<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อบ้านต้องรู้! วิธีเลือกว่าจะทำเรื่องขอสินเชื่อบ้านที่ไหนดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพราะการซื้อบ้านไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ดังนั้นการเลือกว่าจะขอสินเชื่อบ้านที่ไหนดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นขั้นตอนแรกของการซื้อบ้าน ยิ่งถ้าเป็นบ้านหลังแรกแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องเลือกให้ดีว่าจะขอสินเชื่อบ้านกับที่ไหนดี เพื่อให้ได้สินเชื่อบ้านที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อให้การซื้อบ้านหลังแรกเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไป!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รู้จักกับเอกสารที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อบ้านกันก่อน&lt;/p&gt;


	เอกสารประจำตัวผู้ขอสินเชื่อบ้าน อย่างเช่นสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และอื่น ๆ
	เอกสารเกี่ยวกับการเงิน เอกสารเหล่านี้จะถูกนำส่งไปประกอบพิจารณาการอนุมัติการขอสินเชื่อบ้านไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม เพราะทางสถาบันการเงินจะดูหลักฐานการเงินต่าง ๆ ของเราเพื่อพิจารณาว่าเรามีความสามารถทางการเงินแค่ไหน ซึ่งเอกสารในกลุ่มนี้จะเป็นพวก สลิปเงินเดือน หลักฐานแสดงที่มาของรายได้ รายการเดินบัญชีและอื่น ๆ
	เอกสารแสดงหลักทรัพย์ เอกสารอีกหนึ่งกลุ่มที่ไม่ว่าจะขอสินเชื่อบ้านที่ไหนก็ต้องใช้ เพราะสถาบันการเงินนั้นจะเอาอสังหาริมทรัพย์ที่เรากู้เงินไปซื้อเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อของเรานั่นเอง เอกสารในกลุ่มนี้จะเป็นพวกโฉนดที่ดิน รูปถ่าย สำเนาการซื้อขายต่าง ๆ


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เลือกทำเรื่องขอสินเชื่อบ้านที่ไหนดี ด้วยการเริ่มจากเลือกสินเชื่อให้ถูกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ก่อนจะไปเลือกว่าจะทำเรื่องขอสินเชื่อบ้านที่ไหนดี ต้องรู้ข้อนี้ด้วยว่าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านและที่พักอาศัย, สินเชื่อเพื่อสร้างบ้าน, สินเชื่อเพื่อการต่อเติม ซ่อมแซมบ้าน และสินเชื่อเพื่อการไถ่ถอนหรือรีไฟแนนซ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดังนั้นแสดงว่าหากนี่คือการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน ก็ต้องเลือกประเภทสินเชื่อเพื่อการซื้อที่อยู่ ที่พักอาศัย ซึ่งรวมไปถึงบ้านพัก บ้านทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว คอนโด อาคารพาณิชย์และอาคารชุดต่าง ๆ จึงจะตรงกับจุดประสงค์ในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะสินเชื่อบ้านกับที่ไหนดี อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้านนั้นก็จะมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่&lt;/p&gt;


	ดอกเบี้ยประเภทคงที่ (Fixed Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่กำหนดตายตัว โดยยึดจากดอกเบี้ยตามประกาศของสถาบันการเงิน ณ ช่วงเวลาที่กู้ ดังนั้นจึงจะไม่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นหรือลง เหมาะกับผู้ที่ต้องการชำระเงินงวดคงที่ทุกเดือนตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ ควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบนี้เมื่อแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น
	ดอกเบี้ยประเภทลอยตัว (Floating Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว โดยผู้ขอสินเชื่อควรเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบนี้หากภาวะอัตราดอกเบี้ยเป็นขาลง


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอสินเชื่อบ้านไปแล้ว ก็หวังว่าหลาย ๆ คนจะเข้าใจการเลือกว่าควรขอสินเชื่อบ้านกับที่ไหนดีได้มากขึ้น โดยต้องเลือกจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีทั้งประเภทของสินเชื่อบ้าน จนไปถึงอัตราดอกเบี้ยต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดได้ เพื่อให้การซื้อบ้านหลังแรกเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินเอื้อม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถปรึกษาหลาย ๆ สถาบันการเงินเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะขอสินเชื่อบ้านกับที่ไหนดีได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84753</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ซื้อบ้าน, สินเชื่อบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb3e724a697.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2019 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสินปลดล็อคช่วยอาชีพอิสระมีบ้านง่ายขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 2562 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยที่ต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัย หลังจากที่มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้การปล่อยสินเชื่อมีความเข้มงวดมากขึ้น แม้จะไม่กระทบกับลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้านหลังแรก แต่ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าบางกลุ่ม เช่น อาชีพอิสระ ที่มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบรายได้ ทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ

ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารออมสินจะมีการออกเป็นแพ็คเกจสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จะเป็นในส่วนสินเชื่อที่รองรับผลกระทบจากมาตรการ LTV และเป็นมาตรการผ่อนปรนสินเชื่อ ซึ่งอาจจะทำทั้งในกลุ่มลูกค้ารายย่อย และผู้พัฒนาอสังหาฯ (เดเวลอปเปอร์) เช่น ให้มีการผ่อนดาวน์เป็นระยะเวลา 1 ปีกับเดเวลอปเปอร์ เพื่อดูความสามารถในการชำระเงินงวด กรณีที่กู้ 1 ล้านบาท ก็ผ่อนดาวน์เดือนละไม่เกิน 7,000 บาท หากไม่มีปัญหาผ่อนชำระ ก็โอนมาเป็นลูกค้าของธนาคารได้ หรือจะเป็นกรณีมาเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารก่อนก็ได้ ในลักษณะออมก่อนกู้ ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบมาตรการ

&amp;ldquo;แนวทางของธนาคารออมสินตอนนี้คือจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาลูกค้าที่กู้บ้านไม่ผ่าน ทำอย่างไรจะกู้ให้ผ่าน โดยเฉพาะอาชีพอิสระ ซึ่งหากมาทดลองผ่อนชำระค่างวดก่อน หรือ ทดลองฝากเงินงวดระยะเวลาหนึ่ง ก็สามารถที่จะผ่อนปรนหลักเกณฑ์การตรวจสอบรายได้ได้&amp;rdquo;นายชาติชาย กล่าว

นายชาติชาย กล่าวว่า ผลกระทบจากมาตรการ LTV ทำให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงไปบ้างเล็กน้อย โยการปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 1/2562 ของธนาคาร ทำได้ตามเป้าหมาย มากกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากลูกค้าเร่งทำเรื่องยื่นกู้และโอนก่อนที่มาตรการ LTV จะมีผล ทั้งนี้ ในปี 2562 ธนาคารมี เป้าหมายการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งปีที่ 6-7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 6-7% จากปีก่อน และคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ในระดับ 3.8% อยู่ในเกณฑ์ที่ขยายตัวได้ และสินเชื่อบางกลุ่มยังขยายตัวได้ดี ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปีนี้ จะบริหารให้ไม่เกิน 2.8%

นอกจากนี้ ธนาคารได้ร่วมมือกับ AirBNB ยกระดับโฮมสเตย์ไทย เพื่อเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวชุมชน โดยจัดทำสินเชื่อ GSB Homestay ให้กับลูกค้าวิสาหกิจชุมชน ที่ต้องการทำโฮมสเตย์ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในรูปแบบชุมชน โดยธนาคารไม่กำหนดกรอบการปล่อยสินเชื่อ เตรียมวงเงินไว้ไม่จำกัด โดยที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ไปแล้วกว่า 300 รายคิดเป็น 28 ล้านบาท เฉลี่ยต่อรายที่ 5 หมื่น- 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน นอกจากนี้ ยังสั่งการให้สาขาของธนาคารทั่วประเทศกว่า 1,067 แห่ง เข้าไปให้คำแนะนำชุมชนที่สามารถพัฒนาเป็นโฮมสเตย์ได้อย่างมีศักยภาพด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36147</URL_LINK>
                <HASHTAG>Airbnb, กู้ซื้อบ้าน, ธนาคารออมสิน, อาชีพอิสระ, โฮมสเตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190518/image_big_5cdf68071ba60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศช.แจงหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มสูงเพราะเศรษฐกิจดีดอกเบี้ยต่ำ ไม่น่ากังวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สศช.แจงหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่า50%กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ชี้เนื่องจากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ส่วนการชำระหนี้ไม่น่ากังวล แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

12ธ.ค.61-นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงแนวโน้มหนี้ครัวเรือนไตรมาส 2/2561 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดระบุว่าภาพรวมหนี้ครัวเรือนมีมูลค่ารวม 12.34 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น57%เทียบกับ3.8 %และ4.6%ในปี 2559 และ 2560 ตามลำดับ ว่า ส่วนหนึ่งภาระหนี้ครัวเรือนมากขึ้นมาจากเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นและอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำ รวมทั้งขณะนี้ความต้องการซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เร่งตัวขึ้นตั้งแต่กลางปี 2560 ภายหลังสิ้นสุดเงื่อนไขการถือครองรถยนต์ครบ 5 ปี ตามโครงการคืนภาษีรคถยนต์คันแรก

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี พบว่ามีแนวโน้มลดลงอย่างช้า ๆ จากสูงสุด 80.8%ปี 2558 มาอยู่ที่ 77.5%ไตรมาส 2/2561 และยังพบว่าวัตถุประสงค์ของการก่อหนี้ครัวเรือนมากกว่า50%กู้เพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรหรือที่อยู่อาศัย โดยข้อมูลของธนาคารพาณิชย์พบว่าไตรมาส 3/2561 สัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 73 %ของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ให้ครัวเรือน เพื่อกู้ยืมซื้อที่ดินอยู่อาศัย

