<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เลขาสภา’ปัดข่าวลือคลัสเตอร์ใหญ่30คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกระแสวิจารณ์รัฐสภาลักไก่ก่อสร้าง &amp;nbsp;ท่ามกลางคำสั่งห้ามก่อสร้าง 1 เดือน ตามคำสั่งฉบับที่ 25 ของ ศบค. ว่า เป็นความเข้าใจผิดของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่พาสื่อบุกชี้จุดก่อสร้าง เนื่องจากสภาได้ให้ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้เชิญบริษัทชิโนไทยฯ มาร่วมดูพื้นที่ก่อนจะส่งมอบ และตัวอาคารซึ่งต้องเข้าใจว่าพื้นที่ในสภาและตัวอาคารเป็นพื้นที่ใหญ่มาก ในระหว่างนี้จะต้องบริหารจัดการ จะต้องมีฝ่ายเทคนิคมาดูแล ในช่วงระยะเวลา 2 ปี พร้อมยืนยันว่าแรงงานที่เห็นทั้งหมดที่เข้ามาเป็นคนไทย ไม่ได้มาจากแคมป์คนงานก่อสร้างตามที่เข้าใจ หรือไซต์งานที่ถูกปิด และบริษัทได้สวอปตรวจเชื้อทุก 15 วัน รวมทั้งทุกคนที่เข้ามาต้องปฏิบัติตามมาตรการของสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้ชี้แจงกับนายสิระแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นการเข้าใจผิด ส่วนกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ระบุว่าสภาขณะนี้มีช่องโหว่ ในช่วงเช้าก่อน 08:00 น. ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตามจุดต่างๆว่าเบื้องต้นยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ แต่ต้องเข้าใจว่าสภาใช้ระบบการคัดกรองผ่านแพลตฟอร์มไปแล้วส่วนหนึ่ง ทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการเดียวกัน แต่หลังจากนี้จะกำชับให้เข้มข้นยิ่งขึ้น พร้อมขอความร่วมมือคนที่จะเข้ามา ต้องคัดกรองตัวเอง เพราะทราบว่าช่วงนี้มีการแพร่ระบาดสูงสภาก็ต้องป้องกันคนของสภาด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีแม่ค้าร้านโจ๊กที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้รับรายงานว่า เป็นการติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจากก่อนหน้านี้ไปฉีดยากันบาดทะยักมา จึงไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ และได้ให้ไปสวอปแล้ว รวมถึงสำรวจเพิ่มเติมว่ามีใครหลุดรอด ในส่วนร้านค้า ใครที่ไม่ได้รับวัคซีนจะไม่ให้เข้ามาขายเด็ดขาด พร้อมกั้นพื้นที่ชัดเจน กันสัมผัสร้านค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เลขาสภา ยังชี้แจงถึงกระแสข่าวว่ามี คลัสเตอร์เจ้าหน้าที่สภาติดเชื้อ 30 คน ว่า ไม่เป็นความจริง และสำนักเลขาธิการไม่เคยปิดบังข้อมูล &amp;nbsp;แต่ยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่สำนักชวเลข สามีติดโควิด-19 จึงให้ จนท.รายดังกล่าวไปสวอป แต่ผลเป็นลบ และคนใกล้ชิดก็สั่งกักตัวยืนยันทำตามมาตรการด้านสาธารณสุขเกิดเหตุตรงไหนจัดการตรงนั้น มีการขีดวงว่ามีใครเสี่ยสูงเสี่ยต่ำ และสอบสวนโรคไล่เรียงกันไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้าง, นางพรพิศ เพชรเจริญ, นายสิระ เจนจาคะ, พรรคพลังประชารัฐ, เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe86920b5d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงขลาหวั่นอันตรายสร้างถ.สายเขาวังชิงไร้ไฟสว่างช่วงกลางคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนมาว่า ที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท &amp;nbsp;สข.4040 สายระหว่าง เขาวังชิง &amp;ndash; บ้านหนำคอก อ.สะเดา จ.สงขลา ได้มีการทำถนนสายดังกล่าว โดยมีการขุดถนนเป็นร่องลึกกว่าครึ่งเมตร ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างทำถนนอยู่ แต่ยังทำค้างไว้ จึงได้นำป้าย มาปัก และตั้งบอกว่าถนนกำลังก่อสร้างเท่านั้น แต่ช่วงกลางคืน จะไม่มีสัญญาณไฟส่องสว่างให้เห็นว่าช่วงไหนมีการทำถนนและขุดถนนจนลึก ทำให้บริเวณที่กำลังก่อสร้างถนนมืดสนิท มองอะไรก็ไม่เห็น ผู้ใช้รถใช้ถนนอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ จึงวอนขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยติดตั้งสัญญาณไฟส่องสว่างให้เห็นจุดที่กำลังก่อสร้างทำถนนด้วย เพื่อความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้าง, ถนนทางหลวงชนบท  สข.4040 สายระหว่าง เขาวังชิง – บ้านหนำคอก อ.สะเดา จ.สงขลา, ร้องเรียน, ไฟส่องสว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d351b05a167f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กคช.