<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูจุ๊ย-อดีตสส.ส้มหวาน&#039; โวยสื่อ-ดร.นิว เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวลูกธนาธร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ &amp;quot;เด็กอยู่ตรงไหนในการเคลื่อนไหวทางการเมือง&amp;quot; โดยระบุถึงการที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องเครื่องแบบที่เป็นข้อถกเถียงกันในสังคม ซึ่งหนังสือพิมพ์ดังกล่าวได้อ้างเฟซบุ๊กของนายศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; ซึ่งมักจะออกมาโจมตีพรรคอนาคตใหม่เดิม รวมถึงคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกลอยู่บ่อยครั้ง โดยได้กล่าวถึงประเด็นลูกๆ นายคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ไปโรงเรียนและยังใส่เครื่องแบบอยู่ ทั้งนี้ ยังนำข้อมูลส่วนบุคคลมาเปิดเผยทั้ง ชื่อ นามสกุล อายุ และชื่อโรงเรียนของเด็กๆ ทั้งสองคนที่กำลังเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลธิดา ระบุตอนหนึ่งว่า หลักการและหลักปฏิบัติที่ทั่วโลกทำกันคือการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กๆ ในทุกมิติ บทสนทนาเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบางครอบครัวที่อาจไม่โพสต์ภาพหน้าลูกๆ ขึ้นโซเชียลมีเดียเลย จนกว่าลูกจะตัดสินใจเองได้ หรือแม้กระทั่งการปักชื่อและนามสกุลเด็กลงบนชุดนักเรียนก็เป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยเพิ่งได้ถกเถียงกันไป เพราะมีทั้งมุมมองที่ไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ด้วยเหตุผลเช่นนี้การเปิดเผยข้อมูลเด็กจึงถือว่าตั้งใจละเมิดสิทธิของเด็กอย่างชัดเจน แม้กฎหมายเองก็คุ้มครองสิทธิของข้อมูลส่วนตัวของเด็กเอาไว้ดังนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทําให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิ ประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้คงต้องพึ่งพากฎหมายอันเป็นธรรมต่อเด็กแล้ว กระบวนการทางกฎหมายที่ต้องพิสูจน์ว่าได้ตราขึ้นเพื่อใช้กับเด็กๆ ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และหากเป็นไปตามหลักการความเป็นมนุษย์แล้ว การกระทำครั้งนี้ถือว่าก้าวข้ามเส้นทั้งความเป็นคน พลเมือง และจริยธรรมทางอาชีพ ขอประณามการกระทำครั้งนี้ และหวังว่าจะไม่ต้องมีใครพบเจอกับการกระทำเช่นนี้อีก ขอไม่แปะลิงค์ข่าวเนื่องจากไม่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กคนใด&amp;quot; น.ส.กุลธิดา ระบุ&lt;/p&gt;


	เละ! &amp;#39;ฟันเฟือง&amp;#39; ถอนตัวพ้น &amp;#39;การ์ดภาคีฯ&amp;#39;
	&amp;#39;ดร.อานนท์&amp;#39; ข้องใจ &amp;#39;อัยการปรเมศวร์&amp;#39;&amp;nbsp;
	อีกล็อต! ยกโขยงตาม &amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; ทิ้งพรรคเพื่อไทย
	คลิปร้อน &amp;#39;การ์ดธนาธร&amp;#39; สุดเดือด!
	ส.ศิวรักษ์&amp;#39; ซัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; โง่แล้วยังงก
	หงายไพ่ใบสุดท้ายของเจ้าของม็อบ 3 นิ้ว!
