<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 23:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 23:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;ล้วงข่าวลึก!ปูดสนช.เร่งกฎหมาย60ฉบับเพื่อพวกขายชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 ธ.ค.61- นายวีระ สมความคิด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค Veera Somkwamkid ระบุว่า
&amp;middot;&amp;nbsp;
พวกมันกำลังจะทำอะไรกับประเทศชาติ? สำนักข่าวล้วงข่าวลึก เจาะข่าวลับ รายงานข่าวว่า พวกมันกำลังเร่งจะออกกฏหมายอีก 60 ฉบับ เพื่อทิ้งทวนเอาไว้ก่อนจะมีการเลือกตั้ง &amp;nbsp;จะรีบเร่งออกกฏหมายมาเตรียมการอะไรอีกหรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ที่ผ่านมาประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เรียกประชุมผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากล่าวสรุปว่าทางคณะรัฐมนตรี จะรีบเร่งเอาร่างกฎหมายจำนวนกว่า 60 ฉบับ เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติ โดยจะให้สภานิติบัญญัติเร่งพิจารณาให้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง โดยจะสั่งให้มีการประชุมสภาฯเป็นกรณีพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 2 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.2561 เป็นต้นไป และสั่งให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาวุฒิสภาคอยอำนวยความสะดวกให้แก่การประชุมสภาฯเป็นกรณีพิเศษในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องจับตาดูว่าจะมีกฎหมายอะไรบ้าง? ที่จะออกมาเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน หรือเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อผลประโยชน์แก่ พวกโกงชาติ พวกขายชาติ และพวกนายทุนเขมือบชาติอีกไม่กี่วันก็รู้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย 60 ฉบับ, ก่อนเลือกตั้ง, นายวีระ สมความคิด, พวกขายชาติ, พวกโกงชาติ, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeafb210ada6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สนธิรัตน์” โวเป้าหมายทำงานยกระดับสินค้าเกษตรสร้างโชห่วยยั่งยืนก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; ลุยยกระดับราคาสินค้าเกษตร พัฒนาโชห่วยให้ทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ก่อนเลือกตั้งใหม่ หวังเกษตรกรอยู่ดีกินดี โชห่วยเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งผลักดันงานสำคัญๆ ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการยกระดับราคา เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แลมีรายได้ดีขึ้นยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพเกษตรกร เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อกลไกตลาด เพราะสินค้าเกษตรบางประเภทมีกลุ่มพ่อค้าที่มีอิทธิพลเพียงไม่กี่รายเป็นผู้กำหนดราคา จนเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่เหลือของรัฐบาล จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและประชาชนฐานราก หลังจากที่รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลุ่มอื่นๆ ได้ค่อนข้างดี ส่วนสินค้าบางอย่างที่มีพ่อค้าไม่กี่รายควบคุมราคาจนเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน กระทรวงฯจะเข้าไปดำเนินการตรงนี้อย่างจริงจังด้วย ไม่เช่นนั้นราคาสินค้าจะถูกควบคุมโดยพ่อค้าไม่กี่คน&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อให้การออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาล เป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง อย่างข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 61/62 ที่รัฐบาลได้ออกมาตรการรับจำนำยุ้งฉาง หรือโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพ และล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ปรับปรุงค่าฝากเก็บข้าวเปลือกไว้ที่สหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกร ตันละ 1,500 บาท โดยให้้เกษตรกรได้รับตันละ 1,000 บาท และสหกรณ์ได้รับตันละ 500 บาท จากเดิมให้สหกรณ์ตันละ 1,000 บาท และเกษตรกรได้รับตันละ 500 บาท ซึ่งกระทรวงฯจะติดตามในส่วนภาคปฎิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปาล์มน้ำมันเตรียมหารือกับรมว.พลังงานในการผลักดันการใช้ไบโอดีเซลบี 20 &amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซลบี 20 ให้มากขึ้น เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกจากตลาด ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาผลปาล์มสดในประเทศปรับตัวดีขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ การดำเนินงานยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะราคาผลปาล์มสดยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ขณะที่ยางพารา แม้เป็นสินค้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบ แต่กระทรวงฯจะพยายามเจรจากับประเทศต่างๆ ในการระบายผลผลิตของไทยให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเร่งรัดส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการร้านโชห่วย หรือร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม รวมถึงธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ให้สามารถทำธุรกิจได้ย่างเข้มแข็ง และอยู่รอดได้ในอนาคต ซึ่งล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ เช่น พีแอนด์จี, ยูนิลีเวอร์ ฯลฯ พัฒนาผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยอบรมให้ความรู้ในเรื่องของการจัดร้านให้ทันสมัย สะอาด น่าเข้ามาใช้บริการ การบริหารจัดการร้าน การทำบัญชี ฯลฯ ตั้งเป้าหมายพัฒนาให้ได้ในเบื้องต้น 10,000-20,000 ราย รวมถึงเชื่อมโยงสินค้้าของผู้ผลิตท้องถิ่น ผู้ผลิตชุมชน สินค้าโอทอป ให้เข้าไปขายในร้านค้าเหล่านี้ และร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่มีอยู่กว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางขาย และยกระดับรายไดให้ผู้ผลิต ขณะเดียวกัน จะพัฒนาร้านโชห่วย และร้านธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ ให้สามารถค้าขายสินค้าทางออนไลน์ได้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อนเลือกตั้ง, พัฒนาโชห่วย, ยกระดับราคาสินค้าเกษตร, รมว.พาณิชย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5973365117c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ถกความมั่นคง!นายกฯเผยกำชับทุกภาคส่วนคุมเข้มก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกประชุมคสช.เป็นการเร่งด่วน เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ว่า หารือหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัย และดูในเรื่องของการทำงาน เพราะในช่วงนี้จำเป็นต้องกำกับดูแลให้ทุกส่วนราชการทำงานภายใต้กรอบของคสช. ซึ่งทุกคนต้องทำงานอย่างโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งการใช้มาตรา 44 ก็ใช้กับเรื่องเหล่านี้ ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำงานกันอย่างไรในช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง เพื่อที่ให้ทุกอย่างเดินไปได้ด้วยดี แต่งตั้งมาอย่างไร ทำงานได้ผลหรือไม่ได้ผล มีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องทุจริตอย่างเดียว แต่รวมถึงทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่าการประชุมคสช.เป็นวาระทั่วไป นานๆเจอหน้ากันทีก็เรียกกินข้าวด้วย และติดตามการทำงานของหน่วยงานเขาด้วย เพราะทำงานกับประชาชนโดยตรง ได้สอบถามดูว่ามีปัญหาอะไร ประชาชนร้องเรียนอะไรมาบ้าง ก็ดูแลให้เขา และมาในฐานะศูนย์ดำรงธรรม อย่างการแก้หนี้นอกระบบที่รัฐบาลยอมไม่ได้การไปเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงๆ ขอให้ทุกคนคิดไปกับตนว่าสิ่งที่รัฐบาลทำยากๆ รัฐบาลทำไปทำไม และทำไมไม่ทำแบบที่เขาพูดว่าเขาให้นี้ให้โน้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15381</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อนเลือกตั้ง, ความมั่นคง, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประชุมคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b729aacb4067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
