<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก3ราย คนไทยกลับจากญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.63-นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019 หรือ โควิด-19(COVID-19) ว่า พบผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 เพิ่มอีก3 ราย ทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกันรายแรกเป็นชายไทยอายุ 65 ปี มีประวัติเดินทางกลับจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น หลังกลับมา 3 วันแล้วมีอาการไข้ เข้ารับการรักษาทีรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2563&amp;nbsp; ปัจจุบันมีอาการปอดอักเสบรายที่ 2 เป็นภรรยารายแรก ไปเที่ยวด้วยกันและมีอาหารไข้ ไอ&amp;nbsp;และรายที่ 3 เป็นหลาน อายุ 8 ปี ไม่ได้ไปต่างประเทศด้วย แต่ใกล้ชิดผู้ป่วย 2 รายแรก มีอาการน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดสธ. กล่าวว่า&amp;nbsp; ทั้งนี้ได้มีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดแล้ว 100% รวมถึง ผู้ร่วมเดินทางในทริปและผู้ร่วมเที่ยวบินด้วย และยืนยันว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่ใช่super spreader เพราะป่วยแล้วเข้ารพ. และขณะนี้ประเทศไทยยังอยู่ระยะ 2 ยังไม่เข้าระยะ3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ มีผู้ป่วยที่รักษาหายดี แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้อีก 2 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 35 ปีและชายจีน อายุ 52 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 40 ราย หายดีกลับบ้านแล้ว 24 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 16 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e524825c2b67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบงก์ชาติขอความร่วมมือธนาคารช่วยเหลือธุรกิจ-ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา            </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค. 2563 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 &amp;nbsp;ธปท. มีความห่วงใยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยให้สถาบันการเงินดูแลและพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม 2. ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้าง 3. ผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าของธนาคารที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 &amp;nbsp;ธอส. จึงได้เตรียมกรอบวงเงิน 1 พันล้านบาท จัดทำ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ 0.01% ต่อปี เพื่อลดภาระหนี้ที่ผ่อนชำระกับ ธอส. ทุกวัตถุประสงค์การกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ขอรับมาตรการช่วยเหลือต้องมีคุณสมบัติคือ เป็นลูกค้าปัจจุบันของ ธอส. ที่กู้และจดทะเบียนจำนองหลักประกันกับธนาคารก่อนวันเริ่มมาตรการนี้ และได้รับผลกระทบด้านรายได้จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า อาทิ ไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าในแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีน หรืออาชีพอื่นที่แสดงหลักฐานให้ธนาคารตรวจสอบได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ซึ่งธนาคารจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อยื่นคำร้องเพื่อเข้าร่วมมาตรการได้ที่สาขาของ ธอส.ทุกแห่งและทำนิติกรรมระหว่างวันที่ 30 ม.ค. &amp;ndash; 31 มี.ค. 2563 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55889</URL_LINK>
                <HASHTAG>กเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), รณดล นุ่มนนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b88e2c277b01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาธารณสุขภูเก็ต ยันไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา รอผลตรวจ 10 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 - เมื่อเวลา 11.00 น. นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต&amp;nbsp; ร่วมกับ นายแพทย์กฤษณ์ สกุลแพทย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าว รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp; 2019 (Novel Coronavirus 2019 Pneumonia) ประจำวันที่ 30 มกราคม 2563 มี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าร่วมการแถลงข่าว ที่ ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์เฉลิมพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในจังหวัดภูเก็ต พบเพียงผู้ปวยสงสัยที่เข้าเกณฑ์รายใหม่ จำนวน 3 ราย โดยตั้งแต่วันที่ 5มกราคม 2563 พบผู้ป่วยสงสัยที่เข้าเกณฑ์สะสมรวม 23 ราย ผลตรวจไม่พบเชื้อ 13 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจเชื้อ 10 ราย ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 13 ราย กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล 10 ราย แบ่งป็นโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 6 ราย โรงพยาบาลป่าตอง 1 ราย โรงพยาบาลถลาง 1 ราย และโรงพยาบาลเอกชน 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคัดกรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานภูก็ต ในวันที่ 29&amp;nbsp; มกราคม 2563 ได้คัดกรองเที่ยวบินขาเข้าที่บินตรงจากพื้นที่เสี่ยงที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือ เมืองกวางโจ จำนวน 3 เที่ยวบินผู้โดยสาร จำนวน 52 ราย ลูกเรือและนักบิน จำนวน 5 ราย ไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวน และ ได้คัดกรองผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศที่บินตรงจากเมืองอื่นๆของประเทศจีน จำนวน 47 เที่ยวบินผู้โตยสารจำนวน 5,794 ราย ผู้โตยสารขาออกระหว่างประเทศจำนวน 105 เที่ยวบินผู้โดยสารจำนวน 20,093 คน และขาออกในประเทศจำนวน 67 เที่ยวบินผู้โดยสาร จำนวน 11,043 คน ไม่พบผู้ปวยที่เข้าเกณฑ์ฝ้าระวังสอบสวน และได้คัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางผ่านทางเรือสำราญ จากเมืองมะละกาประเทศมาเลเซีย จำนวน 1 ลำ ผู้โดยสาร จำนวน 2,825 ราย ลูกเรือ 1,843 คน ไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019, จังหวัดภูเก็ต, สถานการณ์โรคปอดอักเสบ, สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e325b5ec1b7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นกแอร์ สั่งพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อเครื่องบินทุกเที่ยวบินป้องกันไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค.63-นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า กรณีที่ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 พร้อมทั้งห้ามประชาชนเดินทางเข้า และออกจากเมืองอู่ฮั่นโดยไม่มีเหตุจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้สายการบินนกแอร์ได้หาวิธีป้องกันอย่างทันที โดยในขณะนี้สายการบินนกแอร์ได้มีมาตรการให้พ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อบนเครื่องบินของทุกๆเส้นทางการบินทุกลำ ทั้งก่อนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง และก่อนการลงจอดทุกครั้ง