	เจ็บ! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; ถามรสนิยมค้อนเคียว เวลาลี้ภัยมีใครไปอยู่ประเทศคอมมิวนิสต์บ้าง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86447</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0cdbea829a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวหน้า&#039;ฝากถึง&#039;บิ๊กตู่&#039;วางใจได้เด็กๆมีทักษะแม้ต้องท่องจำค่านิยม12ประการอย่างจำนนในระบบอำนาจนิยมโรงเรียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- &amp;nbsp;น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีตรองหัวหน้าพรรคและที่ปรึกษานโยบายการศึกษา พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;และกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ในพิธีเปิดงาน &amp;quot;ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ&amp;quot; เกี่ยวกับประเทศฟินแลนด์เอาไว้ว่า &amp;ldquo;เรื่องการศึกษาหลายคนบอกว่าอยากเอาแบบประเทศฟินแลนด์ ไม่ต้องไปโรงเรียน เด็กมีความสุข เราทำอย่างนั้นได้หรือไม่ ไปคิดดู แต่ตนคิดว่ายังไม่ถึงเวลานั้น ลำบาก เพราะเรามีปัญหามากในขณะนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลธิดา ระบุว่า ข้อความดังกล่าวของพลเอกประยุทธ์ มีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง แสดงความไร้วิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศ และขาดความเข้าใจในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ซึ่งขัดกับงานที่นายกรัฐมนตรีกำลังกล่าวเปิดโดยสิ้นเชิง ซึ่งการศึกษาที่ดีไม่จำเป็นต้องเลียนแบบฟินแลนด์ แต่ควรตั้งอยู่บนหลักการดังต่อไปนี้ 1. การศึกษาที่ดีและฟรี เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน 2. การจัดการเรียนรู้ต้องเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อผู้เรียน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ และ3. การศึกษาควรนำพามนุษย์ไปสู่การเรียนรู้อันไม่สิ้นสุดตลอดชีวิต มิใช่ความเป็นเลิศเพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันข้อเท็จจริงที่เป็นประจักษ์อย่างกว้างขวางแล้วว่านักเรียนของเรากำลังเผชิญกับความหวาดกลัวจากการคุกคามโดยรัฐ ผ่านครูและเจ้าหน้าที่ความมั่นคง สภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่อาจส่งเสริการเรียนรู้ได้เลย ซึ่งตนมองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องแก้ทันที ไม่ใช่อ้างว่าค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีนักเรียนคนไหนรอได้ และไม่มีใครควรต้องรอ การที่นักเรียน นักศึกษา ออกมาเรียกร้องสิทธิต่างๆ เหล่านี้เพื่อวันนี้และอนาคตของพวกเขา พวกเขาได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีทักษะในศตวรรษที่ 21 อยู่ไม่น้อย พวกเขาคิดวิเคราะห์ได้ สื่อสารได้ สร้างสรรค์เป็น ใช้เทคโนโลยีคล่องแคล่วและเท่าทัน พวกเขาย้อนสำรวจประวัติศาสตร์เดือนตุลา ตลอดจนไล่เทียบดูว่าระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการข้อใดบ้างที่ขัดหลักรัฐธรรมนูญ และเสนอความเห็นของตัวเองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างตรงไปตรงมา ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานของ พลเอกประยุทธ์ และการบริหารงานของ คสช.