<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนักโทษร้องศูนย์ดำรงธรรม ช่วยตรวจสอบผัวถูกวางยาพิษตายคาคุกแต่คดีไม่คืบหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63 - จากกรณี&amp;nbsp;น.ส.สุภาพร แสงประเสริฐ อายุ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ปี ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอความเป็นธรรมให้กับสามีคือ นายชาตรี พรมวรรณ อายุ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นนักโทษในคดีพยายามฆ่าถูกคุมขังในเรือนจำกลางเพชรบุรี ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่แจ้งสาเหตุจากอาการเหนื่อยและหัวใจหยุดเต้นทั้งๆที่สามีตนเป็นคนแข็งแรงและไม่เคยมีโรคประจำตัว เมื่อญาติติดใจการเสียชีวิตและขอให้ทางโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช ผลปรากฏว่าพบสารกำจัดหนูในกระเพาะอาหารและคาดว่าสามีอาจถูกฆาตกรรมในเรือนจำโดยการวายางเบื่อหนูในอาหาร แต่ที่ผ่านมาทางเรือนจำกลางเพชรบุรีไม่เคยออกมาชิ้แจงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;น.ส.สุภาพร แสงประเสริฐ และญาติพี่น้องได้เดินทางมายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อนายปริทัศน์ วรรณสิทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ช่วยติดตามคดีให้แก่ผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สุภาพร กล่าวว่า สามีของตนได้ถูกจับกุมในคดีข้อหาพยายามฆ่า ศาลตัดสินจำคุก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำกลางเพชรบุรี สามีของตนมีร่างกายแข็งแรงและไม่เคยป่วยเป็นโรคประจำตัวอะไรเลย ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาตนได้ไปเยี่ยมสามีในเรือนจำและพบว่าใบหน้าของสามีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกทำร้าย แต่สามีพูดอะไรมากไม่ได้บอกมีเครื่องดักฟังคล้ายกลัวอะไร แต่ได้สั่งเสียตนไว้ว่าถ้าเป็นอะไรไปให้ถ่ายรูปไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นช่วงปลายเดือนมิถุนายน สามีเขียนจดหมายมาตนหาบอกว่าทางเรือนจำให้งดเยี่ยม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน ตอนนั้นคิดว่าสามีอาจมีเรื่องอะไรกับนักโทษหรือกับใครในเรือนจำทำให้ถูกขังเดี่ยว กระทั่งในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ได้รับแจ้งว่าสามีถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ เนื่องจากมีอาหารหายใจเหนื่อย หอบลึก มีน้ำไหลออกจากปาก แต่เมื่อไปถึงสามีของตนได้เสียชีวิตแล้ว แต่ตนติดใจในการตายจึงขอให้ทางโรงพยาบาลพระจอมเกล้าฯ ส่งศพสามีไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศิริราช ผลปรากฏว่าพบสารกำจัดหนูในกระเพาะอาหารของสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนคาดว่าสามีอาจถูกฆาตกรรมในเรือนจำโดยการวายางเบื่อหนูในอาหารให้กิน แต่หลังจากสามีเสียชีวิตทางเรือนจำกลางเพชรบุรี ไม่เคยออกมาชี้แจง และคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอให้ดำเนินการตรวจสอบว่ามีสารกำจัดหนูอยู่ในร่างกายผู้เสียชีวิตได้อย่างไร และมีการนำสารกำจัดหนูเข้าไปภายในเรือนจำได้อย่างไร และขอให้ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76962</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินยาเบื่อหนู, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบ้านร้องทุกข์, นักโทษเสียชีวิต, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี, เรือนจำกลางเพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58c87a01ee6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงสุทิน&#039;จี้คลังแจงให้ชัด หญิงกินยาเบื่อหนูทำงานที่ไหน  อย่าโมเมเหมือนเขี่ยหมาเน่าให้พ้นท่าน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- &amp;nbsp;นายสุทิน​ วรรณบวร​ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sutin Wannabovorn ว่าอย่าทำเหมือนเขี่ยหมาเน่าให้พ้นหน้าบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการคลังต้องเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนว่า หญิงที่อ้างว่าพยายามฆ่าตัวตายโดยการกินยาเบื่อหนู มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาจริง ตามกฏเกณฑ์เยียวยาโควิด เพราะงานที่นางทำได้รับกระทบจากมาตรการป้องกันระบาดโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญต้องชัดเจนว่า นางเคยทำงานที่ไหน รับจ้างใครไม่ใช่โมเมแถลงว่ารับจ้างทั่วไปซึ่งไม่มีนายจ้างแน่นอนเป็นหลักแหล่งถ้าเป็นอย่างใครก็อ้างได้ว่ารับจ้างทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่โฆษกออกมาแถลงว่าตรวจสอบแล้วนางเข้าเกณฑ์และได้รับเงินสองวันหลังที่นางพยายามฆ่าตัวตายนั้น มันจะกลายเป็นตัวอย่างเลว ที่จะมีคนมาแสดงอาการแปลกๆมากขึ้นเพื่อกดดันให้กระทรวงการคลังเร่งจ่ายเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าโมเมทำให้เสร็จไปเหมือนเขี่ยหมาเน่าให้พ้นท่าน้ำ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64470</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กระทรวงการคลัง, กินยาเบื่อหนู, ฆ่าตัวตาย, นายสุทิน วรรณบวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180131/image_big_5a71c585916f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่กินยาเบื่อผิดหวัง‘เงิน5พัน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สาวใหญ่เครียดไม่ได้รับเงินเยียวยา กินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตายหน้ากระทรวงการคลัง ผอ.