<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าเตือนภัยล่วงหน้า อีกขั้นความสำเร็จ &quot;กุยบุรีโมเดล&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงร.9 ทรงมีพระราชดำริให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้

เมื่อช่วง 20กว่าปีก่อน ช้างป่าที่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กับคนในพื้นที่กลายเป็นศัตรูเข่นเคี่ยวกัน เพราะช้างออกจากป่ามาทำลายพืชไร่ กินสับปะรดที่ชาวบ้านปลูก สร้างความเสียหายให้ชาวไร่ &amp;nbsp;จนปี . 2540ช้างป่าจำนวน 2 ตัว เสียชีวิต หนึ่งตัวได้รับสารพิษจากการทำไร่สับปะรดบริเวณพื้นที่บ้านรวมไทยหมู่ที่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี และอีก 1 ตัว ถูกยิงเสียชีวิตและ ยังถูกเผาทิ้งด้วยยางรถยนต์บริเวณบ้านพุบอน หมู่ที่ 8 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรีเนื่องจากเข้ามากินสับปะรดที่ชาวบ้านปลูกไว้&amp;nbsp;
เหตุการณ์ช้างป่าเสียชีวิตทั้ง 2ตัว ทำให้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; ในหลวง ร. 9 &amp;nbsp;ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่19 มิ.ย. 2540 ว่า &amp;ldquo;ให้ดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีโดยใช้รูปแบบในการฟื้นฟูเช่นเดียวกับการดำเนินงานของโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯจังหวัดเพชรบุรี และโครงการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ จังหวัดราชบุรี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อมาทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่&amp;nbsp;29พ.ค. 2541 ว่า ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกโดยปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งจะทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้มาก &amp;nbsp; ให้ปลูกสับปะรดที่คุณภาพไม่จำเป็นต้องดีนักสำหรับเป็นอาหารช้าง &amp;nbsp;เพื่อให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข &amp;nbsp;ทรงแนะให้ดึงชาวบ้านมาช่วยดูแลพืชอาหารช้างพร้อมทั้งให้ค่าตอบแทนกับชาวบ้าน หรือไม่มีที่พักให้จัดที่พักอาศัยให้โดยไม่ต้องแพงนักและให้ปลูกผักสวนครัวในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังทรงแนะให้มีการฟื้นฟูป่า ให้สมบูรณ์ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้ช้างป่าออกมาหากินภายนอก &amp;nbsp;และยังทรงมีพระราชดำริอีกหลายครั้ง เกี่ยวกับการแก้ปัญหาช้างป่า แต่ครั้งสำคัญคือ ทรงมีพระราชริเมื่อวันที่5 กรกฎาคม พ.ศ. 2542ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ช้างควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างให้เพียงพอการปฏิบัติ คือ ให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็ก ๆ และกระจาย &amp;nbsp;กรณีช้างออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างบ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากแนวพระราชดำริ ทำให้เป็นที่มาของโครงการอนุรักษ์ช้างป่ากุยบุรี ที่ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2542-2558 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพปาสงวนแห่งชาติปากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (2542-2549) &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีโครงการอนุรักษ์ ตามมาอีก 2 โครงการ ซึ่งเป็นการขยายผลจากโครงการพระราชดำเริ&amp;nbsp;ได้แก่ โครงการ&amp;quot;ช้างป่า...บ้านพ่อ&amp;quot; (2553-2555) และ พันธะสัญญาเทือกเขาตะนาวศรี 2555 &amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานต่อเนื่องของมูลนิธิช้างป้า...