พร้อมเพิ่มความถี่ในการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ &amp;ldquo;HEPA Filters&amp;rdquo; ในเครื่องบินทุกลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของลูกเรือ ทางสายการบินนกแอร์ยังคงมาตรการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยการให้ลูกเรือสวมหน้ากากอนามัย N95 รวมถึงยังเตรียมเครื่องมือการวัดอุณหภูมิทางร่างกายสำหรับผู้โดยสาร ด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิหน้าผากแบบไม่สัมผัสร่างกาย เพื่อไว้ใช้ในกรณีจำเป็น รวมทั้งคอยสังเกตอาการผู้โดยสารในระหว่างเที่ยวบิน เพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์ที่มีการเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงจากการปิดเมืองอู่ฮั่น ซึ่งในขณะนี้ทางสายการบินนกแอร์ยังคงเฝ้าระวัง รอรับข้อมูลเพิ่มเติมและความคืบหน้าจากทางการของสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อประกอบการพิจารณาแผนการบินไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สายการบินนกแอร์เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกขั้น ทั้งการฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อบนเครื่องบินของเส้นทางการบินทุกลำ ทั้งก่อนผู้โดยสารขึ้นเครื่อง และก่อนการลงจอดทุกครั้ง เพราะต้องการป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และยังทำความสะอาดภายในเครื่องแบบ Deep Cleaning ทุกวันเพราะนอกจากป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แล้วยังคงเป็นการทำความสะอาดจากฝุ่น PM2.5 ที่หนาแน่นอยู่ในขณะนี้อีกด้วย สายการบินนกแอร์ต้องคุมเข้มเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดไปควบคู่กันในขณะนี้ เพราะว่าความปลอดภัยของผู้โดยสายต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ&amp;rdquo; นายวุฒิภูมิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55592</URL_LINK>
                <HASHTAG>กเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019, วุฒิภูมิ จุฬางกูร, สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน), อู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd0e763a6bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอร์พอร์ตลิงก์ลุยฉีดสะอาดสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในตู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26ม.ค.63-นายสุเทพ พันธ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศจีน ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตในหลายประเทศ บริษัทจึงได้ยกระดับมาตรการรักษาความสะอาดในการให้บริการเพื่อป้องกันและหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโรค เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร โดยมีมาตรการต่างๆดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;: ให้บริการหน้ากากอนามัยกับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ติดต่อขอรับหน้ากากอนามัยได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;: ติดตั้งขวดเจลล้างมือแอลกอฮอล์ให้บริการทุกสถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;: เพิ่มความถี่การทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ หน้าห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ห้องน้ำ โดยรอบบนชั้นชานชาลา ราวจับและเก้าอี้โดยสารบนขบวนรถไฟฟ้า และห้องควบคุมรถไฟฟ้าทุกขบวน ก่อนออกให้บริการทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;: เพิ่มความถี่ในการพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในตู้โดยสารรถไฟฟ้าเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;: ให้นายสถานีตรวจสอบสุขภาพของพนักงานประจำสถานีก่อนการเริ่มให้บริการ และและย้ำการใช้เจลล้างมือฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่จายของเชื้อไวรัสฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;: ให้พนักงานทำความสะอาด ทำการฉีดพ่นย่าฆ่าเชื้อทุกคืนหลังเสร็จสิ้นการให้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55499</URL_LINK>
                <HASHTAG>กเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019, ทำความสะอาด, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d21f2ef967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงจีนติดเชื้อไวรัสโคโรนารายที่ 2 ในไทย หายป่วย กลับประเทศแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คร.เผยนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย ซึ่งสนามบินคัดกรองพบมีไข้&amp;nbsp;เข้าเกณฑ์สอบสวน ผลตรวจห้องปฏิบัติการยืนยันติดเชื้อโรคปอดอักเสบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นรายที่สองในไทย ขณะนี้หายป่วยและเดินทางกลับประเทศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;22 ม.ค.63 - นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป ในฐานะผู้บัญชาการของศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า จากกรณีที่พบนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 74 ปี เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นมายังประเทศไทย เมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มกราคม 2563 ซึ่งได้รับการตรวจคัดกรองที่สนามบิน พบมีไข้และเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จึงถูกส่งตัวมารักษาที่ห้องแยกโรคความดันลบ สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ขณะนี้ผู้ป่วยรายนี้หายดีแล้ว ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง ไม่พบเชื้อดังกล่าวแล้ว แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ เมื่อวันที่ 21 มกราคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และได้รับการส่งตัวขึ้นเครื่องบิน เดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันในความพร้อมด้านสาธารณสุข ทั้งมาตรการเฝ้าระวังและแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเข้มข้นทุกด้าน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังไม่มีประกาศห้ามเดินทางไปยังประเทศที่มีรายงานผู้ติดเชื้อปอดอักเสบ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากประชาชนจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงขอให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ ตลาดค้าสัตว์หรือสินค้าจากสัตว์ หรืออยู่ในสถานที่ที่คนหนาแน่น ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้มีอาการทางเดินหายใจ หากกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงและเริ่มมีอาการป่วย เช่น มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ขอให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางดังกล่าว และโทรแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 เพื่อให้รถจากสถานพยาบาลมารับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55220</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, กเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27d985572ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
