<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะ 5 ผักเพิ่มน้ำนมแม่หลังคลอด  เผยหัวน้ำนมวัคซีนหยดแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp;กล่าวว่า สืบเนื่องจากสัปดาห์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กรมอนามัยพบว่าแม่ส่วนหนึ่งน้ำนมไม่เพียงพอ แนะสร้างเสริมโภชนาการ กินผักช่วยเพิ่มน้ำนม ซึ่งหัวใจสำคัญของคุณแม่หลังคลอด ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หากกินอาหารมื้อหลักได้น้อย ควรเพิ่มมื้อว่างที่มีประโยชน์ เพิ่มโปรตีน ไอโอดีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม โฟเลท เพราะหญิงให้นมบุตรต้องการพลังงานมากกว่าคนปกติ 500 กิโลแคลอรี แม่กินอาหารครบทุกหมู่ สุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่เครียด น้ำนมจะมีเพียงพอสำหรับลูกน้อย โดยเฉพาะควรเลือกอาหารเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนม ซึ่งมีผัก 5 ชนิดเป็นอาหารประเภทหลัก ได้แก่ 1. หัวปลี มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัสมาก ช่วยบำรุงน้ำนมได้ดี ได้แก่ แกงเลียง ยำหัวปลี ทอดมันหัวปลี ต้มข่าไก่ใส่หัวปลี หัวปลีชุบแป้งทอด ต้มหัวปลีจิ้มกับน้ำพริก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2. ขิง อุดมด้วยแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี ช่วยขับเหงื่อขับลม ไล่ความเย็น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร ซึ่งแม่หลังคลอดยังมีน้ำคาวปลาอยู่ การกินขิงช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ได้แก่ มันต้มขิง ปลาผัดขิง ยำปลาทูใส่ขิง 3. ใบกระเพรา มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม บำรุงธาตุ เพิ่มน้ำนม ได้แก่ ผัดกระเพราหมู ไก่ ปลา ต้มจืดใบกระเพราหมูสับ 4. ฟักทอง อุดมไปด้วยวิตามินเอ ฟอสฟอรัส และเบต้าแคโรทีน ได้แก่ แกงเลียง ฟักทองนึ่ง ฟักทองผัดไข่ แกงบวดฟักทอง และ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. กุ้ยช่าย ทั้งต้นและใบช่วยบำรุงน้ำนม ได้แก่ กินแนมกับผัดไทย กุ้ยช่ายทอด ผัดกุ้ยช่ายตับ นอกจากนี้ยังมี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบแมงลัก ตำลึง พริกไทย กานพลู มะละกอ พุทรา ช่วยสร้างน้ำนมได้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นมแม่ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับลูก มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต พัฒนาสมอง จอประสาทตา ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว นมแม่ในระยะ &amp;nbsp;1-7 วันแรก จะมียอดน้ำนม ที่เรียกว่า หัวน้ำนม ถือเป็นยอดอาหารอุดมไปด้วยสารอาหาร &amp;nbsp;อีกทั้งเป็นช่วงที่น้ำนมแม่มีภูมิคุ้มกันสูงสุด เด็กควรได้กินหัวน้ำนมเสมือนได้รับวัคซีนหยดแรกของชีวิต เพราะเด็กแรกเกิดไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองได้ ทารกกินนมแม่จึงมีภูมิต้านทานในการต่อต้านเชื้อโรค ช่วยลดอัตราเสี่ยงเกิดโรค เช่น ติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร ติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด หูอักเสบนอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กกินนมแม่มีพัฒนาความสามารถทางสมองดีกว่าทารกที่ไม่กินนมแม่ &amp;rdquo; พญ.อัมพร &amp;nbsp;กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินนมแม่, กินผักช่วยเพื่มน้ำนม, พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย, สัปดาหืเลี้ยงลูกด้วยนมแม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c1fd6baf62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยลูกกินนมแม่ 6 เดือนแรกต่ำ เร่งขับเคลื่อน พ.ร.บ.นมผง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย &amp;nbsp;กล่าวว่า นานาประเทศได้กำหนดให้วันที่ 1-7 ส.ค.ของทุกปีเป็นสัปดาห์นมแม่โลก เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และปกป้องเด็กให้เด็กทุกคนได้ดื่มนมแม่อย่างเต็มที่ นอกจากเดือน ส.ค.จะเป็นสัปดาห์วันนมแม่โลกแล้ว วันที่ 12 ส.ค. ยังเป็นวันแม่แห่งชาติของไทยอีกด้วย ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;นมแม่รากฐานแห่งชีวิต&amp;rdquo; โดยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ เด็กต้องได้กินนมแม่หลังจากคลอด 1 ชม. กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกของชีวิต และกินนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยจนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามสูตร1-6-2 ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์กรเด็กแห่งสหประชาชาติ ในปี 2559 พบว่า เด็กไทยที่ได้กินนมแม่หลังจากคลอด 1 ชม. มีร้อยละ 40 ได้กินนมแม่อย่างเดียวจนครบ 6 เดือน มี 23 % และเด็กที่ได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องจนอายุครบ 2 ปี มีเพียงร้อยละ 23 เท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนานาประเทศ สธ. และเครือข่าย ได้ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2568 ทารกที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวต้องเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 50
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ประเทศไทยมีแนวโน้มการเกิดลดลง เราไม่สามารถตรึงการเกิดไม่ให้ลดลงได้ แต่เราสามารถทำให้ทุกการเกิดมีคุณภาพได้ โดยการเตรียมความพร้อมจากแม่ ดังที่ สธ.มีนโยบาย สาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ เพื่อให้แม่สามารถนำสารอาหารที่มีประโยชน์ไปสู่ลูกได้ เด็กจะได้รับนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกของชีวิตจะส่งเสริมให้เด็กมีคุณภาพด้วย จากการสำรวจระดับชาติเมื่อ 8 ปีที่แล้ว พบว่า มีเด็กกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก คิดเป็นร้อยละ 5 แต่เมื่อ 5 ปีก่อนขยับขึ้นมาเป็นร้อยละ 12 และ 2 ปีที่แล้วเพิ่มเป็นร้อยละ 23 เห็นได้ว่า ไทยมีการจัดการเรื่องนี้อย่างก้าวกระโดดประกอบกับมีการออกพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็ก พ.ศ.2560 &amp;nbsp;ร่วมขับเคลื่อนเชื่อว่าบรรลุเป้าหมายในปี 2568 &amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว และว่า &amp;nbsp;พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้วันที่ 8 ก.ย. 2560 ขณะนี้ออกกฎหมายลูกครบ 10 ฉบับแล้ว เช่น การแต่งตั้งเจ้าพนักงาน การเปรียบเทียบ หลักเกณฑ์การบริจาคอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กแก่หน่วยบริการสาธารณสุข เป็นต้น ส่วนการปรับเปลี่ยนฉลากอาหารสำหรับเด็กเล็กต้องมีความแตกต่างกับอาหารสำหรับทารก หรือพวกนมสูตร 1 2 3 ที่ให้เวลา 1 ปีในการปรับเปลี่ยนจะครบกำหนดใน ก.ย. 2561 ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนแล้วทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14807</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน องค์การทุนเพื่อเด็กสหประชาชาติประจำประเทศไทย, กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข, กินนมแม่, พ.ร.บ.นมผง, สัปดาห์นมแม่โรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67fe2393624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