บ้านพ่อ 2555 ,โครงการ POWER of Kuiburi แผนยุทธศาสตร์&amp;quot;คน ข้าง ป้า&amp;quot; (2556 - 2556) &amp;nbsp; แผนยุทธศาสตร์ &amp;quot;คนข้าง ป้า&amp;quot;ระยะที่สอง ( 2556- 2558)ครอบคลุม3ยุทธศาสตร์ หลัก 11 กลยุทธ์ 22 กิจกรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนผังแปลงหญ้าที่ปลูกกระจายในป่า ตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหารไม่ต้องออกจากป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จนมาถึงวันนี้ โครงการให้ช้างอยู่ร่วมกับคน หรือคนอยู่ร่วมกับช้าง หรือที่เรียกว่า&amp;quot;กุยบุรีโมเดล&amp;quot;นับว่าประสบความสำเร็จ สามารถลดปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างคนกับช้างได้ ช้างออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรในพื้นให้น้อยลง ซึ่งช่วยทำให้ชาวบ้านมีทัศนะคติต่อช้างป่าดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในปี2560 มีการตั้งศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จับมือ กลุ่มบริษัททรู และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย (WWF) &amp;nbsp;WWF โดยนำเทคโนโลยี IOT นำเทคโนโลยี IOT เสริมศักยภาพการบริหารจัดการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยกลุ่มทรูได้ประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการสื่อสารร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (camera trap) และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนแบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนด้านพัฒนาระบบ Cloud / Application / Camera trap พร้อม SIM จำนวน 25 ชุด &amp;nbsp;เสาสัญญาณ3 จุด &amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ 16 เครื่อง &amp;nbsp; อาคารศูนย์ปฏิบัติการพร้อมระบบคอมพิวเตอร์ และยังมอบกรมธรรม์คุ้มครองอุบัติเหตุให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการผลักดันช้างป่า &amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะช่วยผลักดันช้างให้กลับเข้าป่าได้เกือบ 100% แล้วยังสามารถยืนยันหลักฐานการเพิ่มขึ้นของประชากรช้างป่าอย่างต่อเนื่องจาก 237 ตัว เป็น 400 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดงานศูนย์เฝ้าระวังเตือนภัยช่างป่า ที่กลุ่มทรูสนับสนุนเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในพิธีเปิดศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมกับกล่าวว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้น้อมนำพระราชดำรัสของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2542 ว่าช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารเพียงพอ การปฎิบัติคือ ให้ไปสร้างอาหารในป่า เป็นแปลงเล็กๆ &amp;nbsp;และกระจายและถ้ามีช้างออกจากป่า ก็ควรดูแลให้ช้างปลอดภัย ทางกรมอุทยานฯจึงน้อมน้ำพระราชดำริมาแก้ปัญหา ส่งผลให้ปัญหาได้คลี่คลายไปแล้วระดับหนึ่ง และต่อมากรมอุทยานฯและกลุ่มทรู ได้ทำบันทึกความเข้าใจ ร่วมมือตามโครงการเฝ้าระวังช้างป่า ด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่อุทยานกุยบุรี พื้นที่รอยต่อระหว่างเขตอนุรักษ์กับพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งระบบนี้ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร ร่วมกับการใช้กล้องดักถ่ายภาพอัติโนมัติ( Camera trap) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน แบบReal time หากมีช้างป่าออกมา ก็จะมีเจ้าหน้าที่ชุดที่เตรียมไว้เฝ้าระวังผลักดันช้างกลับเข้าไปในป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผลของโครงการเฝ้าระวัง สามารถผลักดันช้างออกจากป่าจาก 