<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมรับลูกนายกฯเร่งโปรเจ็กต์ขยายมอเตอร์เวย์ เชื่อมสนามบินอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.2464 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ด้วยการประชุมผ่านแอปพลิเคชันระบบ Zoom Cloud Meetings ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบสรุปผลรายงานการพัฒนาตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม ได้แก่ การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาทิ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน, การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังรวมถึงโครงการส่วนต่อขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพ&amp;ndash;ชลบุรี&amp;ndash;มาบตาพุด&amp;nbsp;เชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะใช้บริการได้เพิ่มเป็น&amp;nbsp;60 ล้านคนต่อปีในอนาคต&amp;nbsp;รวมทั้งเติมเต็มโครงการในพื้นที่ EEC และเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานไปจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) และเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า สำหรับโครงการส่วนต่อขยายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพ&amp;ndash;ชลบุรี&amp;ndash;มาบตาพุด&amp;nbsp;เชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร (กม.) นั้น โดย ทล. ได้มีการประชุมและลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เนื่องจากโครงการดังกล่าว อยู่ในพื้นที่ EEC จึงได้มีการบูรณาการร่วมกัน และร่วมผลักดันโครงการฯ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเส้นทางเชื่อมไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และจะเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าโครงการในขณะนี้นั้น ทล. อยู่ระหว่างการศึกษา ออกแบบรายละเอียด และพิจารณาความเหมาะสม รวมถึงการกำหนดแนวเส้นทาง คู่ขนานกับการจัดทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EIA) ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จภายในปี 2564 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ในเบื้องต้น ทล.จะเสนอขอกู้เงิน เพื่อนำมาลงทุนโครงการ วงเงิน&amp;nbsp;4,200 ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;ค่าก่อสร้าง&amp;nbsp;3,940 ล้านบาท และค่าเวนคืนที่ดิน&amp;nbsp;260 ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากโครงการฯ ได้ถูกตัดออกจากการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ซึ่งเมื่อ ทล. ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้จำนวนดังกล่าวแล้วนั้น จะเริ่มดำเนินการทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า คาดว่าจะเริ่มกระบวนการเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างภายในกลางปี 2565 ควบคู่กับการเวนคืนที่ดิน ซึ่งบางส่วนเป็นของทหาร&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องไปดำเนินการขอใช้พื้นที่&amp;nbsp;และอีกส่วนจะเป็นพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;ทำการเกษตร ซึ่งจะต้องมีการเวนคืนในเขตทางเพิ่ม&amp;nbsp;40 เมตร&amp;nbsp;จากนั้นจะเริ่มการก่อสร้าง ซี่งใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี แล้วเสร็จในปี 2567 และเปิดให้บริการในปี 2568 เพื่อให้เป็นไปตามแผนเปิดท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากโครงการดังกล่าว ไม่ผ่านการพิจารณาให้ใช้งบประมาณจากการกู้เงินนั้น ทล. จะนำโครงการฯ ไปจัดตั้งงบประมาณไว้ในแผนการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ซึ่งหากได้รับการจัดสรรแล้วนั้น จะเปิดประกาดราคาภายใน ต.ค. 2565 (เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566) และเริ่มก่อสร้างทันที อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การดำเนินการจะแล้วเสร็จ และทันตามแผนที่กำหนดไว้เช่นเดียวกับการกู้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวเส้นทางนั้น จะเริ่มจากมอเตอร์เวย์หมายเลข&amp;nbsp;7 บริเวณด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอู่ตะเภา&amp;nbsp;มุ่งหน้าทิศใต้ ข้ามทางรถไฟสายตะวันออก&amp;nbsp;ซึ่งขนานกับแนวรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;และตัดกับทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;3 (ถนนสุขุมวิท) เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อาคารผู้โดยสารใหม่ของท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&amp;nbsp;ในส่วนรูปแบบการก่อสร้าง&amp;nbsp;จะเป็นมอเตอร์เวย์ขนาด&amp;nbsp;4 ช่องจราจร&amp;nbsp;ขาไป&amp;nbsp;2 ช่อง และขากลับ&amp;nbsp;2 ช่อง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จะมีการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ&amp;nbsp;1 แห่ง&amp;nbsp;บริเวณจุดตัด&amp;nbsp;ทล.3 เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106020</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ–ชลบุรี–มาบตาพุด, การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC), ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c2f5514a7b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.จ่อเปิดประมูลมอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว พ.ค.นี้  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2564 แหล่งข่าวจากกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข&amp;nbsp;82&amp;nbsp;สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว วงเงิน&amp;nbsp;19,700&amp;nbsp;ล้านบาท ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันทล.อยู่ระหว่างจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกวดราคา ขณะเดียวกันทล.จะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทล.ขออนุญาตออกประกาศกฎกระทรวงเพื่อกำหนดการจัดเก็บค่าผ่านทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ทั้งนี้เพื่อขอใช้เงินทุนค่าผ่านทาง (กองทุนมอเตอร์เวย์)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังจากนั้นคาดว่าใกล้จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป หากครม.เห็นชอบพิจารณาแล้วคาดว่าจะใช้ระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนครึ่ง และเริ่มดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และดำเนินการลงนามสัญญา ภายในเดือนสิงหาคมกันยายน&amp;nbsp;2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราขอเงินทุนค่าผ่านทาง (กองทุนมอเตอร์เวย์) วงเงิน&amp;nbsp;19,700&amp;nbsp;ล้านบาท ทั้งนี้งบประมาณที่เราขอครม. อนุมัติในหลักการนั้น ขึ้นอยู่กับสำนักงานก่อสร้างสะพาน ของทล.เป็นผู้ทบทวนราคากลางในจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อดำเนินการก่อสร้าง หลังจากนั้นจะตั้งงบประมาณตามที่ขอไปในช่วงที่ผ่านมาเพื่อสรุปรายละเอียดอีกครั้ง&amp;quot;แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในเดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี และเปิดให้บริการต้นปี&amp;nbsp;2568&amp;nbsp;ส่วนการประเมินพื้นที่ที่จะเวนคืนที่ดินของโครงการฯนั้น ยืนยันว่าไม่มีพื้นที่ที่ต้องดำเนินการเวนคืนที่ดิน เนื่องจากการก่อสร้างทล.ใช้พื้นที่บริเวณเขตทางหลวงทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข&amp;nbsp;82&amp;nbsp;สายบางขุน เทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัยบ้านแพ้ว มีรูปแบบเป็นทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ช่องจราจรไป-กลับ โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับโครงการระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ช่วงบางขุนเทียนเอกชัย บริเวณ กม.&amp;nbsp;20+295&amp;nbsp;ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร และสิ้นสุดบริเวณ กม.36+645&amp;nbsp;ในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทางรวม16.4&amp;nbsp;กิโลเมตร สำหรับการก่อสร้างงานระบบ พร้อมการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M)&amp;nbsp;กรมทางหลวงจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ&amp;nbsp;PPP&amp;nbsp;โดยระบบเก็บค่าผ่านทางจะใช้เทคโนโลยีการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&amp;nbsp;M-Flow&amp;nbsp;เชื่อมต่อทุกโครงข่ายในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System)&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98347</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, บางขุนเทียน, บ้านแพ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059be6776f61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งทล.ตรวจเข้มส่งมอบพื้นที่-สัญญาก่อนลงนามO&amp;M มอเตอร์เวย์ 2 สายหวั่นเกิดค่าโง่ที่หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M)&amp;nbsp;โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา และหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 39,138 ล้านบาท ภายใน ก.