<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ทวง&#039;บิ๊กตู่&#039;10วันไม่คืบ เร่งสั่งสตช.จับแก๊งรีดหัวคิวรร.กักโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เวลา 10.30 น. จะเดินทางไปศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือทวงถามต่อนายกรัฐมนตรี กรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี ออกมาเปิดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบหน่วยงาน ติดต่อโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยอ้างว่าจะพิจารณาคัดเลือกโรงแรมให้เป็นสถานที่กักตัวของคนไทยที่กลับจากต่างแดน หรือ State Quarantine แลกกับการหักหัวคิว 30-40% จากเงินที่รัฐบาลจ่ายให้ 1,000 บาท/ราย/วันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ และเชื่อว่าน่าจะทำกันอย่างเป็นกระบวนการ เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จะต้องรับผิดชอบในการหาตัวผู้กระทำการดังกล่าวมาเปิดเผย และดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพียงแค่สั่งการไปแล้ว และรอรับรายงานจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการเท่านั้น เพราะกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา รวมทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี กล้าออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ย่อมต้องมีมูล และสอดคล้องกับการที่ทางฝ่ายความมั่นคงหรือทหาร ก็ได้ออกมาแถลงยอมรับว่ากรณีดังกล่าวเป็นความจริง มีการกระทำกันมากว่า 3-4 คน มิใช่ข่าวโคมลอยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่าจนบัดนี้แล้วระยะเวลาเนิ่นผ่านไปกว่า 10 วันแล้ว การแสวงหาข้อเท็จจริง หาผู้กระทำผิดและเครือข่ายผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องที่แท้จริง ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณชนแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่มีการระบุประจักษ์พยานในจังหวัดชลบุรีที่ชัดเจนอยู่แล้ว และทางฝ่ายทหารก็ได้ออกมาแถลงต่อสาธารณะยอมรับในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ทว่าจน ณ บัดนี้ก็ยังไม่ปรากฏความสำเร็จในการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จำต้องเดินทางมาทวงถามยังนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งรัดสั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งสืบหาและจับกุม นำตัวผู้กระทำความผิด กรณีข่าวการหักหัวคิวโรงแรมที่ใช้เป็น State Quarantine ดังกล่าวมาลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนตามครรลองของกฎหมายต่อไปโดยเร็วด้วย เพราะหากปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปก็อาจส่อพิรุธหรือเป็นที่ครหาอันแสดงให้เห็นว่า อาจมีคนสนิทคนโตในรัฐบาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ใน ศบค. หรือในจังหวัดที่เกิดเหตุรู้เห็นเป็นใจ จนไม่กล้าจับกุมใช่หรือไม่&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67506</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินหัวคิว, นายกฯ, บิ๊กตู่, ศรีสุวรรณ จรรยา, สตช., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed458f6eb7d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบท.ปัดยื่นล้มละลาย จี้สอบไอ้โม่งกินหัวคิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;การบินไทย&amp;quot; อยู่ไม่ติด ปัดข่าวประชุม 15 พ.ค.มีมติยื่นศาลล้มละลาย ชี้แผนฟื้นฟูอยู่ระหว่างเสนอ ครม.พิจารณา ขณะทวีชง &amp;quot;วิษณุ -หม่อมเต่า&amp;quot; รับฟังความเห็นผู้บริหารบินไทยผู้รู้ดีก่อนตัดสินชะตากรรม ด้าน &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; จี้สอบไอ้โม่งกินหัวคิวประโยชน์หนี้ภาระผูกพันแฝง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อบางฉบับและสื่อสังคมออนไลน์ว่า การประชุมคณะกรรมการการบินไทย เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 มีมติยื่นศาลล้มละลายนั้น &amp;nbsp;ไม่เป็นความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทได้ดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูแล้วเสร็จ และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้พิจารณาแผนฟื้นฟูดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 โดยขณะนี้แผนฟื้นฟูของบริษัทอยู่ระหว่างนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการฟื้นฟูต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุใจความว่า ก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติการบินไทยในเร็วๆ นี้ ขอเสนอว่าควรมอบให้ ดร. วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีแรงงาน เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบรับฟังความคิดเห็นของอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดีการบินไทย อดีตเจ้าหน้าที่บริหาร