25% เหลือ 5% &amp;nbsp;สามารถลดความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ แต่การแก้ปัญหาระยะยาวคือ ต้องทำให้ป่าสมบูรณ์มีอาหาร &amp;nbsp;ช้างก็จะไม่ออกมา คนกับช้างก็จะอยู่ร่วมกันได้ ซึ่งถ้าป่าไม่มีอาหาร ช้างก็จะหิว ต้องออกมานอกพื้นที่ &amp;nbsp;ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องคิดถึงใจของช้างบ้าง เพราะช้างไปบ่นกับใครไม่ได้ ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯเอง ก็มีนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่านตอนนี้ เรามีอยู่ 30% ซึ่งเราตั้งเป้าอีก 20ปีช้างหน้าเราจะต้องมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นให้ได้ในสัดส่วน 40%&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์ ผู้บริหารจากกลุ่มทรู กล่าวอธิบายถึง &amp;nbsp;การทำงานของระบบ Elephant smart early &amp;nbsp;warning system จะติดตั้ง camera trap พร้อม Sim และSD card บริเวณด่านที่่ช้างออกมาทั้ง 25ด่าน เมื่อช้างหรือวัตถุใดๆ เคลื่อนไหวผ่าน กล้องจะทำการบันทึก และส่งภาพไปยังระบบ Cloud โดยเจ้าหน้าที่ห้องศูนย์ปฎิบัติการ จะทำการสกรีนภาพ และส่งภาพผ่านมือถือเข้า อีเมลล์ ของเจ้าหน้าผ่านระบบ Application Smart Ranger เพื่อแจ้งเตือนให้เจ้าที่ดำเนินการผลักดันช้างออกจากพื้นที่ &amp;nbsp;และเมื่อผลักดันสำเร็จจะต้องทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ &amp;nbsp;เช่น พิกัดด่านที่ช้างออกมา จำนวนช้าง เวลา ความเสียหายเป็นต้น ซึ่งระบบCloud จะทำการประมวลผล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แก้ปัญหาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่โชว์ระบบเตือนภัยช้างป่า ที่กลุ่มทรูสนับสนุนเทคโนโลยี และได้ผลสามารถผลักดันช้างกลับเข้าสู่ป่า ไม่ทำลายพืชผลเกษตรชาวบ้านได้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราเริ่มโครงการจริงๆเมื่อเดือนมี.ค.61 ในแผนความร่วมมือ 20เดือน &amp;nbsp;และเริ่มใช้งานของระบบเมื่อเดือนต.ค.ปีเดียวกัน ผลที่ได้ชัดเจน ลดความเสียหายพื้นที่ของเกษตรกรกว่า 168 ครั้ง หลังติดตั้งกล้องพบพื้นที่เกษตรเสียหายเพียง 2ครั้งเท่านั้น เกิดจากช้างป่าตัวนั้นไม่ได้เดินผ่านกล้่อง เทียบกับกลุ่มช้างป่าที่เดินผ่านกล้อง ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้ไม่พบความเสียหายเลย&amp;quot;ดร.ธีระพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชว์การปฎิบัติงานระบบเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า จากการรายงานในช่วงตั้งแต่เดือนพ.ย.61 ถึงปัจจุบัน หรือในช่วง 10เดือน พบว่ากล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัติโนมัติ สามารถบันทึกภาพช้างป่าได้ 518ครั้ง รวม 1,826ภาพ ส่วนพื้นที่ ได้พบข้างป่าบางแห่ง ได้ก่อให้เกิดความเสียหายพืชผลเกษตรกรเพียงจขำนวน 27ครั้ง หากเปรียบเทียบเชิงสถิติ ในก่อนมีการติดตั้งกล้อง ในช่วง พ.ย.60-ส.ค.61 พบว่าช้างป่าออกมาทำลายพืชผลเกษตร 628ครั้ง และสร้างความเสียหายพืชผลทางการเกษตร 217ครั้ง แสดงให้เห็นผลสำเร็จการติดตั้งกล้องดักถ่ายอัติโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ทส.