<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทยา&#039;ลากไส้&#039;กี้ร์หนีคดี-ช่อด่ารธน.เฮงซวย&#039; ขี้ข้าที่ขี้ขลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.62 - &amp;nbsp;นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Taya Teepsuwan ว่า &amp;ldquo;กล้าพูด กล้าทำ แต่ไม่กล้ารับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาจากต่างประเทศเจอข่าว &amp;ldquo;กี้ร์หนีคดี&amp;rdquo; &amp;ldquo;ช่อด่ารธน.เฮงซวย&amp;rdquo; จริงๆคนจำพวกนี้เรียกได้ว่า &amp;ldquo;ขี้ข้าที่ขี้ขลาด&amp;rdquo; ก้อไม่ผิดนะ ยังจำได้เมื่อปี 52 กี้ร์อาสารับใช้นายใหญ่จากแดนไกล เพื่อหวังล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ ด้วยการเป็นแกนนำบุกล้มการประชุมสุดอาเซียนที่พัทยาเพราะนายใหญ่บอก &amp;ldquo;แพ้ไม่ได้...ประท้วงแล้วต้องมีอะไรกลับคืนมา&amp;rdquo; กี้ร์ก้อจัดเต็มสนองคำบัญชานายใหญ่ และสิ่งที่ได้กลับคืนมาในวันนั้น คือ ความเสียหายอย่างมหาศาลของประเทศบนเวทีโลก และสิ่งที่กี้ร์ได้กลับมาในวันนี้ คือ ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 4 ปี และในที่สุด กี้ร์ก็แสดงความเป็นขี้ข้าที่ขี้ขลาดหลบหนีออกนอกประเทศไปเรียบร้อยแล้ว...ใจมันด้านพอ!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; ด่ารธน. &amp;ldquo;เฮงซวย&amp;rdquo; ทุกมาตรา ซึ่งในรธน. มีหลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับการปกครองของประเทศโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตัวช่อเองก้อได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นสส.จากรธน.ฉบับนี้ ถ้ามันเฮงซวยจริง ก้อลาออกไปซะ! แทนทีจะขี้ขลาด ตะแบงแถไปเรื่อย เปลี่ยนจากคำว่า &amp;ldquo;เฮงซวยทุกมาตรา&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;มีปัญหาทุกมาตรา&amp;rdquo; ช่อค่ะ...เป็นนักการเมือง เป็นถึงสส.ผู้ทรงเกียรติ ควรใช้ภาษาวาจาที่สุภาพ วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ดีกว่านะ แล้วการพูดอะไรออกไปแล้ว คำพูดเป็นนาย โดยเฉพาะเมื่อเราเป็นคนของประชาชน เราต้องยอมรับในสิ่งที่พูดออกไป...อย่าเฉไฉ!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45988</URL_LINK>
                <HASHTAG>กี้ อริสมันต์, ช่อ-พรรณิการ์ วานิช, ทยา ทีปสุวรรณ, เฮงซวย, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c7631584aaac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างเหตุพยานเท็จ!&#039;อริสมันต์&#039;สบช่องยื่นอัยการถอนฟ้องคดีล้มประชุมอาเซียน แถบุกพังโรงแรมแค่ตามม็อบกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.62- &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง และนายนพพร นามเชียงใต้ แนวร่วม นปช. ในฐานะจำเลยคดีล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เมื่อปี 2552 เดินทางมายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการถอนฟ้องคดีล้มการประชุมอาเซียน เนื่องจากพยานโจทก์ปากสำคัญในคดีถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษฐานแจ้งความเท็จ โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอริสมันต์ กล่าวว่า ตนมายื่นขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด กรณี พ.ต.ท.