<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ปรับกลยุทธ์ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยังไม่พร้อมขึ้นเวทีปราศรัยกับพปชร. ขอลงพื้นที่ทำงานเหมือนเดิม สะพัด &amp;quot;3 ป.-1 ส.&amp;quot; ปิดห้องถกหลังคะแนนนิยม พปชร.เป็นรอง สรุป &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ติดข้อกฎหมายช่วยหาเสียงไม่ได้ หวั่นบิ๊กตู่ขึ้นเวทีถูกรุมโจมตี แกนนำ พปชร.พร้อมปรับยุทธศาสตร์ตามสถานการณ์ ไม่แน่วันที่ 10 มี.ค.อาจมีเซอร์ไพรส์ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ยื่นผู้ตรวจชงศาลวินิจฉัย &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ปัดอยู่ข้างทหาร-พปชร. ลั่นนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ปล่อยมุกเด็ด 12 ปีเอา &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; กลับไม่ได้ แต่เอาเผด็จการกลับบ้านได้ กกต.อ้าง กต.เชิญไปดูงานมีเรื่องเร่งด่วนประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเพียงสั้นๆ ช่วงเดินกลับจากตึกภักดีบดินทร์ไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ถึงความชัดเจนในการลงพื้นที่ช่วยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หาเสียงที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 10 มี.ค.ว่า &amp;quot;ไม่ได้ช่วยหาเสียงอะไรกับใคร ผมยังคงทำงานเหมือนเดิม&amp;quot; ก่อนยิ้มและทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้กับผู้สื่อข่าวแล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยว่า วันที่ 10 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคพลังประชารัฐที่ จ.นครราชสีมา และสัปดาห์นี้นายกฯ จะยังไม่มีลงพื้นที่ กทม.แต่อย่างใด โดยขอพักรักษาตาให้หายเป็นปกติก่อน ส่วนหลังจากนี้ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์จะช่วยหาเสียงหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้งตามความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการทางสายตาของนายกฯ ยังคงต้องสวมแว่นกันแสงอยู่ เนื่องจากยังมีอาการอักเสบเล็กน้อย โดยแพทย์ได้ให้ใส่แว่นถนอมสายตาไประยะหนึ่งก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ภาพถ่ายในอินสตาแกรมร่วมกับศิลปิน นักแสดง และปราชญ์ชาวบ้าน พร้อมข้อความว่า &amp;quot;Less is more...พอเพียง เพิ่มสุข ศาสตร์พระราชา ตอนเกษตรพอเพียง ศุกร์นี้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการบันทึกเทปรายการ &amp;quot;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; ตอนเกษตรพอเพียง ที่จะออกอากาศในวันศุกร์ที่ 8 มี.ค.นี้ ประกอบด้วย นายเดช พุ่มคชา นักพัฒนาอิสระ ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต, นายคณาภรณ์ ธนูธรรมเจริญ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต และเป็นเจ้าของ OTOP แห่งแรกใน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่, นายจาตุรงค์ พลบูรณ์ หรือจาตุรงค์ มกจ๊ก นักแสดงตลกชื่อดัง ซึ่งได้ทำเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน และได้นำไปต่อยอดเปิดร้านอาหารและทำโฮมสเตย์เป็นของตัวเอง และตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ นักแสดงและพิธีกร ซึ่งทำผลิตภัณฑ์ข้าวจำหน่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ช่วงพักเบรกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอหารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โดยปิดห้องพูดคุยฟังความเห็นเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจจะขึ้นเวทีช่วยพรรค พปชร.หาเสียงหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้แกนนำพรรคหาเสียงกันอย่างหนัก แต่คะแนนนิยมยังเป็นรอง ไม่ถล่มทลาย จึงอยากให้พล.อ.ประยุทธ์หรือนายสมคิดไปช่วยหาเสียง แต่ด้วยข้อกฎหมายนายสมคิด ไม่สามารถไปช่วยได้ แต่นายกฯ เป็นแคนดิเดตพรรคน่าจะทำได้ ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ทักท้วงไม่เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นเวที เพราะจะถูกรุมโจมตีทันที และก่อนหน้านี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เตือนข้อกฎหมายต้องระวังให้มาก ในการหารือได้เสนอว่าถ้าไม่ขึ้นเวทีก็ต้องเลือกใช้วิธีอื่น อย่างนายกฯ ลงพื้นที่เอง
