<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางเคสไม่เกี่ยวกับโควิด &#039;กู้ภัย&#039; แจงปมโซเชียลฯเผยภาพศพข้างทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 64 - นายคณิต ชุมช่วย หัวหน้าฝ่ายเทศกิจเขตพระนคร กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;เที่ยงคืนเทศกิจเขตพระนครพึ่งเสร็จสิ้นภารกิจเก็บศพผู้เสียชีวิตในพื้นที่ เข้าใจและเห็นเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บศพหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาเก็บศพช้า &amp;nbsp;วันนี้เป็นเวรมูลนิธิปอเต็กตึ้งซึ่งมีคันเดียวที่เป็นรถเฉพาะที่เก็บศพโรคโควิด &amp;nbsp;วันนี้ตระเวนเก็บไปแล้ว 8 ศพ &amp;nbsp;กว่าจะถึงพระนครเห็นใจครับพี่ๆทุกคนและขอบคุณมูลนิธิสยามนนทบุรี &amp;nbsp;ที่ผ่านมาช่วยเก็บใส่ถุงให้เรียบร้อย &amp;nbsp; ปอเต็กตึ้งมาถึงใส่รถไปส่งร.พ.เรียบร้อย 3 ศพ &amp;nbsp;ของพระนครครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศกิจทำได้ทุกเรื่องครับเพื่อกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ไม่ใช่จับแม่ค้าอย่างเดียวเก็บศพก็ได้ครับ ขอบคุณพี่แป๊ะมูลนิธิสยามนนทบุรี พี่อู๊ดมูลนิธิปอเต็กตึ้งและเฮียคุ้งประธานอพปร.เขตพระนครที่อยู่ตั้งแต่ต้นจนจบเคส คงต้องประสานพี่ๆอีกครับถ้าพี่น้องประชาชนไม่ช่วยกันป้องกันและไม่ให้ความร่วมมือครับแต่ใจจริงแล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เลยครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านทวิตเตอร์ @aodbu ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในแวดวงกู้ภัย โพสต์ข้อความ ว่า ผู้เสียชีวิต พระราม 4 เบื้องต้นเป็นชายเร่ร่อน ผลตรวจเป็นลบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติในทุกวันๆ ก่อนจะมี #โควิด ระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็จะมีคนหมดสติและเสียชีวิต อยู่ทุกวัน บางวันก็หลายเคส แต่ไม่เป็นข่าว ผมเองก็ไม่ทวิต &amp;nbsp;แต่ช่วงนี้ คนสนใจมาก จึงอยากให้เข้าใจ บางเคสก็ไม่เกี่ยวโควิดครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก กรณีที่ในโซเชียลฯ มีการเผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุพร้อมกันถึง 3 ราย ได้แก่ บริเวณตรอกบ้านพานถม ย่านวัดบวรนิเวศวิหารฯ, หน้าร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์เก่า ถนนราชดำเนินกลาง และรายล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาที่ถนนพระราม 4&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;



&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;th&quot;&gt;ผู้เสียชีวิต พระราม 4 เบื้องต้นเป็นชายเร่ร่อน ผลตรวจเป็นลบ
ปกติในทุกวันๆ ก่อนจะมี #โควิด ระบาด
ก็จะมีคนหมดสติและเสียชีวิต อยู่ทุกวัน บางวันก็หลายเคส แต่ไม่เป็นข่าว ผมเองก็ไม่ทวิต แต่ช่วงนี้ คนสนใจมาก จึงอยากให้เข้าใจ บางเคสก็ไม่เกี่ยวโควิดครับ #โควิดวันนี้ #โควิด19 pic.twitter.com/ZOwfkGwlS8&lt;/p&gt;
&amp;mdash; aodbu (@aodbu) July 20, 2021


&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110546</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7a0a69da38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนใจ &#039;เพจดัง&#039; โพสต์ผู้คนล้มตายรายทางเหมือนใบไม้ร่วง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก&amp;nbsp;เส้นด้าย - Zendai&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - เฟซบุ๊กเพจ &amp;quot;เส้นด้าย - Zendai&amp;quot; ซึ่งมีแฟนเพจติดตามกว่า 2 แสนบัญชี ได้โพสต์รูปภาพสะเทือนใจ พร้อมข้อความระบุว่า ไม่ใช่วันที่ดีสำหรับพวกเราชาว #เส้นด้าย เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจาก ข่าวการสูญเสียจากเคสผู้ป่วยที่เราส่งเข้าร.