<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.คลอดกฎเหล็กดูแลงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม-เหลือง-ชมพูคุมเข้มโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.2564-รายงานข่าวจากการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม) เปิดเผยถึงความคืบหน้างานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของ รฟม. ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2564 ดังนี้ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)ความก้าวหน้างานโยธา 82.56% 2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ความก้าวหน้างานโยธา 84.19% ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 73.62% ความก้าวหน้าโดยรวม 79.60% ละ3. โครงกาถรรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ความก้าวหน้างานโยธา 79.39% ความก้าวหน้างานระบบรถไฟฟ้า 72.81% ความก้าวหน้าโดยรวม 76.51%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเริ่มมีการทดสอบระบบเดินรถแล้วคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ ปลายปี 64 และสายสีชมพู คาดว่าระบบจะมีความพร้อมและทยอยเปิดให้บริการเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ต้นปี 65 อย่างไรก็ตามปัจจุบันทุกโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างยังเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งงานหลักๆ จะเป็นงานตกแต่งและติดตั้งงานระบบไฟฟ้าเครื่องกล อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้ให้ผู้รับสัมปทานและผู้รับจ้าง ประเมินผล กระทบที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมแนวทางในการแก้ไขเพื่อปรับแผนการดำเนินงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการเปิดเผยว่า รฟม. ได้กำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม -สายสีชมพู -สายสีเหลือง ได้ตระหนัก ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย รฟม. ได้เน้นย้ำให้ที่ปรึกษาโครงการฯ และผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการฯ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในที่พักแรงงานก่อสร้างและพื้นที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ดังนี้1. ตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานทุกครั้ง2. สวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาการปฏิบัติงาน3. จัดจุดให้บริการเจลแอลกอฮอล์ และอ่างล้างมือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4. ห้ามแรงงานก่อสร้างเดินทางออกนอกพื้นที่ปฏิบัติงานและที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ห้ามแรงงานก่อสร้างเดินทางออกนอกเส้นทาง ขณะโดยสารรถรับส่งระหว่างที่พักและพื้นที่ปฏิบัติงาน&amp;nbsp; และจัดเว้นระยะห่างของที่นั่งในรถไม่ให้แออัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ห้ามแรงงานก่อสร้าง พาบุคคลภายนอก เข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติงานและที่พักโดยเด็ดขาด7. ห้ามแรงงานก่อสร้างเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงตามที่ภาครัฐกำหนด8. จัดการเรื่องสุขอนามัยภายในที่พัก ให้สะอาด ปราศจากการแพร่เชื้ออยู่เสมอ เช่น ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณ&amp;nbsp; ที่พัก เปลี่ยนระบบอาบน้ำ จากเดิมที่ใช้อ่างอาบน้ำรวม เป็นระบบฝักบัว แยกเฉพาะคน และจัดให้มีการแยกภาชนะ ในการรับประทานอาหาร เช่น แก้วน้ำ ช้อนส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. กรณีที่พักแรงงานก่อสร้างอยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ปฏิบัติงาน หากพบผู้ติดเชื้อให้ดำเนินการควบคุมพื้นที่ไม่ให้มีการเข้า-ออก ก่อนทำการส่งตัวไปรักษา10. กรณีที่พักแรงงานก่อสร้างไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ปฏิบัติงาน หากพบผู้ติดเชื้อให้กักตัวผู้ที่ติดเชื้อในบริเวณที่พักแรงงาน ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตและสำนักอนามัย ก่อนทำการส่งตัวไปรักษา ทั้งนี้ผู้ที่ไม่ติดเชื้อ เมื่อเดินทางไปปฏิบัติงาน รถโดยสารรับส่ง จะไม่จอดหรือหยุดพักระหว่างทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ จะดำเนินการเฝ้าระวังและจัดที่พักแยกเป็นสัดส่วนเพื่อกักตัว 12. จัด Safety Talk พูดคุยก่อนการเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 