ศราวุธ บุญชัย พยานรับสารภาพว่าถูกบังคับให้การเท็จปรักปรำพวกตน ขบวนการประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนั้น ต้องการไปยื่นหนังสือต่อผู้นำอาเซียน ทำให้ถูกข้อหาล้มการประชุม ทั้งที่การประชุมเลิกตอน 11 โมง แต่เหตุเกิดขึ้นประมาณบ่ายโมง ถ้ายกเลิกการประชุมหรือการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว รัฐบาลแถลงข่าวยุติแล้วหรือเลื่อนไป เรื่องราวต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น แต่กลับมีคนเสื้อน้ำเงินมาทำร้ายประชาชน ทำให้ประชาชนแตกตื่นเข้าไปในหอประชุม มีกระจกแตก ซึ่งกระจกที่แตกเจ้าหน้าที่ก็ทราบดีว่าใครทำ พวกเราเดินไปทีหลัง เข้าไปในหอประชุมเพื่อไปตามพี่น้องกลับมา นี่คือเรื่องจริงทั้งหมด ขณะที่คนเสื้อน้ำเงินไม่ถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอริสมันต์ ระบุด้วยว่า พ.ต.ท.ศราวุธ เป็นพยานปากสำคัญ ศาลพิจารณาพยานปากนี้โยงถึงพวกเราว่ามีการกระทำความผิดจริง บางครั้งเอารูปมาก็ไม่ตรง ทำให้ศาลตัดสินตามข้อมูลของ พ.ต.ท.ศราวุธ ทำให้จำเลยฟ้องต่อศาลเรื่องให้การเท็จ ศาลก็ตัดสินแล้วว่ามีความผิดจริง พวกเราทำตามสิทธิหน้าที่พลเมืองที่มีตามรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เราจึงมาขอความเป็นธรรมเมื่อเอาพยานเท็จมาฟ้องเรา อัยการก็รับทราบทั้งหมดเป็นการจัดฉาก นำพยานเข้าสู่ศาลกล่าวหาเราให้มีโทษจำคุก เราก็ถูกจำคุกกันมาพอสมควร วันนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด พยานรับสารภาพเป็นเท็จ จึงมาขออัยการสูงสุดพิจารณาว่าคดีสมควรถูกยกออกไปจากสารบบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าวถึงคดีล้มประชุมอาเซียนว่า ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าพวกเรามีความผิด แต่ภายหลังมีการดำเนินคดี พ.ต.ท.ศราวุธ ในข้อหาให้การเท็จ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินแล้วว่า พ.ต.ท.ศราวุธ มีความผิดจริง อีกทั้งจำเลยในคดีคือนายศักดา นพสิทธิ์ และนายนพพร นามเชียงใต้ ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ในส่วนของนายศักดา อัยการพัทยาก็มีความเห็นสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ศราวุธ ให้การเท็จอีก วันนี้ที่มาไม่ได้ก้าวล่วงอำนาจศาล ในเมื่ออัยการโจทก์มีหน้าที่ส่งฟ้อง แต่ปรากฏว่าพยานสำคัญเป็นพยานเท็จ หมายความว่าอัยการโจทก์ได้ฟ้องเท็จจะเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม อัยการโจทก์มีอำนาจที่จะถอนฟ้อง เพราะการฟ้องครั้งนี้มิชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจะถอนฟ้องแล้วดำเนินคดีใหม่ก็ว่ากันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายนพพร กล่าวว่า พ.ต.ท.ศราวุธ เบิกความพาดพิงแทบทุกคนในคดี วันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่พาดพิงว่าตนไปปราศรัยทั้งที่ไม่มีภาพถ่ายของตน พนักงานอัยการได้นำภาพบุคคลอื่นพร้อมข้อความ ซึ่งเป็นภาพของนายประหยัด นาคโต หรือเล็ก สนามหลวง ศาลได้นำมาพิจารณาว่าตนกระทำความผิด อัยการโจทก์นำพยานเท็จเข้าสืบเพราะเป็นภาพของบุคคลอื่น ตนตั้งรางวัล 1 แสนบาท ถ้าใครสามารถนำตัวเล็ก สนามหลวง มาเป็นพยานในศาลได้ เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าคดีของ พ.ต.ท.ศราวุธ อยู่ระหว่างฎีกาหรือไม่ นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าวว่า คดีของ พ.ต.ท.ศราวุธ อัยการโจทก์ไม่ได้ฎีกา ถือว่าจบลงแล้ว ส่วนกรณีที่นายศักดาได้แจ้งความเพิ่ม อัยการสั่งฟ้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการนัดฟังคำพิพากษาคดี นปช. ก่อการร้าย พรุ่งนี้ (14 ส.