<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองร้อยกู้ชีพค่ายนเรศวรลุยค้นหาลูกเรืออวนลากสูญหายในวันที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.พ. 2564 &amp;nbsp;จากกรณีเรือประมงอวนลาก ชื่อ ก.โชคชัยสมบูรณ์1 &amp;nbsp;ถูกคลื่นลมแรงซัดเรือล่มกลางทะเล &amp;nbsp;ห่างจากฝั่งประมาณ 17 ไมล์ทะเล ส่งผลให้ลูกเรือรอดชีวิต5 ราย &amp;nbsp;ส่วนอีก4รายสูญหายภายในซากเรื่อเมื่อช่วงเวลา 05.30 น. จนถึงช่วง ช่วงเวลา 19.00 น.ของวันที่ 20 กพ.64 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ทีมค้นหาจึงยุติการค้นหาเนื่องจากในทะเลมีคลื่นลมแรงประกอบกับความมืดทำให้ค้นหาร่างผู้สูญหายลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเวลา08.00น.ของวันนี้ 21 ก.พ.64 &amp;nbsp;ที่ศูนย์ช่วยเหลือและค้นหาผู้สูญหาย บริเวณริมชายหาดหน้าวัดเนรัญชราราม อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;นายจีระ มิตรดี รอง ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดจังหวัดเพชรบุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.ต.นิรุจ อินทิศร ผู้บังคับกองร้อยกองกำกับการ3กองบังคับการสนันสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระแวนชายแดนค่านนเรศวร &amp;nbsp; นำกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อยกู้ชีพค่ายนเรศวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฃนำกำลังกองร้อยกู้ชีพ จำนวน 11 นาย ลงเรือเพื่อ ออกไปค้นหา ลูกเรืออวนลากที่สูญหาย จำนวน 4 ราย พิกัดห่างจากฝั่งประมาณ 30กิโล &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่า ใช้เวลาในการค้นหาประมาณ 5 ชั่วโมงอีกทั้งทางด้าน สว่างเมธี อำเภอสามร้อยยอดจังหวัดประจวบได้นำ ธีมชุด ประดาน้ำกู้ภัยสว่างเมธีจำนวน 10 นาย ลงเรือจาก ปากคลองอำเภอปราณบุรีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดินทางไปยังพิกัด เรือล่ม เพื่อร่วมค้นหาผู้สูญหายอีก 4 ราย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณี เรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ 1 ล่มกลางทะเล พื้นที่ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;ทำให้มีผู้รอดชีวิต 5 รวย และสูญหายอีก 4 ราย นั้น โดยเมื่อวานนี้ทีมกู้ภัยและหลายภาคส่วนยังไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือนำเรือขึ้นมาได้ เนื่องจากมีคลื่นสูงลมแรง ยากต่อการดำเนินการจึงจำเป็นต้องยุติการค้นหาและการช่วยเหลือเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรือดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุ เรือ 3 ลำประกอบด้วย 1.) เรือ ร.โชคชัยสมบูรณ์ 2.) เรือ ส.โชคฐิติพร และ3.)เรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์1 &amp;nbsp;ได้เดินเรือตามกันมาเพื่อจะกลับเข้าฝั่งที่ จ.สมุทรสาคร หลังจากทั้ง 3 ลำไปเติมน้ำมันในเขตน่านน้ำจังหวัดประจวบฯ แต่พอมาถึงน่านน้ำในเขตชะอำ จ.เพชรบุรี ในช่วงเช้า ประมาณ 06.05 น.ของวันที่ 20 ก.พ.64 เรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์1 ซึ่งแล่นตามมาเป็นลำที่ 3 ได้อับปางลง เพราะถูกคลื่นซัด และหลังจากจมลงได้ไม่นาน เรือทั้ง 2 ลำคือ 1.) เรือ ร.โชคชัยสมบูรณ์ 2.) เรือ ส.โชคฐิติพร เห็นว่า เรือ ก.โชคชัยสมบูรณ์ ที่แล่นตามมาหายไป จึงวนกลับมาช่วยลูกเรือไว้ได้ 5 คน แต่ตามหาอีก 4 คนไม่พบ นำไปสู่การประสานให้กู้ภัยฯ และ จนท.ในเพชรบุรี ช่วยกันตามหาดังกล่าว
โดย เจ้าของเรือ บอกว่า จากการตรวจสอบจนชัดเจนพบว่า ส่วนผู้สูญหาย 4 คนคือ 1.).นายวรเดช ภักดีจารุภัทร ชายไทย อายุ 65 ปี ตำแหน่ง ช่างเครื่อง 2.).PYAE PHYO AUNG ( เปโปอาว) ชายชาวเมียนมา อายุ 33 ปี 3.)SAW AUNG TUN (ซออาวโทน) ชายชาวเมียนมา อายุ 28 ปี 4.)SAN KYAW THU (ซานจอตู) ชายชาวเมียนมา อายุ 32 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 คน ที่ช่วยขึ้นมาได้คือ
