<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA คว้ารางวัล AREA 2020 สาขา Investment in People พัฒนาสภาพแวดล้อมห้องเวรแก้ไฟฟ้าขัดข้อง เพื่อบริการประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA รับรางวัลชนะเลิศ Asia Responsible Entrepreneurship Awards 2020 สาขา Investment in People ในฐานะองค์กรในภูมิภาคเอเชียที่มีความโดดเด่นเรื่องการดำเนินนโยบายที่คำนึงถึงอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานและส่งมอบคุณค่างานบริการแก่ลูกค้า ประชาชน และสังคม จากโครงการ &amp;ldquo;Lively Workplace, Better Service&amp;rdquo; หรือโครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมบริเวณห้องเวรแก้ไฟฟ้าขัดข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า รางวัล Asia Responsible Entrepreneurship Awards 2020 ในสาขา Investment in People นี้ ถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการมุ่งพัฒนางานบริการเพื่อลูกค้าและประชาชน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนสากลขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ในฐานะหน่วยงานที่ให้บริการด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ MEA มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร เดินหน้าพัฒนาด้านงานบริการที่เป็นเลิศ สร้างความพึงพอใจแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในสถานที่สำคัญ คือ ห้องเวรแก้ไฟฟ้าขัดข้องที่อยู่ในที่ทำการไฟฟ้านครหลวงเขตทั้ง 18 เขต จึงได้ดำเนินการจัดประกวดโครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมบริเวณห้องเวรแก้ไฟฟ้าขัดข้อง ตามแนวทาง 5ส รวมทั้งมาตรฐานด้านความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในด้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดต่อขอรับบริการ ทั้งในด้านสภาพแวดล้อมที่สวยงาม และเกิดความปลอดภัยมีอาชีวอนามัยที่ดี โดยการดำเนินงานดังกล่าวขับเคลื่อนโดยคณะทำงานกิจกรรมพัฒนาสภาพแวดล้อมการไฟฟ้านครหลวงเขต ซึ่งประกอบด้วยนักบริหาร ผู้แทนหน่วยงาน MEA และผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย -ญี่ปุ่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงาน Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2020 จัดขึ้นเป็นปีที่ 11 ผ่านระบบสัมมนาออนไลน์ จัดโดย Enterprise Asia ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริมการทำประโยชน์แก่สังคม สนับสนุนการเป็นองค์กรชั้นนำอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจของกลุ่มผู้ประกอบการในภูมิภาคเอเชียเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในชุมชนท้องถิ่น อีกทั้งเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคและมีการมอบรางวัลประเภทต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยประกอบด้วยรางวัล 7 สาขา ได้แก่ Green Leadership Award, Investment in People Award, Health Promotion Award, Social Empowerment Award, Corporate Governance Award, Circular Economy Leadership Award และ Responsible Business Leadership Award&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78472</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, รางวัล AREA 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c334a5b507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ครบรอบ 62 ปี ขับเคลื่อน Change to New Normal  พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาการไฟฟ้านครหลวง ครบ 62 ปี ในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 นี้ MEA มีภารกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พร้อมพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อประชาชนภายใต้แนวทาง &amp;ldquo;62 Year MEA CHANGE to NEW NORMAL&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวต่อไปว่า MEA ถือเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภคสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีประวัติศาสตร์ในการก่อตั้งอันยาวนาน โดยได้รับการสถาปนาขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ถือเป็นการไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 62 ปี ที่ผ่านมานั้น MEA ได้ให้บริการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ มีการเติบโตไปพร้อม ๆ กับสังคม ตอบรับต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และได้เล็งเห็นถึงผลกระทบจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ผ่านมา จึงได้ดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาล ตลอดจนการปรับเปลี่ยนงานบริการต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมในรูปแบบ New Normal ทั้งในด้านการวางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเร่งด่วน และการยกระดับคุณภาพงานบริการต่าง ๆ ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดต่อโรค โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 สถิติการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ MEA มีหน่วยพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสะสม ปี 2563 เท่ากับ 50,840.09 ล้านหน่วย โดย MEA ได้ดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 100 มีสถิติความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand) ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 จำนวน 9,525.93 เมกะวัตต์ และได้พัฒนาระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเสริมความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ส่งผลให้มีจำนวนครั้งที่ไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ย (SAIFI) เท่ากับ 0.469 ครั้ง/ผู้ใช้ไฟฟ้า 1 ราย/เดือน และระยะเวลาที่ไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ย (SAIDI) เท่ากับ 15.412 นาที/ผู้ใช้ไฟฟ้า 1 ราย/6 เดือน (ข้อมูลสะสมถึงเดือน มิถุนายน 2563)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการพัฒนาบริการต่าง ๆ MEA ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าออนไลน์ด้วยรูปแบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น MEA Smart Life Application ที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในด้านการตรวจสอบ จ่ายค่าไฟฟ้าผ่านบัตรเครดิต - Internet Banking และการแจ้งไฟฟ้าขัดข้อง อีกทั้ง ในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดที่ผ่านมา ระบบบริการออนไลน์ MEASY (https://eservice.mea.or.th/measy) ยังเป็นช่องทางหนึ่งที่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าในการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ COVID-19 และช่องทางดังกล่าวยังอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรับบริการขอติดตั้งไฟฟ้าใหม่ ขอติดตั้งไฟฟ้าชั่วคราว ขอเพิ่ม-ลดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ตลอดจนการของดการใช้ไฟฟ้าชั่วคราวก็สามารถรับบริการได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่การรับเอกสารต่าง ๆ ของ MEA เช่น ใบแจ้งยอดค่าไฟฟ้า ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี และหนังสือเตือนให้ชำระค่าไฟฟ้านั้น MEA ได้ดำเนินโครงการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA e-Bill เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรับเอกสารในรูปแบบเอกสารออนไลน์ ผ่านทาง SMS หรือ Email เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ไฟฟ้าในการได้รับเอกสารอย่างรวดเร็ว ช่วยลดขยะอันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้&amp;nbsp; MEA ตอบรับนโยบายรัฐบาลมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพการดำเนินงานเป็นตัวแทนประเทศไทยที่เข้ารับการประเมินความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจ หรือ The Ease of Doing Business ด้านความสะดวกในการขอใช้ไฟฟ้า (Getting Electricity) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจัดอันดับของธนาคารโลก (Doing Business 2020) ประจำปี พ.ศ. 2563 MEA มีคะแนนเป็นอันดับที่ 6 ของโลก เป็นการแสดงถึงคุณภาพบริการของ MEA ที่ส่งเสริมการลงทุน การทำธุรกิจในประเทศไทยจากทั้งนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย MEA ยังได้มีโครงการพัฒนางานบริการในพื้นที่เขต ทั้ง 18 แห่ง ตามโครงการ Virtual District โดยดำเนินการปรับปรุงการบริการทั้งในด้าน Front Office และ Back Office ให้การบริการมีความสะดวกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) MEA ได้จัดทำ MEA EV Application ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการตรวจสอบสถานีอัดประจุไฟฟ้า การจองหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า และข้อมูลการชาร์จของผู้ใช้งาน โดย MEA ยังได้ให้ความสำคัญกับการจัดการระบบไฟฟ้า และระบบการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนและกำหนดหลักเกณฑ์ในการเชื่อมต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้า ส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทให้มีความเพียงพอ มั่นคง ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และปัจจุบัน MEA ยังมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ารวม 14 สถานี โดยล่าสุด ได้ให้บริการออกแบบและติดตั้งเครื่องชาร์จไฟยานยนต์ไฟฟ้าภายในที่อยู่อาศัยของลูกค้าโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่ง MEA ยังคงสนับสนุนกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศ เช่น สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น Nissan MG รวมทั้งกระทรวงพลังงาน เพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงช่วยลดการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก และการสร้างฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า MEA ยังคงเดินหน้าโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจตามแผนงาน พร้อมเป็นผู้นำประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบสายสื่อสาร ในพื้นที่ให้บริการ โดยปัจจุบัน กฟน. ดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 48.6 กิโลเมตร และอยู่ระหว่างดำเนินการ 167 กิโลเมตร ซึ่งโครงการที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 ได้แก่&amp;nbsp; ถนนวิทยุ ช่วงแยกเพลินจิต ถึง ถนนพระราม 4 และโครงการรอบพระตำหนักจิตรลดา รวมถึงโครงการขยายการก่อสร้างอุโมงค์สายส่งไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบไฟฟ้าใจกลางเมืองซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ถนนชิดลม ถึง ถนนสารสิน (ตลอดแนวถนน) และถนนเพลินจิต (จากสี่แยกชิดลม ถึงสี่แยกเพลินจิต) โดยมีลักษณะเป็นอุโมงค์ยักษ์ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 3.6 เมตร อยู่ลึกประมาณ 40 เมตร มีความยาวของอุโมงค์โดยประมาณ 1,800 เมตร ซึ่งจะถือเป็นอุโมงค์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาระบบไฟฟ้าไปสู่การเป็น