<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมจวกทรัมป์ก่อกบฏ ปลุกม็อบบุกยึดอาคารรัฐสภาขวางรับรอง‘ไบเดน’โดนยิงดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขายหน้าไปทั่วโลก ม็อบหนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บุกยึดอาคารรัฐสภาเมื่อวันพุธ ขัดขวางการลงมติรับรองผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ มีคนโดนกระสุนดับ 4 ศพ รุมประณามทรัมป์ยุผู้สนับสนุนก่อการกบฏ สุดท้ายคองเกรสสามารถรับรอง &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; เป็นผู้นำสหรัฐคนใหม่ ทรัมป์ตั้งสติได้รับปากถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์คุกคามระบอบประชาธิปไตยในชาติมหาอำนาจที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก&amp;nbsp; เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลายพันคนพาอารมณ์โกรธแค้นภายหลังฟังคำปราศรัยปลุกระดมของทรัมป์ที่ด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ 6 มกราคม พากันยกขบวนไปยังอาคารรัฐสภาแล้วฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่จนสามารถบุกเข้าไปภายในอาคาร ห้องทำงานและห้องประชุมสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กลุ่มม็อบต้องการขัดขวางการลงมติของสมาชิกสภาคองเกรสเพื่อรับรองผลคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งจากมลรัฐต่างๆ ว่าโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต คือผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 306 ต่อ 232 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราไม่มีทางยอมแพ้ เราไม่มีทางยอมรับ&amp;quot; ทรัมป์ปลุกเร้าฝูงชนซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่สวมหน้ากากอนามัย เพื่อให้เคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายที่รัฐสภา ผู้สนับสนุนทรัมป์ปะทะกับเจ้าหน้าที่ บางคนทำลายข้าวของ ทุบกระจกแตก และมีภาพที่ผู้สนับสนุนทรัมป์คนหนึ่งซึ่งสวมกางเกงยีนส์และหมวกเบสบอลนั่งเก้าอี้ของนางแนนซี เพโลซี ประธานรัฐสภาพรรคเดโมแครต และยกขาข้างหนึ่งพาดโต๊ะทำงานของนาง บนโต๊ะมีกระดาษข่มขู่วางทิ้งไว้ ขณะที่ผู้ก่อจลาจลคนอื่นๆ ปีนอัฒจันทร์ที่จัดตั้งไว้เพื่อรองรับพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของไบเดนวันที่ 20 มกราคม พร้อมกับป้ายข้อความว่า &amp;quot;พวกเราประชาชนจะทำให้ ดี.ซี.คุกเข่า / เรามีอำนาจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานจากตำรวจว่า ระหว่างปฏิบัติการเคลียร์พื้นที่อาคารรัฐสภาที่ใช้เวลานาน 4 ชั่วโมงนั้น พบหญิงคนหนึ่งซึ่งข่าวภายหลังระบุว่าเป็นทหารผ่านศึกจากแคลิฟอร์เนียที่เป็นผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างเหนียวแน่น โดนยิงเสียชีวิต และต่อมามีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 คน แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าตายในสภาพการณ์ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุการณ์วุ่นวายที่ถ่ายทอดไปทั่วโลกทำให้หลายฝ่ายประณามทรัมป์ว่ายั่วยุให้ก่อรัฐประหาร ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดนประณามเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ว่าเป็น &amp;quot;การก่อการกบฏ&amp;quot; และเรียกร้องให้ทรัมป์แถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์ทันที เพื่อสั่งให้ผู้สนับสนุนหยุดการล้อมโจมตีอาคารรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ประชาธิปไตยของเราโดนโจมตีอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;quot; ไบเดนกล่าวจากรัฐเดลาแวร์ บ้านของเขา &amp;quot;ฉากแห่งความโกลาหลที่รัฐสภาไม่ได้สะท้อนความเป็นอเมริกาที่แท้จริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นักประวัติศาสตร์กล่าวกันว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 200 ปีที่อาคารรัฐสภาสหรัฐโดนบุกยึดนับแต่ปี พ.ศ.2357 เมื่ออังกฤษเผาอาคารหลังนี้ระหว่างสงครามปี 2355
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อดีตประธานาธิบดีสหรัฐที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งบิล คลินตัน, จอร์จ ดับเบิลยู. บุช และบารัค โอบามา ต่างประณามการโจมตีระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ &amp;quot;นี่เป็นช่วงเวลาแห่งความเสื่อมเสียและความอัปยศของชาติของเรา&amp;quot; โอบามากล่าว ส่วนบุชบอกว่า &amp;quot;นี่คือความขัดแย้งผลการเลือกตั้งแบบที่จะเกิดในสาธารณรัฐกล้วยหอม ไม่ใช่สาธารณรัฐประชาธิปไตยของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาติพันธมิตรของสหรัฐต่างพากันตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของชาติมหาอำนาจแห่งนี้ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประณาม &amp;quot;ฉากที่น่าอัปยศ&amp;quot; ส่วนนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่า นางทั้งโกรธและเศร้าใจกับเหตุการณ์ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภา และโทษทรัมป์ว่ามีส่วนรับผิดชอบกับเหตุวุ่นวาย นางเสียใจอย่างยิ่งที่ทรัมป์ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และอีกครั้งในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คอนสแตนติน โคแซชคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศ วุฒิสภารัสเซีย กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานความเสื่อมถอยของอเมริกา เห็นได้ชัดว่าประชาธิปไตยของอเมริกากำลังขาเป๋ทั้งสองข้าง เจ้าหน้าที่รัสเซียหลายคนยังชี้ด้วยว่าสหรัฐไม่อยู่ในฐานะที่จะสอนประเทศอื่นเรื่องเสรีภาพและประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกลบอลไทมส์ สื่อของทางการจีน เปรียบเทียบท่าทีของโลกตะวันตกต่อการบุกรัฐสภาสหรัฐกับการบุกสภานิติบัญญัติของผู้ประท้วงในฮ่องกง พร้อมกับนำถ้อยคำของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เคยกล่าวถึงการประท้วงในฮ่องกง มาล้อว่า นี่คือ &amp;quot;ภาพอันสวยงาม&amp;quot; ขณะที่หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ก็ชี้เช่นกันว่าปฏิกิริยาของบางคนในสหรัฐ รวมถึงสื่อบางสำนักนั้น แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายชั่วโมงหลังสถานการณ์สงบ สภาคองเกรสประชุมกันในวันพฤหัสบดี และลงมติรับรองผลการเลือกตั้งที่โจ ไบเดน คือผู้ชนะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเสียงข้างมากของทั้งสองสภาซึ่งรวมถึงสมาชิกรีพับลิกัน ปฏิเสธการยื่นคัดค้านของสมาชิกที่ภักดีต่อทรัมป์ที่ไม่ยอมรับผลคะแนนของรัฐแอริโซนาและเพนซิลเวเนียที่ไบเดนคือผู้ชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จบขั้นตอนนี้แล้ว ไบเดนจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม ส่วนทรัมป์ หลังจากคองเกรสลงมติรับรองผลเลือกตั้ง เขาออกแถลงการณ์ทันที ให้คำมั่นว่าจะถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกับบอกว่าเขาจะทำการเมืองแนวหน้าต่อไป ทำให้คาดเดากันว่าเขาอาจลงสมัครอีกครั้งในปี 2568.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อกบฏ, บุกยึดอาคารรัฐสภา, ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี, ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, ยึดอาคารรัฐสภา, สภาคองเกรส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก๊สน้ำตา, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210107/image_big_5ff70aca82609.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