1.)นายสยุมภู อิทธิฤทธิ์ ชายไทย อายุ 38 ปี ตำแหน่งนายเรือ 2.)SAW EL SIN (ซออินชัน) ชายชาวเมียนมา อายุ 29 ปี 3.)SOE LWIN OO (โซลินอู)ชายชาวเมียนมา อายุ 47 ปี 4.).KYAE TOO (จีตู)ชายชาวเมียนมา อายุ 34 ปี 5.)SAW PHAW KHU (ชอพอคู) ชายชาวเมียนมา อายุ 31 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หน่วยงานในเพชรบุรี และอาสาสมัครกู้ภัยฯ รวมกว่า 100 นาย ระดมกำลัง ค้นหาทั้งบนน้ำโดยเรือ และบินค้นหาโดยเฮลิคอปเตอร์ซึ่งพบจุดที่เรือจมแล้วแต่ยังไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ต่อได้ เนื่องจากมีคลื่นสูงลมแรง โดยวันนี้จะดำเนินการเข้าช่วยเหลืออีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, อ่าวไทย, เรืออวนลากล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6031ca9d8ede4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุเรือล่มที่สมุยสรุปภายใน7 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63-นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) เปิดเผยภายหลัง ได้เรียกผู้ประกอบการเรือภัตตาคารโดยสาร ในแม่น้ำเจ้าพระยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมด่วน ว่า ได้เรียกผู้ประกอบการเข้ามาหารือซักซ้อมแนวทางการป้องกันอุบัติเหตุทาวเรือ ตามข้อสั่งการของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายวิทยา กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุเรือโดยสารเฟอร์รี่ ของบริษัทราชาเฟอร์รี่ ท่าเทียบเรือเกาะสมุย ล่มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 1สิงหาคม 2563 และเรือบริการนำเที่ยว ไฮซีซั่น 1 ล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา วันที่ 2สิงหาคม 2563 โดยล่าสุดกรมเจ้าท่า ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้ง 2 กรณีแล้วคาดว่าจะสรุปได้ภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตามขณะที่ การประชุมผู้ประกอบการเรือวันนี้ กรมเจ้าท่า ได้ทำความเข้าใจและชี้แจงถึงแนวทางการปฏิบัติ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ซึ่งหลังจากนี้ กรมเจ้าท่า เตรียมดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานเรือบริการใหม่ทั้งประเทศ ทั้งเรือบริการในทะเล และเรือบริการในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจสอบโครงสร้างของเรือ รวมถึงการอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว ให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้บริการเรือโดยสารมากขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับผู้ประสบภัยประกอบด้วย คนประจำเรือ จำนวน 9 คน ผู้โดยสาร จำนวน 7 คน รวม 16 คน โดยออกเดินทางจากท่าเรือราชาเฟอรี่เกเกาะสมุย ไปยังท่าเรือเฟอรี่ฝั่งอำเภอดอนสัก

ล่าสุดในพบผู้เสียชีวิต 1 ราย รวมเป็น 2 ราย
ยังคงเหลือผู้สูญหาย 3 ราย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73331</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, กู้ภัยเรือล่ม, วิทยา ยาม่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f280b7bb1fef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา7ผู้สูญหายอีกครั้งด้านราชาเฟอร์รี่ประกาศพร้อมดูแลลูกเรือผู้โดยสารเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 2563 หลังจากเกิดเหตุการณ์ เรือเฟอร์รี่ราชา 4 ได้จมลงในทะเลบริเวณหมู่เกาะสี่เกาะห้า หมู่ที่ 2 ตำบลลิปะน้อย อำเภอเกาะสมุย เมื่อเวลาประมาณ 21.57 น. (1 ส.ค.63) &amp;nbsp; ซึ่งเป็นเรือเช่าเหมาลำ พร้อมลูกเรือ 12 คน และผู้โดยสาร 4 คน &amp;nbsp;ซึ่งเรือตำรวจน้ำได้เร่งเข้าช่วยเหลือพร้อมด้วยเรือ ต.112 จากทัพเรือภาคที่ 2 กองทัพเรือ จากการเข้าช่วยเหลือสามารถช่วยเหลือพนักงานประจำเรือเฟอร์รี่ราชา 4 ได้จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นายชัยกิจ ฉิมพลี , นายจำเนียน บุรีมาศ , นายสุทธิรักษ์ เมืองอินทร์ , นายเจริญพงศ์ พรรณเจริญ , นายเกรียงศักดิ์ ไชยวงศ์ , นายอนุพล จันทร์เกษม , นายวิโรจน์ เจ๊าะหวาง , นายบุญช่วย พรหมน่วม และ นายสรยุทธ์ แก้วเมืองกาญจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่สูญหายและยังหาไม่พบ 7คน ประกอบด้วย 1.นายเทวินทร์ สุราษฎร์ ตำแหน่ง นายเรือ 2.นายพชร ทิพย์รัตน์ ตำแหน่ง กลาสี &amp;nbsp;3.นายศิระวุธ ทองบุญยัง ตำแหน่ง สรั่งช่างกล 4.นายทิวากรณ วัชรฤทธิ์ ตำแหน่ง กลาสี &amp;nbsp;5.นายสุวิทย์ นรเศรษฐวรชัย ตำแหน่ง ผู้จัดการบริษัทรับเหมา &amp;nbsp;6.นางสาวนภัรดา จันหาญ ตำแหน่ง พนักงานขายของบนเรือ 7.