<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดปัตตานีพุ่ง308ราย! ผู้ป่วยสีเขียวเดินเพ่นพ่าน-กู้ชีพทำงานหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า สถานการณ์โควิด19 ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ค่อนข้างจะสาหัสหนัก และควบคุมไม่ได้ โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อของวันที่ 1 ส.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่ง 308 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 9,610 ราย รักษาหาย 6,417 ราย และเสียชีวิตสะสม 125 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง เนื่องจากประชาชนยังคงดื้อ ฝ่าฝืนมาตรการ มีการรวมกลุ่ม ปกปิดไทม์ไลน์ และที่หนักที่สุด ผู้ป่วย home isolation(แยกกักที่บ้าน) ยังออกมาเดินเพ่นพ่าน ทำให้ผู้ว่าปัตตานีต้องสั่งปูพรมตรวจหาเชื้อเชิงรุกในอำเภอต่างๆ ปรากกว่าใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบติดเชื้อจากการตรวจเชิงรุก 1 พันกว่าราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์โควิด19 หน่วยกู้ชีพก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันหยุด โดยเฉพาะหน่วยกู้ชีพ กู้ภัย จ.ปัตตานี ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ซึ่งพวกเขาต้องรับผู้ป่วยทั้งโควิด19 และผู้ป่วยทั่วไป โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตจากโควิด ต้องนำไปฝังที่สุสานทุกวัน บางวันตี 2 ก็ยังมีศพที่ต้องนำไปฝัง และบางพื้นที่กู้ชีพต้องไปรับศพผู้เสียชีวิตจากโควิด เพื่อนำไปฝังถึง 5 ศพ ซึ่งพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าหน้าที่แพทย์ที่เสี่ยงติดเชื้อ ทำงานหนัก แม้กระทั้งต้องสวมชุด PPE อยู่กลางแดด ซึ่งอาสาสมัครเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้องๆ นักศึกษา หรือหนุ่มวัยรุ่น ที่อาสายื่นมือมาช่วย แต่พวกเข้าก็ไม่เคยท้อ และพร้อมที่จะสู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาลียาส ดาโอะ นายกสมาคมกู้ชีพ กู้ภัย ต.ตะลุโบะ อ.เมืองปัตตานี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า&amp;nbsp; โดยปกติตนเองและทีมงานมีหน้าที่รับผู้ป่วยโควิด และผู้ป่วยทั่วไป เช่นเดียวกับศพโควิด ถ้าโรงพยาบาลประสานมาเราก็ดำเนินการเช่นกัน ซึ่งหน้าที่ที่ทำอยู่ก็ถือว่าเสี่ยงติดเชื้อมาก ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ แต่ทั้งนี้เราก็มีการป้องกันอย่างดี มีกังวลไปบ้าง ซึ่งเราก็พยายามบอกน้องทีมงานทุกคนว่า ถ้าเราจะท้ออย่างไร แต่เราต้องสู้ไปด้วยกัน ถ้าไม่ทำ แล้วใครจะทำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111904</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชีพ, ติดเชื้อ, ปัตตานี, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61073a561687b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ท่องเที่ยวเสริมกำลังพื้นที่ช่วยผู้สูญหายเหตุศาลาถล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.62-พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. และพล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 สั่งการให้พ.ต.ต.วโรดม ใบเรือ สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวสว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 &amp;nbsp;นำกำลังออกตรวจตราอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้สูญหายกรณีศาลาริมน้ำแม่กลอง ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พังถล่มลงไปในแม่น้ำ ซึ่งศาลาหลังดังกล่าวมีร้านขายของ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คน &amp;nbsp;สูญหาย 2 ราย คือ นางสุรีย์ อุระชื่น อายุ 37 ปี เป็นแม่ค้าขายกาแฟ และ น.ส.พรพิไล เสือเล็ก พนักงานบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ต.