พ.ได้มาถึงหลายเคสเหลือเกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างการทำงาน เรายังเจอศพผู้เสียชีวิตล้มตายมากกว่า​ 5 ศพในเวลาไล่เลี่ยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนล้มตายรายทางเหมือนใบไม้ร่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเราไปถึง ที่เดิมบ้านเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซอยเจริญกรุง107แยก9 ซึ่งเราเคยมาพาเคสส่งตรวจ &amp;nbsp;เนื่องจากผลตรวจเดิมเป็นแบบแอนติเจน ซึ่ง​ต้องใช้ RT-PCR ในการยืนยันผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกในบ้านที่รอการรักษามากกว่า​ 5 &amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาก 5 ท่าน ได้เสียชีวิต​ภายในบ้าน 2 ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังไม่มีใครได้เข้ารับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง​ในผู้เสียชีวิต อายุ​เพียง &amp;nbsp;25 &amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเป็นจิตอาสาที่รวมตัวกันทำในสิ่งที่เราควรทำ เพื่อหวังจะลดความสูญเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเพิ่มความหวังให้กับสังคมที่ค่อยๆหม่นขึ้นทุกที โดยหวังว่ารัฐจะวางระบบการจัดการที่ดีมากพอ จนบุคลากรด่านหน้าไม่ต้องท้อประชาชนไม่ต้องมาร่วมกันแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือมันเป็นได้แค่ความหวังที่จะไม่เกิดขึ้นจริง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โพสต์นี้ของ &amp;quot;เส้นด้าย - Zendai&amp;quot; มีผู้แชร์ต่อออกไปจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110517</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, ล้มตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f77bcfbeba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุญของเหมียว! ติดห้องเครื่องรถ กู้ภัยช่วยไว้ได้สาวใจงามรับอุปการะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 - ศูนย์รับแจ้งเหตุ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.เกษราพร สุขเกษม อายุ 18 ปี ว่าจะมีแมวเข้าไปติดอยู่ในห้องเครื่องรถยนต์ จอดอยู่ริมถนนสุขุมวิท หน้าหน่วยบัญชาการ กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบ ลูกแมว เพศผู้ สีดำ-น้ำตาล อายุประมาณ 1 เดือน ติดอยู่ในห้องเครื่อง รถเก๋ง Chevrolet sonic สีดำ ทะเบียน 1กย-1016 กรุงเทพมหานคร สภาพมีอาการตกใจ และหอบลิ้นห้อย เนื่องจากได้รับความร้อนจากห้องเครื่อง เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้แม่แรงยกรถ ก่อนจะช่วยเหลือนำตัวมาได้สำเร็จ แต่ลูกแมวที่ยังอยู่ในอาการตกใจ ได้กัดเข้าที่นิ้วชี้ของ น.ส.เกษราพร เป็นรอยเขี้ยวเลือดออกเล็กน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถาม น.ส.เกษราพร เล่าว่า ได้ขับรถออกจากบ้านพัก เพื่อจะไปกินข้าวที่ตลาดสัตหีบ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ไม่เห็นลูกแมวตกจากรถยนต์คันหน้า จึงได้จอดเพื่อจะลงไปช่วยเหลือ แต่ลูกแมวได้วิ่งเข้าไปหลบอยู่ในห้องเครื่อง จึงแจ้งหน่วยกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ ซึ่งรู้สึกสงสาร โดยจะอาสาอุปการะลูกแมวตัวนี้ไว้เอง หากไม่มีเจ้าของมาติดต่อขอรับคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเหตุการณ์ครั้งนี้ คาดว่า ลูกแมวตัวนี้ เป็นลูกแมวจรจัด ได้เข้าหลบซ่อนตัวอยู่ในรถยนต์ ก่อนจะกระเด็นตกมาบนถนน เมื่อเห็นรถสาวผู้ใจบุญจอดช่วย ด้วยความตกใจจึงวิ่งเข้าไปซ่อนตัวในห้องเครื่อง โชคดีที่รอดชีวิตจากรถบนท้องถนนมาได้อย่างหวุดหวิด และโชคดีที่สุด เมื่อสาวผู้ใจบุญ อาสาจะนำไปอุปการะ เพิ่มอีกหนึ่งสมาชิกในครอบครัว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102392</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, ชลบุรี, ห้องเครื่องรถยนต์, เหมียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098d2f05002b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทวี&#039;จี้รัฐบาลพัฒนาวิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัยให้เกิดขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.64-พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง &amp;quot;ร่วมไว้อาลัยผู้เสียสละชีวิต และเรียกร้องรัฐบาลพัฒนาวิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัยให้เกิดขึ้น&amp;quot; โดยระบุว่า ขอแสดงความไว้อาลัยและรำลึกถึงคุณความดีของผู้เสียชีวิต จำนวน 5 คน จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ซ.บรมราชชนนี 105 เขตทวีวัฒนา กทม. เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 และให้กำลังใจเสียใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ที่รักษาตัวอยู่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เสียชีวิต คือ 1.นายธนภพ ประไพ อายุ 44 ปี &amp;nbsp;(เหนือ 33-120) ครูฝึกดับเพลิง เจ้าหน้าที่สังกัดมูลนิธิสยามนนทบุรี 2.นายสมัชชา นิลธง อายุ 48 ปี &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ รหัส ธน27-30 &amp;nbsp;สังกัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ธน 27-00 3. นายอรรถพล ท้วมทอง อายุ 26 ปี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รหัส ธน 27-85สังกัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ธน 27-00&amp;nbsp;
4. นายสุทัศน์ เปลี่ยนกลัด อายุ 38 ปี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ รหัส ธน 27-32 &amp;nbsp;สังกัดหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ธน 27-00&amp;nbsp;
5.นายเกียรติ แพตเตอร์สัน อายุ 35 ปี &amp;nbsp;ลูกจ้างเจ้าของบ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้เสียชีวิตจากอัคคีภัย มีจำนวน 4 ท่าน เป็นอาสาสมัครดับเพลิงและกู้ภัยที่ภัยเกิดกับคนอื่น แต่อาสาสมัครยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือจนทำให้ตนเองต้องเสียชีวิตแทน ทุกท่านเป็นตัวอย่างผู้เสียสละที่ควรยกย่อง เป็นผู้ทำงานเพื่องานที่ไม่หวังผลตอบแทน จึงขอแสดงความสดุดีเทิดเกียรติทุกท่านอย่างสูง&amp;nbsp;
อยากฝากให้รัฐบาลและทุกภาคส่วน ได้ตื่นรู้ให้คุณค่าและความสำคัญช่วยกันยกระดับคุณภาพงานด้านดับเพลิงและกู้ภัยในประเทศไทยให้พัฒนาขึ้น ปัจจุบันได้ถูกหลงลืม ละเลย ที่เห็นคุณค่าต่อเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น ทั้งที่มีหน่วยงานรัฐ หน่วยงานเอกชน อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไปเป็นผู้ปฏิบัติงานดับเพลิงและกู้ภัยเป็นจำนวนมาก จึงถึงเวลาที่รัฐและสังคมไทยต้องผลักดันให้บัญญัติกฏหมายและการสนับสนุนให้เป็น &amp;ldquo;วิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัย&amp;rdquo; เพราะเป็นงานที่ต้องใช้จริยธรรม ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน เป็นมาตรฐานวิชาชีพ และเป็นองค์กรวิชาชีพให้เกิดขึ้นโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกฏหมายและองค์กรวิชาชีพอยู่ 17 องค์กร ที่ยังไม่มีวิชาชีพด้านดับเพลิงและกู้ภัยรวมอยู่ด้วย ซึ่ง 17 องค์กรวิชาชีพ ได้แก่ &amp;nbsp;1) คุรุสภา 2) สภาทนายความ 3) สภาวิศวกร 4) สภาสถาปนิก 5) สภาวิชาชีพบัญชี 6) สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 7) ทันตแพทย์สภา 8) แพทยสภา 9) สภาเภสัชกร 10) สัตวแพทย์สภา 11) สภาการพยาบาล 12) สภากายภาพบำบัด 13) สภาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี 14) สภาเทคนิคการแพทย์ 15) สภาการสาธารณสุขชุมชน 16)สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และ 17) สภาการแพทย์แผนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำว่า วิชาชีพ และอาชีพ จะต่างกัน ที่สรุปให้เข้าใจง่ายๆ คือ วิชาชีพ มุ่งด้านการช่วยเหลือ ศีลธรรมจรรยา ที่เป็นงานให้บริการสาธารณะที่เป็นการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ ทรัพย์สินและสิ่งมีชีวิตรวมโลกให้ปลอดภัย ผู้ทำต้องมีทักษะเฉพาะ ความรู้ ความชำนาญ และมีจิตสาธารณะ &amp;nbsp; อาชีพ มุ่งหวังค่าตอบแทน หรือมุ่ง กำไร &amp;nbsp;กำไร และกำไร ที่เป็นตัวเงินและวัตถุเพื่อดำรงชีวิตสร้างความสุขสบายให้ตนและบริวาร &amp;nbsp;ความสูญเสียครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่าคงไม่ใช่เป็นครั้งสุดท้าย แต่อยากให้นำคุณค่าของผู้สูญเสียชีวิตผลักดัน วิชาชีพดับเพลิงและกู้ภัย ให้เกิดกฏหมายและองค์กรที่เป็นมาตรฐานวิชาชีพและเป็นสากลที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้ปฏิวัติงานด้านดับเพลิงและกู้ภัย รวมทั้งป้องกันความเสี่ยง ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98291</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พัฒนาวิชาชีพดับเพลิง, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6359b36f403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!จนท.กู้ภัยออกรับผู้บาดเจ็บส่งรพ.ตราด แต่รถเสียหลักพุ่งตกน้ำเสียชีวิตยกคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อ เวลา 06.50 น. ที่ผ่านมา อาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จังหวัดตราดและพลเมืองดี พยายามเข้าช่วยเหลือ นายเสกสรร สวัสดิ์ทัพ นายเสกสันต์ สีทา อาสากู้ภัยฯและนายพนัส นิตรมร ผู้บาดเจ็บ หลังรถยนต์กู้ภัยเสียหลักตกอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด (ริมเขื่อน)ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด แต่หลังจากช่วยเหลือขึ้นมาได้ พบว่าทั้ง 3 ราย เสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ร.ต.อ.เลิศศักดิ์ รัตนพิทักษ์ ร้อยเวรสภ.เมืองตราด พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลและอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา รายแรกชื่อนายพนัส นิตรมร อายุ 56 ปี นิติกร สาธารณสุข จังหวัดตราด รายที่ 2 ชื่อนายเสกสรร สวัสดิ์ทัพ อายุ 17 ปี อาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จ.ตราด และรายที่ 3 ชื่อนายเสกสันต์ สีทา อายุ 19 ปี อาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด รถกู้ชีพโรงพยาบาลตราด นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบปากคำนายสมโภชน์ บุญนุ่ม ประชาชนที่กำลังออกกำลังอยู่บริเวณนั้น ทราบว่า รถยนต์กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด ขับมาจากมุ่งหน้าออกจากสระน้ำ แต่ขับมาไม่เร็ว ก่อนที่รถจะเสียหลักชนเสาหลักริมทาง เฉียดต้นไม้ 1 ต้น และพุ่งตกลงไปในน้ำ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอรรถพล ไลวลักษณ์ อาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ จ.ตราด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายเสกสรร สวัสดิ์ทัพ หรือเป้ก และนายเสกสันต์ สีทา หรือ ปอน นำรถดุสิต 02 ของสมาคมกู้ภัยสว่างฯ ออกเดินทางรับนายพนัส นิตรมร ที่ปั่นจักรยานออกกำลังกายอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลตราด ไม่นานก็ได้ยินเสียงวิทยุให้ตรวจสอบรถตกน้ำ ตนเองเริ่มผิดสังเกต จึงได้ให้ศูนย์ฯ วอ วิทยุถามไปยังรถดุสิต 02 แต่ติดต่อกันไม่ได้ จึงได้ออกตรวจสอบ ก็พบว่า รถที่ประสบเหตุเป็นของลูกข่ายที่ออกรับผู้บาดเจ็บก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ร.ต.อ.เลิศศักดิ์ รัตนพิทักษ์ ร้อยเวรสภ.