<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งติดตามเส้นทาง &#039;คาร์บอมบ์&#039; เผยคนร้ายก่อเหตุตอบโต้จนท.รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 25 ราย&amp;nbsp;ล่าสุด การติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว มีรายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ว่า กลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มีพฤติการณ์โทรศัพท์ไปแจ้งขอซื้อไม้แปรรูปเพื่อสร้างบ้าน จากร้านขายไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา โดยนัดแนะให้ไปส่งไม้ในสถานที่แห่งหนึ่งเขตรอยต่อระหว่าง ต.บันนังสาเรง อ.เมืองยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อลูกจ้างของร้านได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็ก สีขาว หมายเลข 9270 ยะลา ซึ่งนายดอรอนิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี&amp;nbsp;และนายอาซิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ขับรถกระบะคันดังกล่าวไปส่งไม้ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3-5 คน ดักระหว่างทาง และคนร้ายได้จับ บุคคลทั้งสองมัดมือปิดตาไว้บริเวณสวนยางพารา รอยต่อ ม.6 ต.บันนังสาเรง และ ม.5 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ในระหว่างนั้น มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่พร้อมเพื่อนอีกคนมาประสบเหตุ คนร้ายจึงได้จับทั้งสองคนมัดมือใช้ผ้าปิดตามัดไว้ในที่เดียวกัน ก่อนที่จะขโมยรถยนต์คันดังกล่าว มุ่งหน้าออกมา และแวะนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบไว้แล้ว ใส่ไว้ในรถยนต์นำมาก่อเหตุระเบิดหน้า ศอ.บต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเส้นทางของรถยนต์คันดังกล่าว จากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลา และเขต ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา เพื่อนำข้อมูลมาประกอบ ในการติดตามกลุ่มคนร้าย ขณะเดียวกัน ก็ติดตามสืบสวนกล้องวงจรปิด เส้นทางหลบหนีของกลุ่มคนร้ายอีก 2 คนที่เป็นผู้นำรถยนต์ประกอบระเบิดมาวางไว้หน้า ศอ.บต.ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังวิเคราะห์ถึงสาเหตุการก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่ และภาครัฐที่ได้ทำการปิดล้อมเพื่อจับกุมกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ ต.ตาะเซะ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ซึ่งกลุ่มคนร้ายดังกล่าว ถูกยกย่องว่า BRN Army และเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุบุกยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา เมื่อประมาณปลายปี 2562 จนทำให้ในครั้งนี้มี ชรบ.และชาวบ้านเสียชีวิตถึง 15 รายด้วยกัน โดยแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ยังระบุว่า การก่อเหตุคาร์บอมในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบถึงกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่อาจจะเกิดขึ้น โดยทาง BRN ออกมายอมรับว่าปฏิบัติก่อเหตุระเบิดดังกล่าวนั้นเป็นไปตามสนธิสัญญา Geneva_call&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, คาร์บอมบ์, จังหวัดยะลา, ลอบวางระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e72d4f5aed28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรงเรียนบ้านซีเยาะ&#039; สั่งปิดเรียนหลังกระสุนปริศนายิงเข้ากำแพง ครู-นักเรียนปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 กย.62 - เมื่อเวลา 07.00 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่โรงเรียนบ้านซีเยาะ ต.บาโงยสิแน อ.ยะหา จ.ยะลา จำนวน 4-5 นัด เบื้องต้นครูและนักเรียนปลอดภัย ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนสั่งปิดเรียนทันทีเพื่อความปลอดภัย ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจที่ 47 จัดชุดกำลังเข้าตรวจสอบ และสร้างความมั่นใจให้กับคณะครูของโรงเรียน โดยเบื้องต้นพบว่า มีร่องรอยของกระสุนปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด ที่กำแพงข้างโรงเรียนจำนวน 3 จุด&amp;nbsp;เป็นรู ทะลุกำลัง2 รู และแฉลบกำแพง 1 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม ชรบ.ที่อยู่เวรรักษาการในช่วงเวลาดังกล่าว ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังมาจากแนวป่าตรงข้ามโรงเรียน 4-5 นัด จากนั้น จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ไป ก่อนจะเข้าตรวจสอบบริเวณในโรงเรียน จึงพบว่ามีร่องรอยของกระสุนปืนที่กำแพง ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ทหารพรานในพื้นที่ ขอความร่วมมือผู้สื่อข่าวไม่ให้ทำข่าวเพราะไม่มีเจ้าทุกข์แจ้งเป็นคดีความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเกิดเหตุ นายอาซิ เพ็ญรดา ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้แจ้งคณะครูและผู้ปกครองนักเรียน ให้หยุดการเรียนการสอนเป็นการชั่วคราวทันที 1 วัน เพื่อความปลอดภัย และรอให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทิศทางที่มาของกระสุนปืนดังกล่าวอีกครั้ง
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46118</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระสุนปริศนา, ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, จังหวัดยะลา, ปิดโรงเรียน, โรงเรียนบ้านซีเยาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d830b91d8e18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;มอบ&#039;ผอ.พศ.&#039;เยียวยาพระสงฆ์มรณภาพ - บาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการดูแลพระสงฆ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ พศ. รายงานผลการประชุมเหตุการณ์ให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รับทราบ โดยเบื้องต้นได้มอบให้ ผอ.พศจ.ในพื้นที่เข้าไปดูแล โดยสิ่งที่ให้ดูแลเฉพาะหน้ามี 2-3 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดงานศพของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ จ.นราธิวาส ให้เรียบร้อยและสมเกียรติ ในฐานะที่เป็นพระนักพัฒนาและเสียสละในการดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า 2.ให้ดูแลพระที่บาดเจ็บจำนวน 2 รูป และ 3.ให้ดูแลเรื่องการเยียวยาทั้งหมด กองทุนใดที่สามารถช่วยเหลือได้และเป็นสิทธิของพระที่มรณภาพหรือบาดเจ็บ เพื่อเสริมกำลังใจให้กับพระสงฆ์ให้ยังคงทำหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และให้ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย อาทิ ชุดลาดตระเวน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) เป็นต้น ส่วนในระยะกลางและระยะยาว มีพระราชดำริจากสมเด็จพระสังฆราชว่าให้คณะสงฆ์ได้ดูสิ่งที่ขาด และเป็นปัญหาอุปสรรค สิ่งที่วัดวิตกกังวล จะต้องเข้าไปดูแล เช่น เรื่องเสนาสนะ วัดที่อาจมีปัจจัยไม่ครบถ้วน โดยต้องมีการปรับแผนการใช้งบประมาณของ พศ. ให้พิจารณาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เร่งด่วนลำดับแรกในการจัดงบประมาณเพื่อซ่อมแซมสิ่งที่เป็นกายภาพ โดยขณะนี้ พศ. อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเบื้องต้นพระสงฆ์สามารถออกบิณฑบาตได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ คณะสงฆ์ประสงค์ที่จะทำกิจของสงฆ์ให้ครบถ้วนตามพระธรรมวินัย เราก็ต้องการให้พระสงฆ์ทำตามกิจของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่กำกับดูแล พศ. ประเมินว่าจุดประสงค์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบคืออะไร นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสาเหตุและเบื้องหลังเป็นอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ตนเองทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ สิ่งที่ต้องการคือการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลคณะสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;รวมถึงอยากให้มีการบูรณาการระหว่าง พศ.ในพื้นที่ กับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้พูดคุยและขอหน่วยงานความมั่นคงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะถูกเชื่อมโยงไปกับเรื่องศาสนา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า โดยพื้นฐาน ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี เรื่องความรุนแรงอาจเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มบุคคล แต่การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ฉะนั้นทุกฝ่ายต้องยืนอยู่บนหลักของการทำความดี อย่างไรก็ตาม ตนเองทราบว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานความมั่นคง ได้ตระหนักถึงเรื่องการดูแลคุ้มครองวัด และรับทราบว่าได้ดำเนินการดูแลเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;มีการเพิ่มมาตรการ แต่ส่วนรายละเอียดต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ได้ทำมาโดยตลอด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในเรื่องนี้ว่าให้ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ผอ.