วโรดม กล่าวว่า &amp;nbsp;ทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานหนึ่งในการทำหน้าที่ในการสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือผู้สูญหายและผู้บาดเจ็บ ซึ่งหลังเกิดเหตุทางพล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ,และ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 ได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3 จัดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและสนับสนุน ประจำจุดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนกว่าภารกิจจะแล้วเสร็จ โดยกั้นพื้นที่เกิดเหตุโดยรอบเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ &amp;nbsp;จัดการจราจรโดยประสานงานกับสภ.เมืองสมุทรสงคราม เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่ง รพ.ได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนของผู้สูญหายทั้งสองราย หลังเกิดเหตุทางมูลนิธิสว่างเบญจธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำชุดกู้ชีพประดาน้ำดำค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง โดยทางนักประดาน้ำยืนยันพบร่างผู้สูญหายทั้ง 2 คนแล้ว ซึ่งเสียชีวิตติดอยู่ใต้หลังคาศาลาที่ถล่ม โดยกลางดึกที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามนำร่างนางสุรีย์ อุราชื่น แม่ค้าขายอาหาร ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ศาลาริมน้ำถล่ม ขึ้นมาได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งค้นหาร่างของ น.ส.พรพิไล เสือเล็ก ลูกค้าที่มาทานอาหาร ผู้สูญหายอีก 1 ราย&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จังหวัดสมุทรสงครามได้ประกาศพื้นที่เสี่ยงภัย โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ให้พื้นที่บริเวณท่าเรือข้ามฟากแสงวนิช อาคารศาลาริมน้ำตลอดแนวจนถึงบริเวณกำแพงวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซอยวัดเพชรสมุทร 2 เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยและห้ามบุคคลหรือหน่วยงาน ผู้ประกอบการร้านค้า เข้าหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด จนกว่าจะมีหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย หากฝ่าฝืนหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชีพ, จ.สมุทรสงคราม, ตำรวจท่องเที่ยว, เหตุศาลาถล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190717/image_big_5d2ede2e6b177.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12959</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิด้าโพล&#039; เผยคนไทยต้องการให้เพิ่มความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นิด้าโพล&amp;rdquo; เผยคนไทยต้องการให้เพิ่มความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยยังเชื่อถือมาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย แต่แนะให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อย่างเร่งด่วน จี้ทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้ประชาชนเอาตัวรอด เวลาประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;มาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 5 กรกฎาคม 2561 โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความน่าเชื่อถือของมาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย พบว่า ประชาชน ร้อยละ 8.28 ระบุว่า มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ร้อยละ 66.40 ระบุว่า มีความน่าเชื่อถือมาก โดยผู้ที่ระบุว่า เชื่อถือมาก - มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า มาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทย &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน รวดเร็ว สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันเวลา และมีจุดมุ่งหมายชัดเจน ร้อยละ 20.27 ระบุว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 2.76 ระบุว่า ไม่มีความน่าเชื่อถือเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่น่าเชื่อถือ - ไม่เชื่อถือเลย ให้เหตุผลว่า มาตรการป้องกันอุบัติภัยของไทยยังไม่มีความรัดกุมเท่าที่ควร ไม่มีมาตรฐาน ยังขาดอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และร้อยละ 2.29 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับความเร่งด่วนในการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 30.76 ระบุว่า เร่งด่วนที่สุด ร้อยละ 55.60 ระบุว่า เร่งด่วน โดยผู้ที่ระบุว่า เร่งด่วน - เร่งด่วนที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า จะได้มีแนวทางการแก้ไข และป้องกันได้ทันเหตุการณ์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ร้อยละ 12.06 ระบุว่า ไม่เร่งด่วน ร้อยละ 0.79 ระบุว่า ไม่เร่งด่วนเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่เร่งด่วน - ไม่เร่งด่วนเลย ให้เหตุผลว่า กฎ ข้อบังคับมีอยู่แล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม ขณะที่บางส่วน &amp;nbsp; ระบุว่า ยังมีวาระอื่น ๆ ที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนกว่านี้ และร้อยละ 0.79 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเข้าช่วยเหลือเหตุอุบัติภัย พบว่า ประชาชน ร้อยละ 37.22 ระบุว่า &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพมากที่สุด ร้อยละ 57.18 ระบุว่า มีประสิทธิภาพมาก โดยผู้ที่ระบุว่า มีประสิทธิภาพมาก - มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่า ปฏิบัติงาน &amp;nbsp; ได้ดี รวดเร็ว และเต็มความสามารถ เพราะเจ้าหน้าที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถเฉพาะอยู่แล้ว ร้อยละ 4.50 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 0.55 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพเลย โดยผู้ที่ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพ - ไม่มีประสิทธิภาพเลย ให้เหตุผลว่า ไม่มีความพร้อม ล่าช้าในการปฏิบัติงาน ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย และร้อยละ 0.55 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงมาตรการป้องกันอุบัติภัยตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 52.68 ระบุว่า มีการประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้การเอาตัวรอดเมื่อประสบภัย รองลงมา ร้อยละ 51.42 ระบุว่า เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยว ร้อยละ 49.84 ระบุว่า ติดป้ายเตือนอุบัติเหตุ/อุบัติภัย ร้อยละ 23.90 ระบุว่า จัดทีมสำรวจศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเพื่อเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ร้อยละ 23.42 ระบุว่า จัดทำแผนที่เส้นทางการท่องเที่ยว ร้อยละ 12.46 ระบุว่า จำกัดอายุนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ร้อยละ 2.21 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ มีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และบทลงโทษที่ชัดเจน ปิดการให้บริการในช่วงที่อันตราย มีการติดตั้งระบบเตือนภัย มีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ/อุบัติภัย ขณะที่บางส่วนระบุว่า ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะเชื่อและปฏิบัติตามหรือไม่และร้อยละ 1.18 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 9.70 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 24.76 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.30 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.20 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 14.04 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 53.47 เป็นเพศชาย ร้อยละ 46.37 เป็นเพศหญิง และร้อยละ 0.16 เป็นเพศทางเลือก ตัวอย่างร้อยละ 5.99 มีอายุไม่เกิน 25 ปี ร้อยละ 16.32 มีอายุ 26 &amp;ndash; 35 ปี ร้อยละ 20.11 มีอายุ 36 &amp;ndash; 45 ปี ร้อยละ 36.12 มีอายุ 46 &amp;ndash; 59 ปี ร้อยละ 19.72 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 1.74 ไม่ระบุอายุ ตัวอย่างร้อยละ 91.80 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.31 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.18 นับถือศาสนาคริสต์ /ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ ไม่นับถือศาสนาใด ๆ และร้อยละ 3.71 