ค. 2563 ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมาว่า ได้มอบนโยบายให้กรมทางหลวง (ทล.) ไปดูเรื่องการส่งมอบพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา หรือมีค่าโง่ในอนาคต ก่อนที่จะมีการลงนามสัญญากับกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนายสราวุธ​ ทรงศิวิไล​ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าว​ว่า หลังจาก ครม. มีมติอนุมัติโครงการ O&amp;amp;M เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ในขณะนี้ ทล. ได้ส่งเอกสารแนบท้ายสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจพิจารณา เพื่อให้เกิดความชัดเจน รอบคอบ และไม่มีค่าโง่ ก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;สำหรับกลุ่มกิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ นำโดยบริษัทบีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดี เวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บมจ. ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ชนะการประมูลครั้งนี้ จะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมทั้งนำเอกสารสัญญาเงินกู้กับธนาคาร มาแสดงให้กับ ทล. ก่อนที่ ทล.จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to process หรือ NTP และส่งมอบพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ ในส่วนของมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมานั้น ทล. มีความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ และได้มีการหารือกับเอกชนในเบื้องต้นว่า ในระยะแรกจะมีการส่งมอบพื้นที่ส่วนใด ขณะที่ มอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี จะล่าช้ากว่าประมาณ 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทล.มีความพร้อมในการดำเนินการ แต่จะต้องมีความรอบคอบและชัดเจน ซึ่งในขณะนี้ การเปิดให้บริการของมอเตอร์เวย์ทั้ง 2 สายนั้น ยังคงเป็นไปตามแผนที่กำหนด กล่าวคือ สายบางปะอิน-นครราชสีมา จะเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2565 และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ในช่วงกลางปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุว่า กิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ ได้ยื่นข้อเสนอขอรับค่าตอบแทนจากภาครัฐต่ำสุด ประกอบด้วย มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา เสนอราคาต่ำสุดวงเงิน 21,329 ล้านบาท จากราคากลาง 33,258 ล้านบาท ส่วนมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี เสนอต่ำสุด 17,809 ล้านบาท จากราคากลาง 27,828 ล้านบาท
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลัวเสียค่าโง่, ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, นายสราวุธ ทรงศิวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f448bd362cd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ทุ่มงบ 1.39 แสนล้านในปี 64 สร้างมอเตอร์เวย์3เส้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.2563 นายปิยะพงศ์ จิวัฒนกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์)ที่จะดำเนินการการก่อสร้าง ใช้งบประมาณปี 2564ว่า โครงการมอเตอร์เวย์ที่จะเร่งดำเนินการ มี 3 โครงการ ใน 6 โครงการ ประกอบด้วย 1.มอเตอร์เวย์ เส้นทางนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 119 กม. วงเงิน 79,006 ล้านบาท , 2.มอเตอร์เวย์เส้นทางบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 15 กม.วงเงิน 32,210 ล้านบาท,3.ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน (M5) ระยะทาง 18 กม.วงเงินลงทุน 28,360 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 โครงการ มีลค่ารวม 139,576 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการลงนามเซ็นสัญญาได้ในปี 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ มอเตอร์เวย์ เส้นทางนครปฐม-ชะอำ ได้ผ่านการพิจารณาขั้นตอนของกระทรวงคมนาคม และ คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ พีพีพี ตั้งแต่ปี 60โดยรูปแบบจะเป็นการให้สัมปทานเอกชนเข้ามาลงทุนติดตั้งระบบและเก็บค่าผ่านทาง และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนนรูปแบบการลงทุนอีรกครั้งก่อนที่จะเสนอขออนุมัติ ครม. ต่อไป ,ส่วนโครงการบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว นั้น เป็นโครงการที่จะเชื่อมต่อจากมอเตอร์เวย์ บางขุนเทียน-เอกชน ระยะทาง 10 กม.