<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมประกันวินาศภัยไทยลุยโครงการธนาคารน้ำใต้ดินในพื้นที่ “ทุ่งกุลาร้องไห้”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.2563 นายกี่เดช อนันต์ศิริประภา ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย นำคณะผู้บริหารสมาคมฯ เข้าประชุมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) โดยมี ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดี ผศ.ดร.เฉลิมพล เยื้องกลาง รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการและการรับประกันคุณภาพ และ ผศ.ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัยและโครงการพิเศษ ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานอธิการบดี &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกี่เดช เปิดเผยว่า จากการพบปะหารือกันในครั้งนี้ จะเป็นการต่อยอดโครงการธนาคารน้ำใต้ดินที่สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้ดำเนินการขุดบ่อธนาคารน้ำใต้ดินในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ในตำบลเด่นราษฎร์ และ ตำบลดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 3,095 บ่อ เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วและได้ส่งมอบให้กับทางจังหวัดร้อยเอ็ดไว้เป็นสาธารณประโยชน์ของชุมชน ซึ่งเป็นโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน &amp;ldquo;หนองฮีโมเดล&amp;rdquo; ที่สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางคณะกรรมการบริหารของสมาคมฯ และคณะกรรมการกองทุนประกันภัยพืชผล ได้มีดำริที่จะสนับสนุนการต่อยอดโครงการร่วมกับ &amp;ldquo;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้&amp;rdquo; ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด สร้างน้ำกลางดินทรายบนจุดสูงสุดของที่ราบสูง เพื่อให้เป็น &amp;ldquo;ศูนย์การเรียนรู้การจัดการน้ำครบวงจรด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดิน&amp;rdquo; เพื่อให้เป็นต้นแบบการจัดการน้ำใต้ดินในพื้นที่แห้งแล้งที่อยู่นอกเขตชลประทาน พร้อมทำเป็น &amp;ldquo;ศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงและพืชผลนอกฤดูกาล&amp;rdquo; ในภาคอีสาน เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาศึกษาและขยายผลของวิธีการทำเกษตรกรรมสมัยใหม่ให้เกิดการพัฒนาและสร้างความยั่งยืนในชีวิตของตนเอง ที่ผ่านมาทาง มทร.อีสาน วิทยาเขตร้อยเอ็ด ได้ขุดบ่อธนาคารน้ำใต้ดินไว้แล้วจำนวนหนึ่ง แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่แห้งแล้งจัด น้ำจึงไม่เพียงพอ เมื่อเป็นเช่นนี้ สมาคมฯ จึงสนับสนุนงบประมาณให้ขุดเพิ่มอีก 10 บ่อ แยกเป็นบ่อเปิด ขนาด 40&amp;times;40&amp;times;10 เมตร จำนวน 4 บ่อเปิด ขนาด 10&amp;times;10&amp;times;10 เมตร อีก 4 บ่อ และบ่อแบบทูอินวันอีก 2 บ่อ ซึ่งการสนับสนุนของสมาคมฯ ในครั้งนี้ทำให้โครงการบริหารจัดการน้ำของมหาวิทยาลัยนั้นครบสมบูรณ์ตามแผนที่วางไว้และสามารถดำเนินการเพาะปลูกและพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อสร้างประโยชน์ต่อเกษตรกรและชุมชนต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นี่คือการเข้าไปช่วยเติมเต็มในการแก้ปัญหาน้ำของทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งที่ผ่านมาทาง มทร. อีสาน ได้ทำไปในระดับหนึ่งแล้ว จากไม่มีน้ำทำให้มีน้ำ จากหน้าแล้งปลูกอะไรไม่ได้เลย ก็สามารถปลูกพืชผัก ฟักทอง ปลูกถั่วลิสงได้ จากมีแต่ทรายหนา ๆ สูง ๆ ไม่มีหญ้าก็สามารถปลูกหญ้าเลี้ยงควายได้ ซึ่งเป็นความพยายามช่วยเหลือเกษตรกรของสมาคมประกันวินาศภัยไทยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย&amp;rdquo; นายกี่เดช กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76289</URL_LINK>
                <HASHTAG>กี่เดช อนันต์ศิริประภา, สมาคมประกันวินาศภัยไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4f64a43c219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