13. ให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น โปสเตอร์ บอร์ดประชาสัมพันธ์ และเสียงตามสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในอาคารสำนักงานโครงการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยการตรวจคัดกรองอุณหภูมิ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่าง จัดประชุมด้วยระบบ Video Conference แทนการนั่งประชุมรวมกลุ่มในอาคารสำนักงานโครงการฯ และให้ผู้ปฏิบัติงาน ในอาคารสำนักงานโครงการฯ ปฏิบัติงานในที่พักอาศัย (Work From Home) ให้มากที่สุด โดยหมุนเวียนสลับกันเข้ามาปฏิบัติงาน รวมถึงเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดที่สัมผัสร่วมกันในอาคารสำนักงานโครงการฯ&amp;nbsp; เช่น บานจับประตู ปุ่มกดลิฟต์ ราวบันได เครื่องลงเวลาเข้าออกงาน และห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟม. และทุกโครงการฯ จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่อง COVID-19 อย่างเต็มที่&amp;nbsp;ในการตรวจหาเชื้อไวรัส COVID-19 เชิงรุกของกลุ่มแรงงานในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า และจะเดินหน้ากำชับมาตรการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นและรัดกุม เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และเป็นการแสดงความรับผิดชอบ ต่อสังคมส่วนรวม จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะกลับสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎเหล็ก, ก่อสร้างรถไฟฟ้า, คุมโควิด, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f3cb2eea26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.สั่งผู้รับเหมาคุมเข้มลดปล่อยฝุ่นระหว่างก่อสร้างรถไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 พ.ย.63-นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. ได้กำชับที่ปรึกษา และผู้รับจ้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรการลดฝุ่นขนาดใหญ่ (PM 10) อันเกิดจากงานก่อสร้างโครงการฯ ที่ รฟม. ได้เน้นย้ำให้ผู้รับจ้างฯ หมั่นฉีดล้างทำความสะอาดพื้นผิวถนนและแบริเออร์ตลอดแนวพื้นที่ก่อสร้าง ควบคู่กับการใช้ รถดูดฝุ่นเป็นประจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พร้อมทั้งดำเนินการป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองภายในเขตพื้นที่ก่อสร้างฟุ้งกระจายออกไปยังถนนสาธารณะ โดยติดตั้งแผงป้องกันเป็นรั้วทึบโดยรอบพื้นที่ ปิดคลุมกองวัสดุก่อสร้างอย่างมิดชิด ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ปิดคลุมกระบะรถบรรทุกและทำความสะอาดล้อรถก่อนออกจากพื้นที่ก่อสร้างทุกครั้ง &amp;ldquo;นายภคพงศ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศปิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ที่กระแสลมเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวก และส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์เกิดการสะสมจนเกินค่ามาตรฐาน รฟม. จึงได้สั่งการให้ที่ปรึกษา และผู้รับจ้างฯ พิจารณาเตรียมการติดตั้งเครื่องฉีดพ่นหมอกน้ำ/ละอองน้ำในอากาศบริเวณพื้นที่ที่มีความจำเป็น และประสานตำรวจจราจรอย่างใกล้ชิดในการจัดการจราจรบริเวณแนวสายทางที่มีการดำเนินงานก่อสร้าง เพื่อช่วยให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านคล่องตัวมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ายังสามารถดำเนินต่อไปได้ตามแผนงาน เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่แก่ประชาชนได้โดยเร็วที่สุด อันจะเป็นการบรรเทามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รฟม. ใคร่ขอเชิญชวนให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าแทนการใช้รถยนต์ โดย รฟม. มีบริการอาคารและลานจอดแล้วจรตลอดแนวสายทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) รองรับการเดินทางต่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า MRT ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 ออกสู่อากาศได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบัน รฟม. มีโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างงานโยธา จำนวน 3 สาย ซึ่งมีความก้าวหน้า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 ดังนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย &amp;ndash; มีนบุรี มีความก้าวหน้างานโยธา 64.85% และงานระบบรถไฟฟ้า 