มหานครอัจฉริยะ Smart Metro Grid ในปัจจุบัน MEA ยังได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการดำเนินโครงการ เมืองจุฬาฯ อัจฉริยะ (CHULA Smart City) ตลอดจนการเตรียมพร้อมรองรับระบบไฟฟ้าของรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ และสถานีกลางบางซื่อ ซึ่ง MEA ได้ดำเนินการสร้างสถานีไฟฟ้าต้นทางบางซื่อเพื่อรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้สูงสุด 1,200 เอ็มวีเอ (MVA) เทียบเท่าประมาณ 5 เท่าของศักยภาพระบบจ่ายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2563 ในปี 2563 MEA จึงได้ติดตั้ง smart meter จำนวน 33,265 ชุด&amp;nbsp; และการใช้เทคโนโลยีในการรับส่งข้อมูลและสถานะของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบได้แบบสองทาง (two-way communication) มีคุณสมบัติในการ monitor และแสดงผลได้ทันที (real time) ช่วยให้ทราบถึงพลังงานไฟฟ้าที่จ่ายไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า และเก็บข้อมูลพร้อมบันทึกการใช้พลังงานไฟฟ้าจาก smart meter ทั้งปัจจุบันและย้อนหลังเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ สามารถหาสาเหตุของปัญหาเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น ขณะที่ในด้านเทคโนโลยีการควบคุมระบบไฟฟ้า&amp;nbsp; MEA ยังมีแผนดำเนินการปรับปรุงศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า Supervisory Control and Data Acquisition (SCADA) เพื่อทำหน้าที่ควบคุมจัดการระบบไฟฟ้า ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลสั่งการที่ทันสมัย ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการควบคุมแรงดัน รวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย พร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และเพื่อการวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะแห่งอนาคตสำหรับเมืองมหานครให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในด้านการวางมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในรูปแบบ New Normal นั้น MEA ได้ปรับปรุงรูปแบบงานบริการในทุกที่ทำการเพื่อให้มีมาตรฐานที่ชัดเจน และเป็นไปตามข้อบังคับด้านสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วยการตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อก่อนเข้าอาคาร MEA รวมถึงบริเวณห้องชำระค่าไฟฟ้า ด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (Thermoscan) ทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมทั้งฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในบริเวณให้บริการลูกค้าและภายในอาคารสำนักงาน เพื่อสร้างความปลอดภัย รวมถึงได้ออกประกาศคำสั่งภายในเพื่อให้พนักงานปฎิบัติตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังได้ให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเชื้อ COVID-19 คำแนะนำวิธีปฏิบัติตนผ่านช่องทางสื่อสารของ MEA เพื่อให้พนักงานและประชาชนมีความเข้าใจและสามารถดูแลตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างถูกวิธี พร้อมร่วมรณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal โดยสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อยู่ข้างนอก เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และสแกนเข้าและออกจากสำนักงานทุกแห่งผ่านแพลตฟอร์ม &amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานด้านสังคมสิ่งแวดล้อม MEA ได้นำเสาไฟฟ้าจากการนำสายไฟลงใต้ดินไปทำประโยชน์ในรูปแบบ MEA&amp;rsquo;s Model โดยนำเสาไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานและยางรถยนต์เก่านำมาทำเป็นแนวกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน และป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ และโครงการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า เพื่อลดการกัดเซาะชายฝั่ง คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ท้องทะเลไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมถึงเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยส่งมอบโซลาร์เซลล์ และโคมไฟส่องสว่างในชุมชน ปรับปรุงระบบไฟฟ้าในชุมชนเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย สร้างบ่อซีเมนต์เพาะเลี้ยงปลาดุก พร้อมสนับสนุนพันธุ์ปลา อาหารปลาอุปกรณ์สนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและพลังงานสะอาด มุ่งสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน และ MEA เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการช่างไฟฟ้ามืออาชีพ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งสู่ชุมชน เข้าอบรม ทดสอบและประเมิน (สัมภาษณ์) ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อป้องกันอันตรายรวมถึงความเสี่ยงของช่างไฟฟ้าในระหว่างการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2557 เพื่อขอหนังสือรับรองความรู้ความสามารถตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 ให้สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพงานด้านช่างไฟฟ้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมยังมีโอกาสได้รับการอบรมการติดตั้งระบบชาร์จไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า EV Charger รวมถึงร่วมให้บริการด้านไฟฟ้าแบบครบวงจรผ่าน Application MEA e-Fix เสริมสร้างรายได้เป็นเครือข่ายตัวแทน MEA ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการบริหารองค์กร MEA ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส จากการประกาศรางวัล NACC Integrity Awards) จากสำนักงาน ป.