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 18.53 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 72.48 สมรสแล้ว ร้อยละ 5.05 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 3.94 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 29.57 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 28.79 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.92 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.47 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.15 &amp;nbsp;จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.10 ไม่ระบุการศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12959</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชีพ, กู้ภัยของไทย, นิด้าโพล, ผลสำรวจความคิดเห็น, มาตรการป้องกันอุบัติภัย, แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b416a026bbbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3-4วันนี้โอกาสดีสุด ‘ณรงค์ศักดิ์’ส่งสัญญาณพาทีมหมูป่าออกจากถ้ำก่อนฝนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าไม่ง่าย อาจต้องรีบตัดสินใจ &amp;quot;ณรงค์ศักดิ์&amp;quot; เผยรอน้ำลด 4 เดือนเป็นไปไม่ได้ &amp;nbsp; ย้ำแผนหลัก 2 แผน ณ วันนี้สถานการณ์ของน้ำ ของอากาศ และสุขภาพของเด็กเหมาะสมที่สุด ยืนยันได้แค่ว่าใน 3-4 วันนี้สถานการณ์ทั้งหมดดีและเอื้อที่สุดต่อการกู้ชีพในแผนใดแผนหนึ่งที่เตรียมกันไว้ เพราะถ้าจากวันนี้แล้วทั้งสัปดาห์จะมีฝนตก เราไม่รู้ฝนจะเติมมาอีกเท่าไร &amp;nbsp;ขณะที่กรมอุตุฯ พยากรณ์ภาคเหนือฝนกลับมาตกหนักอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา &amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.) แถลงความคืบหน้าในการลำเลียง 13 เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงฯ เมื่อวันเสาร์ว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ที่เราพบถือว่าไม่ธรรมดา เป็นสถานการณ์ที่แม้แต่ทั้งโลกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สถานการณ์ 8 วันที่แล้วกับวันนี้มันต่างกันเยอะมาก แม้แต่นักดำน้ำหลายทีมที่เข้ามายังบอกว่าศักยภาพตัวเองมีแค่ถึงโถง 3 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์ของเราในโลกนี้ไม่เคยมีความยากขนาดนี้ มันต้องใช้องค์ความรู้ ความสามารถ และเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม เราพยายามทำเต็มที่ เพราะมันเป็นความคาดหวังของทั้งประเทศและทั้งโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เรายังพยายามหาโพรง มีการเจาะไปเป็นร้อยโพรง แต่ที่ไปได้ลึกคือ 400 เมตร แต่ยังไม่ตรงกับจุดเนินนมสาว เทคโนโลยีใดๆ ในโลกที่เราร้องขอไป ยังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถบอกได้ว่าเด็กอยู่จุดไหน มีแต่ประมาณการ ซึ่งเรามีการประเมินความลึกว่าอยู่ประมาณ 600 เมตร ส่วนกรณีที่ประเทศชิลี ที่นั่นมีความลึก 1 กิโลเมตร เขารู้พิกัดว่าอยู่ตรงไหน ใช้เวลาเจาะ 2 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สถานการณ์ของเรามันยากมาก ตรงที่ไม่รู้ว่าจุดที่เด็กอยู่มันอยู่ตรงไหนของพิกัดบนภูเขา ส่วนภารกิจเบนน้ำวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ขนาดฝนตกลงมาเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ก็ยังไม่กระทบต่อการปฏิบัติงาน ระดับน้ำอยู่ในสถานการณ์ที่เราพอใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่มีความเป็นห่วงกันเรื่องอากาศภายในถ้ำนั้น เราพยายามนำเอาออกซิเจนเข้าไปในถ้ำ ซึ่งขณะนี้มีเจ้าหน้าที่อยู่ภายในถ้ำจำนวนมาก ทำให้ออกซิเจนน้อยลง เราจึงใช้วิธีการปั๊มอากาศบริสุทธิ์เข้าไปแทน วันนี้ถือว่าดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องถอนกำลังที่ไม่จำเป็นบางส่วนออกจากโถง 3 จะอยู่เฉพาะคนที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานเท่านั้น เพื่อรักษาอากาศภายในเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ไม่รอถึง 4 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ทีมที่เคยดำน้ำหรือทำวิจัยภายในถ้ำระบุว่า