59.71% คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปี 2565 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว &amp;ndash; สำโรง มีความก้าวหน้างานโยธา 66.31% และงานระบบรถไฟฟ้า 61.63% คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปี 2565 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีความก้าวหน้างานโยธา 69.82% คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2567&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรถไฟฟ้า, ฝุ่น PM 2.5, ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1530898be97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2020 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งดูปมปรับเงื่อนไขประมูลสายสีส้มลั่นหากทำไม่ถูกต้องยกเลิกประมูลทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ได้มีมติปรับหลักเกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ให้พิจารณาข้อเสนอทางด้านเทคนิคควบคู่กับด้านราคาว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่ตามระเบียบกฎหมายต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องก็ยกเลิก เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่ได้เปิดประมูล อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดต้องดูว่า สิ่งที่ดำเนินการถูกกฎหมายถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารการคัดเลือกเอกชน (RFP) หรือไม่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น RFP ก่อนที่จะประกาศเชิญชวน ก่อนที่จะให้มาซื้อซองประกวดราคา มองว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิด วันนี้การทำงานของกระทรวงคมนาคมมีธรรมมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีส่วนร่วม โดยผมได้ให้นโยบายอย่างชัดเจนว่าต้องทำตามระเบียบกฏหมาย&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า หลังจากได้เห็นข่าวดังกล่าว ได้แจ้งไปยังนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม.ว่า ในส่วนของ รฟม.มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงเอกสารประกวดราคา (TOR) หรือไม่ โดยผู้ว่า รฟม.ได้ตอบกลับมาว่า สามารถดำเนินการได้ ไม่ผิด และอยู่ในขอบข่ายที่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;การดำเนินการดังกล่าว จะเป็นการยืดเวลาให้ผู้ที่ยืนข้อเสนอมากขึ้น ประมาณ 45 วัน วันนี้มองว่า รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ยังไม่ทำผิดอะไร คือ เขามีสิทธิทำได้ โดย รฟม.ชี้แจ้งว่า จะทำให้การดำเนินการดีขึ้น คืออาจจะเป็นธรรมมากขึ้น เมื่อถามว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมนั้น ในฐานะประธานบอร์ด รฟม. ยังตอบไม่ได้ เพราะเป็นการพิจารณาของ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36&amp;ldquo; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานบอร์ด รฟม. จึงได้เน้นย้ำกับ ผู้ว่า รฟม.ว่า ให้พิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบ และมีขอบข่ายที่ดำเนินการได้หรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อฟังเหตุผลจาก รฟม.ในการกำหนดเพิ่มเติม จะทำให้การแข่งขันดีขึ้น ซึ่งในขณะนี้ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดหรือไม่นั้น นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังมาไม่ถึงบอร์ด รฟม. ต้องสอบถามไปที่ ผู้ว่า รฟม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75467</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรถไฟฟ้า, รฟม., ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สายสีส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1530898be97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.เปิดแผนสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง พร้อมให้บริการปี 65 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค.63-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) แจ้งว่า ขณะนี้ รฟม. กำลังเดินหน้าขยายความสุขในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยได้เร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามแผนงาน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย &amp;ndash; มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว &amp;ndash; สำโรง โดยทั้ง 2 โครงการ มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2565