ป.ช. ในครั้งที่ 4 เมื่อปี 2556 และยังได้รับรางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใสต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน ได้แก่ ครั้งที่ 7 ปี 2560 ครั้งที่ 8 ปี 2561 และล่าสุดเป็นครั้งที่ 9 นอกจากนี้ MEA ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร ที่ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดด้วยแนวโน้มอันดับเครดิตอยู่ที่ระดับ Stable ที่สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญในฐานะรัฐวิสาหกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตอย่างต่อเนื่องสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ตลอดจนนโยบายทางการเงินที่รอบคอบ รวมทั้งการได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย ตอกย้ำว่า MEA เป็นองค์กรโปร่งใส มีคุณธรรมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีโครงการความร่วมมือระหว่าง MEA และ อต.ขับเคลื่อนโครงการพี่เลี้ยง สนับสนุนรัฐวิสาหกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กร ยกระดับคุณภาพรัฐวิสาหกิจไทย ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) โดย MEA เป็นพี่เลี้ยงให้แก่องค์การตลาด ทั้งมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ(Workshop) แลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันจัดทำและทบทวนแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กรขององค์การตลาดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA ยังคงมุ่งมั่นภารกิจสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับกับการเปลี่ยนของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงพอ มั่นคง และปลอดภัย ซึ่งในวันนี้ MEA มีความพร้อมที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัลในการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นับเป็นการยกระดับงานบริการพร้อมกับการวางมาตรฐานป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคม New Normal ทั้งนี้ เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73022</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23af4d2582b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA อาสาพัฒนาศาสนสถานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และออกหน่วยบริการชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (25 กรกฎาคม 2563) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร จิตอาสาพระราชทาน และพนักงานอาสา ร่วมจัดกิจกรรม &amp;ldquo;MEA อาสาพัฒนาศาสนสถานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและออกหน่วยบริการชุมชน&amp;rdquo;ณ วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกิจกรรมในวันนี้ เป็นการน้อมนำแนวพระปฐมบรมราชโองการ &amp;ldquo;สืบสาน รักษา และต่อยอด&amp;rdquo; อันสะท้อนถึงพระราชปณิธานในการทรงงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยการเจริญรอยตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ-ว-ร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งด้วยหลักการมีส่วนร่วมของบ้าน วัด และโรงเรียน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมทำความดีน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 โดยพนักงานจิตอาสาพระราชทาน และพนักงานที่มีจิตสาธารณะ MEA ร่วมกันตรวจสอบบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าโดยเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าที่ชำรุด ตัดแต่งกิ่งไม้ใกล้สายไฟฟ้า ปรับปรุงสายไฟฟ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีความปลอดภัย รวมถึงทำความสะอาดบริเวณวัด ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดวชิรธรรมสาธิตและสามเณรรวมทั้งสิ้น 56 ทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72484</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, อาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200725/image_big_5f1c21f855402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CAT ร่วมมือ MEA ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมสู่การพัฒนาธุรกิจดิจิทัลและ 5G</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมกับ พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ลงนามในบันทึกความเข้าใจการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ณ ห้องประชุม 808 ชั้น 8 อาคารสำนักงานใหญ่ CAT ถนนแจ้งวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA และ CAT ได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ โดยจะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนำไปให้ผู้ประกอบการใช้ประกอบกิจการโทรคมนาคม และประกอบกิจการอื่นในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของ MEA ซึ่งนับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจโทรคมนาคมของประเทศ ช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพบริการได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อีกทั้งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้บริการได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่มีศักยภาพในด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่เมืองมหานครของประเทศไทย และมีความพร้อมตอบสนองนโยบายภาครัฐ ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะให้สามารถรองรับต่อการเติบโตของเมืองในอนาคต ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด โดย MEA พร้อมสนับสนุนข้อมูลด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้า ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) มาตรฐานการติดตั้งอุปกรณ์บนเสาไฟฟ้า และระบบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำผลการศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมระบบการให้บริการแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาคธุรกิจ และประชาชนในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ปัจจุบัน CAT มีเสาโทรคมนาคมกว่า 20,000 ต้น ที่พร้อมสำหรับให้ผู้ประกอบการได้ใช้งาน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนและยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเพื่อพัฒนาต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและ 5G ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากความร่วมมือกับ MEA แล้ว CAT ยังจะร่วมกับพันธมิตรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมเพื่อลดภาระการลงทุน และสร้างรายได้เพิ่มจากการให้ผู้ให้บริการรายอื่นเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานทั้งในส่วนของเสาโทรคมนาคมและไฟเบอร์ (Passive Infrastructure Sharing) รวมถึงร่วมกับพันธมิตรธุรกิจหรือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น เพื่อให้การลงทุนจัดให้มีบริการ 4G/5G เกิดประสิทธิภาพและประหยัดสูงสุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59458</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, CAT, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, ดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e688c42b4e4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ประชุมติดตามงานจัดระเบียบสายสื่อสาร เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA และคณะผู้บริหาร MEA พร้อมด้วยผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบสายสื่อสารเมืองมหานคร Smart Metro พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นนทบุรี และสมุทรปราการ เร่งแก้ไขปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง สร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล ณ อาคารวัฒนวิภาส การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ คลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมเร่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในการแก้ไขปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง และห้อยต่ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ความปลอดภัยของประชาชน และอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ MEA โดยรัฐบาลกำหนดรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ใช้งาน (สายตาย) ให้แล้วเสร็จภายใน มิถุนายน 2563 จึงได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารมาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ จึงเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องมาประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานจัดระเบียบสายสื่อสาร รวมถึงสรุปประเด็นปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อปรับแผนปฏิบัติงานเชิงรุกมากขึ้นให้สำเร็จตามแผนงาน เนื่องจากการจัดระเบียบสายสื่อสารรูปแบบใหม่ตามขั้นตอนที่ MEA กำหนดไว้จะมีมาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานแก้ไขปัญหาสายสื่อสารที่รกรุงรังและสายสื่อสารที่ม้วนขดห้อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน ให้มีความเรียบร้อยเป็นระบบที่ชัดเจนตรวจสอบได้และยั่งยืน สำหรับพื้นที่ที่ MEA รับผิดชอบ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ครอบคลุมทั้ง 18 ที่ทำการเขต มีทั้งสิ้น 318 เส้นทาง รวมระยะทางกว่า 2,200 กิโลเมตร นั้น จากการประชุมติดตามงานในวันนี้พบว่าผู้ประกอบการสามารถดำเนินงานได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่ง MEA มีแผนการดำเนินงานแบ่งเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 ระยะทาง 211.8 กิโลเมตร ได้ดำเนินการรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานออกหรือสายตาย และจัดระเบียบสายสื่อสารเสร็จสิ้นแล้วในเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา และเฟสที่ 2 ระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร อยู่ในระหว่างดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารในเส้นทางที่เหลืออยู่ตามแผนงาน ทั้งนี้ MEA มีการจัดระเบียบสายสื่อสารรูปแบบใหม่ โดยมีขั้นตอนดำเนินการ&amp;nbsp; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมต่างๆ สำรวจสายสื่อสารของตนเอง พร้อมติดแท็กระบุชื่อบริษัทผู้รับผิดชอบสาย ที่ต้องใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่มีเจ้าของ ไม่ถูกใช้งาน หรือสายตาย ออกจากเสาไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ติดตั้งคอนสำหรับสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าเพื่อรองรับการพาดสายสื่อสารที่ได้รับอนุญาตจาก MEA พร้อมให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมพาดสายของตนเองให้เป็นระเบียบภายและติดตั้งสายในช่องที่ได้รับอนุญาต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4. MEA บันทึกข้อมูลสายสื่อสารในแต่ละเส้นทางในระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูล ป้องกันการละเมิดในภายหลัง ซึ่งจากรูปแบบดังกล่าวจะทำให้ลดจำนวนการใช้สายสื่อสารลงโดยที่ไม่กระทบต่อลูกค้าผู้ใช้งานเครือข่าย สายสื่อสารมีความเป็นระเบียบ ตลอดจนการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถสอดส่องดูแลไม่ให้มีผู้ลักลอบมาพาดสายโดยไม่ได้รับอนุญาตได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยให้ภูมิทัศน์สวยงาม ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง มีความปลอดภัยแก่ประชาชนในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนที่พบเห็นปัญหาสายสื่อสารรกรุงรัง สายสื่อสารหลุดห้อยไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กสทช. โทร. 1200 หรือ LINE@ : @nbtc1200&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56537</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, สื่อสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3ced61787b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 15:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA พร้อมดูแลระบบไฟฟ้ามั่นคง และแนะนำการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยช่วงปีใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่จำหน่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ มีความพร้อมดูแลระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการจัดงานรื่นเริงหรือเฉลิมฉลองในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ให้มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง ปลอดภัย ในขณะเดียวกัน สำหรับประชาชนที่ไม่ได้เดินทางออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แต่มีการจัดงานเฉลิมฉลองที่บ้าน ขอให้ระมัดระวังในการใช้ไฟฟ้า โดยหลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเสียบปลั๊กไฟบริเวณปลั๊กพ่วงเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุในการก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ ส่วนประชาชนที่ออกเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ที่มีความจำเป็นต้องปิดบ้านเป็นระยะเวลาหลายวัน ขอให้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้เรียบร้อย ปิดสวิตช์ ถอนปลั๊กไฟ และปลดเบรกเกอร์ก่อนออกจากบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการ MEA กล่าวต่อไปว่า แม้ MEA จะปิดทำการในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ MEA ยังพร้อมให้บริการแก้ไขเหตุไฟฟ้าขัดข้อง โดยผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถแจ้งผ่าน MEA Smart Life Application ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Google Play ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://is.gd/KlyQKF ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA Line@ : @meanews Twitter : @mea_news หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องเวรแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องได้ทุกเขต รวมถึงแจ้งผ่านศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ในนามของ MEA ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้ทุกท่านมีความสุข คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาตลอดปีใหม่นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53247</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, ปลอดภัยช่วงปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e0319a400f62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วมรายงานผล Doing Business 2020 ด้านการขอใช้ไฟฟ้าโดดเด่นรั้งอันดับ 6 โลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2562) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ร่วมรับฟังรายงานผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ (Doing Business 2020) ซึ่งจัดอันดับโดยธนาคารโลก (World Bank) จากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) โดยมี นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ร่วมรายงานผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ ด้านการขอใช้ไฟฟ้า ในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณหน้าตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประเมิน Doing Business 2020 ในด้านต่าง ๆ จาก 190 ประเทศทั่วโลก พบว่า ด้านความสะดวกในการขอใช้ไฟฟ้าของ MEA ได้คะแนนรวมที่ 98.70 คะแนน อยู่อันดับที่ 6 ของโลก สูงที่สุดในการประเมินผลทุกประเภท 2 ปีซ้อน อันเป็นปัจจัยสำคัญในการยกอันดับคะแนนภาพรวมความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยขยับขึ้นจากอันดับที่ 27 เมื่อปี 2019 มาสู่อันดับที่ 21 ผลการประเมินในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนจากนานาชาติในการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ MEA พร้อมตอบรับนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนวิถีชีวิตเมืองมหานคร ให้ก้าวหน้ายั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)&amp;nbsp; https://www.opdc.go.th/content/NTgzNw&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49637</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energize smart living, Energy for city life, กีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, ไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc25158ce96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
