั้นก่อนรัฐสภาจะลงมติรับหลักการ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้เลยว่าตามญัตติที่เสนอมาทำได้หรือไม่ เป็นการแก้ไขหรือร่างใหม่ทั้งฉบับ แล้วจะต้องทำประชามติช่วงไหนกันแน่ ก่อนรัฐสภารับหลักการ หรือหลังจากผ่านมาวาระไปแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการล่ารายชื่อ ส.ว. รวมถึงกำหนดการยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น เชื่อว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ส่วนจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อร่วมกับไอลอว์ด้วยหรือไม่นั้น ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณา หากนายชวนบรรจุญัตตินี้มาพิจารณาด้วย ก็คงจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน เพราะต้องยอมรับว่าไอลอว์ถือเป็นองค์กรที่ได้รับเงินสนับสนุนเงินจากต่างชาติมาดำเนินการเรื่องนี้ หากพวกเราเดินสุ่มสี่สุ่มห้าไป ก็อาจสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดเสียเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom โดยมีรายละเอียดดังนี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยว่า ไอลอว์เป็น NGO รับเงินต่างชาติ แต่มาเป็นโต้โผล้มล้างรัฐธรรมนูญไทย เพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางไอลอว์ได้ออกมาชี้แจงเรื่องแหล่งที่มาของทุน มีประเด็นที่น่าสนใจคือ &amp;quot;หลักการทำงานกับแหล่งทุน คือ เราจะพิจารณาแหล่งทุนที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกันกับเป้าหมายขององค์กร ไม่ได้จำกัดว่าต้องมาจากประเทศใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พบว่าแหล่งทุนแหล่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ Heinrich Boll Stiftung (HBF) ที่ให้เงิน ilaw ก็เป็นมูลนิธิของพรรคกรีนที่เดินเกมในรัฐสภาของประเทศเยอรมนี และมีการอภิปรายพาดพิงในฐานข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แสดงว่าการที่ไอลอว์แจงว่า หลักการทำงานกับแหล่งทุน พิจารณาที่วัตถุประสงค์สอดคล้องกัน ก็เท่ากับว่าไอลอว์กำลังสมคบกับต่างชาติ กระทำในสิ่งไม่ดีกับประเทศไทยใช่หรือไม่???
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะปล่อยให้ NGO ที่รับเงินต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน อีกนานแค่ไหน น่าจะถึงเวลาห้าม NGO ที่เคลื่อนไหวในประเทศไทยรับเงินต่างชาติได้แล้ว??? #ถึงเวลาห้าม NGO รับเงินต่างชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83117</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ราเมศ รัตนะเชวง, วุฒิสาร ตันไชย, สิระ เจนจาคะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa695d8c9624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว! ส.ว.ล่าชื่อยื่นศาลตีความร่างแก้ รธน. 6 ฉบับ กังขา &#039;ไอลอว์&#039; ได้เงินหนุนจากต่างชาติ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.63 - นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกส.ว. กล่าวถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 พ.ย.นี้ ว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของสว.แต่ละคนที่จะพิจารณารับหลักการหรือไม่ ยืนยันว่า ไม่มีใบสั่งให้ส.วโหวตไปในทิศทางใด แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ แต่ห้ามเตะต้องหมวด 1 กับหมวด 2 มิเช่นนั้น จะขอโหวตสวนทันที อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของส.ว. ด้วยการรวบรวมรายชื่อ ส.ว. โดยมีตนเป็น 1 คนที่ได้ร่วมลงชื่อด้วย เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความว่า ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ฉบับที่พรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอนั้น ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะในญัตติที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 256 ที่ยังมีความเห็นต่าง มีข้อสงสัยทางกฏหมายกันอยู่ว่า จะต้องทำประชามติถามประชาชนก่อนที่จะรัฐสภาจะโหวตรับหลักการหรือไม่ เพราะซีกส.ว.