ค.) มีความรู้สึกอย่างไร คิดว่าจะเดินทางไปกันครบหรือไม่ นายอริสมันต์ กล่าวว่า ต้องเดินทางไปฟัง เราไม่มีเจตนาหลบหนี เราเชื่อมั่นว่าศาลมีความยุติธรรม เห็นข้อเท็จจริงว่าองค์ประกอบความผิดฐานก่อการร้ายไม่ได้ทำแบบนี้ ไม่มีใครไปก่อการร้ายโดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การปราศรัย การก่อการร้ายคือการก่อวินาศกรรม ทำให้เกิดความหวาดกลัว เสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมืองและชีวิตของพี่น้องประชาชน ศาลน่าจะพิจารณาแล้วว่าพวกเราไม่เข้าองค์ประกอบความผิดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าที่ผ่านมาถูกมองว่ามีบทบาทในการปราศรัยแบบฮาร์ดคอร์ ลำบากในการสู้คดีหรือไม่ มั่นใจแค่ไหน นายอริสมันต์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วต้องดูสาเหตุว่าทำไมเราถึงเป็นอย่างนั้น การกระทำของอีกฝ่ายทำกับเรารุนแรงมากอยู่แล้ว บางทีไปดักอุ้มเรา บุกจับเราโดยใช้อาวุธสงครามยิงเข้าไปในห้อง ถ้าสืบสาวความจริงเราปราศรัยทั่วประเทศ ไม่มีการเจ็บการตาย หรือเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น แต่เมื่อเข้ามาในกรุงเทพฯ แล้วมีการตาย เพราะว่ามีคนนำอาวุธสงคราม กระสุนจริงเข้ามา หลายอย่างที่เกิดขึ้น อยากให้พี่น้องประชาชนคิดว่าการชุมนุมของ นปช. ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกรุงเทพฯ ที่เดียว เกิดขึ้นทั่วประเทศ ทุกที่ที่ไปไม่มีความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นที่กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจึงสังเกตว่าเมื่อเรามาที่กรุงเทพฯ มันมีตัวการที่สร้างสถานการณ์ก่อความรุนแรงขึ้นมา วันนี้ประชาชนของเรา เสื้อแดงที่เสียชีวิตไปนับร้อยคนยังหาคนผิดไม่ได้เลย ยังจับคนยิงไม่ได้เลย แล้วคุณก็บอกว่าคนที่ตายเป็นผู้ก่อการร้ายบ้าง แต่เราไปสืบเสาะดูว่าคนที่เสียชีวิตทั้งหมดไม่มีอาวุธสักคนเดียว แล้วที่สำคัญก็ถูกซุ่มยิงจากระยะไกลเสียส่วนใหญ่ ศาลก็พิจารณาแล้วว่าคนที่เสียชีวิตบางจุดบางที่เกิดจากการยิงของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง&amp;rdquo; นายอริสมันต์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กี้ อริสมันต์, คดีล้มประชุมอาเซียน, นปช., นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, พัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d5243ca928ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039;อ้างเพราะชายชุดน้ำเงิน&#039;อริสมันต์&#039;จึงบุกโรงแรมรอยัลคลิปบีชปี52 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.61 &amp;nbsp;- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อตต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าตรวจพยานหลักฐานคดีนปช.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552 ว่าคดีนี้เป็นการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ &amp;nbsp;ยุบสภาเมื่อปี 2552 เวลาผ่านมานานพอสมควร เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินการมาถึงชั้นศาล พวกตนร้องขอความเป็นธรรมว่าหลายคนในคดีนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาซ้ำซ้อนกับกรณีชุมนุมที่พัทยา อย่างนายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำ นปช. ก็โดนคดีที่พัทยา ศาลอุทธรณ์สั่งจำคุกอยู่ระหว่างประกันตัวสู้ชั้นฎีกา พวกตนก็ถูกแจ้งข้อหาทั้งกรณีกระทำในกรุงเทพฯ และพัทยาด้วย จึงทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังอัยการสูงสุดว่าเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่อย่างไร