ประยุทธ์เดินพบปะปชช.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ยกเลิกขึ้นเวทีปราศรัยของพรรค พปชร. เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาและป้องกันกระทำผิดกฎหมายว่า แนวทางการปฏิบัติของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตอบเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสามารถช่วยหาเสียงได้ แต่ต้องระมัดระวังในมาตรา 78 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องไม่ใช้ตำแหน่งและอำนาจหน้าที่โดยมิชอบ หากขึ้นปราศรัยโดยพูดอยู่ในหลักเกณฑ์ไม่สุ่มเสี่ยงก็จะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัย พล.อ.ประยุทธ์ยังสามารถเดินทางไปพบปะประชาชนในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร.ได้ ถือว่าไปในนามพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งนายกฯ และต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้คุณให้โทษต่อพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปกติทำได้เช่นนี้ ไม่ได้ลำบากอะไร โดยลองใช้เกณฑ์มาตรฐานสมัยก่อน ในสมัยนายชวน หลีกภัย, นายบรรหาร ศิลปอาชา, นายทักษิณ ชินวัตร, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อประกาศยุบสภาแล้วทำอย่างไร ซึ่งมีการเดินสายขึ้นเวที เพราะมาตรา 78 รัฐธรรมนูญเขียนมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ทำได้โดยไม่เป็นปัญหาอะไร แม้อดีตนายกฯ เหล่านั้นจะเป็นผู้สมัคร ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่ทั้งสมาชิกและผู้สมัคร ส.ส. แต่ กกต.ได้ผ่อนปรนและชี้แนะวิธีแล้วว่าสามารถทำได้ในลักษณะเดียวกันในบางเรื่อง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือถึงประธานและกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอศาลปกครองให้วินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช.เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) บัญญัติห้ามไว้หรือไม่ นอกจากนี้ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบคำสั่ง หรือการกระทำของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ที่รับรองให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค พปชร.นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ หากศาลปกครองวินิจฉัยแล้ว พบว่ามีข้อจำกัด ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือศาลปกครองส่งข้อพิพาทดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกีรป กฤตธีรานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า จะเสนอคำร้องให้ทางผู้ตรวจฯ พิจารณาว่าคำร้องดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 วัน ซึ่งเป็นการพิจารณาเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้ลงในเนื้อหา ส่วนจะแล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.หรือไม่ ตนไม่สามารถตอบแทนผู้ตรวจฯ ได้ เนื่องจากเป็นอำนาจการพิจารณาของผู้ตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรค พปชร. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า วันนี้พรรคได้มีการประชุมกลุ่มยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อหารือถึงการเปิดเวทีปราศรัยซึ่งจะมีเวทีใหญ่ ตั้งแต่วันเสาร์ (9 มี.ค.62) อาทิตย์ (10 มี.ค.62) นี้ โดยวันเสาร์จะเริ่มที่ จ.ขอนแก่น และในวันอาทิตย์จะเริ่มที่ จ.นครราชสีมา และไปต่อที่ จ.เชียงราย ในวันจันทร์ที่ 11 มี.ค.นี้ ส่วนการปราศรัยจะมี พล.อ.ประยุทธ์ร่วมเวทีหรือไม่ เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้พิจารณาเอง และเคารพการตัดสินใจของท่าน ที่ระบุว่าจะไม่ขึ้นเวทีกับพรรค พปชร.นั้น ยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าหาเสียงต่อไป เพราะมีการวางแผนในส่วนของพรรคไว้แล้ว และจะไม่กระทบกับขวัญกำลังใจของผู้สมัคร และยังจะมีแนวทางอื่นๆ ที่พรรคจะเสนอข้อมูลให้ประชาชนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ และการที่ไม่ได้ไปร่วมหาเสียงด้วยนั้น จะไม่เป็นจุดอ่อนของพรรคพลังประชารัฐ เพราะประเด็นสำคัญคือพรรคพลังประชารัฐอาสาทำงานให้ประเทศชาติ และขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะไว้ใจขนาดไหน&amp;quot; นายอุตตมกล่าว&amp;nbsp;