ยังยืนยันว่า เจตนาของมาตรานี้คือให้แก้ไขรายมาตรา แต่เนื้อหาในญัตติที่ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านเสนอนั้น ถือเป็นการแก้ไขให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช้การแก้ไข ดังนั้น เมื่อยังมีข้อสงสัย การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด คือทางที่ปลอดภัยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ไม่ใช่การยื้อเวลา แต่เป็นไปเพื่อความปลอดภัย ถ้าหากเดินหน้ารับหลักการไปโดยไม่มั่นใจ หากขัดรัฐธรรมนูญขึ้นมา พวกเราถือเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องพ้นจากตำแหน่ง และยังมีโทษทางอาญาด้วย ดังนั้น ก่อนรัฐสภาจะลงมติรับหลักการก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้เลยว่า ตามญัตติที่เสนอมาทำได้หรือไม่ เป็นการแก้ไขหรือร่างใหม่ทั้งฉบับ แล้วจะต้องทำประชามติช่วงไหนกันแน่ ก่อนรัฐสภารับหลักการ หรือหลังจากผ่านมาวาระไปแล้ว&amp;rdquo; นายกิตติศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการล่ารายชื่อส.ว. รวมถึงกำหนดการยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น เชื่อว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ส่วนจะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อร่วมกับไอลอว์ด้วยหรือไม่นั้น ​ฝ่ายกฏหมายกำลังพิจารณา หากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา บรรจุญัตตินี้มาพิจารณาด้วยก็คงจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน เพราะต้องยอมรับว่า ไอลอว์ถือเป็นองค์กรที่ได้รับเงินสนับสนุนเงินจากต่างชาติมาดำเนินการเรื่องนี้ หากพวกเราเดินสุ่มสี่สุ่มห้าไปก็อาจสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดเสียเองได้&lt;/p&gt;


	ขนลุกซู่! พรายกระซิบ ปลายทางของม็อบ 3 นิ้ว 8 พฤศจิกา
	อย่าขู่เพื่อนฉัน! &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; โดดป้อง &amp;#39;สิระ&amp;#39; สวน &amp;#39;ชวนเชื่องช้า&amp;#39;
	อุ๊ต๊ะ! &amp;#39;ม็อบตุ้งติ้ง2&amp;#39; นัด 4 โมงเย็นรวมพล &amp;#39;ไพร่พาเหรด&amp;#39; ส่งเสียงผู้ถูกกดขี่
	เละ! องครักษ์นายกฯบิ๊กตู่ รุมขย้ำ &amp;#39;พนิต&amp;#39;
	หยุดมโน &amp;#39;ปอง อัญชะลี&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้ว หลังกระแสข่าวทิ้งเนชั่นซบรังเก่า
	ฮือฮา &amp;#39;พลโทพงศกร&amp;#39; แตะโครงสร้าง 1 ชงไอเดียให้ประชาชนสะสมอาวุธสกัดรัฐประหาร
	เอาแล้ว &amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; แช่งรัวๆ&amp;nbsp;
	ชัดๆกับ &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; แบบไหนเรียกว่า &amp;#39;คิดต่าง&amp;#39; และ &amp;#39;คิดชั่ว&amp;#39;
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; โพสต์แฉความลับ &amp;#39;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;#39;
	ทหารมอนิเตอร์ ม็อบ 8 พฤศจิกา&amp;nbsp;
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; จับมือ &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, ส.ว., แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75020f10f0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.กิตติศักดิ์&#039; ของขึ้นจวก ส.ส.คิดจะปฏิรูปสถาบัน จนลืมปฏิรูปตัวเองก่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่ว่าระ ที่ประชุมได้ให้สมาชิกหารือ โดยนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. หารือกรณีที่ส.ส. ระบุว่า ส.ว.ไม่ยึดโยงกับประชาชน ส.ส.และส.ว.มาจากรัฐธรรมนูญเดียวกัน หากเปรียบเทียบคือ ส.ส.​และ ส.ว.​มีพ่อและแม่เดียวกัน หากแม่ของ ส.ว. เป็นขอทาน แม่ของส.ส.ย่อมเป็นขอทานเช่นเดียวกัน ไม่ควรตำหนิข้ามสภา การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองปัจจุบันเพราะการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง มีฝ่ายที่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง เพราะมีพวก อดอยาก ปากแห้ง ทนไม่ไหว จึงต้องให้พล.อ.ประยุทธ์ออกจากตำแหน่ง และไปให้พ้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมอยู่กับประชาชน มีเสียงจากประชาชน 80-90 เปอร์เซ็นต์บอกว่า นายกฯไม่ต้องลาออก ให้อยู่ตามรัฐธรรมนูญ หากมีการเลือกตั้งภายในปีเศษขอให้ประชาชนคิดให้ดีว่าจะเลือกใคร เลือกอย่างไร จะเลือกส.ส.ที่วันๆ ไม่คิดถึงประชาชน คิดแต่จะปฏิรูปสถาบัน แต่ลืมปฏิรูปตัวเอง&amp;quot;&amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82673</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3aeabe0975e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตรับร่างรัฐบาล ส.ส.พรรคร่วมประสานเสียงส.