<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียผ่านกม.เก็บค่าคอนเทนต์ข่าวจากเฟซบุ๊ก-กูเกิล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐสภาออสเตรเลียผ่านกฎหมายที่กำหนดให้กูเกิลและเฟซบุ๊กต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทสื่อของออสเตรเลีย สำหรับค่าคอนเทนต์ข่าวที่นำไปใช้ในแพลตฟอร์มของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายฉบับนี้ซึ่งได้รับการแก้ไขแล้ว ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาไปแล้ว ทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกในโลกที่อนุญาโตตุลาการของรัฐบาลสามารถกำหนดราคาที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทสื่อในประเทศสำหรับค่านำคอนเทนต์ข่าวมาใช้ ถ้าการเจรจาระหว่างเอกชนล้มเหลว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอช ฟรายเดนเบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของออสเตรเลีย และพอล เฟลทเชอร์ รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสาร แถลงเรื่องนี้ร่วมกันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กฎหมายนี้จะสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจสื่อสารด้านข่าวที่จะได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมสำหรับคอนเทนต์ข่าวที่พวกเขาผลิตและเผยแพร่ และช่วยสนับสนุนผลประโยชน์สาธารณะของผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟรายเดนเบิร์กให้สัมภาษณ์ทางวิทยุในวันเดียวกันว่า เฟซบุ๊กจะเลิกแบนการเข้าถึงคอนเทนต์ข่าวของผู้ใช้เฟซบุ๊กในออสเตรเลียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งการแบนสำนักข่าวของออสเตรเลีย รวมถึงแบนหน่วยงานด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียที่เผยแพร่ข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งรัฐบาลออสเตรเลียและเฟซบุ๊กต่างอ้างชัยชนะของตน หลังรัฐบาลออสเตรเลียเจรจากับเฟซบุ๊กและเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ว่า ให้ขึ้นกับดุลพินิจของรัฐบาลออสเตรเลีย ที่จะไม่บังคับกูเกิลและเฟซบุ๊กต้องเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ถ้าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้งสองแห่งนี้สามารถพิสูจน์ว่าได้สร้างคุณประโยชน์ที่มีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมข่าวของออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแก้ไขกฎหมายนี้ ขยายกำหนดช่วงเวลาที่ให้กูเกิลและเฟซบุ๊กเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าคอนเทนต์ข่าวให้กับบริษัทสื่อ ก่อนที่รัฐบาลจะเข้าแทรกแซง และจะทบทวนกฎหมายนี้ภายใน 1 ปี หลังกฎหมายนี้บังคับใช้ แต่ยังไม่ได้ระบุถึงวันที่แน่นอนที่กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94271</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, ค่าคอนเทนต์ข่าว, ออสเตรเลียผ่านกฎหมาย, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e50414c4d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Google เผยคำค้นหายอดนิยมปี 63 นโยบายรัฐสุดฮิตถูกเสิร์ชมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 Google ประกาศคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2563 โดยแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของทั้งปีที่ผ่านมา ที่ผ่านสายตาและการค้นหาของผู้คนในประเทศไทย รวมถึงการใช้ข้อมูลจาก Google Trends พร้อมนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการค้นหาของผู้คนตลอดทั้งปีที่มาจากเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนถึงเทรนด์การค้นหาที่มาแรงในประเทศไทยประจำปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการดำเนินธุรกิจของประชาชนทั้งประเทศ ส่งผลให้คนไทยตอบรับกับโครงการที่รัฐบาลมีนโยบายออกมาช่วยเยียวยาประชาชนทั้งเพื่อลดรายจ่ายและช่วยฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ 5 ใน 10 ของคำค้นหายอดนิยมปีนี้มาจากโครงการของรัฐบาล ได้แก่ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; &amp;ldquo;เยียวยาเกษตรกร&amp;rdquo; &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ลงทะเบียนรับเงินค่าไฟ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดปีนี้ผู้คนยังคงให้ความสนใจค้นหาข้อมูลการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดย &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; ติดอันดับ 3 และนับเป็นครั้งแรกที่การค้นหาด้านการศึกษาติดอันดับ 2 ใน 10 ได้แก่ &amp;ldquo;DLTV&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สมัครสอบ ก.