จุดเนินนมสาว ถ้าฤดูน้ำจริงๆ จุดสูงสุดของน้ำจะขึ้นถึงจุดที่เด็กนั่งอยู่ ซึ่งจะทำให้เหลือพื้นที่ไม่ถึง 10 ตารางเมตร เราจึงต้องทำงานแข่งกับเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของเราเหมือนแบกภูเขาลูกนี้ไว้บนบ่า การตัดสินใจเรื่องต่างๆ เราจะคุยกันจนขาด คิดว่าแผนต่างๆ ที่คิดมาจะเริ่มงวดเข้า ถึง ณ เวลาหนึ่งที่สมบูรณ์ที่สุด เราอาจจะต้องเข้าไปทำแผนใดแผนหนึ่งของเราให้สำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเช่นแผนแรก คือการนำเด็กออกมาทางปากถ้ำ แผนนี้ปัจจัยแห่งความสำเร็จคือน้ำน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าบอกสมบูรณ์ 100% คือน้ำเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำจะเป็นศูนย์ประมาณเดือน ธ.ค.-ม.ค. ดังนั้น สถานการณ์นี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาคือ น้ำอยู่ในสถานการณ์ที่ดีพอที่เราพอจะเคลื่อนย้ายกำลังพลต่างๆ ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเหมาะสมตรงไหน วันนี้ตั้งแต่หน้าถ้ำถึงโถง 3 เดินได้หมดแล้ว แต่ถ้าเกิดฝนตกมาอีกเราก็ไม่รู้จะเจอปัจจัยความเสี่ยงอะไรมาอีก เราต้องดูองค์ประกอบทุกอย่าง สถานการณ์น้ำตอนไหนเหมาะสมที่สุด วันนี้เด็กๆ ยังมีสุขภาพที่ดี คุยรู้เรื่องหมด เฮฮาเล่นกันได้ โดยจากนี้เราต้องดูกันว่าเรามีแผนอื่นๆ อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีแผนอื่นๆ แล้ว และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อไรที่เรารับไม่ได้ เราต้องตัดสินใจ ยืนยันว่าแผนทุกแผนผ่านการทดสอบมาดีพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้แผนหลักมี 2 แผน แต่วิธีการมีหลายวิธี เราจะพยายามจะทำวิธีที่ดีที่สุด และเสี่ยงน้อยสุด ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของเรา อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ สถานการณ์ของน้ำ ของอากาศ และสุขภาพของเด็กเหมาะสมที่สุด แต่เราต้องคุยกันจนขาดก่อนว่าเราทำอะไรได้บ้าง การตัดสินใจใดๆ เรากลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติเป็นร้อยคน เราถือว่าการตัดสินใจเราดีที่สุด ผมไม่สามารถยืนยันอะไรกับสื่อมวลชนได้ แต่ยืนยันได้แค่ว่า ใน 3-4 วันนี้ สถานการณ์ทั้งหมดดีและเอื้อที่สุดต่อการกู้ชีพในแผนใดแผนหนึ่งที่เราเตรียมกันไว้ เพราะถ้าจากวันนี้แล้ว ทั้งสัปดาห์จะมีฝนตก เราไม่รู้ฝนจะเติมมาอีกเท่าไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์แถลงว่า ทุกแผนเราซ้อมมาหมดแล้ว มี 2 ทีมกำลังซ้อมกันอยู่นอกพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เพราะพื้นที่ตรง ศอร.มีคนเยอะมาก อาจจับเวลาไม่ตรงตามที่คำนวณ โดยเราไม่สามารถเปิดเผยสถานที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เราได้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเข้ามาอีก 2 ชุดใหญ่ ในคืนวันนี้กับคืนพรุ่งนี้ ซึ่งเราถือว่ากำลังพลในการรบ เราได้กองหน้าที่แข็งแกร่งมาอีกชุดใหญ่เลย เป็นผู้เชี่ยวชาญกู้ภัยในถ้ำโดยตรง เราต้องมั่นใจในศักยภาพของเขา ซึ่งเมื่อเขามาถึงสามารถร่วมทำงานได้เลย
อุตุฯ เตือนฝนมาอีกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 7-8 ก.ค. ว่าบริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 9-13 ก.ค. ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ทั้ง 13 ชีวิต ต้องระดมทรัพยากรมนุษย์ไปแก้ปัญหาอย่างมาก ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ทุกฝ่ายต่างทำงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ จนประสบผลสำเร็จ สามารถพบเด็กทั้ง 13 คนอย่างปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่มีใครเป็นพระเอกหรือฮีโร่ แต่สำเร็จได้เพราะปัจจัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายและทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ตอนนี้มีการตั้งสมมุติฐานว่า จะต้องนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากทางปากถ้ำ แต่การช่วยเหลือในขณะนี้ มีปัจจัยที่ต้องคำนึงทั้งอากาศภายในถ้ำต้องเพียงพอ ด้วยการเสริมออกซิเจนเข้าไป