ว.ไฟเขียวแก้รธน.ตั้งสสร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถกแก้ไข รธน. 6 ฉบับวันแรก ชงตั้ง ส.ส.ร. ฝ่ายค้านย้ำล้างมรดก คสช. รัฐบาลห้ามแตะหมวด 1-2 &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; ดันยกเลิก 250 ส.ว. หยุดระบอบประยุทธ์ ส.ว.สวนกลับลั่นมาตาม รธน.แต่นักการเมืองบางคนแอบไปอยู่ใต้กระโปรงเด็ก วันๆ คิดแต่จะล้มเจ้า ประสานเสียงยกคำวินิจฉัยศาล รธน. ยันยกร่างใหม่ทั้งฉบับขัด รธน. เหมือนลูกฆ่าแม่ ทรยศ 16.8 ล้านเสียง เปลืองงบฯ เตือนอาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ยุนายกฯ ปิดสวิตช์ ส.ส. ยุบสภา &amp;quot;บัญญัติ&amp;quot; ย้อนปี 39 แก้ รธน.เพิ่มหมวดใหม่ได้ &amp;quot;ไทยภักดี&amp;quot; ยื่น 1.3แสนรายชื่อค้านแก้ รธน. ขู่ส่งศาล รธน.ตีความแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เกียกกาย วันที่ 23 กันยายน มีการประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ในวันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ตกลงกรอบเวลาทั้ง 3 ฝ่ายเท่าๆ กัน ส่วนการลงมติจะลงทีละญัตติคราวเดียวกันทั้ง 6 ญัตติ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ส่วนตัวจะขอให้สมาชิกกระชับในการลงมติ ส่วนการรับมือการชุมนุมที่จะมาบริเวณรัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ไม่เป็นไรส่วนใหญ่เข้าใจในระบอบประชาธิปไตย คาดว่าคงไม่มีการก่อเหตุรุนแรง แต่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ในฐานะโฆษกพรรค ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เกี่ยวกับจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของฝ่ายเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ถึงแม้ว่าพรรครปช.จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่วันนี้ไม่ใช่การพิจารณางบประมาณแผ่นดินที่จำเป็นต้องเคารพมติวิปรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้ารัฐสภา กลุ่มไทยภักดี นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานกลุ่มไทยภักดี นำมวลชนประมาณ 100 คน เข้ายื่นรายชื่อจำนวน 130,000 รายชื่อ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา เพื่อคัดค้านการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 โดย นพ.วรงค์ปราศรัยถึงคำแถลงของกลุ่มไทยภักดี 4 ข้อว่า 1.รัฐธรรมนูญปี 60 มาจากประชามติของประชาชน 16.8 ล้านเสียง ถือว่าประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีประโยชน์ใดๆของประชาชน มีแต่ประโยชน์นักการเมืองที่ต้องการแก้ไข เช่น การปราบโกง 3.ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเสียเงินอีก 15,000 ล้านบาท &amp;nbsp;และ 4.ปัญหา ส.ว.ที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงบทเฉพาะกาล เหลือเวลาอีก 3 ปีก็จะหมดวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในการพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญจนถึงวันที่ 24 ก.ย.นี้ หากรัฐสภาลงมติผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ จะต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน ถ้าดื้อดึงเราจะไปดำเนินการยื่นศาล เชื่อว่าศาลมีบรรทัดฐานอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัว ชนะอย่างเดียว&amp;rdquo; นพ.วรงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นพ.วรงค์นำกลุ่มไทยภักดียื่น 130,000 รายชื่อ ผ่านนายศุภชัย สมเจริญ รองประธาน ส.ว. ในฐานะตัวแทนประธานส.ว. และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ในฐานะตัวแทนประธานสภาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอ 2.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา 270 และมาตรา 271 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ 4.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ที่นายสมพงษ์ อมรวิฒน์ เป็นผู้เสนอ 5.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ยกเลิกมาตรา 279 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ และ 6.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 91 มาตรา 92 และมาตรา 94 และยกเลิกมาตรา 93 มาตรา 101 (4) และมาตรา 105 วรรคสาม ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้เสนอ