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ &amp;ndash; ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย มีกำหนดเปิดให้บริการปี 69 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีกำหนดเปิดให้บริการปี 67

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่ รฟม. เตรียมขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และรองรับการเดินทางของประชาชน ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน &amp;ndash; ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 70 และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย &amp;ndash; ลำสาลี (บึงกุ่ม) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 69 ส่วนการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนในเขตภูมิภาค ได้แก่ โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต &amp;ndash; ห้าแยกฉลอง คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 69, โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ (สายสีแดง) ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ &amp;ndash; แยกแม่เหียะสมานสามัคคี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 71

สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา (สายสีเขียว) ช่วงตลาดเซฟวัน &amp;ndash; สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 68 และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก (สายสีแดง) ช่วง ม.พิษณุโลก &amp;ndash; ห้างเซ็นทรัลฯ พิษณุโลก คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 71

อย่างไรก็ตาม รฟม. ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อขยายความสุขในการเดินทางของคนเมืองและภูมิภาค พร้อมทั้งเดินหน้าพัฒนาระบบเชื่อมต่อการเดินทาง ทั้ง ล้อ เรือ ราง เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของประชาชนให้สามารถเข้าถึงการใช้บริการขนส่งมวลชนได้อย่างสะดวกทุกรูปแบบตามนโยบายรัฐบาล อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้ยั่งยืนต่อไป.

รายงานข่าวแจ้งว่า รฟม.ได้จัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้ง รฟม. ครบรอบ 28 ปี โดยมีนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. คณะผู้บริหาร และพนักงาน เข้าร่วมพิธี ที่อาคารสำนักงาน รฟม. ถนนพระราม 9 ห้วยขวาง กรุงเทพฯ ทั้งนี้ รฟม. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค.35 มีภารกิจในการสร้างโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75219</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรถไฟฟ้า, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1530898be97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟม.แจ้งเบี่ยงจราจรก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งขาเข้าซอยรามคำแหง 162/1 – 164</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63-รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างงานออกแบบและงานก่อสร้างระบบราง สัญญาที่ 6 ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; สุวินทวงศ์ มีความจำเป็นต้องเบี่ยงจราจรบนถนนรามคำแหง ฝั่งขาเข้า บริเวณซอยรามคำแหง 162/1 &amp;ndash; 164

ทั้งนี้เพื่อยกวัสดุงานวาง ระบบราง และฝั่งขาออก บริเวณซอยรามคำแหง 181 &amp;ndash;187 เพื่อดำเนินการเทคอนกรีตพื้นรับรางรถไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม - วันที่ 30 สิงหาคม 2563 เวลา 22.00 &amp;ndash; 04.00 น. (เฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น) มีผลให้ช่องจราจรฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก เหลือฝั่งละ 1 ช่องทาง

ทั้งนี้ การเบี่ยงการจราจรในช่วงวันเวลาดังกล่าว อาจไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและอาจมีเสียงดังรบกวนในระหว่างดำเนินการ ดังนั้น หากไม่มีความจำเป็น โปรดหลีกเลี่ยงเส้นทาง และ รฟม. ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ โดยผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดการเบี่ยงจราจรได้ที่หมายเลข 0 2168 3490 และติดตามข้อมูลข่าวสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เว็บไซต์โครงการ www.mrta-orangelineeast.com และ Line Official : MRT-OrangeLine

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f1530898be97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;จี้เร่งรัดก่อสร้างงานรถไฟฟ้าช่วงกลางวันลดผลกระทบช่วงเคอร์ฟิว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงคมนาคมทั้งหมด ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 22.00น.-04.00 น. โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศฯ ทำให้ทำงานไม่ตรงตามเป้าหมาย ล่าช้ากว่าแผนนั้น

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าในส่วนนี้ให้ไปปรับแผนการก่อสร้างเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งให้แต่ละหน่วยงานไปรวบรวมปัญหา อุปสรรค ที่จะทำให้เกิดความล่าช้า และหากปัญหาที่จะเกิดขึ้นต้องมีการประสานระหว่างหน่วยงาน ระหว่างกระทรวง หน่วยงานนั้นๆจะต้องรีบแจ้งกระทรวงคมนาคม เพื่อให้ช่วยประสานงานไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