เรื่องก็ยังอยู่ในกระบวนการ ยังไม่ทราบข้อยุติ วันนี้ทีมทนายความได้เตรียมบัญชีพยานมาแสดงต่อศาล เราก็จะสู้กันไปตามกระบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มองว่าซ้ำซ้อนเพราะอะไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นสถานการณ์ชุมนุมเดียวกันกรรมเดียวกัน ถ้าตนถูกฟ้องว่าเป็นแกนนำการชุมนุมที่กรุงเทพฯ แล้ว การชุมนุมดังกล่าวก็มีผลต่อเนื่องไปยังสถานการณ์ที่พัทยาด้วย แล้วที่พัทยายังมีชายฉกรรจ์ใส่เสื้อสีน้ำเงินถือปืนถือมีดอาวุธครบมือมาดักทำร้ายคนเสื้อแดง ก็มีข้อสงสัยว่าได้หยิบยกไปพิจารณาตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนหรือไม่ เป็นสาระในการขอความเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การชุมนุมในปี 2552 เป็นการชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ ไม่มีความรุนแรงใดๆ ในวันที่ 14 เม.ย. พวกผมซึ่งเป็นแกนนำก็ประกาศยุติการชุมนุมด้วยตัวเอง แล้วก็ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการดูแลพี่น้องประชาชนผู้มาร่วมชุมนุมจนเดินทางกลับจากบริเวณที่ชุมนุมครบถ้วน เราจึงไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ นี่ก็เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนสถานการณ์ที่พัทยาอย่างที่เรียน นัยยะสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นในพื้นที่ก็คือการปรากฏตัวของชายฉกรรจ์สวมเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหว อากัปกิริยาต่างๆ ใครเห็นก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมชายฉกรรจ์นับร้อยคนถืออาวุธครบมือสามารถยืนปะปนกับเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีการจับกุมหรือแม้แต่กระทั่งห้ามปรามใดๆ ถ้าหากไม่ปรากฏการกระทำของชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว ก็ไม่มีเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องย้อนกลับไปโรงแรมรอยัลคลิปบีช ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์นี้ทำให้นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำนปช.กับพวกเป็นจำเลย เราได้นำไปอธิบายในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ตั้ง และน่าประหลาดใจคณะกรรมการดังกล่าวหลังตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนว่าความจริงเมื่อปี 2552 คืออะไร รัฐบาลนายอภิสิทธิ์แม้เหตุการณ์จะผ่านมาหลายปีแต่ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ควรเปิดเผยผลสรุปจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดดังกล่าวให้สังคมรับทราบสิ้นสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการที่นายอริสมันต์นำมวลชนทุบกระจกไม่รุนแรงเกินกว่าเหตุใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ ว่า การประกาศยุติการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเกิดก่อนที่นายอริสมันต์จะเดินทางไปถึงโรงแรม ขณะเดียวกันข้อเท็จจริงหลังจากนั้นขณะนี้กำลังอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา ตนขออนุญาตไม่พูดลึกลงไปเพราะจะก้าวล่วงการใช้ดุลพินิจพิจารณาของศาล แล้วเรื่องชายชุดน้ำเงินยังไม่มีการพูดกันชัดเจน คนที่จะอธิบายเรื่องนี้ดีที่สุดก็คือนายอภิสิทธิ์ เพราะถือผลการตรวจสอบของคณะกรรมการไว้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10163</URL_LINK>