นำเครื่องดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในถ้ำ สภาพร่างกายเด็กแข็งแรงหรือไม่ เมื่อร่างกายแข็งแรงแล้ว สามารถดำน้ำได้หรือไม่ ปริมาณน้ำในถ้ำ ซึ่งหากมีฝนตกและมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้น ก็ต้องตัดสินใจนำออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง &amp;nbsp;ดังนั้นสถานการณ์ในขณะนี้ทุกคนชี้ว่ายังไม่ต้องนำออกมาในตอนนี้ หากอาศัยอยู่ได้ก็อยู่ไปก่อน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้ำขุนน้ำนางนอนคือทางน้ำใต้ดินธรรมชาติ พอน้ำไม่มีก็เรียกกันว่าถ้ำ ซึ่งทางกายภาพมีลักษณะเป็นทางน้ำขึ้นลงสลับกันไป ภายในถ้ำเป็นหิน มีสภาพมืด มองไม่เห็นอะไรเลย ดังนั้นหากเป็นเช่นนี้ ก็ต้องหาวิธีการเตรียมการแก้ปัญหาไว้ หากนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาไม่ได้ ในตอนนี้ ก็จะต้องให้อยู่ต่อไป ซึ่งก็จะมีการเตรียมเดินสายอากาศให้มีอากาศได้หายใจ&amp;ldquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า สำหรับการนำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำ ทุกหน่วยงานมีการค้นคิดหาแนวทางทุกวัน โดยไม่ยอมแพ้ ทั้งการเดินเท้าทางป่า หาโพรง หรืออีกสิ่งหนึ่งคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งคลิปวิดีโอของต่างประเทศมาให้ดู คือการใส่ท่อลงไปในน้ำเพื่อให้เด็กได้คลานออกมา เป็นท่อผ้าใบ ซึ่งเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พบอุปกรณ์ชิ้นนี้แล้ว ซึ่งถูกใช้ในช่วงน้ำท่วม โดยคนไทยเป็นผู้ผลิต มีลักษณะเป็นท่อผ้าใบ ทดลองในสระแล้ว คลานเข้า-ออกได้ ซึ่งขณะนี้มีท่อยาวประมาณ 300 เมตรเท่านั้น และจะส่งไปในพื้นที่ทันที ตอนนี้อุปกรณ์นี้น่าจะถึงแล้ว ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทีมสนับสนุนนั้น คิดหาทางช่วยเหลือตลอด และส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำไปคิดกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเด็กไม่แข็งแรงก็ต้องอยู่ไปก่อน จนพร้อมและไม่เสี่ยง ส่วนเวลาจะนานเท่าใดนั้น ก็ต้องประเมินกันอีกครั้ง แต่สถานการณ์ในวันนี้คือทำให้พวกเขาได้มีอากาศหายใจ มีหมอดูแลสุขภาพ และเตรียมการฝึกดำน้ำ ถ้าจำเป็นต้องออกทางปากถ้ำ&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
กำชับ จนท.พักผ่อนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวว่า นายกฯ ไม่อยากให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือคาดการณ์จนเกินเหตุ หรือกดดันเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างหนักมาตลอด 2 สัปดาห์โดยไม่ได้หยุดพัก แม้ว่าร่างกายจะเหน็ดเหนื่อย แต่ใจก็สู้และอดทน และไม่มีใครรู้ได้เลยว่าตัวเองจะไม่ไหวเมื่อใด โดยเฉพาะการทำงานต่อเนื่องใต้น้ำนาน 4-6 ชั่วโมง ขอให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังและประเมินความพร้อมของตนเองให้ดี โดยได้กำชับให้หน่วยแพทย์ที่ประจำอยู่ในพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานและให้ข้อเสนอแนะกับศูนย์อำนวยการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่แต่ละคนได้มีเวลาพักผ่อนและสลับกันทำงานบ้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ส่งกำลังใจและให้คำแนะนำช่วยเหลือในทุกรูปแบบ ทั้งนี้ บริษัท ELON MASK จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านการขุดเจาะและสำรวจ ได้ประสานเข้ามาช่วยเหลือ โดยอยู่ระหว่างเดินทางมาไทย และคาดว่าจะสามารถลงพื้นที่ปฏิบัติงาน บริเวณถ้ำหลวงได้ในวันอาทิตย์ 8 ก.ค.ที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองทัพเรือรายงานการจัดการภายในถ้ำ มีการแบ่งงานกันชัดเจน ชุดซีลจำนวน 3 นาย, พ.ท.