10มี.ค.อาจมีเซอร์ไพรส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่สวนลุมพินี พรรค พปชร. นำโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร หาเสียง โดยมี น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.เขตพระนคร ป้อมปราบ สัมพันธวงศ์ ดุสิต และนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขตยานนาวา บางคอแหลม ร่วมลงพื้นที่ด้วย ซึ่งได้เดินทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกายตามจุดต่างๆ โดยรอบ ตลอดการเดิน มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจพร้อมตะโกนเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า &amp;quot;ลุงตู่ สู้ๆ&amp;quot; เป็นระยะ ขณะที่บางส่วนขอให้พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มประชาชนที่สนับสนุนลุงตู่ยังแสดงความคิดเห็นกับนายสนธิรัตน์ว่า เป็นการดีที่ไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นเวทีปราศรัย ซึ่งเรื่องนี้นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พรรคก็กลัวเป็นเป้าโจมตีเช่นกัน พร้อมกันนี้ยังเชิญชวนให้ไปเลือกพรรค พปชร. และร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 มี.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่ต้องปรับแผนไม่อยากให้เกิดข้อโต้แย้ง ถกเถียงในสังคมและนำตีความเพราะบ้านเมืองต้องเดินหน้า อย่างไรก็ตามพรรคจะออกแบบการให้ พล.อ.ประยุทธ์ช่วยหาเสียงใหม่ หากติดขัดจริงๆ เพราะเรามีแผนหนึ่ง แผนสอง และยังมีอีกหลายวิธี ส่วนวันที่ 10 มี.ค. เป็นวันปราศรัยใหญ่ของพรรคอยู่แล้วที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งยังเดินต่อตามแผนแม้ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ซึ่งตัวท่านเองอยากพบปะประชาชน แต่เมื่อมีหลายฝ่ายท้วงติงเรื่องข้อกฎหมายก็ต้องรับฟัง และปรับยุทธศาสตร์ตามสถานการณ์ และความเหมาะสมซึ่งยังมีเวลา &amp;quot;ไม่แน่วันที่ 10 มี.ค.อาจมีเซอร์ไพรส์ก็ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคกำลังหารืออย่างใกล้ชิดกับทีมงานของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะในหนังสือของ กกต.มีเงื่อนไขแนบท้ายว่าต้องระมัดระวังเรื่องการเอื้อประโยชน์และให้คุณให้โทษ ดังนั้นทีมกฎหมายพรรคกำลังพิจารณาอยู่ว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่สามารถช่วยพรรคหาเสียงได้ในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ประชาชนก็รับรู้ว่าท่านเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค และมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์เหมาะสมในการนำพาประเทศไปสู่ความสงบมั่นคงได้ ส่วนแผนสำรองนั้น พรรคมีโครงการ 30 วันคาราวานทั่วไทยในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย และกระแสพรรคก็ดีวันดีคืน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พรรคเราได้รับการซัพพอร์ตอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยพรรค พปชร.ว่า ไม่อยากไปก้าวล่วง การดีเบตอาจจะไม่สำคัญแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมานายกฯ ได้พูดมาตลอด 5 ปี แต่ส่วนตัวต้องการให้นายกฯ ลงพื้นที่เพื่อให้ประชาชนซักถามพูดคุย สะท้อนปัญหาที่อยากให้แก้ไข เพราะหัวใจของนักการเมืองจะต้องเข้าใจและไปสัมผัสประชาชนจริงๆ นายกฯ อาจจะมีข้อมูล แต่ไม่เท่ากับไปสัมผัสพื้นที่จริง บางครั้งการลงพื้นที่อาจจะโดนชาวบ้านด่าแบบตน แต่ก็ต้องลงไปสัมผัสเพื่อให้รู้ปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า กกต.ควรจะตรวจสอบคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พปชร.ให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงพื้นที่ปราศรัยช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง เพราะพรรคตนเองก่อนจะให้ผู้สมัครไปปราศรัยหาเสียงก็ต้องมีคุณสมบัติที่ถูกต้อง และขณะนี้นายกรัฐมนตรีมีตำแหน่งหลายอย่าง หาก กกต.ยืนยันว่ามีคุณสมบัติถูกต้องทุกอย่างจะได้ชัดเจน