พ.&amp;rdquo; ส่วนการค้นหาข่าวการเมืองที่ทั่วโลกต่างจับตามอง โดย &amp;ldquo;US Election 2020&amp;rdquo; ก็ติดอยู่ในโผคำค้นหายอดนิยมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความสนใจค้นหาของผู้คนในการทำกิจกรรมผ่านออนไลน์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างชัดเจน โดย &amp;ldquo;เรียนออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ลอยกระทงออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ยื่นภาษีออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;เวียนเทียนออนไลน์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อบรมใบขับขี่ออนไลน์&amp;rdquo; ติดโผอันดับ &amp;nbsp;1 -5 ตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านข่าวเด่นในปีนี้ ผู้คนให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นค่อนข้างหลากหลาย โดยการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดและสุขภาพติดอันดับ 1 คือ &amp;ldquo;โควิค-19&amp;rdquo; ด้าน &amp;ldquo;ไวรัส RSV&amp;rdquo; ติดอันดับที่ 4 ส่วนข่าวด้านการเมืองระดับโลกติดอันดับที่ 2 คือ &amp;ldquo;US Election 2020&amp;rdquo; ด้านข่าวคดีสะเทือนขวัญและอุบัติเหตุที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจติดตามค้นหาติดอันดับ 4 ใน 10 ได้แก่ &amp;ldquo;ข่าวน้องชมพู่&amp;rdquo; &amp;ldquo;กราดยิงโคราช&amp;rdquo; &amp;ldquo;โจรปล้นทอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;รถไฟชนรถบัส&amp;rdquo; รวมทั้ง ข่าวปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ได้แก่ &amp;ldquo;สุริยุปราคา 2563&amp;rdquo; และข่าวภัยธรรมชาติ &amp;ldquo;พายุเข้าไทย&amp;rdquo; ก็ติดอันดับในปีนี้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหมวดสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องระงับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปีนี้ ส่งผลให้คนไทยหันมาสนใจค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่มีบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติเป็นภูเขาและมีอากาศที่เย็นสบายแทน ได้แก่ &amp;ldquo;เชียงใหม่&amp;rdquo; &amp;ldquo;เชียงราย&amp;rdquo; &amp;ldquo;เขาค้อ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;กาญจนบุรี&amp;rdquo; ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศแบบทะเลและชายหาดที่สวยงามที่ติดโผในปีนี้ ได้แก่ &amp;ldquo;สุราษฎร์ธานี&amp;rdquo; &amp;ldquo;พัทยา&amp;rdquo; &amp;ldquo;หัวหิน&amp;rdquo; &amp;ldquo;ประจวบคีรีขันธ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ระนอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ระยอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ส่วนในหมวด &amp;ldquo;วิธี&amp;rdquo; ปีนี้ คนไทยให้ความสนใจค้นหาวิธีต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิตในยุคนิวนอร์มอล และเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยมี &amp;ldquo;วิธีใช้คนละครึ่ง&amp;rdquo; ติดโผอันดับ 1 ส่วน &amp;ldquo;วิธีลงทะเบียนค่าไฟ&amp;rdquo; &amp;ldquo;วิธีทำหน้ากากอนามัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วิธีทำเจลล้างมือ&amp;rdquo; &amp;ldquo;วิธีลงทะเบียนรับเงิน 5,000&amp;rdquo; &amp;ldquo;วิธีลงทะเบียนเยียวยาเกษตรกร&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วิธีแก้เครียด&amp;rdquo; ก็ติดโผอันดับที่ 2-7 เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Searches