ซึ่งเป็นช่วงแรกที่กรมทางหลวงลงทุนก่อสร้างไปก่อนหน้านี้ ส่วนช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้วจะเปิดให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและเก็บค่าผ่านทาง โดยอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบลงทุน พีพีพี , ส่วนเส้นทางส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน อยู่ในขั้นตอนการศึกษาการลงทุนรูปแบบพีพีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตามแผนการดำเนินการใหม่จะมีแผนลงทุนอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย 4. มอเตอร์เวย์ หาดใหญ่-ชายแดนไทยมาเลย์ ระยะทาง 36.59 กม.โดยโครงการนี้อยู่ะหว่างการศึกษารูปแบบลงทุนแบบพีพีพี แต่โครงการนี้มีปัญหาในการเชื่อมต่อระหว่างชายแดนบริเวณด่านสะเดา2โดยทางฝั่งไทยได้มีการทำด่านเรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้รอความพร้อมทางมาเลเซียอยู่ , 5.มอเตอร์เวย์ สายวงแหวนรอบนอก กทม.ด้านตะวันตก(M9) ช่วงบางขุนเทียน-บางแค-บางบัวทอง ระยะทาง 37 กม.และ ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน ซึ่งช่วงนี้ทางกรมทางหลวงได้เตรียมการไว้แล้ว โดยการขยายถนนทางขนานฝั่งละ 3 ช่องจราจรไว้รองรับ รูปแบบจะเป็นมอเตอร์เวย์ระดับพื้นดินวิ่งเกาะกลางถนน และ 6. ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.5 กม. ซึ่งรูปแบบจะเป็นเส้นทางยกระดับ โดยเส้นทางนี้จะสามารถแยกกลุ่มใช้งานระหว่างคนใช้งานเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ กับ คนใช้ทางที่จะเดินทางไปยังชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยะพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของมอเตอร์เวย์โครงการ พัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กม. ความคืบหน้า 99% อยุ่ระหว่างการตรวจรับมอบโครงการ ซึ่งมีแผนที่จะเปิดให้ทดลองฟรีช่วงเดือน พ.ค.63นี้ เฉพาะรถ 4ล้อนั้นแม้เปิดให้ใช้ฟรีผู้ใช้ทางจะขึ้นตั้งแต่ต้นทางลงปลายทางเท่านั้น จะไม่สามารถเข้าและออกระหว่างทางได้ และในเดือน ส.ค.63 จะเปิดให้บริการอบ่างเป็นทางการพร้อมเก็บค่าผ่านทาง ส่วนมอเตอร์เวย์ ช่วง บางขุนเทียน-บ้านแพ้วระยะทาง 10 กม. อยู่ในขั้นตอนเร่งการก่อสร้างภายในปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, งบปี 2564, ปิยะพงศ์ จิวัฒนกุลไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bb25bacdcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม เคลียร์จบปิดจ๊อบจ่ายเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญฯ 1.2 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบเงินค่าเวนคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับประชาชน ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ระยะทาง 96.41 กิโลเมตร (กม.) ว่า ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินการทำพิธีมอบเงินค่าเวนคืนที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และจังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 18 ธ.ค. และล่าสุดวันที่20 ธ.ค.นี้ ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งครบตามจำนวน 4,571 ราย และได้เดินหน้าเครื่องจักร Restart ก่อสร้างโครงการฯ พร้อมทั้งเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2565 หรือช้าสุดช่วงต้นปี 66

สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งในด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจ ผลักดันจีดีพีของประเทศเติบโตโดยรวม 1% และการอำนวยความสะดวกประชาชน โดยการเชื่อมต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกทวาย ด่านพรมแดนเมียนมา รวมถึงเชื่อมโยงการขนส่งกับกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่ประกอบด้วย 4 ประเทศ คือ บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา และไทย นอกจากนี้ ยังเป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบัง ในพื้นที่การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับ สปป.ลาว และเวียดนามในอนาคตด้วย ทั้งนี้ จะทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านโลจิสติกส์ และติดอันดับ 1 ใน 5 ประเทศชั้นนำของภูมิภาคเอเชียด้วย