เมืองตราด จะสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป สำหรับนายเสกสรร สวัสดิ์ทัพ และนายเสกสันต์ สีทา นอกจากเป็นอาสากู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราดแล้ว ยังเป็นกำลังหลักของชุดประดา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, ตราด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc1ded729c71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลิงขโมยสร้อยทอง! นักท่องเที่ยวแจ้งกู้ภัยถูกลิงเขาสามมุกฉกทรัพย์สิน ก่อนวิ่งหนีเอาไปทิ้งบนยอดไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นทท.เจอลิงเขาสามมุกรูดซิปเปิดกระเป๋าสะพาย เอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง ปีนขึ้นไปทิ้งต้นไม้ จนท.กู้ภัยปีนต้นไม้หา ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง เจอบนกิ่งไม้สูง พบขาดไม่เต็มเส้น แต่เจ้าของดีใจถือว่าฟาดเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.63 - เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมังกร ธรรมรัศมีมณีรัตน์ จ.ชลบุรี รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่า ให้ช่วยปีนต้นไม้ หาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง ถูกลิงเขาสามมุก แอบรูดซิปเปิดกระเป๋าสะพาย ปีนเขาไปเล่นและทิ้งไว้บนต้นไม้บนจุดชมวิวเขาสามมุก ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายคือ นางสาวเออริน เนียมทาง อายุ 23 ปี นักท่องเที่ยวจากจังหวัดนครนายก เดินทางมาพร้อมพี่ชายและญาติรวม 4 คน ยืนมองต้นไม้ด้วยความเซ็ง และชี้ให้หน่วยกู้ภัย ดูจุดที่ลิงเขาสามมุก ขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงไป ซึ่งมีความสูงมากและเป็นป่าเขาต้นไม้รกรุงรัง จนท.กู้ภัยจึงช่วยกันปีนหา ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงตะโกนด้วยความดีใจ และโชว์สร้อยคอทองคำที่พบแล้ว แต่ปรากฏว่าขาดหายไปประมาณ 1 ใน 5 และลงมามอบคืนให้นางสาวเออริน ซึ่งนางสาวเออรินเห็นก็ดีใจ โดยบอกว่า ถึงขาดหายไปบ้างก็ไม่เป็นไร ถือว่า ฟาดเคราะห์ และขอบคุณหน่วยกู้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเออริน กล่าวว่า ตนเดินทางท่องเที่ยวชายหาดบางแสนพร้อมพี่ชายและญาติรวม 4 คน จากนั้นขึ้นเขาสามมุกมาบริเวณจุดชมวิว ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ก็วางประเป๋าสะพายบนโต๊ะ เพื่อถ่ายรูป ระหว่างนั้นมีลิงปีนไปบนโต๊ะ แอบรูดซิปกระเป๋าสะพาย เอาตลับใส่สร้อยคอทองคำแล้วปีนหนีขึ้นบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เปิดเอาสร้อยคอออกมา ก็ปีนไป พยายามเรียกก็ไม่ลงมา คาดว่า สร้อยที่ขาดน่าจะเกิดจากการไปเกี่ยวกิ่งไม้แล้วลิงกระชากขาด โชคดีที่กู้ภัยหาจนเจอ ไม่คิดว่าลิงเขาสามมุกจะฉลาดขนาดนี้ เพราะตนคิดว่าเก็บในกระเป่าสะพายอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่หน่วยกู้ภัยได้ขอเตือนนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเจอเหตุการณเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69397</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัย, จังหวัดชลบุรี, บางแสน, ลิงฉกสร้อย, เขาสามมุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef078d9e7f35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครอบครัวขอความเป็นธรรมกู้ภัยทิ้งศพลูกชายข้างทาง​วอนเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงลือติดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.63-จากกรณีที่มูลนิธิกู้ภัยแห่งหนึ่ง ที่กรุงเทพมหานคร นำศพนายสุรเดช วงษ์สวรรค์ &amp;nbsp; อายุ 41 ปี &amp;nbsp;ไปทิ้งไว้ข้างทาง ที่บริเวณถนนสุเหร่าคลองหนึ่งอย่างปริศนา