สศค.แจงอยู่ระหว่างโอนเงินเข้าบัญชี 29 เม.ย.นี้ ด้าน &amp;quot;อธิบดีกรมสุขภาพจิต&amp;quot; โต้งานวิจัยฆ่าตัวตายจากผลกระทบโควิด-19 ของกลุ่มนักวิชาการ ยังขาดข้อมูลปัจจัย เป็นเพียงการหยิบข่าวมาวิเคราะห์ ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ประตู 4 กระทรวงการคลัง มีผู้หญิงอายุประมาณ 59 ปีเดินทางมาร้องเรียน เนื่องจากไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทผ่านการลงทะเบียนเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังมารับทราบเรื่องแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำบริเวณประตู 4 ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุการณ์เล่าว่า &amp;nbsp;ผู้หญิงคนดังกล่าวน่าจะมีอายุประมาณ 40 ปี มาโวยวายอยู่บริเวณประตูกระทรวงการคลังตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. เพราะไม่พอใจที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีรายได้ และบอกว่า &amp;quot;ไม่มีใครสนใจกูเลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็ได้ล้วงกระเป๋าหยิบกระปุกยาเม็ดสีชมพูขึ้นมากรอกปากครั้งแรกแล้วดื่มน้ำตาม โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบเข้ามาดูอาการ เบื้องต้นยังมีสติอยู่ ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะคว้ายาขึ้นมากินอีกครั้งก่อนหมดสติไป จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพและรถพยาบาลจึงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยืนยันว่าหญิงคนดังกล่าวไม่ได้เข้ามากินยาภายในรั้วกระทรวงการคลัง โดยหลังจากกินยารอบแรกก็ไม่ทันได้มองและเห็นว่าอาการปกติดี จากนั้นมีการหยิบยาขึ้นมากินซ้ำจนช็อกและหมดสติไป สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นยาเบื่อหนู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุระทึกหญิงวัยกลางคนกินยาฆ่าตัวตายหน้ากระทรวงการคลังว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าชื่อ น.ส.อัญกาญจน์ บู๊ประเสริฐ อายุ 59 ปี โดยเป็นผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท และอยู่ในกลุ่มที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านการตรวจสอบไปแล้วและอยู่ระหว่างการรอโอนเงิน 5,000 บาทเข้าบัญชีในวันที่ 29 เม.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีการปิดประตูทุกจุด โดยเปิดเฉพาะประตู 4 สำหรับเข้า และประตู 1 สำหรับออก โดยมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจเข้มบุคคลเข้าออกทุกประตู ถ้าไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า หลังจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ไม่ได้รับสิทธิ์เดินทางมาที่กระทรวงการคลัง เรียกร้องขอรับเงินเยียวยาจนเกิดความโกลาหลไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีบทความที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ &amp;nbsp;24 เมษายน 2563 จัดทำโดยคณะผู้วิจัยโครงการวิจัยคนจนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลง ในหัวข้อ &amp;quot;การรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตและคนที่ &amp;#39;ฆ่าตัวตาย&amp;#39; จากไวรัสโควิด-19&amp;quot; พร้อมข้อเสนอแนะ ซึ่งมีลักษณะคล้ายการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์วิจัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมสุขภาพจิตได้นำบทความวิจัยนี้มาประเมินอีกครั้ง โดยนักวิชาการที่เชี่ยวชาญการวิจัยด้านสุขภาพจิต และพบข้อสังเกตจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีวิจัยและความถูกต้องของเนื้อหา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดของประชาชนได้ จึงขอชี้แจงข้อสังเกตดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.งานวิจัยนี้เป็นเพียงบทวิเคราะห์สื่อและการนำเสนอปัจจัยสาเหตุจากมุมมองของสื่อมวลชน ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นตัวแทนหรือใช้เป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนปัญหาการฆ่าตัวตายในสังคมไทยได้ เนื่องจากโดยปกติแล้วงานวิจัยด้านสุขภาพจิตต้องใช้นักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในการเก็บข้อมูลปัจจัยด้านสุขภาพจิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การนำเสนอและวิเคราะห์เลือกแสดงข้อมูลเพียงเดือนเมษายนเท่านั้น โดยขาดการเปรียบเทียบกับข้อมูลการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายของประชากรในเดือนก่อนหน้านี้ และการนำข้อมูลเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 นั้น