<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 22:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิตกหนัก ยูเอ็น-ชาติตต.ดักทางกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การสหประชาชาติและรัฐบาลตะวันตกจับตาสถานการณ์การเมืองของเมียนมาอย่างใกล้ชิด อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็นห่วงกังวลอย่างยิ่ง ขณะสถานทูต 17 ชาติออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องเมียนมายึดมั่นบรรทัดฐานประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแสดงความวิตกกังวลของโลกตะวันตกเมื่อวันศุกร์มีออกมาภายหลังกองทัพเมียนมากล่าวหาว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ที่พรรคของนางอองซาน ซูจี ชนะอย่างถล่มทลายนั้น มีการทุจริตการลงคะแนน กองทัพเมียนมาบอกด้วยว่า มีแผนจะ &amp;quot;ดำเนินการ&amp;quot; หากคำร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่ได้รับการจัดการ ในสัปดาห์นี้โฆษกของกองทัพยังปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ของการยึดอำนาจด้วย ขณะที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เปรยถึงการยกเลิกรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า โฆษกของอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวในแถลงการณ์ว่า กูเตอร์เรสมีความ &amp;quot;ห่วงกังวลอย่างยิ่ง&amp;quot; เกี่ยวกับพัฒนาการที่เกิดขึ้นในเมียนมาขณะนี้ และเรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนร่วมทุกฝ่ายหยุดการปลุกปั่นหรือยั่วยุไม่ว่าในรูปแบบใด ให้แสดงความเป็นผู้นำ และยึดมั่นต่อบรรทัดฐานประชาธิปไตยและเคารพผลการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 พฤศจิกายน ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมดควรได้รับการแก้ไขผ่านกลไกทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประเทศตะวันตกออกแถลงการณ์เช่นว่า พวกเขากำลังเฝ้ารอการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างสงบในวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราข้อเรียกร้องให้กองทัพและทุกฝ่ายในประเทศนี้ ยึดมั่นในบรรทัดฐานประชาธิปไตย และเราคัดค้านความพยายามใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง หรือขัดขวางการเปลี่ยนผ่านตามระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา&amp;quot; แถลงการณ์ร่วมที่ลงนามโดยสถานทูต 17 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา และสหภาพยุโรป กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91437</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, พม่า, สถานทูตตะวันตก, องค์การสหประชาติ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c4608e5ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารมาลียึดอำนาจจับกุมผู้นำ ประธานาธิบดีลาออกเลี่ยงนองเลือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพมาลีก่อรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันอังคาร จับกุมประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีขังในค่ายทหาร ข้ามวันประธานาธิบดีแถลงยอมลาออกเพื่อหลีกเลี่ยง &amp;quot;การนองเลือด&amp;quot; ด้านชาวมาลีที่ชุมนุมประท้วงขับไล่ผู้นำมานานหลายเดือนพากันเฉลิมฉลอง แต่นานาชาติประณามและขู่คว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝูงชนโห่ร้องดีใจที่เห็นรถของทหารขับไปบนถนนเอกราชในกรุงบามาโกเมื่อวันอังคาร ก่อนที่ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจะโดนควบคุมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563 กล่าวว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาการ์ เคอีตา โดนประชาชนชุมนุมประท้วงขับไล่มานานหลายเดือน จากความไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง, การคอร์รัปชัน และการปราบปรามกลุ่มอิสลามิสต์ที่ก่อความไม่สงบคร่าชีวิตผู้คนนับพันนับหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ทหารกบฏได้เข้าจับกุมเคอีตา และนายกฯ บูบู ซิสเซ แล้วพาทั้งคู่ไปควบคุมตัวไว้ที่ค่ายทหารคาตีชานกรุงบามาโก ที่กลุ่มรัฐประหารยึดไว้ได้ในช่วงเช้า ประชาชนที่โห่ร้องดีใจมารวมตัวกันในเมืองหลวงอยู่ก่อนแล้วเพื่อกดดันให้เคอีตาลาออก พวกเขาพากันเฉลิมฉลองเมื่อทหารกบฏเคลื่อนรถไปยังบ้านประจำตำแหน่งของผู้นำวัย 