<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด! ตร.จับแอดมินกุข่าวอุ้ม 3 แกนนำเยาวชนพิษณุโลกเข้าค่าย ตชด.  แฉมีคดีติดตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.63 - ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบช.ภ.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 20 หมู่ 3 ต.บ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก แอดมินเพจเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;พิษณุโลกคนกล้าไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ&amp;quot;&amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 183/2563 ลงวันที่ 13 ส.ค.2563 ซึ่งกระทำความผิดฐาน &amp;quot;นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.นัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ดังที่ปรากฏทางสื่อมวลชนว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2563 เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;พิษณุโลกคนกล้า ไม่ก้มหน้าให้เผด็จการ&amp;quot; โพสต์ข้อความสรุปได้ว่า มีเหตุการณ์แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมถูกกลุ่มบุคคลซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นำตัวไปจากบริเวณลานจอดรถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อมิให้เกิดการชุมนุมขึ้น ในวันที่ 9 ส.ค.2563 โดยระบุว่ามีการนำตัวแกนนำไปในค่าย ตชด.เจ้าพระยาจักรี (กก.ตชด.31) เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผลการตรวจสอบ ปรากฏว่า มิได้มีเหตุกาณ์ดังโพสต์ดังกล่าวข้างต้นแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทราบตัวผู้กระทำผิด และศาลได้อนุมัติหมายจับ นายเวหา หรืออาร์ท แสนชนชนะศึก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจับกุมตัวนายเวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นนายเวหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิด พบว่า นายเวหา&amp;nbsp;ยังเคยถูกดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน (กรณีเนินมะปรางมาราธอน) ท้องที่ สภ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก คคีอาญาที่ 149/2560 ศาลจังหวัดพิษณุโลก พิพากษา จำคุก 2 ปี ปรับ 25,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ลงคำพิพากษาวันที่ 3 ก.ค. 2561 โดยนายเวหาขอใช้สิทธิ์ไม่แสดงตนในการแถลงข่าวครั้งนี้ ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวนำส่ง พ.ต.ท.เอกชัย &amp;nbsp;พรมทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74364</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุข่าว, จ.พิษณุโลก, พรบ.คอมพิวเตอร์, ม็อบนักศึกษา, สภ.เมืองพิษณุโลก, เวหา แสนชนชนะศึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f3547b2a966d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุข่าวงัดพรก.ฉุกเฉินยุบพรรค!รัฐบาลยันเรื่องเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 - &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ข่าวนายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยุบพรรคการเมือง ทำให้ ส.ส. 500 คน พ้นสภาพว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง มีผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างข่าวเท็จเพื่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายในช่วงจัดตั้งรัฐบาล และลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลชุดปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีรับทราบเรื่องดังกล่าว และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวที่ไม่มีที่มาที่ไป พร้อมกำชับให้ทุกฝ่ายเร่งชี้แจงทำความเข้าใจแก่สังคม โดยยืนยันว่าไม่มีแนวคิดเช่นนั้น เพราะนายกรัฐมนตรีเคารพกฎหมายและฟังเสียงของประชาชน ขณะนี้เป็นขั้นตอนของพรรคการเมือง จึงต้องรอความชัดเจน นอกจากนี้ยังเตือนผู้ไม่หวังดีให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยรัฐบาลจะสืบหาต้นตอของข่าวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;quot;พล.ท.วีรชนระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37215</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุข่าว, พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, ยุบพรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b2108e985a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นกฎหมายข่าวปลอม ชาวเดนมาร์กนอนคุกฐานโพสต์ยูทูบด่าตำรวจมาเลย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลมาเลเซียตัดสินลงโทษจำคุกชายชาวเดนมาร์ก 1 สัปดาห์ ฐานเผยแพร่ข่าวปลอม กล่าวหาตำรวจมาเลเซียอย่างผิดๆ ว่าใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุนักทำจรวดของฮามาสโดนลอบยิงเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้โดยสารรถไฟดูป้ายโฆษณาที่ติดไว้ในสถานีกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เขียนเตือนว่า &amp;quot;แชร์เรื่องโกหก คุณก็เป็นคนโกหกด้วย&amp;quot; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของศาลมาเลเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 ทำให้ซาลาห์ ซาเลม ซาเลห์ สุไลมาน พลเมืองเดนมาร์กวัย 46 ปี เป็นบุคคลแรกที่ถูกตัดสินและลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการเผยแพร่ข่าวปลอมของมาเลเซีย ที่ผ่านสภาเมื่อต้นเดือนเมษายน และถูกกลุ่มสิทธิวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามปิดปากฝ่ายต่อต้านรัฐก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 9 พฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการมาเลเซียกล่าวหาสุไลมานว่าเผยแพร่ข่าวเท็จ จากการที่เขาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวไม่ถึง 2 นาทีลงยูทูบ กล่าวหาตำรวจมาเลเซียว่าใช้เวลาถึง 50 นาที นับจากได้รับแจ้งเหตุ จนมาถึงที่เกิดเหตุที่ฟาดี อัลบาตช์ อาจารย์ชาวปาเลสไตน์โดนยิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน แต่ในความเป็นจริง ตำรวจได้แสดงหลักฐานว่าพวกเขามาถึงที่เกิดเหตุภายหลังรับแจ้งราว 8 นาทีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุไลมาน ซึ่งมีเชื้อสายซีเรียและอยู่ระหว่างเยือนมาเลเซียนาน 10 วัน ยอมรับสารภาพผิด โดยอ้างว่าเขาไม่ทราบข้อกฎหมายของประเทศนี้เกี่ยวกับข่าวปลอม และเขาโพสต์วิดีโอนี้ขณะที่อารมณ์โกรธแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นด้วยว่าผมทำผิดพลาดไป ผมขอโทษอย่างจริงจังต่อทุกคนในมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงต่อตำรวจมาเลเซียเท่านั้น&amp;quot; สุไลมานซึ่งไม่มีทนายแก้ต่าง กล่าวเป็นภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายการเผยแพร่ข่าวปลอม กำหนดโทษสูงสุดจำคุก 6 ปี และปรับสูงสุด 500,000 ริงกิต&amp;nbsp; (ราว 4 ล้านบาทเศษ) แต่ศาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ตัดสินลงโทษสุไลมาน โดยให้จำคุก 1 สัปดาห์ และปรับอีก 10,000 ริงกิต (ราว 80,000 บาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุไลมานซึ่งเป็นมุสลิมและพูดภาษาอาหรับในคลิปที่ถูกนำมาเปิดในศาล กล่าวว่า เขามีภรรยา 3 คน และลูก 6 คน เขาไม่มีเงินพอจ่ายค่าปรับ ทำให้เขาต้องถูกจำคุก 1 เดือนแทนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกกฎหมายห้ามการเผยแพร่ข่าว, สารสนเทศ, ข้อมูล และรายงาน ที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วน โดยครอบคลุมถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ทางดิจิทัลและโซเชียลมีเดียด้วย และยังมีผลกับการกระทำผิดภายนอกมาเลเซีย ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติ หากข้อมูลปลอมนั้นกระทบต่อประเทศมาเลเซียหรือพลเมืองมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาดี อัลบาตช์ อาจารย์วิศวกรรมพลังงานของมหาวิทยาลัยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่ว่ากันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจรวดของกลุ่มฮามาส โดนยิงเมื่อเช้ามืดวันที่ 21 เมษายน โดยมือปืนซ้อนรถจักรยานยนต์กันมา ครอบครัวของเขากล่าวหาสายลับอิสราเอลว่าเป็นผู้ลงมือ อิสราเอลปฏิเสธและตำรวจยังจับกุมคนร้ายไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายข่าวปลอม, กุข่าว, ข่าวปลอม, จำคุก, ชาวเดนมาร์ก, ด่าตำรวจ, มาเลเซีย, ยูทูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae721df0ff82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