&amp;quot;อนุทิน&amp;quot;ปัดยืนข้างทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ไม่ขึ้นเวทีปราศรัยพรรค พปชร.ว่า แต่ละพรรคมีกลยุทธ์กลเม็ด แต่วิธีการสร้างความนิยมนั้น ขอให้ทุกพรรคต่อสู้บนความยุติธรรม อย่าชกใต้เข็มขัด และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ใคร ส่วนกรณีพรรค ภท.ถูกมองว่าใกล้ชิดกับทหารรวมถึงพรรค พปชร.นั้น ถ้าใกล้ชิดจริง ทำไมจึงถูกด่าว่าเลอะเทอะ โดยเฉพาะนโยบายกัญชา ส่วนหลังเลือกตั้งพรรคจะร่วมรัฐบาลกับใครได้หรือไม่นั้น เราจะยึดประชาชนเป็นหลัก วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าเราไม่ได้ติดหนี้บุญคุณใคร และไม่มีจับมือกับใครก่อน ต่างคนต่างแข่งขัน เหมือนการตีกอล์ฟ ที่ต้องทำผลงานของตนเองให้ดีที่สุด เชื่อว่าจะมี ส.ส.มากพอที่จะเข้าไปผลักดันนโยบายได้ ถ้ามีพรรค ภท.จะไม่มีขั้วและจะบอกทุกฝ่ายให้ไปในทางสายกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุน &amp;nbsp;ต้องเป็น ส.ส. และมาจากเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ยอมให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเป็นผู้กำหนด เรารับไม่ได้ที่จะให้คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาเลือกนายกฯ และไม่เห็นด้วยกับการที่ให้ 250 ส.ว.มาโหวตเลือกนายกฯ รวมถึงการเป็นนายกฯ เสียงข้างน้อยที่มีคะแนนปริ่มๆ ประเทศจะเสียหาย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อชาติ (พ.ช.) นำโดยนายอารี ไกรนรา, ดร.วิโชติ วัณโณ รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค นำคณะลงพื้นช่วยผู้สมัครหาเสียง 10 เขตรวด จ.ขอนแก่น ในช่วงเช้าเวทีแรกจัดปราศรัย ที่บึงทามจั๊กจั่น เทศบาลตำบลสีชมพู อ.สีชมพู โดยนายจตุพรกล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐแม้ว่าไปปราศรัยทุกแห่งเหมือนว่าจะมีประชาชนมาร่วม แต่ทุกคนในวงการเมืองก็รู้ว่าทุกคนมาด้วยเหตุผลอะไร ใช้กลไกอะไรบ้าง ซึ่งตบตาคนอื่นได้ แต่ตบตาคนการเมืองด้วยกันไม่ได้ ส่วนกรณีที่ยกเลิกแผนที่จะนำพล.อ.ประยุทธ์มาช่วยปราศรัยหาเสียง เชื่อว่ามีการประเมินสถานการณ์อย่างดีแล้วว่าการปราศรัยแม้ว่าจะมีคนมาจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะไปเลือกพรรค พปชร. เพราะเมื่อประชาชนไม่ได้มาด้วยจิตใจและศรัทธา ก็ไม่มีประโยชน์อันใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวถึงกรณีหากพรรค พปชร.ไม่ได้ ส.ส.เป็นอันดับหนึ่ง จะกล้าชิงตั้งรัฐบาลก่อนพรรคที่ได้เป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ ว่าทางการเมืองทุกคนรู้ว่าพรรค พปชร.ไม่มีทางได้อันดับหนึ่ง ซึ่งถ้ามั่นใจได้อันดับหนึ่งคงไม่มีการออกแบบให้ พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้ง ส.ว. 250 คน เพราะฉะนั้นอย่าถามหาความชอบธรรมว่าหากไม่ได้ลำดับหนึ่งแล้วจัดตั้งรัฐบาลก่อนจะมีความชอบธรรมหรือไม่ ความเป็นธรรมไม่เคยมีในรัฐบาลเผด็จการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณลานสาธารณะในเขต ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า เราเรียกร้องให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั้นได้กลับบ้านที่ประเทศไทยมานานถึง 12 ปี เราทำไม่ได้ วันนี้เราจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์นั้นกลับบ้านให้ได้ ด้วยการแสดงพลังของคนเสื้อแดง พลังของกลุ่ม นปช. ที่จะทำกันตามระบอบประชาธิปไตย คือการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเลือกพรรคเพื่อชาติทุกคนและทุกเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคเพื่อชาติทุกคนนั้นจะเข้าไปต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยจะไล่กลุ่มเผด็จการได้กลับบ้านทุกราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิกาพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า ส.ว. 250 คน ตามบทเฉพาะการของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้ร่วมโหวตเลือกนายกฯ ได้คือ เครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของ คสช.อย่างไม่ต้องสงสัย สุดท้ายแล้วทั้งหมดจะไปอยู่ที่การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเป็นคนเคาะเลือก ส.ว.ว่าใครบ้างจะเข้าไปร่วมเลือกนายกฯ ที่มีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐด้วย ดังนั้นบทบาทของ ส.ว.ชุดนี้สำคัญมาก นั่นคือมีบทบาทร่วมเลือกนายกฯ มีบทบาทสำคัญคือการช่วย คสช.สืบทอดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนไทยทั้งประเทศคือคนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 51 ล้านคน จะเป็นผู้ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกเข้ามา แต่ทว่า ส.ว. 250 คน ซึ่งจะคัดสรรมาอย่างไร สัดส่วนภาคประชาชนแบบไหน กลุ่มอาชีพอะไรก็ตาม แต่สุดท้ายคนที่จะประทับตรายอมรับคือ คสช. พูดง่ายๆ ว่ามีคนหนึ่งคนเป็นคนเลือก นั่นหมายความว่าคนทั้งประเทศได้เลือกเข้าสภา 500 คน แต่คนคนเดียวได้เลือกเข้าสภา 250 คน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่จะมีบทบาทอย่างสูงมากๆ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ชัดเจนว่ามีการวางกลไกการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารไว้อย่างโจ๋งครึ่มที่สุด โดยไม่อายเลย ยิ่งกว่าการทำรัฐประหารตลอดทุกครั้งที่ผ่านมา&amp;quot;&amp;nbsp;