นายชาญชัย เหล่าทรัพย์ ตำแหน่ง คนขับรถบรรทุกสิบล้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (2 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ออกไปปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอีก​ 7 รายจากเหตุเรือเฟอร์รี่ บริษัท ราชาเฟอร์รี่ ล่มกลางทะเลระหว่างเดินทางจากเกาะสมุย เข้าฝั่งดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวานนี้ &amp;nbsp;โดยขณะเกิดเหตุมีคลื่นลมแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งเวลานี้ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือลูกเรือ และผู้โดยสารทั้งหมดให้ได้ ทั้งนี้ได้ส่งเรือออกค้นหาอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (2 ส.ค.63) และพร้อมที่จะดูแลลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดอย่างเต็มที่ จากนั้นบริษัทฯ จะเร่งกู้เรือที่จมขึ้นมาทันที โดยเตรียมประสานทีมนักประดาน้ำเพื่อระบุพิกัดเรือไว้แล้วพร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการด่วน และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งประกาศเพิ่มเติมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่นิ่งนอนใจ และเป็นห่วงผู้สูญหายที่ยังค้นหาอยู่ แต่ยังคงมีความหวังที่จะพบลูกเรือและผู้โดยสารที่เหลือ โดยส่งเรือออกค้นหาอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า บริษัทฯจะดูแลลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากช่วยลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดได้แล้ว บริษัทฯจะเร่งกู้เรือทีจมขึ้นมาทันที โดยเตรียมประสานทีมนักประดาน้ำเพื่อระบุพิกัดเรือไว้แล้ว พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการด่วน และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งประกาศเพิ่มเติมทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73152</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, อภิชาติ ชโยภาส, เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f262a11c5cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นายกฯ” ย้ำรัฐเยียวยาเหยื่อเรือล้มภูเก็ต คุมเข้มธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ยันรัฐเดินหน้าเยียวยาเหยื่อเรือล่มภูเก็ต จ่ายสมทบรายละ1 ล้าน สั่งคุมเข้มธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.ค.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งไทยและจีนที่ร่วมกันปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือฟินิกซ์กลางทะเลภูเก็ตได้สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายวัน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนการปฏิบัติงานทุกด้านทั้งการส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำกองทัพเรือและหน่วยต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และลำเลียงศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหรือส่งกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการจัดการศพผู้เสียชีวิต 46 ศพ ที่พบก่อนหน้านี้นั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูแลทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด โดยขณะนี้ได้ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด พร้อมกับดำเนินการฌาปนกิจแล้ว 39 ศพ และส่งกลับประเทศจีนทั้งหมด 7 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ระบุว่า ส่วนการให้ความช่วยเหลือเยียวยานั้นบริษัทประกัน 2 แห่งจะจ่ายเงินชดเชยแก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1.1 ล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาลจ่ายสมทบอีกรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจากเรือฟินิกซ์และเรือเซเรเนต้าล่มนั้น บริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลรวมแล้วไม่เกินรายละ 515,000 บาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวฯ จ่ายสมทบอีกไม่เกินรายละ 5 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่าเงินกองทุนที่รัฐบาลช่วยสมทบให้นั้น ขอให้มองถึงหัวอกเขาหัวอกเรา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย เราต้องร่วมรับผิดชอบตามหลักมนุษยธรรม และหากเกิดขึ้นกับญาติของเราบ้าง เงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการตรวจเรือ มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ ผู้ขับขี่เรือ ฯลฯ โดยจะต้องทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นายกฯระบุว่าวันนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้เกิดความประทับใจและอุ่นใจ แต่ในระยะยาวนั้นธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภทจะต้องมีความปลอดภัยจริง ๆ ทั้งเรือ เครื่องบิน รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ ในทุกมิติ เพื่อให้ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดี มีมาตรฐาน อย่างครบวงจร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13480</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, จังหวัดภูเก็ต, จีน, ธุรกิจท่องเที่ยว, พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เรือฟินิกซ์, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a9384426e775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีเรือล่มที่ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.61 - พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามการสืบสวน สอบสวน &amp;nbsp; โดยสรุปข้อเท็จจริงจากกรณีเกิดเหตุเรือโดยสารนักท่องเที่ยวล่ม ที่บริเวณเกาะเฮ และ เกาะไม้ท่อน ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีผู้เสียชีวิต 47 ราย และผู้บาดเจ็บ 48 ราย ซึ่งได้ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตครบถ้วน และมีญาติผู้เสียชีวิตมารับศพไปจัดการตามประเพณีแล้วบางส่วนสำหรับการดำเนินคดี พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้จำนวน 3 คดี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คดีอาญาที่ 1104/2561 ลงวันที่ 6 ก.ค.61 มีการดำเนินคดีกับ นายเมธา หลิมสกุล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ซ.ต้นโพธิ์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นนายเรือ(กัปตัน) เรือเซเรนาต้า และ นายเผิง ต้าชิง อายุ 26 ปี สัญชาติจีน อยู่บ้านเลขที่ 12/35 ม.1 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งทำหน้าที่ปล่อยเรือ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คดีอาญาที่ 1105/2561 ลงวันที่ 6 ก.ค.61 ดำเนินคดีกับ นายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/11 ม.1 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นนายเรือ(กัปตัน)เรือฟินิกซ์ ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo; โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ นายสมจริง ทราบแล้ว เมื่อวันที่ 8 ก.ค.61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. คดีอาญาที่ 1114/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 ดำเนินคดีกับ MR.ILIA GOLDMAN อายุ 25 ปี สัญชาติ รัสเซีย อยู่บ้านเลขที่ 85/19 ม.7 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo; โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับ เป็นเงิน 1,000 บาท คดีอาญาเป็นอันเลิกกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้สืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและเชื่อได้ว่ามีผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมในคดีอาญาที่ 1105/2561 จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และศาลได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ดังนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1)น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/23 ถ.วิชิตสงคราม ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต (เจ้าของเรือ) ตามหมายจับที่ 326/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.10 ต.วังโบสถ์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ (ต้นกลเรือ) ตามหมายจับที่ 327/2561 ลงวันที่ 13 ก.ค.61 และได้มามอบตัวแก่พนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปในวันเดียวกันในความผิดฐาน &amp;ldquo;กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ และคณะ พร้อมด้วย นายสุรัฐิ ศิริไสยาสน์ ผอ.