ผนึก”กรุงไทย”หนุนสินเชื่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทยจัดพิธีลงนามความร่วมมือการร่วมดำเนินกิจการโดยวิธีการสนับสนุนโครงการภาคเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 61นายธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า กคช. โครงการเคหะประชารัฐร่วมทุนเป็นอีกหนึ่งภารกิจของการเคหะแห่งชาติภายใต้การขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกับการเคหะแห่งชาติใน 3 รูปแบบ คือ โครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จะดำเนินงานในรูปแบบการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนโครงการที่มีมูลค่าโครงการต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จะดำเนินงานในรูปแบบโครงการร่วมดำเนินกิจการระหว่างภาครัฐและเอกชน (Joint Operation) และโครงการร่วมสนับสนุนภาคเอกชน ซึ่งการเคหะแห่งชาติจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและบริหารจัดการงานก่อสร้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาความเป็นไปได้ด้านการตลาด ความเหมาะสมทางกายภาพ และการเงินการลงทุน อีกทั้งประสานงานกับสถาบันการเงินของรัฐในการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการภาคเอกชนในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กคช.ได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการดำเนินโครงการและได้มีการจัดให้มีพิธีลงนามความร่วมมือการร่วมดำเนินกิจการโดยวิธีการสนับสนุนโครงการภาคเอกชนระหว่างธนาคารกรุงไทยและการเคหะแห่งชาติขึ้น โดยเป็นการร่วมมือเชิงบูรณาการเพื่อสานพลังประชารัฐสามฝ่าย อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานเชิงนโยบายของรัฐบาล สู่การปฏิบัติจริงที่เป็นรูปธรรมเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนบุคลากรระหว่างองค์กรให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านต่างๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการพัฒนาโครงการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17488</URL_LINK>
                <HASHTAG>กคช., กรุงไทย, การเคหะแห่งชาติ, ก่อสร้าง, ประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a28590e14f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็คความคืบหน้าก่อสร้างสะพานแยกเกษตรล่าสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.61-เพจ &amp;quot;1197สายด่วนจราจร&amp;quot; เผยภาพความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแยกเกษตร พร้อมข้อความระบุ &amp;quot;ภาพความก้าวหน้าการดำเนินงานก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามแยกเกษตร ได้เริ่มเทคอนกรีตพื้นสะพานช่วงกลางแล้ว ได้เร่งดำเนินการติดตั้งคานสำหรับทางรถยนต์ช่วงหัวสะพานและท้ายสะพาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต #1197สายด่วนจราจร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15129</URL_LINK>
                <HASHTAG>1197สายด่วนจราจร, ก่อสร้าง, จราจร, สะพานแยกเกษตร, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d4b1e74d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.แจ้งเบี่ยงการจราจรถ.รามคำแหง147/1-151 เริ่ม21มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟม. &amp;nbsp;แจ้งเบี่ยงจราจรถนนรามคำแหง บริเวณซอยรามคำแหง 147/1 ถึง ซอยรามคำแหง 151เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก)&amp;nbsp;
ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรีตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 21 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;
18มิ.ย.61-รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างงานก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ สัญญาที่ 4 ช่วงคลองบ้านม้า -สุวินทวงศ์ &amp;nbsp; โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี มีความจำเป็นต้องเบี่ยงจราจรบนถนนรามคำแหง บริเวณซอยรามคำแหง 147/1 ถึงซอยรามคำแหง 151 เพื่อดำเนินการรื้อย้ายสาธารณูปโภค และขุดเจาะเสาเข็มโครงสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้าบริเวณเกาะกลางถนน ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝั่งละ 1 ช่องจราจร (ชิดเกาะกลาง) ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11612</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ก่อสร้าง, จราจรถนนรามคำแหง, ยูนิค, รฟม., รามคำแหง, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b279e234b418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 13:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โธ่!