<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยาสูบ&#039;อ้างปิดตัวแน่หากคลังไม่เก็บภาษีบุหรี่2อัตราพร้อมลุยธุรกิจใหม่ปลูกกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ย.2563นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ในเดือน ธ.ค. นี้ ให้พิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ 2 อัตรา คือ 20% และ 40% ซึ่งหากมีการประกาศใช้โครงสร้างเดิม และจัดเก็บที่อัตราเดียว 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2564 จะส่งผลให้ ยสท.ไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ และอาจจะต้องปิดโรงงาน ซึ่ง ยสท.มีกำไรจากการขายบุหรี่ที่อัตราภาษีปัจจุบัน ซองละ 67 สตางค์ต่อซอง ปรับลดลงจาก 7 บาทต่อซอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 2 อัตราโครงสร้างใหม่ จะคงอัตราจัดเก็บไว้ที่ 20% และ 40% เหมือนเดิม แต่จะพิจารณาองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ 1.โครงสร้างภาษีใหม่จะไม่เพียงทำให้ ยสท.อยู่รอดเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมบุหรี่และภาคเอกชนจะอยู่รอดทั้งหมด 2.การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจะไม่ลดลง 3.ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตัวแทนจำหน่าย เกษตรกรผู้ปลูกใบยามีรายได้เพิ่มขึ้น 4.กองทุนต่าง ๆ จะได้รับเงินจัดสรรเท่าเดิม เช่น สสส. 5.จะไม่มีคนสูบุหรี่มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวว่า หากโครงสร้างภาษีใหม่ได้รับการเห็นชอบในปีหน้า ยสท.จะสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มีราคาขายต่ำกว่า 60 บาท โดยยังสามารถมีกำไรได้ นอกจากนี้ จากการหารือกับ รมว.การคลัง ก่อนหน้านี้ ได้ให้นโยบาย ยสท. ไปคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ สูตรพรีเมียม เพื่อส่งออกไปขายในต่างประเทศ เช่นเดียวกับที่บริษัทบุหรี่ต่างชาติ นำบุหรี่เข้ามาขายในไทย โดย ยสท. มีศักยภาพดำเนินการได้ และบุหรี่พรีเมียมก็มีราคาสูง ซึ่งจะทำให้ยาสูบมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงสร้างภาษีปัจจุบัน ทำให้ ยสท.ยังมีฐานะแข็งแกร่ง 100% ปี 2563 มีกำไรกว่า 900 ล้านบาท เพราะนโยบายรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย แต่ถ้าขยับภาษีอัตราเดียวที่ 40% ยาสูบก็จะขายไม่ได้ ต้องปิดโรงงานไปเลย เพราะต้องเป็นการขึ้นราคาบุหรี่ เพื่อหาเงินมาจ่ายภาษี คงอยู่ไม่ได้&amp;rdquo;นายภาณุพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาณุพล กล่าวอีกว่า ได้หารือกับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ซึ่งให้ความเห็นชอบ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้ ยสท.เดินหน้าปลูกกัญชง-กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ จากที่ร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อวิจัย พัฒนาเพื่อใช้ในการแพทย์ ให้เพิ่มเป็นสามารถทำข้อตกลงกับภาคเอกชน เพื่อต่อยอดการใช้กัญชง-กัญชาในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งหลักการ ข้อติดขัดทางกฎหมายต่างๆ ได้เสนอหารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หาก สคร.และคลังเห็นชอบ ก็ต้องมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ขั้นตอนต่อไป ยสท.ก็จะต้องเปิดรับลงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกัญชง-กัญชา ให้ชัดเจน ซึ่ง ยสท.มีข้อมูลผู้ปลูกใบยาทั้งหมด สามารถควบคุมได้ จะมีความชัดเจนในปีงบประมาณ 2564 และเริ่มมีการขายได้ในปลายปีงบประมาณ ซึ่งจากการหารือกับเอกชนจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้จากการปลูกใบยาสูบเพิ่มจากเดิมที่ 23,000 บาทต่อไร่ เป็น 250,000-500,000 บาทต่อไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายยาสูบ, การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.), ก็บภาษีบุหรี่ 2อัตรา, ปลูกกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fadefa76ad27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