แก้ ม.256 ตั้ง สสร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นทักท้วงว่า ญัตติที่ตนเสนอนั้นไม่ได้รับการบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ซึ่งญัตติของตนเป็นเรื่องขอให้ประธานรัฐสภาส่ง 4 ญัตติของฝ่ายค้านไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากพบปัญหาการลงลายมือชื่อซ้ำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนชี้แจงว่า ญัตติดังกล่าวได้ตกไป เพราะฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ได้พิจารณากรณีนี้เป็นพิเศษ โดยเรียกประชุมฝ่ายกฎหมายทั้งหมดของสภา และทำความเห็นเสนอคือ กฎหมายเสนอ 4 ฉบับ เป็นคนละเรื่องและคนละหลักการ ดังนั้นการลงชื่อซ้ำจึงไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน และผู้เสนอญัตติ ชี้แจงหลักการและเหตุผลญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 จะเดินได้ต้องมีมติจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 และมีเสียงจากพรรคการเมืองที่ไม่มีประธานหรือรองประธานสภาฯ หรือไม่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของพรรคการเมืองดังกล่าว และยังต้องทำประชามติ จึงเห็นควรให้กลับไปใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา รวมถึงเสียงเรียกร้องจากประชาชนที่ชี้ว่ารัฐธรรมนูญควรแก้ไขเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย จึงควรจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนหลักการร่างแก้ไขยกเลิกมาตรา 270 ถึง 272 เป็นหลักการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และขัดกับหลักการถ่วงดุลอำนาจ โดยเฉพาะมาตรา 272 &amp;nbsp;เกี่ยวกับการให้ ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีสิทธิร่วมลงมติเลือกนายกฯ ด้วย ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการและประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เห็นควรยกเลิกมาตรา 272 และแก้ไขมาตรา 159 ให้การเสนอชื่อนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. รวมทั้งให้ยกเลิกมาตรา 279 เกี่ยวกับการประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำของ คสช.และหัวหน้าคสช. ส่วนการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหาหลายด้านยุ่งยากในทางปฏิบัติ การคิดคำนวณไม่แน่นอนชัดเจน สมควรนำวิธีการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบกลับมาใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เสนอร่างแก้ไขรัฐบาลฉบับพรรคร่วมรัฐบาลว่า เนื่องจากเมื่อบังคับใช้รัฐธรรมนูญระยะหนึ่ง แต่มีปัญหาไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย จึงควรแก้ไขมาตรา 256 ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเหมาะสม ไม่ยุ่งยากเหมือนปัจจุบัน และควรมีบทบัญญัติว่าด้วยการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมี ส.ส.ร. เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมทำรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม สอดคล้องเจตนารมณ์ประชาธิปไตย รวมถึงมีการรับฟังความเห็นและออกเสียงประชามติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากเห็นบ้านเมืองสงบ ไม่แบ่งแยก ในญัตติพรรคร่วมรัฐบาลมีเจตนารมณ์แก้ในมาตราที่เป็นปัญหา แต่ยืนยันไม่แก้หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ซึ่งทุกคนมีความเห็นตรงกัน รวมถึงญัตติของผู้นำฝ่ายค้าน และเห็นร่วมกันว่าควรแก้ไขมาตรา &amp;nbsp;256 แต่ถ้าจะแก้ไขได้ จะต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ร่วมลงมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย&amp;quot; นายวิรัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น. นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เสนอให้รัฐสภายกเว้นข้อบังคับ เพื่อบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของกลุ่มไอลอว์ ที่เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 ชื่อ บรรจุเป็นญัตติเพื่อพิจารณาพร้อมกัน และขอให้แจกจ่ายเอกสารร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้สมาชิกรัฐสภาศึกษา
หยุดระบอบประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวน หลีกภัย ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้นชี้แจงว่า ฝ่ายรัฐสภาต้องมีการตรวจสอบ เนื่องจากรัฐธรรมนูญบังคับไว้ว่าต้องมีรายชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ ดังนั้นจึงยกเว้นข้อบังคับที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ แต่ก็อยากให้เสนอพร้อมกัน จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งตรวจสอบให้ทันภายในสมัยประชุมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเป็นไปตามเงื่อนไขใน ม.256 คือต้องใช้เสียงของรัฐสภาเกินกว่ากึ่งหนึ่ง จะต้องมีเสียงของ ส.ว. ประมาณ 84 เสียง ดังนั้นความร่วมมือจากรัฐสภาจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ตนสนับสนุนให้มีวุฒิสภา เพราะจากประสบการณ์รัฐสภา มีความจำเป็นต้องมีวุฒิสภาประกอบ แต่ถ้าวุฒิสมาชิกไม่ได้มาจากเลือกตั้งก็ต้องมีอำนาจโดยจำกัด คือกลั่นกรองกฎหมายและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่ให้อำนาจ ส.ว.จากการแต่งตั้งคือรัฐธรรมนูญปี 2521 40 ปีผ่านมา จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ประเทศไทยยังไม่ไปไหน วนเวียนเหมือนม้าหมุน แค่เปลี่ยนจากประชาธิปไตยครึ่งเดียวในรุ่นพ่อ กลายเป็นประชาธิปไตยสลึงเดียวในรุ่นลูก ขอวิงวอนสมาชิกทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ช่วยกันถอนฟื้นออกจากกองไฟ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากตัวแทนที่หลากหลายมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่ ส.ส.ร. เป็นกลไกการสืบทอดอำนาจอีกทีเช่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลที่ ส.ส.ร.มาจากการแต่งตั้ง จะทำให้ ส.ส.ร.ที่ออกมาจะอยู่ภายใต้ระบอบประยุทธ์ ต้องไม่ยื้อหรือประวิงเวลาให้ระบอบประยุทธ์ ดังนั้นต้องยกเลิกการที่ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คนที่มีอำนาจเลือกนายกฯ ขอให้ทุกคนอยู่ฝั่งเดียวกับประชาชน หยุดฟังคำสั่งของระบอบประยุทธ์ หยุดกอดอำนาจไว้แล้วปล่อยประเทศไปสู่อนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ คัดค้านว่า การอภิปรายของนายพิธา ใช้คำว่าระบอบประยุทธ์หลายรอบ ก็อยากจะบอกว่าการปกครองของประเทศไทยมีเพียงระบอบเดียวคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากฝ่ายของตนพูดว่าระบอบธนาธรบวกกับปิยบุตรบ้างก็คงไม่ดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชวนได้ขานชื่อให้ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. อภิปราย โดย นพ.เจตน์อภปิรายว่า ยืนยัน ส.ว.มีอิสระทางความคิด ไม่มีการหารือหรือขอร้องให้ลงมติในทิศทางเดียวกัน ญัตติทั้ง 6 ญัตติไม่เหมาะกับสถานการณ์ของประเทศที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สำหรับร่างรัฐธรรมนูญที่ให้แก้ไข ม.256 เพื่อจัดตั้ง ส.ส.ร.ทั้งของพรรคฝ่ายค้านและพรรครัฐบาล ครั้งหนึ่งเคยมีการตั้ง ส.ส.ร.มาแล้วมีการอภิปรายว่าเปรียบเหมือนลูกฆ่าแม่ และเป็นการตีเช็คเปล่า ต่อมาปี 55 มีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลวินิจฉัยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมโดยการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาโดยการลงมติของประชาชน ก็ควรให้ประชาชนได้ประชามติเสียก่อนว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการประชุมตั้งแต่ช่วงต้นเป็นไปด้วยดี กระทั่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยอภิปราย ทั้ง ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพราะเนื้อหาการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก อาทิหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. ลุกขึ้นประท้วง พร้อมชี้แจงว่าหลานชายของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ท่านพูดถึง หมายถึงลูกชายของตน คนเรามีสิทธิ์ประกอบอาชีพของตนเอง และอาชีพที่บริสุทธิ์ ไม่ใช่ใส่ร้ายป้ายสี นำเรื่องไม่จริงกล่าวกับที่ประชุมแห่งนี้ และขอให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ถอนคำพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าพรรคภูมิใจไทยได้แถลงจุดยืนออกมาตลอดเพื่อดึงฟืนออกจากกองไฟ ฉะนั้นการที่ร่วมกันดึงฟืนออกจากไฟเพื่อลดความขัดแย้ง ดังนั้นหนทางหนึ่งคือการทำตามข้อเรียกร้องของประชาชน โดยแก้ไขกติกาที่ไม่สอดรับกับระบอบประชาธิปไตย พร้อมสนับสนุนการจัดตั้งสภาร่างรัฐ ธรรมนูญ ที่มีสัดส่วนของนักเรียน นิสิต นักศึกษา จะต้องไม่มีการแตะต้องหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