ตลอด 6ปี ที่กระตุ้นให้นักศึกษา นักเรียน และประชาชนสงสัย กระหายรู้ อยากเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบผู้บริหารประเทศ รวมถึงสร้างสังคมที่ดีกว่าให้ตนเอง&amp;rdquo;กุลธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลธิดา ยังฝากถึง พลเอกประยุทธ์ จงได้วางใจว่านักเรียนของเรามีทักษะพร้อมรับมือกับยุคอนาคต แม้ว่าเขาจะต้องท่องจำค่านิยม 12 ประการ ต้องอยู่อย่างจำนนในระบบอำนาจนิยมโรงเรียน แต่พวกเขาก็คิดเองได้ และแม้แต่กระทรวงศึกษาธิการที่มีหน้าที่ดูแลพวกเขาจะไม่เคยจริงใจในการดูแลความปลอดภัยขั้นพื้นฐานให้พวกเขาเลย อย่าง กรณีละเมิดสิทธิเด็กในโรงเรียน มีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่กระทรวงฯ ที่ได้รับแจ้ง แทบจะไม่มีนักเรียนกล้าพึ่งพากระทรวงฯ เพราะกลัวโดนคุกคามต่อเนื่อง และเห็นว่าแจ้งไปคงไม่เกิดอะไรขึ้น และการที่พวกเขาเลือกจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยอย่างสร้างสรรค์และสันติ แสดงให้เห็นว่าบัดนี้นักเรียนได้ก้าวไปข้างหน้า ไปไกลกว่าความสามารถและศักยภาพของนายกรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งกระทรวงศึกษาธิการแล้ว งานอันไม่เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาและอนาคตของนักเรียนประเทศนี้ของพวกคุณต้องสิ้นสุดลงได้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74776</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ก้าวไกล, ค่านิยม12ประการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b362e6667c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่หวั่นยุบพรรค!ส.ส.อนาคตใหม่มาประชุมร่วมรัฐสภา​ชู3นิ้วสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21ก.พ.63- ที่อาคารรัฐสภาเกียกกาย​ ส.ส.อนาคตใหม่ เดินทางมาประชุมร่วมรัฐสภาอย่างพร้อมเพรียง​ นำโดย​นางกุล​ธิดา​ รุ่งเรืองเกียรติ​ นาย​ไกลก้อง​ ไวทยาการ​ นางสาวเยาวลักษณ์​ วงศ์ประภารัตน์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อและกรรมการบริหาร โดยยืนเรียงแถวชู3นิ้วสัญลักษณ์ต่อต้านเผด็จการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​โดยนางสาวกุลธิดา​ กล่าวว่า​ แม้วันนี้พรรคอนาคตใหม่จะมีภาระกิจใหญ่ร่วมกันแต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​ ก็ต้องมาปฏิบัตติหน้าที่​ จากนั้นในช่วงสายจะเดินทางไปสมทบพร้อมกันที่พรรคเพื่อรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ​สื่อมวลชนถามถึงความกังวลใจ​เกี่ยวกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นางสาวเยาวลักษณ์​ ระบุว่า​ในฐานะกรรมการบริหาร​ เราเชื่อมั่นในหลักการปฏิบัติพรรคอนาคตใหม่​ทำตามหลักเกณฑ์และกติกาของรัฐธรรมนูญทุกประการ​ แน่นอนว่าการเข้าสู่สนามการเมืองในกติกาที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ความรอบคอบของพรรคอนาคตใหม่ต้องมากกว่าคนอื่นๆ​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นทุกอย่างที่เราทำลงไปมั้นใจว่าได้ทำอย่างรอบคอบและรัดกุมอยู่บนหลักกฎหมายที่ถูกต้อง​ ส่วนคำวินิจฉัยจะออกมาเช่นไร​ก็ต้องรอลุ้นพร้อมๆกัน​ แต่อยากบอกว่ากำลังใจของพวกเราชาวอนาคตใหม่เต็มเปี่ยมและไม่เคยหวาดหวั่น&amp;quot;นางสาวเยาวลักษณ์ กล่าว ​ ​&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57788</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, คดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่, เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f6658248ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พูดให้รักชาติก็ไม่ได้!&#039;สส.ส้มหวาน&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังติดอยู่ในยุคสงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ต.ค.62-น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kunthida Rungruengkiat - กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ มีเนื้อหาดังนี้
นี่คือพ.ศ.2562 แต่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ยังคงติดอยู่ในวิธีการเรียนการสอนในยุคสงครามเย็น ที่เน้นเฉพาะความรักชาติ ที่แท้จริงแล้วมีเส้นบางๆระหว่าง &amp;ldquo;คลั่งชาติ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;รักชาติ&amp;rdquo;
ในขณะที่ปัจจุบันโลกกำลังถกเถียงถึงเรื่องพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่ตนเองอยู่ และเป็นพลเมืองของโลก