และอดีตคณะกรรมการหรือบอร์ดการบินไทย ทั้งนี้เพราะทั้ง 2 ท่านต่างเคยเป็นบอร์ดการบินไทยมาก่อน ย่อมรู้เรื่องของการบินไทยในระดับที่ดีพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวีระบุด้วยว่า นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายที่สังคมมีความเคลือบแคลงสงสัยในความโปร่งใส และกลุ่มบุคคลทั้งในและนอกองค์กรมุ่งแสวงหาผลประโยชน์จากการบินไทยมีอยู่ทุกหน่วยงานย่อยต่างๆ ที่มีการจัดซื้อจัดจ้างเกือบทุกประเภท ตั้งแต่เครื่องบิน เครื่องยนต์ วัตถุดิบต่างๆ เช่น ไวน์, เหล้า, อาหาร ที่ใช้เสิร์ฟในเที่ยวบิน รวมถึงการใช้สิทธิต่างๆ ของการบินไทย ที่มีขั้นตอนระบบที่ซับซ้อนและอื่นๆ อีก รวมทั้งที่การบินไทยไปลงทุนในบริษัทย่อย อีก 5 บริษัท ที่ประสบการขาดทุนตลอด คือ บจก.ไทยสมายล์แอร์เวย์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังรับฟังความคิดเห็นแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะได้รับแนวทางในการแก้วิกฤติการบินไทยที่ดี และเหมาะสมกับสถานการณ์ เพราะข้อเสนอที่เกิดจากการใช้สติปัญญาและความรู้ของผู้รู้ดี ไม่ใช่หวังดีเพียงอย่างเดียว&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. กล่าวว่า ตามที่ บมจ.การบินไทย ขอเลื่อนการส่งงบการเงินไตรมาสแรกปี 63 ออกไปถึงเดือนสิงหาคม 63 ทำให้เกิดข้อสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับว่า ข้อมูลตามงบการเงินที่จะใช้ในการพิจารณาเพื่อฟื้นฟูกิจการนั้น เป็นข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วเพียง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 62 เท่านั้น โดยเหตุการณ์ภายหลังวันที่งบการเงิน อาจแปลว่ามีหนี้หรือภาระผูกพันบางอย่างแฝงอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรระบุด้วยว่า เมื่อไปตรวจสอบในหมายเหตุงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 62 ข้อ 8.35 ซึ่งระบุว่า &amp;ldquo;ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทได้ลงนามในสัญญาเช่าดำเนินงาน เครื่องบินจำนวน 42 ลำ โดยมีภาระผูกพันที่ต้องจ่ายค่าเช่าเครื่องบินตามสัญญาเช่าดำเนินงานเป็นจำนวนเงิน 3,587.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 108,818.64 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องบิน A320-200 จำนวน 15 ลำ A350-900 จำนวน 8 ลำ B777-300ER&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;มีเครื่องบินครบกำหนดสัญญาเช่าดำเนินงานในปี 2563-2567 จำนวน 6 ลำ เครื่องบินครบกำหนดสิ้นสุดสัญญาในปี 2568-2573 จำนวน 36 ลำ ภาระผูกพันที่ต้องจ่ายค่าเช่าเครื่องบินตามสัญญาเช่าดำเนินงานเป็นจำนวนเงินกว่าแสนล้านบาท น่าจะเป็นรายการหนี้ก้อนใหญ่ที่จะต้องชำระต่อไปตามสัญญาหลังวันที่ 31 ธันวาคม 62 ปัญหาที่ตามมาคือ จะเอาเงินที่ไหนมาชำระหนี้ตามภาระผูกพันก้อนนี้ และรายการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นสมัยใด และมีใครได้รับผลประโยชน์โดยไม่ชอบหรือไม่ หรือพูดภาษาทั่วไปว่า มีใครได้หัวคิวหรือไม่ ภาระผูกพันกว่าแสนล้านบาทนี้ นายกฯ รู้เรื่องแล้วหรือยัง ถ้ายัง ผมก็ขอบอกให้รู้ไว้&amp;quot; นายเรืองไกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรระบุว่า ก่อนที่จะพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการ ควรตรวจสอบต่อไปว่าจะเอาเงินที่ไหนมาชำระหนี้ก้อนนี้ ด้วยเหตุนี้ ตนเองจึงจะทำหนังสือส่งไปทางไปรษณีย์ ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ เพื่อแจ้งไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ให้ทราบ และเพื่อให้นายกฯ ทำการตรวจสอบต่อไปโดยเร็ว โดยเฉพาะมีใครได้หัวคิวจากภาระผูกพันก้อนนี้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ระบุว่า เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำคือ ประการแรก ต้องหยุดยั้งความตื่นตระหนกของบรรดาสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งหลายที่ถือหุ้นกู้การบินไทยอยู่ ที่แห่ไปถอนเงินฝากและขายหุ้น ซึ่งจะนำมาสู่ปัญหาของฐานะทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์บางแห่ง ขณะเดียวกันต้องป้องกันไม่ให้ลุกลามไปสู่สหกรณ์ออมทรัพย์อื่นๆ ที่มีธุรกรรมระหว่างกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ &amp;nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมแนวทางมาตรการที่จะดูแล 82 สหกรณ์เจ้าหนี้ที่ลงทุนในหลักทรัพย์ของ บมจ.การบินไทยไว้ทุกรูปแบบ รอเพียงมติคณะรัฐมนตรีที่จะออกมาเท่านั้นว่าจะมีออกมาแนวทางไหน อย่างไร และจะใช้โมเดลใดเข้าไปช่วยดูแล. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66198</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, กินหัวคิว, ศาลล้มละลาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนฟื้นฟูการบินไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec137a701fc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