                <HASHTAG>กี้ อริสมันต์, ชายชุดน้ำเงิน, ชุมนุมปี52, นปช., ล้มประชุมอาเซียน, เต้น ณัฐวุฒิ, เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0b94fb7893a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2018 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันวาเลนไทน์&#039;จนท.&#039;อนุโลมให้เมียอริสมันต์นั่งติดผัว ในนัดซักค้านพยานโจทก์คดีก่อการร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.61 -&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;909&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากสุดท้ายในคดีก่อการร้าย หมายเลขดำที่ อ.2542/2553&amp;nbsp;ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)&amp;nbsp;กับพวกรวม 24 คน&amp;nbsp;เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย และข้อหาอื่นๆ กรณีกลุ่ม นปช.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้อัยการโจทก์นำนายวิโรจน์ ทูคำมี&amp;nbsp;พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เบิกความประกอบเอกสาร 7 แฟ้ม สรุปว่า พวกจำเลยมีการชี้นำกลุ่มแนวร่วม นปช. เข้ากรุงเทพฯ ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์&amp;nbsp;โดยให้เคลื่อนไหวและใช้ความรุนแรง บนพื้นที่แยกราชประสงค์ ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด การปราศรัยให้กำลังใจจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศมาที่เวทีด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ รวมไปถึงการกีดขวางการจราจร ในเหตุการณ์ความไม่สงบปี2552 &amp;ndash; 2553&amp;nbsp;กระทั่งมีการสลายการชุมนุมและแจ้งข้อหาดำเนินคดี หลังพยานโจทก์เบิกความเสร็จสิ้น ศาลจึงนัดให้ทนายความจำเลยซักค้านพยานโจทก์ปากนี้ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายยศวริศ หรือเจ๋ง ดอกจิก เปิดเผยว่า ในวันนี้เป็นการนัดสืบพยานโจทก์นัดเกือบสุดท้ายแล้ว กำลังจะสืบพยานจำเลยต่อไป ส่วนตนเพิ่งพ้นโทษในคดีหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ซึ่งศาลลงโทษจำคุก 2 ปี ออกมาวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา ติดจริง 11 เดือน เพราะหักวันจำคุกคดีอื่นไปก่อนหน้านี้ก็พ้นโทษพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี&amp;nbsp;ทนายความจำเลย เปิดเผยว่า นัดนี้เป็นปากสุดท้ายของฝ่ายโจทก์ อยู่ในขั้นตอนซักค้าน ทางศาลให้เวลาซักค้านอีกหนึ่งนัด จากนั้นก็จะสืบพยานจำเลยเตรียมไว้กว่า 100 ปาก โดยที่ผ่านมามีการสืบพยานโจทก์กว่า 30 ปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพิจารณานายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช. จำเลย ซึ่งถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำเนื่องจากถูกจำคุกในคดีล้มการประชุมอาเซียนซัมมิทที่พัทยา ได้นั่งแถวที่สองในห้องพิจารณา โดยมีภรรยาคอยให้กำลังใจข้างนอกห้อง &amp;nbsp;เพราะเก้าอี้ในห้องเต็ม นายยศวริศเห็นว่า&amp;nbsp;สามีภรรยาไม่ได้พบกันนาน เมื่อมาศาลก็ไม่ได้ใกล้ชิดกัน จึงขอร้องเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้สามีภรรยาได้นั่งติดกันเนื่องในวันแห่งความรัก เจ้าหน้าที่จึงอนุโลมให้นั่งด้วยกันได้ ส่วนจำเลยคนอื่นที่ไม่ได้รับการประกันตัวและมีภรรยามาคอยให้กำลังใจก็ได้รับประทานอาหารร่วมกันนอกห้องพิจารณา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3114</URL_LINK>
                <HASHTAG>กี้ อริสมันต์, ก่อการร้าย, นปช., เสื้อแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a83f88e3a7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