พศ., พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์, ยิงพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b544d13af396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉโจรใต้งัดแผนใบไม้ร่วงเด็ดหัว อส.-ทำลายเศรษฐกิจพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.61- ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในเขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา มีกำลังเจ้าหน้าที่ตชด.44 ตำรวจ สภ.เบตง ร่วมกับ อส.อำเภอเมืองเบตง &amp;nbsp;และอาสาสมัครพิทักษ์เมือง &amp;nbsp;ได้เฝ้าตรวจตราในเขตเทศบาลเมืองเบตง และบริเวณเส้นทางเข้า &amp;ndash;ออก เมืองเบตง โดยได้ทำการตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์อย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นไปตามมาตรการในการดูแลความปลอดภัย หลังเกิดเหตุขึ้นหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืน ที่ผ่านมา ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็ยังคงเปิดร้านค้าขายสินค้ากันตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย ในการดูแล และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้า ชุมชน โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ และสถานประกอบการ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่น่าไว้วางใจ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเบตง &amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.44 &amp;nbsp;และกำลังภาคประชาชน ให้มีการตรวจสอบยานพาหานะ บุคคล และวัตถุต้องสงสัยอย่างเข้มงวดในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวแจ้งว่า กลุ่มคนร้ายมีแผนที่จะทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่โดยการลอบนำวัตถุระเบิด ที่มีลักษณะขนาดเล็ก เพื่อใช้ในการก่อเหตุ โดยคนร้ายจะนำระเบิดไปซุกซ่อนไว้ในกรวย(สีส้ม)จราจร หรือกล่องกระดาษ กล่องพลาสติก เพื่อนำมาใช้ก่อวินาศกรรม เผาร้านค้า ย่านเศรษฐกิจสำคัญๆ รวมทั้งในการก่อเหตุลอบสังหารเจ้าหน้าที่ อส. โดยการปะปนไปกับชาวบ้านในย่านผู้คนหนาแน่น แล้วทำการลอบสังหารแบบประชิดตัว เมื่อมีโอกาสแล้วชิงอาวุธ &amp;nbsp;ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่นชุดใหม่ที่ถูกฝึกมาปฏิบัติการณ์โดยเฉพาะและไม่มีหมายจับใดๆจากฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำให้ง่ายในการปะปนกับผู้คนเพื่อทำการลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ &amp;nbsp;โดยมีกลุ่มโจรรุ่นพี่อยู่เบื้องหลังคอยวางแผนและสั่งการให้กลุ่มนี้นำวัตถุระเบิดไปก่อเหตุตามเป้าหมายที่ถูกเลือกไว้และตระเวณดูต้นทางไว้ก่อนหน้านี้ โดยวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งล่าสุดวัยรุ่นกลุ่มผู้ก่อเหตุบางส่วนได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปซ่อนตัวในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอที่มีเขตรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนร้ายร่วมก่อเหตุในครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 2 ชุด 8 คน &amp;nbsp;แบ่งหน้าที่เป็นคนขับรถจักยานยนต์ 1คนและอีก 1คน ทำหน้าที่แอบนำวัตถุระเบิดไปวางซุกไว้ในร้านค้าเป้าหมาย และยังมีคนที่ทำหน้าที่ดูต้นทางอีก 1คน รวมจุดละ ไม่น้อยกว่า 3คน เจ้าหน้าที่คาดว่ากลุ่มคนร้ายจะใช้คนไม่น้อยกว่า 8-10 คน โดยเลือกสถานที่ไม่มี หรือห่างจากกล้องวงจรปิด โดยลอบนำมาวางไว้ก่อนที่ร้านจะปิดไม่นาน ซึ่งโดยปกติร้านค้ามักจะปิดร้านช่วงประมาณ 22.00น.และเมื่อวางซุกไว้ในร้านค้าแล้ว คนร้ายได้มีการตั้งเวลาระเบิดไว้ที่หลัง 00.00น.เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร้านปิดร้านและพักผ่อนแล้ว โดยการกระทำในครั้งนี้ คนร้ายมุ่งเน้นเป้าหมายร้านค้าและกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อลดความน่าเชื่อถือในการคุ้มครองประชาชนและเป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มขบวนการฯยังมีศักยภาพอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22788</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, จ.ยะลา, พื้นที่เศรฐกิจ, อส., โจรใต้, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb8da5d2aa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