คำค้นหาประจำปี 2563
1. เราไม่ทิ้งกัน
2. คนละครึ่ง
3. โควิด-19
4. DLTV
5. เยียวยาเกษตรกร
6. เราเที่ยวด้วยกัน
7. US Election 2020
8. ร้อยเล่ห์มารยา
9. ลงทะเบียนรับเงินค่าไฟ
10. สมัครสอบ ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending News
ข่าว
1. โควิด-19
2. US Election 2020
3. ข่าวน้องชมพู่
4. ไวรัส RSV
5. กราดยิงโคราช
6. เคอร์ฟิว
7. สุริยุปราคา 2563
8. พายุเข้าไทย
9. โจรปล้นทอง
10. รถไฟชนรถบัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Movies&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ภาพยนตร์
1. 365 DNI
2. มู่หลาน
3. สุขสันต์วันโสด
4. Parasite
5. พี่นาค 2
6. จอมขมังเวทย์ 2020
7. ขุนแผน ฟ้าฟื้น
8. Tenet
9. Frozen 2
10. 1917&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending TV Shows&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ละคร&amp;nbsp;
1. ร้อยเล่ห์มารยา
2. เนื้อใน
3. เกมรักเอาคืน
4. ซ่อนเงารัก
5. เริงริตา
6. อกเกือบหักหลงรักคุณสามี
7. รักแลกภพ
8. ทุ่งเสน่หา
9. ไฟสิ้นเชื้อ
10. ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Songs
เพลง
1. วิบวับ
2. วาฬเกยตื้น
3. ใส่ใจได้แค่มอง
4. พักก่อน
5. มะล่องก่องแก่ง
6. ฝนเทลงมา
7. ถ้าเขาจะรัก
8. กอดเสาเถียง
9. ขอโทษ
10. หมอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Learnings&amp;nbsp;
เรียน
1. เรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษ
2. เรียนพยาบาล
3. เรียน ก.พ. ออนไลน์
4. เรียนบัญชี
5. เรียนวิศวะ
6. เรียนตัดผมชาย
7. เรียนภาษาเกาหลีออนไลน์
8. เรียนจิตวิทยา
9. เรียนผู้ช่วยพยาบาล
10. เรียนทําอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending How to
วิธี
1. วิธีใช้คนละครึ่ง
2. วิธีลงทะเบียนค่าไฟ
3. วิธีทําหน้ากากอนามัย
4. วิธีทําเจลล้างมือ
5. วิธีลงทะเบียนรับเงิน 5000
6. วิธีลงทะเบียนเยียวยาเกษตรกร
7. วิธีแก้เครียด
8. วิธีใส่แมสก์
9. วิธีลงทะเบียนออมสิน
10. วิธีป้องกันไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86405</URL_LINK>
                <HASHTAG>Google, กูเกิล, คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd08d6177ad6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องกูเกิลชดเชย1.5แสนล้าน ลอบตามรอยผู้ใช้เว็บส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัทกูเกิลโดนยื่นฟ้องดำเนินคดีแบบกลุ่มในศาลสหรัฐเมื่อวันอังคาร เรียกเงินชดเชยก้อนโตไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ระบุกูเกิลละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ใช้งานหลายล้านราย ด้วยการติดตามประวัติการใช้อินเทอร์เน็ตของเบราเซอร์แม้อยู่ในโหมด &amp;quot;ส่วนตัว&amp;quot; ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์และบีบีซีเมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2563 กล่าวว่า คำฟ้องดำเนินคดีแบบกลุ่มที่บริษัทกฎหมาย บอยส์ชิลเลอร์เฟล็กซ์เนอร์ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางเมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กล่าวโทษบริษัทกูเกิล และบริษัท อัลฟาเบต อิงค์ เจ้าของกูเกิล ว่าลอบเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ ของผู้ใช้งานกูเกิล &amp;quot;หลายล้านคน&amp;quot; ทั้งที่พวกเขาใช้เบราเซอร์ของกูเกิลในโหมดไม่ระบุตัวตน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องกล่าวว่า กูเกิลเก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือของกูเกิล อาทิ กูเกิลอนาลิติกส์, กูเกิลแอดแมเนเจอร์ และแอปพลิเคชันอื่นๆ และส่วนเสริมของเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ไม่ว่าผู้ใช้งานจะกดเข้าชมโฆษณาที่สนับสนุนกูเกิลหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การลักลอบรวบรวมข้อมูลนี้ช่วยให้กูเกิลเรียนรู้เกี่ยวกับเพื่อนของผู้ใช้งานรายนั้นๆ, งานอดิเรก, อาหารที่ชอบ, นิสัยการซื้อของ หรือแม้แต่เรื่องส่วนตัวที่สุดและเรื่องที่อาจสร้างความอับอายที่พวกเขาค้นหาข้อมูลทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องระบุอีกว่า