75 ปีรายนี้เพื่อควบคุมตัวเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเวลาเที่ยงคืน เคอีตาซึ่งชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อปี 2561 ปรากฏตัวแถลงทางโทรทัศน์ด้วยท่าทีสงบ เพื่อประกาศว่าเขายุบรัฐบาลและสมัชชาแห่งชาติ และตัวเขาไม่มีทางเลือกนอกจากลาออกจากตำแหน่งโดยให้มีผลทันที เพราะเขาไม่ต้องการให้มีการนองเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พวกแกนนำทหารก่อการแถลงให้คำมั่นว่า จะเปลี่ยนแปลงการเมือง และจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในเวลาที่สมเหตุสมผล อิสมาอิล วาเก รองประธานเสนาธิการทหารอากาศ กล่าวว่า เขาและเพื่อนทหารตัดสินใจรับผิดชอบต่อหน้าประชาชนและประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่มีรายงานการบาดเจ็บล้มตายระหว่างที่กองทัพเข้ายึดอำนาจ แต่พวกนายทหารประกาศเคอร์ฟิวและปิดพรมแดน โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าเคอีตายังถูกควบคุมตัวอยู่หรือไม่ในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเป็นคนแรกๆ ที่ประณามการยึดอำนาจครั้งนี้ สำนักงานของมาครงกล่าวว่า เขายังคงสนับสนุนความพยายามไกล่เกลี่ยโดยชาติแอฟริกาตะวันตกที่เป็นเพื่อนบ้านของมาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตอาณานิคมของฝรั่งเศสชาตินี้เป็นรากฐานของความพยายามของฝรั่งเศสเพื่อขับไล่นักรบญิฮาดออกจากภูมิภาคนั้น เพื่อนบ้านของมาลีต่างก็กังวลไม่อยากให้มาลีถลำสู่ความวุ่นวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกวาเกกล่าวว่า ความตกลงในอดีตทุกฉบับจะยังคงไว้ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจต่อต้านนักรบญิฮาดในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้พวกเขายังยึดมั่นต่อกระบวนการแอลเจียร์ หรือข้อตกลงสันติภาพปี 2558 ระหว่างรัฐบาลมาลีกับกลุ่มติดอาวุธทางเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เรียกร้องให้ปล่อยตัวเคอีตาและซิสเซทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่บรรดานักการทูตในนิวยอร์กกล่าวกันว่า คณะมนตรีความมั่นคงจะเจรจาฉุกเฉินกันในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประชาคมเศรษฐกิจรัฐแอฟริกาตะวันตก (อีโควาส) ซึ่งมีสมาชิก 15 ประเทศรวมถึงมาลี ออกแถลงการณ์ประณาม โดยประกาศจะปิดพรมแดนทางบกและอากาศ และแซงก์ชันทหารที่ก่อรัฐประหารรวมถึงผู้ที่ร่วมก่อการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้วอีโควาสเสนอให้จัดตั้งรัฐบาลเอกภาพเพื่อคลี่คลายความวุ่นวายทางการเมืองจากการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาล แต่ข้อเสนอของกลุ่มนี้ซึ่งยังคงให้การสนับสนุนเคอีตา โดนฝ่ายค้านปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อรัฐประหารเกิดพร้อมกันกับที่ฝ่ายค้านวางแผนชุมนุมประท้วงขับไล่เคอีตาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวซึ่งใช้ชื่อเรียกว่าขบวนการ 5 มิถุนายน ตามวันที่เริ่มต้นการประท้วง มีศูนย์รวมที่ความโกรธแค้นของประชาชนต่อผู้นำและเสียงเรียกร้องที่แข็งกร้าวมากขึ้นให้เขาลาออก การรณรงค์ต่อต้านเคอีตาถลำสู่จุดวิกฤติในเดือนที่แล้วเมื่อการประท้วงก่อความไม่สงบนาน 3 วันทำให้มีคนเสียชีวิต 11 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูบาการ์ เคอีตา, มาลี, ยึดอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d1d68627e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 20:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โมราเลส&#039; ผู้นำฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ยอมลาออกเซ่นเลือกตั้งฉาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส แห่งโบลิเวีย จำยอมต้องลาออกจากตำแหน่งตามแรงกดดันของกองทัพและตำรวจ เพียง 3 สัปดาห์ภายหลังชนะการเลือกตั้งอย่างน่ากังขา จนเกิดการชุมนุมประท้วงก่อจลาจลรุนแรง ขณะชาติพันธมิตรฝ่ายซ้ายประณามเป็นการก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ขณะแถลงข่าวที่เมืองเอลอัลโตเมื่อวันอาทิตย์ว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่จะแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในเวลาต่อมา / Bolivian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลส ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีโบลิเวียนานร่วม 14 ปี แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ว่าเขาได้ยื่นจดหมายลาออกต่อสภานิติบัญญัติแล้ว โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมือง และประธานาธิบดีของชาวโบลิเวียทุกคน ที่ต้องสร้างสันติภาพและช่วยฟื้นฟูเสถียรภาพในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ้นคำประกาศของเขา ประชาชนพากันออกมาเฉลิมฉลองบนท้องถนนในกรุงลาปาซ แต่ก็เกิดเหตุการณ์รุนแรงและการทำลายทรัพย์สินในคืนวันเดียวกัน ทั้งที่เมืองหลวงและในเมืองเอลอัลโตที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้จะประกาศลาออกแล้ว แต่ทว่าสถานการณ์ยังคงตึงเครียดต่อหลังจากนั้น เมื่อโมราเลสทวีตว่า ตำรวจออกหมายจับเขาอย่างผิดกฎหมาย และกลุ่มหัวรุนแรงโจมตีบ้านของเขา แต่วลาดิมีร์ ยูรี กัลเดรอน ผู้บัญชาการตำรวจปฏิเสธว่าไม่มีการออกหมายจับ คำประกาศของตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ระบุเพียงว่า ตำรวจได้จับกุมมาเรีย ยูจีเนีย โชเก ประธานศาลเลือกตั้ง ที่ฝ่ายค้านโจมตีว่าลำเอียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างเกิดความสับสน ส.ส.และเจ้าหน้าที่รัฐบาล 20 คนพากันขอหลบภัยภายในที่พักเอกอัครราชทูตเม็กซิโก และรัฐบาลเม็กซิโกประกาศเสนอให้ที่ลี้ภัยแก่โมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 4 อย่างฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แต่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีการทุจริตการนับคะแนน ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านออกมาชุมนุมประท้วงนาน 3 สัปดาห์ มีคนเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันอาทิตย์ โมราเลสยินยอมจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายหลังองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ซึ่งเข้ามาตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งนี้ รายงานว่ามีความผิดปกติในเกือบทุกด้านที่ตรวจสอบ ทั้งเทคโนโลยีที่ใช้, การคุ้มครองบัตรเลือกตั้ง, ความซื่อสัตย์ของการนับคะแนน และการคาดคะเนเชิงสถิติ แต่ความพยายามปัดเป่าความขัดแย้งของโมราเลสไม่เป็นผล ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆ และตำรวจออกมาเรียกร้องให้เขาลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันธมิตรฝ่ายซ้ายในลาตินอเมริกาพากันประณามสถานการณ์ในโบลิเวียว่าเป็นการก่อรัฐประหาร ไม่ว่า เวเนซุเอลา, บราซิล, คิวบา หรืออาร์เจนตินา ส่วนโคลอมเบียเรียกร้องให้คณะมนตรีถาวรของโอเอเอสประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรของโมราเลสเช่นกัน แถลงเมื่อวันจันทร์ ประณามว่าฝ่ายค้านใช้ความรุนแรงเพื่อบีบให้โมราเลสลาออก ส่วนอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และสหภาพยุโรป (อียู) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50049</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ผู้นำฝ่ายซ้าย, ลาออก, เอโบ โมราเลส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc95d046a1c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2019 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาส่งทหารตรึงกำลังชายแดน รับ &#039;สม รังสี&#039; กลับประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กัมพูชาส่งทหารตรึงกำลังชายแดนและฝึกซ้อมใช้กระสุนจริง เพื่อเตรียมพร้อมรับ &amp;quot;สม รังสี&amp;quot; อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ประกาศจะกลับประเทศวันที่ 9 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สม รังสี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา เดินทางไปลี้ภัยในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเลี่ยงการติดคุกในความผิดที่เขาบอกว่าเกิดจากมูลเหตุทางการเมือง เขาประกาศว่าจะเดินทางกลับกัมพูชาในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งตรงกับวันชาติกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา เตือนว่าจะจับกุมสม รังสี ทันทีที่เดินทางกลับ และก่อนหน้านี้ตำรวจเขมรจับกุมนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านไปแล้วหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกลาโหม พลเอกเตีย บัญ เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อคืนวันจันทร์ว่า ได้ส่งทหารตรึงกำลังบริเวณชายแดนกัมพูชา-ไทย เนื่องจากรัฐบาลพิจารณาว่าขณะนี้มีความพยายามก่อรัฐประหาร ด้านโฆษกรัฐบาลเขมรเผยกับเอเอฟฟีเมื่อวันอังคารว่า ทหารเขมรฝึกซ้อมยิงด้วยกระสุนจริงบริเวณชายแดนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สม รังสี เผยแพร่วิดีโอเมื่อวันอังคาร พูดถึงการเดินทางกลับกัมพูชาของเขา โดยเรียกร้องให้ชาวเขมรร่วมกันโค่นล้มกบฏฮุน เซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุน เซน ปกครองกัมพูชามายาวนานถึง 34 ปี ในการเลือกตั้งปีที่แล้วพรรครัฐบาลของเขากวาดที่นั่ง ส.ส.ทั้งหมด ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่นานาชาติประณามอย่างหนัก เพราะเป็นการเลือกตั้งที่พรรครัฐบาลไม่มีคู่แข่ง เนื่องจากก่อนการเลือกตั้ง ศาลฎีกาเขมรตัดสินยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักและจับกุมหัวหน้าพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับประเทศ, กัมพูชา, ก่อรัฐประหาร, สม รังสี, ส่งทหารตรึงกำลัง, ฮุน เซน, เขมร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc17f270c19a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ซัดเดโมแครตถอดถอน &#039;ก่อรัฐประหาร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐดิ้นรนขัดขวางกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีสุดฤทธิ์ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ประณามการไต่สวนของคณะกรรมาธิการภายใต้การนำของเดโมแครตว่าเป็นการก่อรัฐประหาร ขณะ &amp;quot;ไมค์ ปอมเปโอ&amp;quot; ขวางเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไม่ให้ร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างหารือกับนายกฯ นเรนทรา โมดี&amp;nbsp; (ไม่เห็นในภาพ) ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ว่า สัปดาห์ที่แล้วสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก เริ่มเปิดกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ พ้นตำแหน่งประธานาธิบดี หลังจากมีหลักฐานการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์ กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่ทรัมป์กดดันให้เซเลนสกีร่วมมือในความพยายามป้ายสีโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีที่เป็นตัวเต็งของพรรคเดโมแครตในการท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการ 3 ชุดของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่มี ส.ส.เดโมแครตเป็นประธาน ได้แก่ คณะกรรมาธิการข่าวกรองของอดัม ชิฟฟ์, คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ของเอเลียต เองเกิล และคณะกรรมการตรวจสอบจริยธรรม ของเอไลจาห์ คัมมิงส์ ได้เรียกขอเอกสารและขอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเข้าให้การ ในจำนวนนี้รวมถึงไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และรูดี จูเลียนี ทนายความส่วนตัวของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายวันมานี้ ทรัมป์ทวีตโจมตีชิฟฟ์ และผู้เปิดโปง ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นนักวิเคราะห์ของซีไอเอที่ร้องเรียนพฤติกรรมของทรัมป์ ว่าพวกเขาเป็นกบฏ และล่าสุดเมื่อวันอังคาร ทรัมป์ก็ทวีตโจมตีกระบวนการไต่สวนว่าเป็นการก่อรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อผมรู้มากขึ้นๆ ทุกวัน ผมก็ได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การถอดถอน แต่เป็นการก่อรัฐประหาร&amp;quot; ทรัมป์ทวีต พร้อมกับประโคมต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความตั้งใจช่วงชิงอำนาจของประชาชน, การลงคะแนนเลือกตั้ง, เสรีภาพ, รัฐธรรมนูญ, ศาสนา, กองทัพ, กำแพงกั้นชายแดน และสิทธิที่พระเจ้าประทานให้แก่พวก
เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทวีตของทรัมป์มีออกมาหลังจากปอมเปโอประกาศกร้าวว่า เขาจะป้องกันหรือไม่ก็ขัดขวางเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ 5 ราย ไม่ให้เข้าให้การต่อการสอบสวนของคณะกรรมาธิการเหล่านี้ โดยปอมเปโอยังได้กล่าวหาประธานคณะกรรมาธิการจากเดโมแครตทั้ง 3 คนนี้ว่า กำลังพยายามข่มขู่คุกคาม, รังแก และปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมต่อผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพที่มีชื่อเสียงของกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเดโมแครตตอบโต้ปอมเปโอว่า &amp;quot;สกัดกั้น&amp;quot; การสอบสวน และว่าปอมเปโอมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องนี้ด้วย โดยมีรายงานว่าเขาร่วมสายสนทนาระหว่างทรัมป์กับผู้นำยูเครนด้วย ซึ่งเขาควรถูกกันเป็นพยาน และไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องการมอบเอกสารหรือการไต่สวนพยาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47180</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, คณะกรรมาธิการคองเกรส, ถอดถอนประธานาธิบดี, เดโมแครต, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94a88e5a598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2019 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2019 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุฯ นำทัพถล่มกบฏแบ่งแยกดินแดนเยเมน โต้ &#039;รัฐประหาร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองกำลังผสมภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กบฏแบ่งแยกดินแดนทางใต้ของเยเมนเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังกบฏแบ่งแยกดินแดน ที่มียูเออีหนุนหลังกลุ่มนี้ยึดทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองเอเดน ยูเอ็นเผยมีคนตายสังเวยสู้รบครั้งนี้แล้ว 40 ศพ เจ็บราว 260 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนับสนุนกบฏแบ่งแยกดินแดนภาคใต้เยเมนหยุดถ่ายรูป ที่เมืองคอร์มักซอร์ ในเมืองท่าเอเดน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์วุ่นวายรอบใหม่ในเยเมน ที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจกลายเป็นสงครามกลางเมืองซ้อนสงครามกลางเมืองครั้งนี้ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากความขัดแย้งภายในกองกำลังฝ่ายหนุนรัฐบาลพลัดถิ่นและฝ่ายหนุนการแบ่งแยกดินแดน ที่ร่วมมือกันสู้รบกับกบฏฮูตีซึ่งมีอิหร่านหนุนหลัง ที่ยึดครองดินแดนกว้างใหญ่ทางภาคเหนือและตะวันตกของเยเมน รวมถึงกรุงซานาเมืองหลวง มาตั้งแต่ปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเอเดนเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเยเมน และการยึดทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองนี้มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เนื่องจากประธานาธิบดีอาเบดรับโบ มันซูร์ ฮาดี ที่นานาชาติรับรองนั้น ใช้ชีวิตพลัดถิ่นอยู่ในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบีย ฝ่ายกบฏเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ด้วยว่า พวกเขายึดทำเนียบโดยไม่เผชิญการต้านทาน และได้ปล่อยตัวทหาร 200 นายที่รักษาการณ์ทำเนียบแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม อ้างแถลงการณ์ของกองกำลังผสมที่มีซาอุฯ เป็นผู้นำ ซึ่งเข้าแทรกแซงเยเมนเมื่อปี 2558 ว่ากองกำลังผสมพุ่งเป้าหมายโจมตีพื้นที่ที่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อสถานที่สำคัญของรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายของเยเมนในเมืองเอเดนแห่งนี้ และขอให้กบฏแบ่งแยกดินแดนของสภาถ่ายโอนอำนาจภาคใต้ (เอสทีซี) ถอนตัวจากสถานที่ตั้งเหล่านี้ มิเช่นนั้นจะเผชิญการโจมตีเพิ่มเติม
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงไม่ได้ระบุเป้าหมายเป็นการเฉพาะ แต่ชาวบ้านในเมืองเอเดนบอกกับเอเอฟพีว่า มีการโจมตีทางอากาศถล่มค่ายหลายแห่งของกบฏแบ่งแยกดินแดนในเมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังผสมต้องการให้หยุดยิงทันทีด้วย และกระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่กำลังสู้รบกันประชุมกันอย่างเร่งด่วน และต้องการให้รัฐบาลยูเออียุติการสนับสนุนทางทหารแก่กบฏกลุ่มนี้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลของประธานาธิบดีฮาดีกล่าวโทษเอสทีซีและยูเออีว่ากำลัง &amp;quot;ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งรัฐบาลเยเมนและกบฏแบ่งแยกดินแดนกล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์ว่า พวกเขาหนุนการเจรจาและการระงับการต่อสู้ตามที่ซาอุฯ เรียกร้อง แต่ทว่าในการเทศนาเนื่องในวันอีดิ้ลอัฎฮา รองประธานเอสทีซี ฮานี บิน เบรอิก กลับบอกว่า