ที่สามารถเข้าอกเข้าใจวัฒนธรรมของตนเอง พร้อมกับที่ยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป
ส่วนเรื่องครอบครัวแหว่งกลาง หรือครอบครัวที่ปู่ย่าตายายต้องเป็นผู้เลี้ยงดูหลานนั้นเป็นปัญหารุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยูนิเซฟเคยสำรวจเอาไว้ว่ามีเด็กกลุ่มนี้ถึง 3 ล้านคน
การจะกล่าวโทษว่าครอบครัวไม่อบอุ่น พ่อแม่เอาแต่เล่นโซเชียลมีเดียนั้นง่าย แต่ไม่ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาภาพใหญ่เลย นั่นคือการย้ายถิ่นออกไปทำงานของพ่อแม่
รัฐบาลมีหน้าที่โดยตรงที่จะรับผิดชอบจัดการเรื่องนี้ แต่กลับมีหัวหน้าคณะทำงานที่ยังไม่สามารถเข้าใจปัญหาพื้นฐานได้เลย เรื่องนี้ถือว่าน่าผิดหวังที่คุณประยุทธ์ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย
อีกทั้งมุมมองเรื่องการดิ้นรนหาชีวิตที่ดีขึ้นเป็นเรื่องเชื่อมโยงกับศีลธรรมอย่างเดียวก็ไม่ยุติธรรมนัก ต้องย้อนถามว่า ถ้าเกิดมาอยู่ในครอบครัวทั้งยากดีมีจน
การอยากมีชีวิตที่มีคุณภาพนั้นเป็นเรื่องที่ไม่พึงกระทำหรือ ดังนั้นการต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นจึงไม่ควรต้องเชื่อมโยงกับความผิดถูกแต่อย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับงานของรัฐที่มีหน้าที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น คุณประยุทธ์กลับไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย
ต้องอย่าลืมว่าในขณะที่ประชาชนมีหน้าที่ในฐานะพลเมือง รัฐก็มีหน้าดูแลและบริหารประเทศให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้อย่างถ้วนหน้าเช่นกัน และหน้าที่นั้นไม่ใช่การสั่งให้ใครท่องจำว่าสิ่งไหนผิดหรือถูก
แต่คือการเรียนรู้เรื่องสิทธิและความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักหน้าที่ของตนเอง ส่วนนี้ทำโดยการท่องจำไม่ได้ ทำโดยการสั่งไม่ได้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าวิธีเช่นนี้ไม่ได้ผล สิ่งที่ควรจะเป็นคือการสร้างสิ่งแวดล้อมทั้งในโรงเรียนและครอบครัวให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ยกตัวอย่างวิชาหน้าที่พลเมือง ต้องไม่ใช่การชี้ผิดชี้ถูกโดยครูเพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่คุณประยุทธ์กำลังทำอยู่ หากแต่ต้องมีทั้งการฝึกวิเคราะห์ ถกเถียง ให้เหตุผล จนเกิดความเข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รักชาติ-คลั่งชาติ, สงครามเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d96b3fd7f402.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญญาน้อยไปหน่อย&#039;อ.วีระ&#039;ย้อนอนค.ถ้าส.ส.บ้านผมอภิปรายภาษาเขมร กวย กูย เยอ จะรับไหวไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 62 - นายวีระ สุดสังข์&amp;nbsp; นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;การแต่งกาย, ภาษาถิ่นและพิธีการ&amp;quot; มีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสการแต่งกายและภาษาถิ่นในสภากำลังมาแรงโดยการจุดประกายของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ผมได้หยิบประเด็นไปโพสต์แล้ว ๒ สเตตัส โพสต์ด้วยข้อความสั้นๆ แต่มิได้ขยายความให้ละเอียด จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปนอกเจตนาของผมบ้าง แต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การแต่งกาย