กูเกิลไม่สามารถมีส่วนร่วมในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นความลับและไม่ได้รับอนุญาตจากชาวอเมริกันทุกผู้ทุกคนด้วยคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทกฎหมายแห่งนี้เป็นตัวแทนของโจทก์ 3 รายในสหรัฐที่ยื่นฟ้องกูเกิลและอัลฟาเบต โดยพวกเขาเรียกเงินชดเชยจากกูเกิลไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 157,956 ล้านบาท) เป็นค่าเสียหายอย่างน้อย 5,000 ดอลลาร์สำหรับผู้งานใช้แต่ละรายที่โดนละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตามกฎหมายสอดแนมของรัฐบาลกลางและกฎหมายสิทธิส่วนบุคคลของแคลิฟอร์เนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเข้าใจกันว่าประวัติการค้นหาทางออนไลน์ของพวกเขาจะไม่ถูกติดตามเมื่อพวกเขาเปิดใช้โหมดไม่ระบุตัวตน แต่กูเกิลบอกว่าในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฮเซ คาสตาเนดา โฆษกของกูเกิล ปฏิเสธคำกล่าวหาในคำฟ้องโดยชี้แจงว่า กูเกิลได้แจ้งไว้อย่างชัดเจนว่าทุกครั้งที่คุณเปิดแท็บไม่ระบุตัวตนแท็บใหม่ขึ้น เว็บไซต์ต่างๆ ก็ยังสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ้างว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติการค้นหา แม้จะอยู่ในโหมดส่วนตัว ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เหล่านั้นประเมินการแสดงผลของเนื้อหา, ผลิตภัณฑ์, การตลาด และด้านอื่นๆ ของเว็บไซต์ได้ดีขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, ตามรอยผู้ใช้งาน, ฟ้องกูเกิล, อัลฟาเบต, โหมดไม่ระบุตัวตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed7a7c33709b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2019 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอปเปิล-กูเกิลถอดแอป ToTok หวั่นยูเออีใช้สอดแนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ToTok แอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมในตะวันออกกลางที่พัฒนาโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ถูกถอดออกจากแอปสโตร์ของแอปเปิลและเพลย์สโตร์ของกูเกิลแล้ว ภายหลังมีรายงานว่ารัฐบาลยูเออีใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 24 ธันวาคมว่า การดำเนินการโดยพร้อมเพรียงกันของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐเจ้าของโทรศัพท์มือถือในระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังมีรายงานจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์เมื่อวันเสาร์ว่า แอป ToTok นี้เปิดช่องให้รัฐบาลยูเออีติดตามคำสนทนา, ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ติดตั้งแอปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท แอปเปิล กล่าวกับเอเอฟพีว่า ToTok ถูกลบออกจากแอปสโตร์ระหว่างรอการพิจารณา ส่วนกูเกิลก็เปิดเผยเช่นกันว่าได้ลบแอปนี้ออกจากเพลย์สโตร์ด้วยเหตุผลเชิงนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของไทมส์กล่าวว่า แอป ToTok มีผู้ใช้งานหลายล้านคนในยูเออีและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอปนี้ถูกออกแบบให้ใช้ส่งข้อความและวิดีโอได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย ในขณะที่แอปอื่นๆ ถูกปิดกั้นในประเทศเหล่านี้ แต่การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของสหรัฐและนักวิจัยด้านความปลอดภัยลงความเห็นว่ารัฐบาลยูเออีกำลังใช้ ToTok เพื่อสอดแนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทริก วอร์เดิล นักวิจัยด้านความมั่นคงที่ช่วยเหลือไทมส์ในประเด็นนี้ โพสต์ไว้ในบล็อกว่า ดูเหมือนว่า ToTok เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการสอดแนมขนานใหญ่ที่น่าจะช่วยให้รัฐบาลยูเออีหยั่งรู้ข้อมูลเชิงลึกของประชาชนสัดส่วนใหญ่มากของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาชี้ว่า แอปนี้ได้รับความนิยมเพราะอนุญาตให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์และส่งข้อความได้ฟรี ในขณะที่บริการแบบอื่นเช่น Skype และ WhatsApp ถูกห้ามใช้ นอกจากนี้ยังมีการโฆษณาผ่านการรีวิวปลอมๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปนี้จะหลอกผู้ใช้แอปในไอโฟนและโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ อนุญาตการเข้าถึงตำแหน่งและข้อมูลส่วนตัว เช่น แอดเดรสบุ๊ก, ข้อความแช้ต และอื่นๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย วอร์เดิลกล่าวว่า การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ผ่าน ToTok นั้นคล้ายคลึงกับการเก็บเมทาดาตาของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นเอสเอ) แต่ลึกกว่าของเอ็นเอสเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปนี้พัฒนาโดยบริษัท บรีจโฮลดิง ซึ่งไทมส์กล่าวว่าน่าจะเป็นบริษัทบังหน้าในเครือของบริษัท ดาร์กแมตเทอร์ ที่เป็นบริษัทโจรกรรมข้อมูลและข่าวกรองไซเบอร์ ตั้งอยู่ในรัฐอาบูดาบี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53192</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, ถอดแอป, ยูเออี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สอดแนม, เพลย์สโตร์, แอปสโตร์, แอปเปิล, แอพ ToTok</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e021467201f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;ไม่จบปมกูเกิล!ด่า&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่รู้เรื่องแล้วยังอวดฉลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์ กรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็นที่ออกมาระบุประชาชนไม่ค่อยใช้กูเกิล มีข้อความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดเป็นคนไทยนี่ก็ลำบากหน่อย ถูกนายกฯตำหนิไม่หยุดไม่หย่อน ซ้ำยังเป็นการตำหนิในเรื่องที่ไม่ได้ทำผิดเสียด้วย วันก่อนว่าที่เป็นปัญหาเพราะคนไทยไม่รู้จักใช้ #กูเกิ้ล ไม่เหมือนผู้บริหารอย่างนายกฯ มาวันนี้บอกว่าไม่รู้จักกูเกิ้ลใช้ให้เป็นประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการใช้ #กูเกิ้ล นี่ ดูถูกประชาชนตอนที่บอกว่าไม่รู้จักใช้ยังไม่พอ ตอนแถยังไม่วายว่าประชาชนอีก แต่พอฟังทั้งหมดที่พูดถึงการใช้โซเชียลมีเดียและเว็บไซท์ต่างๆแล้ว ใครๆก็ฟังออกว่า พลเอกประยุทธ์ไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลยจริงๆ แล้วยังอวดฉลาดอีก อืมมมมม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนไปบอกกับชาวโลกคุยว่าตัวเองใช้กูเกิ้ลเป็นขณะที่คนฟังเขาใช้กันมานานแล้ว ดูถูกประชาชนว่าใช้ไม่เป็น พอกลับมาเมืองไทยบอกประชาชนไม่รู้จักใช้ #กูเกิ้ล ฯลฯให้เป็นประโยชน์ แต่พูดมั่วๆจนทำให้คนทั่วโลกจับได้ว่านายกฯไทยไม่รู้โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตเลย #น่าอับอาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะมีผู้นำประเทศคนไหนในโลกที่กล้าสั่งสอนประชาชนว่าควรใช้ #กูเกิ้ลและอินเทอร์เน็ตหาความรู้เรื่องอะไร ทั้งๆที่ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องที่พูดอยู่ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47114</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, จาตุรนต์ ฉายแสง, ดูถูกคนไทย, บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181208/image_big_5c0b989c04e10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอ๋&#039;จัดหนัก&#039;อ๋อย-ธนาธร&#039;บังอาจหานายกฯบิ๊กตู่ดูถูกประชาชน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62 - นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มองโลกในแง่ร้ายvsมองโลกในแง่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่จบซะทีนะ ประเด็นเรื่อง google ยังไม่ได้ค้นหาความหมายของ Dunning kruger effect เพราะรู้สึกว่ามันก็ไปไกลเกินไปแล้วเรื่องนี้ ไม่อยากจะใส่ใจ แต่สนใจไปค้นกูเกิลคำว่า จาตุรนค์ติดคุกเรื่องอะไร และค้นคำว่าจะติดอีกไหม ส่วนทุกคนที่พูดว่า นายกดูถูกประชาชน นายกไม่เคยแม้แต่คิดจะดูถูกประชาชน มีแต่ช่วยเหลือ เห็นๆอยู่ คนที่พูดน่ะแหละที่ดูถูกประชาชน เพราะเรื่องดูถูกประชาชนไม่ได้อยู่ในมันสมองของนายก แต่อยู่ในมันสมองของคนพูด คิดไปได๋.. แย่ที่สุด หายไปตั้งนาน โผล่มาก็ไม่สร้างสรรค์ เพราะที่แคบๆที่เคยอยู่ ไม่สามารถอบรมบ่มนิสัยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น ยิ่งกว่านั้น คือการพูดว่านายกบริหารประเทศด้วย กูเกิล อันนั้นคือ นายกโซเชียล!!!!! คนพูดกลืนน้ำลายตัวเองรึป่าว วันนี้ขอแนะนำว่า คำพูดของนายกตีความได้ทั้งบวกทั้งลบ พยายามแบบสุดชีวิตตีความให้คนอื่นเสียหาย นิสัยแบบนี้แก้ไม่ได้ ทำไรไม่ได้ ได้แต่ทำบุญกรวดน้ำไปให้ผีเน่า จิตใจไม่ดีคิดแต่ร้าย นายกแนะนำให้ดูกูเกิล สำหรับคนที่ไม่ดูก็แค่ดู อย่าเยอะ บรรยากาศอย่างนี้ขอแนะนำให้ฟังเรื่องเน่าๆเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลยนะเจ้าคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46800</URL_LINK>
                <HASHTAG>กูเกิล, ค้นกูเกิล, จาตุรนต์ ฉายแสง, บิ๊กตู่, ปารีณา ไกรคุปต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d16fc98b2bed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวเว่ยรุ่นเรือธง &#039;Mate 30&#039; อดใช้แอปของกูเกิล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หัวเว่ย &amp;quot;Mate 30&amp;quot; สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของหัวเว่ยที่จะวางจำหน่ายในเดือนหน้า จะไม่มีแอปพลิเคชั่นของกูเกิล เนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ชมนิทรรศการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เข้าชมบูธของหัวเว่ย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของบริษัทกูเกิลยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคมว่า แอปพลิเคชันที่เป็นลิขสิทธิ์ของกูเกิล เช่น จีเมล, กูเกิลแมปส์ และยูทูบ ไม่สามารถส่งมอบให้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย Mate 30 เนื่องจากการคว่ำบาตรตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดังนั้นแล้วสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ของหัวเว่ยสามารถติดตั้งเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่เป็นโอเพนซอร์สเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สมาร์ทโฟนหัวเว่ยรุ่น&amp;nbsp;Mate 30 ไม่สามารถเข้าถึงแอปสโตร์ของกูเกิลเพลย์ ทำให้ลูกค้าที่ซื้อโทรศัพท์รุ่นนี้ไปไม่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันยอดนิยมต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐออกคำสั่งห้ามบริษัทอเมริกันขายผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ กับหัวเว่ยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งหัวเว่ยออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ แม้เมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศผ่อนปรนการคว่ำบาตรหัวเว่ย 90 วัน แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐยังไม่อนุมัติการยื่นเรื่องขอทำการค้ากับหัวเว่ย แม้จะมีผู้ร้องขอแล้วกว่า 130 ราย ขณะที่กูเกิลเผยว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ของหัวเว่ยไม่เข้าข่ายคำสั่งผ่อนปรนการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งบริษัทผู้ผลิตสามารถนำมาติดตั้งในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ทของตนได้ แต่บริษัทผู้ผลิตต้องทำข้อตกลงกับกูเกิลก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูเกิลไม่ได้เปิดเผยว่าได้ยื่นขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่สหรัฐที่จะให้หัวเว่ยนำแอปพลิเคชันของตนไปใช้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด วินด์เซอร์ ผู้เขียนบล็อก &amp;quot;เรดิโอฟรีโมบาย&amp;quot; ให้ความเห็นว่า ถ้าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ของหัวเว่ยไม่มีแอปของกูเกิลติดตั้งมาด้วย เป็นงานยากมากที่จะจูงใจให้ลูกค้าซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44650</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mate 30, กูเกิล, สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง, สหรัฐคว่ำบาตร, หัวเว่ย, เพลย์สโตร์, เมท 30, แอปพลิเคชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190830/image_big_5d6917d8932d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