ยกร่างทั้งฉบับขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการอภิปรายในช่วงบ่าย ส.ว.หลายคนอภิปรายอย่างน่าสนใจ อาทิ พล.อ.นาวิน ดำริกาญจน์ ส.ว. อภิปรายว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ การให้มี ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการทรยศต่อ 16.8 ล้านเสียงที่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และยังสิ้นเปลืองงบประมาณ 20,000 ล้านบาทในการทำประชามติ แทนที่จะเอาเงินไปซื้อวัคซีนโควิด-19 ไม่รู้คิดถึงคนไทยหรือคิดถึงวาระซ่อนเร้นของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. อภิปรายว่า การขอแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ คือการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เกรงว่าอาจมีการไปยื่นให้อัยการสูงสุดหรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับทำได้หรือไม่ เพราะอาจถูกกล่าวหากระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 49 &amp;nbsp;รวมถึงอาจถูก ป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องจงใจปฏิบัติหน้าที่ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค ตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี และถูกฟ้องคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการปิดสวิตช์ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 นั้น ถามว่า &amp;nbsp;ส.ว. 250 คนทำผิดอะไร ถึงขั้นจะปิดสวิตช์ ส.ว.ไม่ให้ทำตามหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ ส.ว.อยู่มาไม่ถึง 2 ปีจะปิดสวิตช์แล้ว ขณะนี้ประเทศมีปัญหามากมาย นายกฯ ควรปิดสวิตช์ ส.ส.ด้วยการยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะเป็นทางออกที่ดีกว่า&amp;quot; นายเฉลิมชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องทำประชามติ 2 ครั้ง ครั้งแรก ทำประชามติสอบถามประชาชนก่อนที่จะมีการลงมติรับหลักการในวาระแรกว่า อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ครั้งที่สอง ทำหลังจาก ส.ส.ร.ยกร่างเสร็จ แล้วทำประชามติสอบถามประชาชนว่าพอใจกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เชื่อว่าการแก้ไข รธน.ครั้งนี้มีคนยื่นให้ศาลตีความเหมือนกับปี 2555 แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.25 น. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โพลส่วนใหญ่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน รายงานของอนุกรรมาธิการฯ ที่เดินทางไปรับฟังความเห็นจากคนหลายกลุ่มนั้น ทุกกลุ่มต่างเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น เกือบจะทุกหมวดด้วยซ้ำไป จึงอาจเป็นที่มาเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร. เพราะถ้าจะแก้ไขเป็นรายมาตราจะแก้กันไม่ไหว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรือ และเราจำเป็นต้องทำประชามติหรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อปี 2539 ที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มหมวดใหม่ขึ้นมาหมวดหนึ่งก็ยังทำกันได้ ไม่เห็นมีการเรียกร้องว่าทำได้โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถ้าประเทศจะต้องใช้จ่ายงบประมาณบางส่วนจำนวนพอสมควรกับเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่สมควรแก่การกระทำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 17.00 น. นายชาญวิทย์ ผลชีวิน ส.ว. อภิปรายว่า ตนรับไม่ได้ ส.ส.อย่ามาดูถูกว่ามาจากเผด็จการ เพราะ ส.ว.ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ตนยอมรับประชาธิปไตยที่อยู่บนพื้นฐานความเห็นต่าง แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ก.ข.ต. (เกลียดชัง ขัดแย้ง แตกแยก) ประชาธิปไตยที่เห็นต่างต้องสง่างาม เพราะฉะนั้นจะร่างรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ ถ้าแก้ทุกอย่างแต่ไม่แก้ตัวเอง ไม่เคยแพ้เลย จะชนะอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปราย ว่า &amp;nbsp;ถ้าให้อำนาจ ส.ว. มาโหวต ส.ว. 250 คนสามารถยับยั้งการแก้กฎหมายของประชาชน 50,000 คนได้ แต่ร่างนี้ก็ยังยืนยันอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ต่างอะไรจากเอาคนพิการมือด้วนมากดโหวต เพราะคนที่โหวตจริงๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงผู้อภิปรายว่า ส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญ แต่นักการเมืองบางพรรค บางคน แอบไปอยู่ใต้กระโปรงเด็ก วันๆ คิดแต่จะล้มเจ้า ทำให้นายชวนซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมปิดไมค์ และเตือนไม่ให้พูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะที่นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกล ติงนายกิตติศักดิ์ว่าปัญญาชนไม่ควรพูดคำเช่นนี้ ภายหลังนายกิตติศักดิ์จึงยอมถอนคำพูดว่าใต้กระโปรงเด็กและล้มเจ้าล้มสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.15 น. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายตอนหนึ่งว่า ไม่อยากให้พูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น เพราะเป็นการเมืองแบบเก่า ไม่ได้ทำให้ประเทศเจริญ สังคมก้าวหน้า รัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติให้ ส.ว.มาจาก คสช. เพราะเป็นความเห็นพ้องต้องกัน การทำงานของ ส.ว.มาจากความเหมาะสมของสถานการณ์บ้านเมือง ไม่มีสิ่งไหนดีที่สุด แย่ที่สุด ในข้อเสนอที่ให้มีส.ส.ร. แต่บรรยากาศช่วงนี้มีการเรียกร้องทางการเมืองสูง ก็นึกภาพหาก ส.ส.ร.มาจากประชาชน ก็ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ เป็นเรื่องที่ดี แต่แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นคือ ส.ส.ร.มาจากพรรคการเมือง เขามีฐานเสียง หัวคะแนน มีวิธีการที่จะทำให้ชนะ ในที่สุดแล้วอาจเห็นส.ส.ร.ซื้อเสียงมากที่สุด ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ที่กังวลในขณะเกิดความเห็นแตกแยกทางการเมือง ดูหมิ่นสถาบัน มีข้อเสนอคิดไปไกล ก้าวไกลจริงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงช่วงนี้ ส.ส.พรรคก้าวไกลใช้สิทธิ์ถูกพาดพิง ลุกขึ้นประท้วง แต่นายเสรีแย้งว่า ขอให้ประธานย้อนเปิดเทปดูได้ว่า ไม่ได้มีคำไหนไปเอ่ยถึงพรรคก้าวไกล แต่นายชวนยังยืนกรานขอให้ถอนคำพูด เพราะคำพูดลักษณะนี้ทำให้คิดถึงพรรคก้าวไกลได้ สุดท้ายมีการโต้แย้งระหว่างนายเสรีกับ ส.ส.ก้าวไกลอีกระยะ ในที่สุด นายเสรียอมถอนคำพูดและอภิปรายต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า มีการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน &amp;nbsp;6 ร่าง ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ยกเว้นพรรครวมพลังประชาชาติไทย จะเห็นชอบตามร่างแก้ไขฉบับที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐและคณะ เป็นผู้เสนอ เพียงฉบับเดียวเท่านั้น สำหรับ ส.ว. ขณะนี้ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจน เนื่องจากยังไม่ได้รับการส่งสัญญาณจากผู้มีอำนาจในรัฐบาล ซึ่งจะชัดเจนในช่วงเย็นของวันที่ 24 ก.ย.นี้ โดยคาดว่าจะปิดการอภิปรายประมาณ 18.00 น. หลังจากนั้นจะเป็นการลงมติทั้ง 6 ญัตติ โดยการขานชื่อสมาชิกรัฐสภาทีละคน ซึ่งจะให้ลงมติด้วยวาจาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติใดบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันที่ 24 ก.ย. จะมีการนัดคุยระหว่างวิปรัฐบาลและวิปวุฒิสภาอีกครั้งว่าจะลงมติอย่างไร เพราะทราบว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รธน. ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจ เพื่อให้โหวตเห็นชอบร่างของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล คือแก้มาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร. เพราะสุดท้ายหากทุกร่างถูกคว่ำหมด จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะการสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ชุมนุม จึงเชื่อว่าการลงมติในช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ย. ส.ส.ฝั่งรัฐบาลและ ส.ว.เกิน 84 เสียง จะเห็นชอบร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเพียง 1 ร่าง และคว่ำ 5 ร่างของ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;quot; แกนนำวิปรัฐบาลระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78417</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ชวน หลีกภัย, ชาญวิทย์ ผลชีวิน, นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์, บัญญัติ บรรทัดฐาน, พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม, พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, วิรัช รัตนเศรษฐ, ศุภชัย ใจสมุทร, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฉลิมชัย เฟื่องคอน, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b598a5986d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