หากจะกล่าวถึงการแต่งกายของผม, ผมค่อนข้างมีเสรีภาพมาก ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการครู ซึ่งมีระเบียบการแต่งกาย มีแบบเครื่องแต่งกายกำหนดให้ข้าราชการไว้อย่างชัดเจน แต่ผมแต่งกายถูกระเบียบน้อยมาก โดยเฉพาะเครื่องแบบตรวจการสีกากี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมจะไม่สวมใส่เลย ยิ่งอยู่บ้านนอกยิ่งไม่อยากสวมใส่ เพราะคิดไปว่า &amp;ldquo;เสมือนเครื่องแบบข่มขู่ประชาชน&amp;rdquo; วางตัวอยู่เหนือประชาชน ทั้งๆที่รับประทานภาษีของประชาชน ยุคแรกๆผมแต่งกายโดยการสวมกางเกงยีนส์ สวมเสื้อตราสามทหาร(สีดำ) สะพายย่าม ไว้ผมยาว แต่สวมรองเท้าบู๊ท ยุคสุดท้าย (๑๐ กว่าปีหลังในระบบราชการ) ผมยังสวมกางเกงยีนส์ เสื้อลาย สวมหมวกและสวมรองเท้าบู๊ทแถมด้วยหนวดเคราเต็มใบหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือความดื้อรั้นในการฝ่าฝืนระเบียบและถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของผม โดยคิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ดูคนอย่าดูที่การแต่งตัว แต่ควรดูและประเมินความคิด, การกระทำและผลงานของเขาเป็นหลัก ผมไม่เคยทำให้ระบบราชการเสียหาย ไม่เคยถูกสอบสวนทางวินัยและไม่เคยถูกลงโทษใดๆ แต่ผลงานทำให้ผมเป็นครูดีเด่นตั้งแต่ระดับโรงเรียนถึงระดับประเทศ ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้า เป็นคนดีทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงผมจะชอบการแต่งกายอย่างนั้นก็ตาม หากเมื่องานเป็นงานพิธีการ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาและงานวันสำคัญอื่นๆ เมื่อทางราชการกำหนดให้ทุกคนแต่งชุดปรกติขาวเข้าร่วมพิธี ผมก็เห็นชอบที่จะปฏิบัติตามระเบียบของพิธีการ แม้แต่งานแต่งงานซึ่งเป็นพิธีการมงคลสมรส ผมจำเป็นต้องสลัดหมวก ถอดเสื้อ กางเกงยีนส์ โกนหนวดเคราเข้าพิธีเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลที่มาร่วมงาน พิธีการต่างๆนั้นมันมีระเบียบ มีวิธีปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ซึ่งมาจากท้องถิ่นต่างๆภายในประเทศ มีอัตลักษณ์การแต่งกายในชีวิตประจำวันเป็นของตน ถ้าหาก ส.ส.จะเข้าประชุมสภาโดยการแต่งกายตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ ขอแต่เพียงให้สุภาพ ทุกคนคงเข้าใจความหมายของคำว่า &amp;ldquo;สุภาพ&amp;rdquo; ความสุภาพก็คือการไม่โชว์เนื้อหนังมังสาหรืออวัยวะอันควรแก่การปกปิด แต่ถ้าถึงขั้น &amp;ldquo;สวมเสื้อกีฬา กางเกงบอล&amp;rdquo; โชว์ขนขา ขนหน้าแข้ง ดูเหมือนจะคิดเลยเถิดไปสักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.ภาษาถิ่น
ภาษาถิ่น เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นวัฒนธรรมอันงดงามของคนในถิ่นนั้น มีถ้อยคำสำเนียงเป็นของตนเอง ชาติพันธุ์ในประเทศไทยนั้น เฉพาะภาคอีสานมีไม่น้อยกว่า ๑๐ ชาติพันธุ์ หากรวมทุกภาคของประเทศก็น่าจะไม่น้อยกว่า ๓๐ ชาติพันธุ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่คนหนึ่งๆจะสามารถพูด เข้าใจภาษาถิ่นได้ถึง ๓๐ ภาษา ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลาง เรื่องนี้ผมได้โพสต์ถึง อ.กุลธิดาไปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้า ส.ส.บ้านผม อภิปรายด้วยภาษาเขมร ภาษากวย ภาษากูย ภาษาเยอ ท่านอาจารย์จะรับไหวไหมครับ ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์ปัญญาน้อยไปหน่อยนะครับ คิดอะไร/พูดอะไรอยากให้สมกับคำว่า &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; หน่อยนะครับท่านอาจารย์ ผมอยากเห็นท่านก้าวหน้าและเป็นผู้นำประเทศอยู่นะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคุณสังคม ศรีมหันต์ มาแสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;นึกถึงตอนที่นักเขียนหญ่าย ชื่อดังท่านนี้ป้อง!นายกตู่ในกรณีด้อยทักษะการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ (แต่กลับไม่ยอมให้มีล่าม) ว่าอย่าไปห่าอะไรมากกับภาษาอังกฤษเว้าภาษาของเจ้าของเถอะท่านว่า แล้วกะอ้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอะไรเยอะแยะมากมาย ผมเลยคิดว่า ไม่รู้จะอธิบายหรือวิเคราะห์กรณี การอธิบายอัตลักษณ์ในลักษณะลักลั่นกลับไปกลับมาอย่างไม่มีระบบคิดอะไรที่ชัดเจนในกรอบคิดเรื่อง&amp;rsquo;อัตลักษณ์&amp;rsquo;ของเขายังไงดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของ อ.