&amp;ldquo;โครงการนี้ ไม่ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของผม แต่ต้องถือเป็นงานของกระทรวงคมนาคม ทั้ง รมช. 2 ท่าน ปลัดกระทรวงฯ และผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ที่ช่วยกันทำงาน เพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งการเข้ามาทำงานตรงนี้ ทุกคนไม่มีใครร้องขอ แต่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนซึ่งทุกเรื่องของกระทรวงคมนาคมจะต้องดำเนินการไปครั้งหน้าและเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยไว&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า จากข้อสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มอบหมายให้ ทล.ไปหารือร่วมกับผู้รับเหมาโครงการมอเตอร์เวย์สายดังกล่าว พร้อมเร่งรัดแผนการดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ หรือภายใน ธ.ค. 2566 นั้น หลังจากเจรจากับผู้รับเหมาทั้ง 25 ตอนแล้ว ได้ทยอยเข้าพื่นที่ และเดินหน้างานทันที โดยการก่อสร้างงานโยธาคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 25.05% ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดประมาณ 56% ทั้งนี้ คาดว่างานโยธาจะแล้วเสร็จ 100% เร็วขึ้น 4 เดือน หรือแล้วเสร็จภายใน ธ.ค. 2565 จากเดิมภายใน เม.ย. 2566 จากนั้นจะทยอยเปิดทดลองให้ใช้บริการฟรี ซึ่งถือเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนในช่วงเวลานั้นด้วย อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนั้น จะดำเนินการคู่ขนานไปกับงานระบบ O&amp;amp;M (Operation &amp;amp; Maintenance) ที่จะแล้วเสร็จช่วง ก.พ. 2566 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายใน ก.ย. 2566

นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า จังหวัดนนทบุรี มีผู้ถูกเวนคืนที่ดินและทรัพย์สินทั้งสิ้น 818 ราย วงเงินที่อนุมัติจ่ายค่าเวนคืนประมาณ 3,142 ล้านบาท มีผู้มาทำสัญญาแล้ว 482 ราย และอยู่ระหว่างรอทำสัญญา 336 ราย ทั้งนี้ การจ่ายค่าเวนคืนต้องจ่ายทั้งหมด 4,571 แปลง/ราย รวมเป็นเงิน 11,917,387,737 บาท ล่าสุด ทำสัญญาจ่ายแล้ว 3,597 ราย เป็นเงิน 8,644,137,833 บาท คิดเป็น 78% โดยแบ่งเป็นพื้นที่ที่โดนการเวนคืน ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี 818 แปลง/ราย เป็นเงิน 3,142,318,162 บาท จ่ายแล้ว 491 ราย เป็นเงิน 2,103,173,662 บาท คิดเป็น 60% ในส่วนจังหวัดนครปฐม 2,941 แปลง/ราย เป็นเงิน 8,044,673,311 บาท จ่ายแล้ว 2,377 ราย เป็นเงิน 5,879,147,309 บาท คิดเป็น 80% ขณะที่ จังหวัดราชบุรี 123 แปลง/ราย เป็นเงิน 81,207,921 บาท จ่ายแล้ว 110 ราย เป็นเงิน 67,456,736 บาท คิดเป็น 89% และ จังหวัดกาญจนบุรี 689 แปลง/ราย เป็นเงิน 649,188,343 บาท จ่ายแล้ว 619 ราย เป็นเงิน 594,360,126 บาท คิดเป็น 89%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, บางใหญ่ – กาญจนบุรี, มอบค่าเวนคืนที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc6ee5c59ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ลุยจ่ายเวนคืนมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญฯรอบ2 เร่งงานก่อสร้างเร็วขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.62-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข จะเดินทางไปตรวจเยี่ยม และเป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน มอเตอร์เวย สายบางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณตอนที่ 20 ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยประชาชนที่จะได้รับค่าเวนคืนทั้งหมด ประกอบไปด้วยจังหวัดกาญจนบุรี มี 689 ราย และจังหวัดราชบุรี มี 123 ราย

ทั้งนี้ทางกรมทางหลวง จะรีบดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้เสร็จภายในเดือน ธันวาคม 2562 และเร่งเดินหน้าก่อสร้างโดยจะเร่งรัดแผนงานโครงการต่างๆ ให้เสร็จโดยเร็วต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการเมื่อคราวไปตรวจเยี่ยม และเป็นประธานมอบเงินค่าเวนคืนที่จังหวัดนครปฐม

&amp;ldquo;การเดินทางไปครั้งนี้ของนายอนุทิน นอกจากนี้จะได้ตรวจเยี่ยมและมอบค่าเวนคืนแล้ว ยังจะได้มีโอกาสพบผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทาง ที่จะหารือและนำประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ มาแนะนำแนวทางเพื่อเร่งรัดงานก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า นักพยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า ในอนาคตหากโครงการนี้เชื่อมต่อกับโครงการท่าเรือทวาย ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ไปที่ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบัง คาดว่า มูลค่าเศรษฐกิจภาพคร่าวๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ อุตสาหกรรมที่จะอยู่ในนิคมกาญจนบุรีหรือนิคมระยอง อาจจะมีคนมาสนใจมาลงทุนในนิคมเหมราช อมตะ และอื่นๆ