ภาคย์ โลหารชุน ฝึกทักษะการดำน้ำ ทำการตรวจประเมินสุขภาพและฟื้นฟูให้กับผู้ประสบภัย &amp;nbsp;ขณะที่ซีลส่วนใหญ่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารบก, นักดำน้ำจากต่างประเทศ เช่น อังกฤษ, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, จีน, นักดำน้ำอาสาสมัครกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ กฟผ. ดำเนินการลำเลียงอาหาร, เกลือแร่, น้ำดื่ม, ยา และขวดอากาศ เข้าสู่บริเวณเนินนมสาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ดำเนินการติดตั้งระบบสูบน้ำบริเวณปากทางเข้าถ้ำ และโถง 2 ลำเลียงขวดอากาศเพิ่มเติมเพื่อให้ชุดช่วยเหลือ สามารถปฏิบัติงานได้เพียงพอ พร้อมทั้ง-สำรวจหาโพรงที่อาจจะสามารถเชื่อมต่อกับเนินนมสาวหรือบริเวณใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับระดับน้ำจุดเริ่มดำ 50 ซม. คงที่จากที่ผ่านมาหน้าถ้ำ 24 ซม. คงที่จากที่ผ่านมา สภาพอากาศ ไม่มีฝนตก ผู้ประสบภัยที่อยู่ในถ้ำ 13 คนปลอดภัย ส่วนปัญหาปริมาณออกซิเจนภายในทำต่ำลงทุกจุด โดยเฉพาะที่เนินนมสาวซึ่งทั้ง 13 ชีวิตพักอยู่มีปริมาณค่าออกซิเจนอยู่ที่ 15% จากอากาศภายนอกถ้ำปกติควรมีประมาณ 21% ซึ่งหากออกซิเจนลดต่ำลงเรื่อยๆ จนถึง 12% จะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการช็อก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีมากเกินไป ส่งผลให้คาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปอยู่ในกระแสเลือด ทำให้เป็นพิษได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ศูนย์อำนวยการร่วมช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตกำลังกังวล&amp;nbsp;
จดหมายถึงหมูป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีการนำจดหมายของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่งถึงโค้ชและนักเตะทีมหมูป่า 13 คน &amp;nbsp;โดยจดหมายถึงโค้ชเอกระบุว่า พ่อแม่ทุกคนฝากโค้ชเอกดูแลน้องๆ ทุกคน โค้ชเอกไม่ต้องโทษตัวเองผิด อยากฮือ โค้ชเอกสบายใจพ่อแม่ทุกคนไม่ได้โกรธโค้ชเอกเลย และทุกคนเข้าใจและให้กำลังใจโค้ชเอก ขอบคุณที่ช่วยดูแลน้องๆ โค้ชเอกเข้าไปตวยกันแล้วต้องออกมาตวยกันพาน้องๆ ออกมาปลอดภัยเน้อเจ้า อามารอที่หน้าถ้ำนี้นะ จากอาอีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจดหมายถึงเด็กๆ อีก 12 คนนั้น ส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจ และไม่ได้โกรธ รวมทั้งให้บอกกับโค้ชเอกว่าไม่ต้องคิดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทเทสลา ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นพ่อมดวงการเทคโนโลยีโลก ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของเขา @elonmusk ระบุถึงการร่วมช่วยเหลือ 13 สมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่า ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ระบุว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้รับข้อมูลน่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำในเมืองไทย ผมเสนอไอเดียเกี่ยวกับการใช้พ็อด (Pod) หรือห้องโดยสารที่ออกแบบมาเพื่อนำตัวเด็กๆ ออกจากถ้ำ นอกจากนี้ยังมีการใช้ท่ออัดอากาศเพื่อนำตัวเด็กออกมา แต่ข้อเสนอดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล จากเส้นทางในถ้ำที่ซับซ้อน แต่มันจะดีมากถ้าสามารถใช้งานได้จริง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ มัสก์ได้ทวีตเสนอให้ทดลองใช้ท่อหรือห้องโดยสารที่ทำจากวัสดุเคฟลาร์ที่มีคุณสมบัติในการทนทานต่อแรงเสียดทาน โดยเขาระบุว่า วิศวกรของ บ.สเปซเอ็กซ์ กำลังจะไปที่เดินทางไปที่ถ้ำหลวงเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ที่หน้างาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของประเทศเมียนมา ทั้งตำรวจ ทหาร กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ต่างๆ กำลังเดินทางไปค้นหาโพรงถ้ำของฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อหาทางที่เชื่อมต่อไปถึงถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยหวังให้ 13 เยาวชนทีมหมู่ป่าอะคาเดมีและโค้ชเอกได้ออกมาจากถ้ำหลวงโดยเร็ว หลังจากเจ้าหน้าที่พบ 13 ชีวิต ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. แต่ยังเจออุปสรรคเรื่องน้ำในถ้ำที่สูง ทำให้ไม่สามารถลำเลียงออกมาได้ ทั้งนี้ จากท่าขี้เหล็กห่างจากพื้นที่เป้าหมายประมาณ 10 กิโลเมตร โดยมีการพกพาเสบียงสำหรับใช้ได้ถึง 4 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นิมิตจากหลวงปู่ฤาษีเกวรัญ ถึงเหตุ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนว่า จะยังไม่ได้ออกจากถ้ำใน 2 วันนี้ ต้องใช้เวลาอีกระยะ ไม่น่าเกินในเดือนนี้ เป็นชะตากรรมของเด็กและโค้ช รับเคราะห์จากภัยธรรมชาติ ซึ่งอยู่นอกเหนือมนุษย์ควบคุมไม่ได้ คงต้องรอเวลาอีกสักพัก และด้วยแรงใจคนทั้งโลกทำให้ทั้ง 13 ชีวิตหลุดพ้น รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้รอดทุกคน