เมื่อคืนวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการแชร์คลิปภาพในสังคมออนไลน์ และมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากโดยเฉพาะตั้งข้อสงสัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บางคนก็วิพากวิจารว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 จนเสียชีวิตหรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายสุรเดช วงษ์สวรรค์ ที่ถูกนำศพไปทิ้งข้างทางนั้น &amp;nbsp;มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเขว้า หมู่ 4 ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ &amp;nbsp;พบว่าที่บ้านเกิดของนายสุรเดช ผู้เสียชีวิตได้มีญาติพี่น้องและชาวบ้านในหมู่บ้านที่ทราบข่าว &amp;nbsp;ต่างพากันเดินทางมาให้กำลังใจนายเดือย และนางสมาน วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;พ่อและแม่ของนายสุรเดช ซึ่งทางครอบครัวอยากให้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนางสมาน แม่ผู้ตาย บอกว่า ลูกชายมีอาชีพรับจ้างก็จะไปทำงานก่อสร้างตามจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp; ล่าสุดได้ไปทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันนานๆ หรือเทศกาลจะกลับมาเยี่ยมบ้านแต่ตอนที่ลูกชายอยู่กรุงเทพฯ ก็พยายามถามข่าวจากผู้เป็นพี่สาวซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ แต่ที่ลูกชายเสียชีวิตก็ไม่มีใครทราบเลย &amp;nbsp;มารู้อีกทีเพราะมีชาวบ้านมาบอกว่ามีกู้ภัยฯ นำศพคนมาทิ้งไว้ข้างทาง &amp;nbsp;กระทั่งมีการตรวจสอบจึงทราบภายหลังว่าศพดังกล่าวเป็นลูกชายของตัวเอง ก็ตกใจและเสียใจมาก หากลูกเสียชีวิตจริงทำไมไม่เอาไปไว้ที่โรงพยาบาล &amp;nbsp;ทำไมต้องทิ้งไว้แบบนั้น &amp;nbsp;ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวด้วย &amp;nbsp; ส่วนที่หลายคนคิดไปต่างๆ นานาว่าลูกชายติดโควิด-19หรือไม่นั้นก็ควรจะส่งให้แพทย์ตรวจให้ชัดเจน &amp;nbsp;แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะติด &amp;nbsp;น่าจะเสียชีวิตจากการดื่มเหล้าหนักเพราะลูกชายชอบดื่มเหล้า อาจจะขาดเหล้าทำให้ลงแดงก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมาน ยังบอกอีกว่า หัวอกคนเป็นพ่อแม่ก็อยากจะไปงานศพลูกชาย แต่ด้วยสถานการณ์แบบนี้ &amp;nbsp;ทางครอบครัวก็ตัดสินใจว่าให้พี่สาวที่อยู่กรุงเทพฯ จัดการเรื่องงานศพเลยเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย &amp;nbsp;แต่หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว &amp;nbsp;ทางครอบครัวก็จะนำกระดูกกลับมาทำบุญที่บ้านอีกครั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสมอาง &amp;nbsp;กางรัมย์ &amp;nbsp;ญาติผู้ตาย กล่าวว่า ทางครอบครัวติดใจกรณีที่กู้ภัยฯ นำศพหลานมาทิ้งข้างถนน &amp;nbsp;ซึ่งไม่ว่าจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไรก็ไม่ควรจะทำแบบนั้น &amp;nbsp;น่าจะเอาไปไว้ที่โรงพยาบาล หรือหากจะวางไว้แล้วรถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ &amp;nbsp; ก็ควรจะรอให้ตำรวจมาถึงก่อนแล้วค่อยไป ไม่ควรจะทิ้งไว้ข้างถนน &amp;nbsp;ก็อยากฝากให้ทางกู้ภัยฯ ออกมาชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;และอยากให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย &amp;nbsp;เพื่อความเป็นธรรมกับทางครอบครัว &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุการตายก็อยากให้มีการตรวจสอบให้ทราบแน่ชัดว่าตายเพราะสาเหตุอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63640</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กู้ภัย, ทิ้งศพข้างทาง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200419/image_big_5e9c4115c4a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