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากต้องใช้ภาษาถิ่นอภิปรายในสภา ผมเห็นผลกระทบว่า ๑.จะมีส.ส.ในสภาจำนวนไม่น้อยที่ฟังภาษาถิ่นของ อ.กุลธิดาไม่ออก ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ๒.ถ้าหาก ส.ส.ทุกคนต้องมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย ในสภาแห่งนี้อาจจะมีล่ามอยู่ถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด ในสภาต้องเพิ่มที่นั่งให้ล่าม ต้องเพิ่มงบประมาณ เบี้ยประชุมให้ล่ามอีกด้วย และถามว่า &amp;ldquo;มันจำเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีคุณสังคม ศรีมหันต์ ซึ่งดูเหมือนจะมีน้ำเสียงกระแนะกระแหนผมว่า &amp;ldquo;นักเขียนหญ่าย&amp;rdquo; นั้น สาเหตุมาจากผมเคยเขียนและโพสต์เกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในคราวประชุมสุดยอดกลุ่มอาเซียน ซึ่งนายกไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ(อาจจะพูดไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่) ผมว่า ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษก็ได้ขอแต่เพียงมีล่ามคนหนึ่งเป็นคนแปล ผมยกตัวอย่างนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาเขมรและมีล่ามแปล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือการพูดในระดับทวีปและระดับโลก ซึ่งเราจะเห็นว่า มีผู้นำหลายประเทศแม้จะพูดภาษาอังกฤษได้แต่เขาเลือกพูดภาษาของประเทศเพื่อธำรงค์อัตลักษณ์ของเขาไว้ กรณีนี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าคุณสังคม ศรีมหันต์ จะเข้าใจระบบการคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40805</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งกาย-ภาษาถิ่น, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ภาษาเขมร-กูย-เยอ, วีระ สุดสังข์, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2857fc61021.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ส้มหวานชี้การใช้ภาษาเดียวในสภาฯถือเป็นการกดขี่เชิงอัตลักษณ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;โพสต์เนื้อหาที่ได้อภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา ในประเด็นเกี่ยวกับภาษาถิ่นและภาษากลางที่จะใช้ในสภาฯ โดยระบุว่า &amp;nbsp;เรื่องภาษาเป็นสิทธิพื้นฐานในการแสดงออกของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย สำคัญที่สุดสภาแห่งนี้ควรเป็นสภาที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพนั้น ความเป็นสากลเรื่องของภาษาที่ใช้ในสภาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เรื่องนี้ได้รับการถกเถียงมานานแล้วในสภาทั่วโลก สภาบางแห่งในต่างประเทศมีการถกเถียงและออกมาเป็นข้อบังคับของสภาเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น รัฐสภาแคนาดาใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งรัฐสภาเบลเยี่ยมก็ใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาเฟลมิช รัฐสภาฟินแลนด์ใช้ภาษาสวีดิช และภาษาฟินนิช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลายๆท่านอาจจะบอกว่า 2-3 ภาษานี้เป็นภาษาประจำชาติ รัฐสภาแคนาดาเองก็อนุญาตให้ใช้ภาษาครีส์ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองในที่ประชุมรัฐสภาโดยมีการให้บริการล่ามเพื่อความเข้าใจของท่านสมาชิก อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในบางประเทศที่มีความหลากหลายทางภาษาสูงอย่างประเทศอินเดีย ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดภาษาหลักตามตารางที่ 8 เอาไว้ทั้งหมด 22 ภาษา รัฐสภาอินเดียอนุญาตให้สมาชิกอภิปรายในภาษาทั้งหมดนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอยืนยันในประเด็นที่จะต้องให้รัฐสภาเป็นที่ที่แสดงความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของสมาชิก เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีภาษาแบบเดียวอย่างเดียว ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ทั้งเชิงวัฒนธรรมและภาษา ยิ่งไปกว่านั้น ภาษาเป็นเครื่องมือของการสื่อสาร อยากให้ทุกท่านเพื่อนสมาชิก ท่านประธานสภา ท่านคณะกรรมการทุกท่านลองนึกดูถึงสมาชิกสภาที่ปกติแล้วเกิดโตมาใช้ภาษาถิ่นมาตลอดทั้งในโรงเรียน ในการติดต่อราชการในพื้นที่ของเขา แม้กระทั่งการหาเสียงโดยใช้ภาษาถิ่นมาตลอด ทำไมในพื้นที่สภาแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ที่ใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารไม่ได้&amp;quot; น.ส. กุลธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า การใช้ภาษาเดียวเท่านั้นถือเป็นการกดขี่เชิงอัตลักษณ์ของความหลากหลายที่มีอยู่จริงในสังคมนี้ ประชาชนชาวไทยที่ได้เลือกแล้วเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้มีความหลากหลาย และเราคือตัวแทนความหลากหลายนั้น จำเป็นเหลือเกินที่สังคมหนึ่งจะต้องสามารถแสดงออกถึงความหลากหลายของประชาชนของตัวเองผ่านพื้นที่อย่างสภาผู้แทนราษฎร สิ่งจำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้องรักษาวัฒนธรรมในการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง เป็นหน้าที่หลักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาอันทรงเกียรติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40797</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้ภาษาในการอภิปราย, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ประชุมสภา, ภาษาถิ่น, ส.ส.อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2839816959e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2019 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเขียนซีไรต์ตอกส.ส.ส้มหวานทำเหมือนจำอวดใช้เวทีสภาแค่สนุกท้าทายสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ก.ค.62- วิมล ไทรนิ่มนวล วิมล นักเขียนรางวัลซีไรต์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความหัวข้อ &amp;ldquo;วิถีชีวิตกับการแสดง&amp;rdquo; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อยากให้ใช้ภาษาถิ่นในการอภิปรายในสภา รวมทั้งคนอื่นๆในพรรคอนาคตใหม่อยากให้แต่งตัวตาม &amp;ldquo;วิจารณญาณ&amp;rdquo; ด้วยเหตุผลว่า เพื่อเชิดชูและอนุรักษ์อัตลักษณ์ของท้องถิ่น ผมก็ขอทำความเข้าใจกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไว้ตรงนี้นิดหนึ่ง
ผมอยู่ในสาย &amp;ldquo;นิเวศปรมัตถ์&amp;rdquo; นิยมชมชื่นความหลากหลายอย่างที่โลกธรรมชาติมีและเป็นอยู่ ไม่นิยมพืชเดี่ยวและการเลี้ยงสัตว์เดี่ยว ในสังคมมนุษย์ก็เช่นกัน ผมนิยมความคิด &amp;ndash; ลัทธิ &amp;ndash; อุดมการณ์ที่หลากหลาย เพื่อว่าผมจะได้เลือกสรร &amp;ndash; ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับ &amp;ldquo;นิเวศวิทยาการเมือง&amp;rdquo; ในสังคมไทย
(ไม่ใช่นำมาใช้ทั้งชุด เหมือนเอา &amp;ldquo;คอกแห่งความคิด &amp;ndash; ลัทธิ - อุดมการณ์&amp;rdquo; นั้นขังตัวเอง และกดขี่ &amp;ndash; ครอบงำคนอื่นๆให้เข้าอยู่ในคอกเดียวกับตน)
ในทางวัฒนธรรมอย่างการแต่งกาย ภาษา รวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ผมก็นิยมจะให้มีอย่างหลากหลาย เพราะความหลากหลายคือชีวิตที่งอกงาม
แต่ในสถานที่หนึ่งๆ เราไม่อาจ &amp;ldquo;ยัดเยียด&amp;rdquo; เอาความหลากหลายเข้าไปไว้ได้ทั้งหมด อย่างเวทีดนตรีก็เหมาะสำหรับแสดงดนตรี โรงละครและโรงลิเกก็เช่นกัน ถ้าเราจะใช้เวทีเดียวกันก็ต้องจัดการองค์ประกอบของเวทีให้เหมาะแก่การแสดงประเภทนั้นๆ และต้องต่างเวลากัน
เราต้องจัดแสดงทีละประเภท ไม่ใช่แสดงพร้อมกัน
รัฐสภาก็เช่นกัน...ต้องดูว่าเรามีไว้ &amp;ldquo;แสดง&amp;rdquo; อะไร?