&amp;quot;จ่าแซม&amp;quot;ถึงบ้านเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เชิญผ้าไตรพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 13 ชุด ถวายแด่พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร แห่งวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เกจิดังล้านนา ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธหลายประเทศ โดยพิธีจัดขึ้นเป็นการภายใน วันเดียวกันนี้ ครูบาบุญชุ่มห่มจีวรสีเหลือง ต่างจากทุกครั้งที่ห่มจีวรสีฝาด หลังพิธีเสร็จสิ้น ครูบาบุญชุ่มกลับไปจำวัด ทำสมาธิอยู่ในกุฏิกลางน้ำ โดยไม่ได้กล่าวทักทายลูกศิษย์แต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตำรวจ ทหาร เหล่ากาชาดจังหวัด และเหล่าจิตอาสานับร้อยคนเข้าร่วมภายในพระอุโบสถ รวมกระทั่ง ชาวบ้าน และคณะศิษย์ของพระครูบาบุญชุ่ม จากไทย-เมียนมา-สปป.ลาว ที่ทราบข่าวเดินทางมาร่วมพิธี และกราบไหว้ครูบากันอย่างคับคั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวจากฝั่งลูกศิษย์ของพระครูบาบุญชุ่ม โดยคาดว่าครูบาบุญชุ่มอาจจะไปปฏิบัติธรรมที่ถ้ำหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านได้ไปอธิษฐานจิต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ค้นหาทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงจนเจอ แต่ทั้งนี้ต้องรอความแน่นอนจากฝั่งครูบาบุญชุ่มอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ต.หนองพอก อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด นายวันชัย คงเกษม ผจว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และญาติสนิทมิตรสหาย ได้เดินทางมารอรับศพจ่าเอกสมาน กุนัน เจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ที่สละชีพเพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย โดยมีกองทหารเกียรติยศจากมณฑลทหารบกที่ 27 ตั้งแถวรับอย่างสมเกียรติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือได้จัดอากาศยานแบบดอร์เนียร์ ราชนาวี &amp;nbsp;2 ลำเลียงศพจากสนามบินกองบังคับการบิน กองการบินทหารเรือ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง มาลงยังท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดบ้านหนองคู ตำบลเมืองหงส์ อำเภอจตุรพักตร์พิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด บรรยากาศการเคลื่อนย้านศพของจ่าสมานตลอดเส้นทางกว่า 50 กิโล จากท่าอากาศยานร้อยเอ็ดจนถึงวัดบ้านหนองคูบริเวณตั้งศพเพื่อบำเพ็ญกุศล มีพี่น้องประชาชนที่ทราบข่าวว่าจะมีการเคลื่อนย้านศพจ่าเอกสมานมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ต่างพากันออกมายืนข้างทางเพื่อไว้อาลัยให้กับจ่าเอกสมาน วีรบุรุษถ้ำหลวงที่สละชีพตัวเองเพื่อคนอื่นอย่างสมศักดิ์ศรี และในเวลา 13.45 น. นายวันชัย คงเกษม ผวจ.ร้อยเอ็ด ผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลาหลวง พระราชทาน พวงมาลาพระบรมวงศานุวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันเสาร์ เกิดเหตุรถขับเคลื่อนสี่ล้อทีม อส.กู้ภัยตกเหว ที่บริเวณศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เลยจุดชมวิวดอยผาหมีไปทางซ้าย เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย บาดเจ็บปานกลาง-เล็กน้อย 4 ราย โดยทีมกู้ภัยกำลังเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุนำส่งโรงพยาบาลแม่สายแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12950</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชีพ, ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40ca6614231.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
