<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;สั่งสบน.ศึกษาแนวทางกู้เงินตปท.ฟื้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่งานสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ว่า ได้มอบนโยบายให้ สบน. ศึกษาแนวทางการกู้เงินจากต่างประเทศ เพื่อเป็นการกระจายแหล่งเงินกู้ โดยให้เน้นการกู้เงินจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ไม่ใช่การกู้จากตลาดเงินในต่างประเทศ ซึ่งต้นทุนการกู้เงินระหว่างในประเทศกับต่างประเทศในปัจจุบันไม่มีความแตกต่างกันมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การกู้เงินจากต่างประเทศขอให้เป็นการกู้เงินเพื่อใช้ใน 4 เรื่องสำคัญ คือ โครงการที่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูง, โครงการที่สนับสนุนการแข่งขันของประเทศ เช่น ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล หรือด้านระบบขนส่งมวลชน โครงการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (green economy) และโครงการลงทุนเชิงสังคมที่เน้นด้านสุขภาพอนามัย ซึ่งจะเป็นโครงการที่ต่อยอดในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต ซึ่งจะสนับสนุนความสามารถในการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ความต้องการใช้เงินกู้ในประเทศของภาคเอกชนอาจจะเพิ่มขึ้น จึงได้สั่งการให้ สบน. ศึกษาแนวทางการกู้เงินจากต่างประเทศไว้ เพื่อเป็นการกระจายแหล่งเงินกู้ ซึ่งยืนยันว่าการกู้เงินจากต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะหากไปดูประเทศจีนที่เศรษฐกิจมีการพัฒนาแล้ว ก็ยังมีความต้องการกู้เงินจากต่างประเทศอยู่ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยอยู่เสมอ ในส่วนของไทยที่ยังมีการลงทุนด้านต่าง ๆ น้อยอยู่ การกู้เงินเพื่อนำมาพัฒนาประเทศจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2564 สบน.ยังไม่มีแผนกู้เงินจากต่างประเทศเพิ่ม หลังจากที่ได้มีการลงนามการกู้เงินจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาทไปแล้ว เพื่อนำมาดูแลสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของรัฐบาล อยู่ที่ 49.34% ในปัจจุบัน ยังต่ำกว่ากรอบความยั่งยืนทางการคลังที่ตั้งไว้ที่ไม่เกิน 60% และแม้ว่ารัฐบาลได้กู้เงินผ่านพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 1 ล้านล้านบาทแล้วก็ตาม ในปีหน้าและระยะ 5 ปีข้างหน้า ยังยืนยันว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทย ก็ยังไม่เกินเพดานที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาระหนี้ต่อจีดีพียังขึ้นอยู่กับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หากการขยายตัวของเศรษฐกิจต่ำ ก็จะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงขึ้น ซึ่งในปี 2564คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 4% และในช่วง 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 3-5%&amp;rdquo; นายอาคม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84967</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงินต่างประเทศ, รมว.การคลัง, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.), อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa8f61da2d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