ดูงานห้องปฎิบัติการเฝ้าระวังเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โครงการดึงช้างกลับเข้าป่า และให้คนอยู่กับช้างได้ ตามแบบของ&amp;quot;กุยบุรีโมเดล &amp;quot;เป็นการทำตามแนวพระราชดำริ คือ &amp;nbsp; การสร้างแหล่งอาหารให้ช้างด้วยการทำแปลงหญ้ากว่า 200 ชนิด ในป่า และออกแบบให้เป็นแปลงเล็กๆ กระจายตามที่ต่างๆ &amp;nbsp; และการแบ่งแนวบัฟเฟอร์ ระหว่างพื้นที่ป่า กับพื้นที่ชาวบ้าน &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังสร้างแหล่งน้ำ ไว้ตามจุดต่างๆ &amp;nbsp;ซึ่งในหน้าแล้งช้างจะได้มีน้ำกิน &amp;nbsp;แหล่งน้ำนี้ มีเครือข่ายฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมมือนำน้ำมาเติม &amp;nbsp;โดยมีการทำบ่อบาดาลไว้พื้นที่ใกล้เคียง และใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ สูบน้ำมาเติมให้ช้าง &amp;nbsp;ทางโครงการยังมีแผนที่จะทำแหล่งอาหารให้ช้างลึกเข้าไปในป่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการดึงช้างกลับเข้าป่าไม่ออกมาพื้นที่ภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการในงานบอกเล่าพระราชดำริ ในหลวง ร.9 ก่อนมาเป็นกุยบุรีโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กำนันศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนันต.หาดขาม อ.กุยบุรี กล่าวว่า การดำเนินงานของกุยบุรีโมเดล ซึ่งมี13หน่วยงานที่ได้มาร่วมกันทำโครงการพระราชดำริ เพื่อให้สัตว์ป่ามีที่อยู่ ที่อาศัย ที่กิน &amp;nbsp;เพราะถ้ามีแหล่งอาหารครบเขาก็จะไม่ออกมาทำลายพืชไร่ &amp;nbsp;ซึ่งการที่มีบางคน ที่เป็นส่วนน้อยออกมาเรียกร้อง ให้มีการสร้างรั้วป้องกันช้างออกมาไปเหมือนที่ป่าละอูทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา &amp;nbsp;พวกผู้นำชุมชนและหลายหน่วยงานที่ร่วมทำโครงการพระราชดำริ จะดำเนินรอยตามในหลวงร.9 เท่านั้น &amp;nbsp;คือการทำให้ป่าสมบูรณ์ &amp;nbsp;และการผลักดันช้างออกไป ไม่สร้างผลกระทบกับสัตว์ป่าไม่ใช่การทำร้ายสัตว์ &amp;nbsp;เพราะในความเป็นจริง ถ้าคนไปกดดันช้างมากๆ สร้างรั้ว ช้างกลับออกไปไม่ได้ ช้างจะมีความเครียด พฤติกรรมเขาจะเปลี่ยน จะหันมาสู้ หรือทำร้ายคน ดังนั้น การทำป่าให้เป็นบ้านของช้างจึงเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ความพยายามที่ผ่านมาตั้งแต่ปี2542-2558 ของกุยบุรีโมเดล ถือว่าประสบความสำเร็จ แม้แต่ต่างชาติก็มาดูงาน &amp;nbsp; พระราชดำริของในหลวงร. 9 &amp;nbsp;ทรงขอพื้นที่ให้ช้างอยู่ได้ ถ้าไม่ทรงขอ คนจะบุกรุกหมด &amp;nbsp;และทรงพยายามทำให้ะช้างอยู่ได้ คนอยู่ได้ ตอนนี้ การท่องเที่ยวกุยบุรีสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ความเกลียดชังช้างของคนก็ลดลงไป &amp;nbsp;ช้างออกมาเดินให้นักท่องเที่ยวได้ดู &amp;quot;กำนันศรีสวัสดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
---------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในหลวงร.9 ทรงมีพระราชดำริให้คนกับช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.-3.ช้างป่ากุยบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ภาพนิทรรศการ บอกเล่าความเป็นมาของโครงการกุยบุรีโมเดล ที่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.แผนผังแปลงหญ้าที่กระจายปลูกในป่า เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหารไม่ต้องออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.นายวราวุธ ศิลปอาชา เปิดงานศูนย์เฝ้าระวังเตือนภัยช่างป่า ที่กลุ่มทรูสนับสนุนเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.รมว.ทส.ดูงานห้องปฎิบัติการเฝ้าระวังเตือนภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การทำงานของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46383</URL_LINK>
                <HASHTAG>Elephant smart early  warning system, กรมอุทยานแห่งชาติ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), กุยบุรีโมเดล, ธัญญา เนติธรรมกุล, ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ์, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8822262d4d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