เพิ่งสร้าง6เดือนประตูระบายน้ำถล่มแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.2561 - เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ เขตห้วยแร้ง ได้รับแจ้งเหตุประตูระบายน้ำคลองห้วยแร้ง ม.5 ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดตราด ถล่มลงมาระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บขาหัก &amp;nbsp;1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบประตูระบายน้ำคลองห้วยแร้งด้านหนึ่งพังลงมา บริเวณใกล้เคียงมีรถแบกโฮใกล้เคียง สอบถามคนงาน และประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุระบุตรงกันว่า ก่อนเกิดเหตุคนงานกำลังก่อสร้างและมีการเคลื่อนย้ายดิน ระหว่างนั้นดินเกิดสไลด์ ทำให้รถแบกโฮซึ่งกำลังทำงานอยู่ถูกดินทับส่วนหนึ่ง จนรถเลื่อนไปกระทบกับพนังด้านหนึ่งของประตูระบายน้ำ จนทำให้ถล่มลงมา ซึ่งระหว่างนั้นเกิดเสียงดังทั่วบริเวณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัญญัติ เชาว์กระบิน และนายชัญกุลนรา ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เล่าว่า ได้ยินเสียงดังมากคล้ายกับการระเบิด จากนั้นจึงทราบว่าประตูระบายน้ำคลองห้วยแร้งถล่ม ซึ่งประตูแห่งนี้เริ่มก่อสร้างมาแล้วประมาณ 6 เดือน จากเวลาที่หน่วยงานตั้งเป้าหมายไว้ 3 เดือน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากฝนที่ตกบ่อยในพื้นที่จนทำให้ดินอ่อนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยรัตน์ เป้ามาลา หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการชลประทาน และกรรมการโครงการประตูระบายน้ำห้วยแร้ง ระบุว่า โครงการนี้เป็นโครงการของชลประทานที่ 9 จังหวัดชลบุรี โดยว่าจ้าง บริษัทพินิจอุดร ในการก่อสร้าง ด้วยงบประมาณ 130 ล้านบาท โดยใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี ทำงานมาแล้ว 6 เดือน มีนายชญาสิทธิ์ สุทธิพานิชย์ เป็นวิศกรควบคุมงาน ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากการเร่งถมดินจนเป็นเหตุให้ฝายถล่มหรือไม่ โดยขณะนี้กำลังเดินทางเข้าตรวจสอบในพื้นที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้าง, ตราด, บาดเจ็บ, ประตูระบายน้ำคลองห้วยแร้ง, ห้วยแร้ง, เจ้าหน้าที่กู้ภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b2601e7cbed1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พาณิชย์” ทำหนังสือทวงถามจีนเซ็นสัญญาซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ทำหนังสือทวงถามจีน เซ็นสัญญาซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยในส่วนของล้านตันที่ 2 ภายในปีนี้ &amp;nbsp;หลังความร่วมมือก่อสร้างรถไฟไทย-จีนคืบหน้า ด้านเอกชนแห่ร่วมชี้แจงทีโออาร์ประมูลข้าวเข้าอุตสาหกรรม 2.03 ล้านตัน &amp;nbsp; โชว์1 ม.ค.-1 มิ.ย. 2561 พบว่าไทยมีการส่งออกข้าว 4.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.61%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกีรติ รัชโน รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่ดูแลด้านการก่อสร้างรถไฟและนำเข้าสินค้าเกษตรของรัฐบาลจีน (NDRC) เพื่อให้มีการเซ็นสัญญาซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยในส่วนของล้านตันที่ 2 ภายในปีนี้ หลังจากที่โครงการความร่วมมือก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน มีความคืบหน้าไปมาก ดังนั้นรัฐบาลจีนควรที่จะมีการลงนามซื้อข้าวจากรัฐบาลไทยเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;quot;ถือว่าการส่งหนังสือทวงถามครั้งนี้เป้นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งเป็นการติดตามความร่วมมือของสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp; &amp;nbsp; ควบคู่ไปกับความร่วมมือด้านการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ที่ตั้งเป้าภายในปีนี้จะลงนามซื้อข้าวในส่วนของล้านตันที่ 2 ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดปัจจุบันภายในปีนี้&amp;rdquo; นายกีรติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาให้จีนซื้อข้าวจากไทยในส่วนของแสนที่ 6 ในสัญญาซื้อขายข้าว 1 ล้านตันแรกที่ลงนามรัฐบาลชุดปัจจุบัน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องราคาซื้อขาย ซึ่งยอมรับว่า ราคาข้าวไทยต้องการขายรอบนี้จะมีราคาที่สูงขึ้น เพราะแนวโน้มราคาข้าวในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามความต้องการของตลาดโลก ทำให้การเจรจาอาจใช้ระยะเวลานานขึ้น เพื่อต่อรองราคาระหว่างกัน ขณะที่ข้าวในแสนตันที่ 5 ที่ได้มีการตกลงราคาไปก่อนหน้านี้ ได้มีการส่งมอบเกือบครบทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-1 มิ.ย. 2561 พบว่าไทยมีการส่งออกข้าว 4.8 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.61% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 มูลค่า 7.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.57% หรือ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 29.05%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ก่อสร้าง, ข้าว, จีน, ซื้อข้าว, รถไฟไทยจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180519/image_big_5aff610f4060f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