สำนักงาน เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, นายหิรัญวัตติ์ สืบกระพันธ์ นิติกรชำนาญการ กรมเจ้าท่า, นายบุญส่ง แก้วขาว &amp;nbsp;นายนฤพนธ์ ซี่โฮ่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และ นางมารศรี ใจรังสี ประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจ หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ซึ่งเป็นบริษัทที่รับจ้างต่อเรือฟินิกซ์ ตั้งอยู่เลขที่ 65 ถ.ท่าเรือใหม่ ม.7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต และคานเรือของบริษัท สิกิจ จำกัด ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือฟินิกซ์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3/20 ม.1 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบ พบว่า หจก.ธนวัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง ภูเก็ต ตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, นักท่องเที่ยวชาวจีน, ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b4897ad1e69d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!พบอีก 2 ศพชาย 1 หญิง 1 ลอยติดบริเวณเกาะพีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.61- &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดกระบี่กรณีเรือล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ณ &amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่ ที่มีนายสมควร ขันเงินรอง ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ศูนย์ ได้มอบหมายให้คณะทำงาน ด้านการช่วยเหลือ 5 ชุด ออกปฏิบัติการทางทะเลค้นหาและเฝ้าระวัง แบ่งภารกิจครอบคลุมพื้นที่ทะเลจังหวัดกระบี่และเขตรอยต่อ และมีภาคเอกชนประชาชนเป็นเครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเวลา09.50 น ที่ผ่านมา. ทางพันตำรวจโทโชคดี มาบางยาง สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจภูธรเกาะพีพี ได้แจ้งว่า พบศพ ผู้เสียชีวิต ลอยน้ำมาบริเวณบ้านแหลมตง เกาะพีพี และบริเวณใกล้เคียงกันในเวลาไล่เรี่ยกันจำนวน 2 ศพ เป็น เพศหญิง 1 ศพ ชาย 1 ศพ เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เกาะพีพี กำลังลำเลียงศพขึ้นฝั่งอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบและยืนยัน ทั้งนี้ชุดปฏิบัติการทางทะเลจังหวัดกระบี่ ที่ได้รับมอบหมายยังคงดำเนินภารกิจต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในวันนี้ นายวรพจน์ &amp;nbsp;ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีแจ้งศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารทะเลแหวก ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพีปักธงแดง หาดทะเลแหวกแจ้งเตือนคลื่นลมแรงห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน. ขณะที่หาดนพรัตน์ธารา จุดเสี่ยง ก็มีการปักธํงแดงเตือนห้ามลงเล่นน้ำเข่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13132</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, จังหวัดกระบี่, จังหวัดภูเก็ต, นักท่องเที่ยวจีน, พบศพ, เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b4467a779d40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งเยียวยาญาติผู้ประสบเหตุเรือล่ม-ลั่นต้องหาให้เจอทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 61 - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือค้นหาผู้สูญหายจากเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยและครอบครัวของผู้ประสบภัยจากกรณีอุบัติเหตุเรือล่มที่ จ. ภูเก็ต พร้อมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทราบว่ายังมี 1 ร่างที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือ และเจอ 1 ศพที่ จ.พังงา ซึ่งก็ต้องพิสูจน์อัตลักษณ์ดูว่าใช่หรือไม่ พร้อมกับเตรียมทำใบมรณะบัตร ซึ่งทางนายกฯ สั่งว่าให้ทำให้เร็ว รวมถึงขั้นตอนการดูแลญาติพี่น้องผู้ประสบภัยด้วย สำหรับคนที่ยังหาไม่เจอก็ต้องหาให้เจอ ทั้งที่ลงเรือ หรือไม่ได้ลงเรือ หรือออกนอกประเทศไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, นักท่องเที่ยวจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180710/image_big_5b443b9527785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