อย่างไรก็ตามแม้ภาระหนี้เพิ่มขึ้น แต่ความสามารถชำระหนี้ยังไม่น่ากังวล เนื่องจากไตรมาส 3 /2561 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)เพิ่มขึ้น 7.8%แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัวลงจาก 10.3% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สศช.พบว่าหนี้ครัวเรือนยังมีประเด็นต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากตัวเลขภาระหนี้ขณะนี้หากมีปัจจัยภายนอกมากระทบอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถชำระหนี้ได้

นางชุติมา กล่าวว่าส่วนปัจจัยอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นจะส่งผลกระทบการชำระหนี้ของลูกหนี้หรือไม่นั้น ต้องติดตามภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2561 ซึ่งจะสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลต่อการชำระหนี้หรือไม่

นางชุตินาฏ กล่าวถึงกรณีแถลงข่าวด่วนวันนี้ 12 ธ.ค.นี้ เป็นคำสั่งจากรัฐบาลให้ชี้แจง หลังมีตัวเลขออกมาแล้วทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากผู้ใด แต่เนื่องจากต้นเดือนธันวาคมมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาระหนี้ออกมาจากหลายสำนัก จึงต้องการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ยืนยันว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายในสังคมต้องตระหนักและสร้างวินัยการใช้จ่าย ซึ่งต้องปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เยาวชนไม่ให้มีค่านิยมใช้จ่ายเกินรายได้ หรือนำเงินอนาคตมาใช้โดยไม่จำเป็น โดยขอให้ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการดำเนินชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ซื้อบ้าน, ปัญหาหนี้ครัวเรือน, สศช., ไม่น่าห่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c11f4cdbfa57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี ธอส.ประกาศตรึงดอกเบี้ยบ้านถึงสิ้นปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังลั่น! มอบนโยบาย ธอส. ชัดเจนในการดูแลผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง พร้อมประกาศตรึงดอกเบี้ยบ้านยาวถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขณะนี้มีทั้งปรับขึ้นและลดลง ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและการบริหารของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง เช่น ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้เงินมากในระยะข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยก็มีทิศทางปรับขึ้นซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ในส่วนของดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ปรับขึ้นนั้น ขณะนี้ธนาคารพาณิชย์บางแห่งมีการปรับฐานคำนวณ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้กู้รายใหม่ แต่ถ้าหากผู้ขอกู้เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยสูงเกินไป ก็สามารถมาขอกู้กับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้เพราะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังมีนโยบายให้ ธอส.ต้องดูแลประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีที่อยู่อาศัย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยถูกหรือต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด แต่ธนาคารก็จะต้องอยู่ได้และมีอิสระในการดำเนินการด้วย&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธอส.ยังมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลให้ผู้มีรายได้น้อยทุกคนมีบ้าน ซึ่งมองไปข้างหน้า หากไทยก้าวข้ามเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ราคาที่อยู่อาศัยก็จะปรับเพิ่มขึ้นไปด้วยการจะมีที่อยู่อาศัยจึงเป็นเรื่องยากไปอีก ดังนั้น ขณะนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังไม่แพงมาก และประชาชนหากอยู่ในวิสัยสามารถกู้ได้ มีรายได้ในการจ่ายค่างวด ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่จะสนับสนุนให้คนกลุ่มนี้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ซึ่ง ธอส.อยู่ระหว่างออกแพ็คเกจสินเชื่อที่อยู่อาศัย ให้ผู้กู้มีการผ่อนชำระค่างวดในอัตราใกล้เคียงกับค่าเช่าในปัจจุบัน ซึ่งหากผ่อนจนหมดก็มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.จะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนสิ้นสุดไตรมาส 3/2561 ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องดูผลการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) หากปีนี้ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี ธอส.ก็จะไม่ปรับอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าธนาคารพาณิชย์จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยไปแล้วก็ตาม โดยปัจจุบัน สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสุดอยู่ที่ คงที่ 3 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 3.15% เป็นอัตราที่ตำกว่าตลาด โดยสามารถยื่นคำขอสินเชื่อได้จนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธอส.อยู่ระหว่างดำเนินการโครงการบ้านล้านหลัง โดยภายในสิ้นปีนี้จะมีที่อยู่อาศัยที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 1 แสนยูนิต เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองตามนโยบายรัฐบาล เบื้องต้นคาดว่าที่อยู่อาศัยราคา 1 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ 40 ปี จะมีอัตราการผ่อนต่อเดือนไม่ถึง 4 พันบาท ใกล้เคียงกับอัตราผ่อนค่าเช่าบ้านในปัจจุบัน และอัตราดอกเบี้ยคงที่จะยาวประมาณ 5 ปี จากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 3 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15109</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ซื้อบ้าน, ฉัตรชัย ศิริไล, ตรึงดอกเบี้ย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธอส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab389253a223.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