&amp;ldquo;ที่มีหลายฝ่ายกังวลว่า ระยะเวลาการทำงานเหลือน้อย จากเดิมสามารถเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน พอมีประกาศทำให้เข้าพื้นที่ ก่อสร้างได้น้อยลง และส่งผลกระทบทำให้งานล่าช้านั้น ในเรื่องนี้เอกชนไม่ต้องกังวลเพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรวบรวบปัญหาอุปสรรคมาที่กระทรวงคมนาคม ซึ่งตามระเบียบข้อกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีสาธารณภัย ระเบียบราชการมีเรื่องการขยายระยะเวลาอยู่แล้ว ซึ่งหน่วยงานจะต้องดูตามข้อเท็จจริงประกอบระเบียบข้อกฎหมายมาประกอบหากผู้รับจ้างได้รับผลกระทบที่เห็นชัดเจน&amp;rdquo;นายศักดิ์สยามกล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า ล่าสุดทาง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ได้รายงานมาว่า สำหรับโครงการการสร้างรถไฟฟ้า ของ รฟม. ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิว รฟม. ได้แก้ปัญหา โดยได้ให้คู่สัญญางานก่อสร้างจัดทำแผนเร่งรัดงานก่อสร้างในช่วงกลางวันให้มากขึ้น

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ การก่อสร้าง รถไฟฟ้าทุกเส้นทาง ต่างได้รับผลกระทบ จากการประกาศเคอร์ฟิว นื่องจาก เอกชนทุกรายพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการป้องกันการระบาดของไวรัส COVID -19 เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะเอกชน ที่รับงานก่อสร้างเท่านั้น แต่เอกชนทุกธุรกิจทุกกลุ่ม ต่างได้รับผลกระทบหมด ซึ่งประเด็นการก่อสร้างรถไฟฟ้า ก็เช่นเดียวกัน กรณีงานก่อสร้างล่าช้านั้น หากเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติ หรือ โรคระบาด ที่เป็นเหตุจำเป็น เชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ภาครัฐก็จะมีมาตรการเยียวยา เช่นเดียวกัผู้ประกอบการในธุรกิจอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้ารถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในปัจจุบัน ณ สิ้นเดือนกุมพาพันธ์ 2563 รถฟ้าสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) อยู่ที่ 51.68% ,รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) 56.96% สายสีเขียว (หมอชิต &amp;ndash;สะพานใหม่ คูคต) 100% (งานโยธาฯ) รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคลาย-มีนบรี 52 % ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เส้นทาง ท่าพระ-เตาปูน-หลักสอง และหลักสอง-หัวลำโพง-ท่าพระ ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ เดินรถครบลูป เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผานมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62278</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ก่อสร้างรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8be3c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะพ.ศ. 2548 กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่ากระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 มาตรา 20 (4) และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง - บางแค และช่วงบางซื่อ - ท่าพระ วงเงิน 833.00 ล้านบาท(แปดร้อยสามสิบสามล้านบาทถ้วน) โดยวิธีการท าสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กับธนาคารออมสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. อายุเงินกู้ 2 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งจำนวน ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. อัตราดอกเบี้ย เท่ากับ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ลบร้อยละ 0.0909 (ศูนย์จุดศูนย์เก้าศูนย์เก้า)ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ 6 (หก) เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเบิกเงินกู้ กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2562จนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2563 โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การชำระดอกเบี้ย กำหนดชำระดอกเบี้ยแบ่งเป็นปีละสองงวด คือวันที่ 29 พฤษภาคมและ 29 พฤศจิกายน ของทุกปี โดยจะชำระดอกเบี้ยงวดแรก ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 พร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป โดยไม่นับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวเข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ ยกเว้นการช าระหนี้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้ ทั้งนี้ ในการคำนวณดอกเบี้ย ให้ถือว่าหนึ่งปีมี 365 (สามร้อยหกสิบห้า) วันนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การชำระต้นเงินกู้ กระทรวงการคลังสามารถชำระหนี้คืนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนครบก าหนดระยะเวลาชำระหนี้ได้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงิน (ผู้ให้กู้)ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของต้นเงินกู้ที่ค้างชำระพร้อมกับการชำระต้นเงินกู้ก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้ ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนต้นเงินก่อนกำหนด โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนชำระคืนในวันทำการถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
นรินทร์ กัลยาณมิตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ครั้งที่ 7&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41775</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กู้เงิน, ก่อสร้างรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