ก่อให้เกิดการตีความและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การอภิปรายผลการวิจัยโดยขาดการทบทวนวรรณกรรมหรืองานวิจัยสุขภาพจิตที่มีมาก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;รวมถึงไม่อยู่บนพื้นฐานทฤษฎีด้านสุขภาพจิต อาจสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมากให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวอีกว่า การกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาการฆ่าตัวตายกับปัจจัยใดเพียงปัจจัยเดียวนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะจากการวิเคราะห์ข้อมูลการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสำเร็จ ปี 2561-2562 พบว่าปัญหาการฆ่าตัวตายนั้นมีความสลับซับซ้อน และเกิดจากกลุ่มปัจจัยที่มีการซ้อนทับกัน โดยปัญหาที่เป็นปัจจัยร่วมที่พบได้บ่อยที่สุดคือปัญหาความสัมพันธ์ รองลงมาเป็นการใช้สุรา &amp;nbsp;โรคทางกาย โรคจิตเวช และปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงปี 2563 กรมสุขภาพจิตได้คาดการณ์ไว้ว่า ตัวเลขการฆ่าตัวตายในประเทศไทยอาจสูงมากขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในทุกปีตามกลไกทางจิตวิทยาสังคมที่อยู่ในภาวะวิกฤติ และปัจจัยด้านเศรษฐกิจจะมีบทบาทมากขึ้นและอัตราส่วนที่สูงขึ้น แต่ทั้งนี้ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่ปัจจัยเดี่ยว โดยกลุ่มปัญหาความสัมพันธ์ (เช่น การทะเลาะกับคนใกล้ชิด ความน้อยใจ ความหึงหวง) มักเป็นปัจจัยที่พบร่วมด้วยมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาจกล่าวได้ว่าหากบุคคลใดต้องเผชิญปัญหาส่วนตัวอย่างรุนแรง แต่มีทักษะการปรับตัว มีความยืดหยุ่น และมีคนที่เข้าใจอยู่รอบข้าง ก็จะเป็นปัจจัยช่วยลดความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายได้อย่างดี ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตจะยังคงดำเนินการติดตามปัญหาเรื่องการฆ่าตัวตายในสังคมไทยอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง &amp;nbsp;และทำงานเชิงรุกประสานกับภาคประชาสังคม ในการจัดการปัญหาในทุกมิติที่อาจนำไปสู่การสูญเสียในสังคมไทยต่อไป&amp;quot; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64441</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินยาเบื่อหนู, งานวิจัยฆ่าตัวตายจากผลกระทบโควิด-19, เครียดไม่ได้รับเงินเยียวยา, เงินเยียวยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6cb5aaeb4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวใหญ่เครียดไม่ได้รับเงินเยียวยากินยาเบื่อหนูหน้ากระทรวงการคลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27&amp;nbsp;เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ประตู 4 กระทรวงการคลัง มีผู้หญิงอายุประมาณ 40 ปี เดินทางมาร้องเรียนกระทรวงการคลัง เนื่องจากไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ผ่านการลงทะเบียนเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยไม่มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง มารับทราบเรื่องดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำบริเวณประตู 4 ที่อยู่ในสถานทีเกิดเหตุการณ์ ระบุว่า ผู้หญิงคนดังกล่าว น่าจะมีอายุประมาณ 40 ปี มาโวยวายอยู่ที่บริเวณประตู 4 กระทรวงการคลัง ตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. ไม่พอใจที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีรายได้ และบอกว่า &amp;ldquo;ไม่มีใครสนใจกูเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็ได้ควักกระเป๋าหยิบกระปุกยาเม็ดสีชมพูขึ้นมากรอกปากครั้งแรก พร้อมกับดื่มน้ำตาม โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบเข้ามาดูอาการ เบื้องต้นยังมีสติอยู่ และมีโอกาสคว้ายาขึ้นมากินอีกครั้งก่อนหมดสติไป จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และรถพยาบาล จึงเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและรีบนำตัว ไปโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยืนยันว่า ผู้หญิงไม่ได้เข้ามากินยาภายในรั้วกระทรวงการคลัง โดยหลังจากกินยารอบแรก ก็ไม่ทันได้มองและเห็นว่าอาการปกติดี จากนั้นมีการหยิบยาขึ้นมากินซ้ำจนช็อคและหมดสติไป สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น ยาเบื่อหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมีการปิดประตูทุกจุด โดยเปิดเฉพาะประตู 4 สำหรับเข้า และประตู 1 สำหรับออก โดยมีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจเข้มบุคคลเข้าออก ทุกประตู ถ้าไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า หลังจากช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ไม่ได้รับสิทธิ์เดินทางมาที่กระทรวงการคลัง เรียกร้องขอรับเงินเยียวยา จนเกิดความโกลาหล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินยาเบื่อหนู, สาวใหญ่, ไม่ได้รับเงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea69b005f6b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