ร้องกกต.จับโกงที่พะเยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม ชี้แจงว่าพรรคการเมืองสามารถใช้นโยบายปกป้องสถาบันฯ หาเสียงได้นั้น น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า ทางพรรคไม่มีนโยบายนำสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง และไม่ต้องการให้พรรคอื่นนำสถาบันมาเป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมืองด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย, นางอรุณี ชำนาญยา นายวิสุทธิ ไชยณรุณ และนายไพโรจน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวกรณีการกระทำที่อาจจะเป็นการทุจริตการเลือกตั้งใน จ.พะเยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่สำนักงาน กกต. น.ส.อรุณีเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมหลักฐานภาพถ่าย เพื่อให้ กกต.ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนการทุจริตเลือกตั้ง ได้แก่ การเก็บรวบรวมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งพร้อมให้พิมพ์ลายนิ้วมือลงในเอกสารที่หัวคะแนนนำมา เพื่อยืนยันว่ามีการจ่ายเงินแล้ว อีกทั้งการแจกอุปกรณ์เครื่องวัดความดันโลหิต ปรอทวัดไข้ เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาล และเครื่องชั่งน้ำหนักให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทุกหมู่บ้าน รวมถึงการก่อสร้างเมรุเผาศพให้กับสุสานบ้านสันป่าค่าง ต.บ้านสาง วงเงิน 8.5 แสนบาท และแจกเงินให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทำอย่างเปิดเผยทั่วเขต 1 แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเป็นพยาน เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง มีชายชุดดำเข้าไปซุ่มจ้องหัวคะแนน โทรศัพท์ข่มขู่ มีรถติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมเข้าไปซุ่มอยู่ในพื้นที่ ขณะที่ตำรวจก็พยายามจะยัดเยียดข้อกล่าวหาเพื่อเอาตัวออกจากสนามการแข่งขัน&amp;quot; น.ส.อรุณีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งนั้น สิ่งที่ผู้สมัครส.ส.หลายพรรคกังวลอย่างมาก คือการวางตัวของเจ้าหน้าที่รัฐกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีการสั่งการ ใช้บุคลากร หรือใช้อำนาจอันอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคดังกล่าวได้ ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อพรรคการเมืองต่างๆ จึงขอเรียกร้องให้ กกต.ในฐานะผู้ดูแลการเลือกตั้ง เข้ามาตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา ที่สำคัญอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายหยุดการกระทำที่อาจเป็นการเอาเปรียบกันในทางการเมือง เพราะหากไม่ยุติการกระทำดังกล่าว อาจนำไปสู่การคัดค้านหรือขัดขวางการเลือกตั้ง จนเป็นเหตุทำให้เกิดการรัฐประหารได้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวถึงกรณี กกต.ไปดูงานต่างประเทศในช่วงใกล้เลือกตั้งว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตัวเองให้สิ้นเปลืองงบประมาณ สามารถที่จะสไกป์หรือตรวจสอบข้อมูลโดยไม่ต้องเดินทางไปเองก็ได้ แต่เมื่อต้องการไปเจอสภาพจริงแล้วก็ขอให้ใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ถ้าเกิดปัญหาองค์ประชุมกกต. ไม่ครบในการพิจารณาเรื่องต่างๆ เกรงจะไม่ทันการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวว่า การที่ กกต.จะไปดูงานในช่วงภาวะบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากที่จะไปวิจารณ์อะไรมาก เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันนี้นั้นทำงานอยู่ภายใต้ความกดดันและการถูกอำนาจเผด็จการกำกับควบคุมอยู่ แต่ก็ขอให้ระวัง เพราะการดูงานที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างมาแล้วในสมัยของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ
อ้าง กต.เชิญไปดูงาน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงาน กกต.ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่ได้เป็นข่าวว่า &amp;ldquo;กกต.ทุ่มงบ 12 ล้านบินดูการเลือกตั้ง ตปท. ไร้ประชุม 1 อาทิตย์&amp;rdquo; ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร การออกเสียงลงคะแนนในห้วงระหว่างวันที่ 4-16 มี.ค. โดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือเชิญ กกต.ไปตรวจติดตามภารกิจดังกล่าวในประเทศที่มีชุมชนคนไทยอยู่หนาแน่นและมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิมาก ซึ่ง กกต.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการไปปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นอำนาจของ กกต.ในการควบคุมดูแลการดำเนินการของกระบวนการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทั้งหมด เพื่อให้ความมั่นใจว่าจะเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยหาก กกต.แต่ละท่าน หากพบเห็นการกระทำใดอันอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถใช้อำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้งหรือสั่งให้ดำเนินการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. อีกทั้งจะได้นำผลการตรวจติดตามภารกิจมาใช้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงปัญหา อุปสรรค ของการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในอนาคตต่อไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในระหว่างเวลานับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งใช้บังคับจนถึงวันประกาศผลการเลือกตั้งหากมีความจำ เป็นเร่งด่วนต้องมีการประชุม กกต. ให้มีอำนาจประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดย กกต.แต่ละคนอาจอยู่ ณ สถานที่แตกต่างกันได้ ซึ่งในห้วงการเดินทางที่ผ่านมายังไม่มีประเด็นเร่งด่วนที่ กกต.จะต้องมีการประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะไปออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในต่างประเทศด้วยว่ากฎหมายได้กำหนดห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อหาเสียง เดินพบปะทักทายประชาชนในตลาดผังเมือง 4 อ.สะเตง โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยที่สวนสาธารณะ ต. โกตาบารู อ.รามัน ตอนหนึ่งว่า การเดินเข้าคูหา วันที่ 24 มีนาคมนี้ เป็นการเลือกอนาคตของประเทศ ถ้าเราพึงพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็มีพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองที่ทำอยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ถ้าจะเลือกอนาคตกับพรรคการเมืองกลุ่มหนึ่งที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตย แต่ทุกครั้งที่เข้าไปเป็นรัฐบาล ได้อำนาจประชาชนไปแล้ว แถมเรื่องทุจริต แถมเรื่องใช้อำนาจในทางมิชอบจนบ้านเมืองวุ่นวาย ถ้าอยากเอาบ้านเมืองไปเสี่ยงแบบนั้น ก็มีพรรคการเมืองกลุ่มหนึ่งสนับสนุน แต่ไม่ใช่ประชาธิปัตย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.หนองบัวลำภู แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งฯ ลงพื้นที่บ้านป่าแดงงาม อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เยี่ยมชมฟาร์มน้องต้น เกษตรกรตัวอย่างที่ใช้เทคโนโลยีทดแทนสารเคมีในการทำสวนอ้อย จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์พร้อมคณะได้ทดลองขึ้นรถไถซึ่งเป็นรถพรวนดินในไร่อ้อย และร่วมแลกเปลี่ยน รับฟังปัญหาและให้กำลังใจเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีจากการทำเกษตรกรรมในไร่อ้อยที่บ้านนาวัง ต.นาแก อ.นาวัง โดยมีผู้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีจำนวน 63 ราย ที่มาจาก อ.นากลาง อ.นาวัง อ.สุวรรณคูหา บางรายได้รับสารเคมีจนติดเชื้อในกระแสเลือด จนต้องตัดขาทิ้งเพราะเนื้อเน่า ขณะเดียวกันยังมีพระภิกษุบางรูปต้องติดเชื้อจากการเดินบิณฑบาตด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรป กฤตธีรานนท์, จตุพร พรหมพันธุ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fdff931ce8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