กลุ่มของเขาจะไม่ยอมเจรจาภายใต้การข่มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กบฏจากกองกำลังสายแถบความมั่นคง ที่ได้รับการฝึกฝนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กลุ่มนี้ เปิดฉากสู้รบกับกองกำลังที่ภักดีรัฐบาลในเมืองเอเดนมาตั้งแต่วันพุธ นักรบส่วนใหญ่ของกองกำลังนี้หนุนหลังเอสทีซีที่ต้องการฟื้นฟูดินแดนภาคใต้ของเยเมนเป็นรัฐอิสระเหมือนที่เคยเป็นเมื่อปี 2510-2533&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานคลังสมอง อินเตอร์เนชันแนลไครซิสกรุ๊ป เตือนว่า การปะทะกันที่เมืองเอเดนเสี่ยงต่อการทำให้ภาคใต้ของเยเมนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองซ้อนในสงครามกลางเมือง ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤติด้านมนุษยธรรมของเยเมนที่นับว่าเลวร้ายที่สุดในโลกอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า รายงานเบื้องต้นชี้ว่า การสู้รบระหว่างกองกำลังฝ่ายรัฐบาลกับกบฏแบ่งแยกดินแดนในเมืองเอเดนตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วประมาณ 40 คน บาดเจ็บ 260 คน มีพลเรือนรวมอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กองกำลังสายแถบความมั่นคงและกองกำลังที่ภักดีต่อฮาดีขัดแย้งกันมานานหลายปี และเคยต่อสู้กันมาแล้วเมื่อเดือนมกราคม 2561 ล้มตายไป 38 คน เจ็บอีก 222 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43214</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏแบ่งแยกดินแดนเยเมน, กองกำลังผสมภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบีย, กองกำลังสายแถบความมั่นคง, ก่อรัฐประหาร, เมืองเอเดน, เยเมน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d4fec3a0bc36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเงาลงพื้นที่จวกรัฐประหารทำให้เกิดภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2562 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 5 ส.ค.&amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะนำคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรค เดินทางไปจ.ร้อยเอ็ด เพื่อประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยสัญจรครั้งที่1 โดยการประชุมสัญจรครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะไปเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวอีสาน โดยเฉพาะเกษตรกรแห่งทุ่งกุลาร้องไห้ รับฟังปัญหาความเดือดร้อน และร่วมปรึกษาหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วยการบริหารจัดการน้ำภาคอีสานอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะกรรมการได้นำเอาแผนจัดการน้ำในยุคที่พรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยได้เคยเริ่มต้นไว้แล้วมาใช้เป็นแนวทาง รู้สึกเสียดายที่การรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งทำให้ชาวอีสานยังคงประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก เพราะไม่มีแผนการจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงทุกข์ยากอยู่จนถึงทุกวันนี้ สำหรับการประชุมครั้งนี้ จะมีพี่น้องตัวแทนเกษตรกรจากทุ่งกุลาร้องไห้ มาร่วมประชุมเพื่อสะท้อนปัญหาและร่วมแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขร่วมกันกับทีมเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นการเริ่มเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคที่ประกาศเอาไว้นั่นก็คือ ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ ถือเป็นแผ่นดินทองสำหรับการผลิตข้าวอร่อยที่สุดในโลก แต่แทนที่เกษตรกรแห่งทุ่งกุลาร้องไห้จะมีฐานะดี มีเศรษฐกิจดี กลับกลายเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ยากจนที่สุด จากปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ดังนั้นการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยสัญจรครั้งที่1 นี้ จึงเป็นการร่วมหารือปัญหาน้ำแล้งทางภาคอีสานเป็นลำดับแรก เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ และแก้ไขปัญหาร่วมกัน สำหรับพี่น้องประชาชนจังหวัดไหนอยากให้เราไปรับฟังปัญหาและร่วมคิดด้วยกัน สามารถติดต่อมาที่พรรคเพื่อไทยได้ทุกเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อรัฐประหาร, ช่วยภัยแล้ง, ร้อยเอ็ด, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