ทั้งนี้ เมื่ออุตสาหกรรมมาลงทุนมากขึ้น จะเกิดธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจการเงิน การปล่อยสินเชื่อธุรกิจทางด้านประกันภัย ประกันด้านการขนส่ง ธุรกิจการเงิน ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตามแนวทาง และธุรกิจต่างๆ มากมาย ซึ่งอาจจะทำให้มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ เชื่อว่าปีๆ หนึ่งไม่ต่ำกว่าแสนล้าน และทำให้จีดีพีโตได้ประมาณ 1% เป็นอย่างน้อย น่าจะเกิดขึ้นได้
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, ค่าเวนคืนที่ดิน, บางใหญ่ – กาญจนบุรี, ศักดิ์สยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df85a3db7433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศุกร์ 13 ธ.ค.นี้นายกฯลงพื้นที่จ่ายเวนคืนมอเตอร์เวย์ บางใหญ่ – กาญฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ธ.ค. 2562 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน และตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม ณ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี ตอนที่ 14 ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางไปครั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับประชาชน ในการร่วมกันพัฒนาประเทศไทยด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย โดยโครงการมีจุดเริ่มต้นต่อเนื่องจากทางหลวงหมายเลข 9 สายกาญจนาภิเษก ถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก ผ่านพื้นที่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี, อำเภอนครชัยศรี, อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม, อำเภอท่ามะกา และไปสิ้นสุดที่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางรวม 96.41 กิโลเมตร ลักษณะโครงการเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 4 ถึง 6 ช่องจราจร มูลค่าโครงการรวม 55,927 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โครงการนี้มีปัญหาจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือการเวนคืนพื้นที่เพื่อใช้ก่อสร้าง เนื่องจากราคาที่ดินได้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้งบประมาณบานปลาย บางช่วงจึงไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ โดยการก่อสร้างงานโยธาคืบหน้าอยู่ที่ประมาณ 25.08% เท่านั้น ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดประมาณ 56.00% เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะรัฐมนตรี จึงได้อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มเติมอีก 12,032 ล้านบาท จากที่เคยอนุมัติให้แล้ว 5,420 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ใช้เวนคืนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท&amp;quot; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมทางหลวงได้ดำเนินการแจ้งผู้ถูกเวนคืนให้มาทำสัญญารับเงิน และสามารถจ่ายเงินได้ จนครบทุกรายไม่เกินสิ้นปีนี้ ประกอบด้วยที่ดิน 2,563 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 1,118 ราย และต้นไม้ 890 ราย รวมทั้งสิ้น 4,571 ราย เป็นจำนวนเงิน 12,032 ล้านบาท หลังจากจ่ายค่าเวนคืนเสร็จเรียบร้อย ผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างงานโยธาทั้ง 25 ตอน จะระดมเครื่องจักรเข้าพื้นที่ทันที และ กรมทางหลวงได้ปรับแผนงานเร่งรัดก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2566 โดยจะทำคู่ขนานไปกับงานระบบ O&amp;amp;M (Operation &amp;amp; Maintenance) และจะสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปลายปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวว่ากรมทางหลวงได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะให้โครงการเสร็จเปิดให้บริการตลอดสายภายในปี 2566 ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลไปยังภาคตะวันตกของประเทศ เป็นไปโดยสะดวก และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการท่องเที่ยว อีกทั้งยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศให้มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และยั่งยืน สืบไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52317</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1b665a41be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