มีวัตถุประสงค์อะไร?
คำตอบก็คือมีไว้ &amp;ldquo;แสดงการอภิปราย&amp;rdquo; เรื่องกิจการงานของประเทศ ตั้งแต่การออกกฎหมายไปจนถึงการซักถามการทำงานของรัฐบาล ซึ่งทั้งหมดก็คือ &amp;ldquo;การแสดงความคิดเห็น&amp;rdquo; (ที่แตกต่างหลากหลาย)
ดังนั้นการแสดงเรื่องการแต่งกาย &amp;ndash; การแสดงเรื่องภาษาถิ่นจึงเป็นเรื่องรองๆ
แม้จะอ้างว่า เพื่อ &amp;ldquo;แสดงการอนุรักษ์และเชิดชูอัตลักษณ์ของท้องถิ่น&amp;rdquo; ที่หลากหลาย รวมทั้งแสดงความเป็นประชาธิปไตยนั้น ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ &amp;ldquo;เป็นจริง&amp;rdquo;
ไม่เป็นจริงเพราะมันเป็นแค่ &amp;ldquo;การแสดง&amp;rdquo;
มันเป็นแค่การแสดงอย่างเดียวกับ &amp;ldquo;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; ได้จัดแสดงขนบธรรมเนียม ประเพณี และการเล่นต่างๆทุกจังหวัดอยู่ทุกปี
การแสดงย่อมไม่ใช่ &amp;ldquo;ของจริง&amp;rdquo; (เช่นเดียวกับการแสดงมหรสพต่างๆ กระทั่งละครทีวี ภาพยนตร์)
การแสดงไม่ใช่ &amp;ldquo;วิถีชีวิต&amp;rdquo;
ไม่ได้เป็นลมหายใจในชีวิตประจำวันของผู้คน
การดำเนินชีวิตตามปรกติของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อยหรือชนกลุ่มใหญ่ แต่งกายแบบใด ใช้ภาษาไทยกลางหรือภาษาถิ่นของตน นั่นคือของจริง
ตราบใดที่พวกเขายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างนั้น ย่อมเป็นการอนุรักษ์และเชิดชูอัตลักษณ์ของตนอยู่เองแล้ว
ดังนั้น พวกคุณที่อยากแสดงเรื่องการแต่งกายและภาษา ก็ไม่ต้องไปแย่งงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเขาทำได้ดีกว่าพวกคุณและทำมานานแล้ว
พวกคุณทำนั้นเหมือนจำอวดมากกว่า มันแค่ความสนุกของพวกคุณที่ได้โชว์และท้าทายสังคม โดยมีแรงจูงใจเรื่องการเมืองอยู่ภายใน
ไม่มีใครตำหนิคุณได้ ถ้าพวกคุณจะแต่งตัวที่หลากหลาย และใช้ภาษาถิ่นในชีวิตจริง
ส่วนเวทีรัฐสภานั้นมีไว้สำหรับแสดงความคิดเห็น เพื่อแก้และป้องกันปัญหาของประเทศ ซึ่งมากเสียจนชาติหน้าก็ทำไม่เสร็จ จึงอย่าเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้มากนัก
ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นแต่ประชาธิปไตยเฉพาะพวกคุณ ไม่ใช่ของคนทั้งประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40763</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, จำอวด, นิเวศปรมัตถ์, วิมล ไทรนิ่มนวล, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
