<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2018 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2018 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดจุดอ่อนร่างรายงานคุณภาพสิ่งแวดล้อมปี 61  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดทำร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศที่ต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพื่อนำเสนอภาพรวมและข้อมูลสิ่งแวดล้อมสาขาต่างๆ&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อให้ ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบายและการวางแผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความสมบูรณ์ในการจัดทำร่างฉบับนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;จัดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พ.ศ.2561&amp;nbsp;รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงร่างรายงานให้ถูกต้องก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและ ครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวธนิรัตน์&amp;nbsp;ธนวัฒน์&amp;nbsp;นักวิจัยสถาบันสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2561&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้รวบรวมข้อมูลในรายสาขา พบว่า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมมีทิศทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ประสิทธิภาพการใช้พลังงานดีขึ้น&amp;nbsp;อัตราการลดลงของพื้นที่ป่ามีแนวโน้มชะลอตัวลง&amp;nbsp;น้ำบาดาลที่ใช้มีเพียงพอกับความต้องการ&amp;nbsp;ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง&amp;nbsp;ปริมาณ NO2 SO2 CO&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;VOCs&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณสถานีตรวจวัดอัตโนมัติคุณภาพอากาศยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;สำหรับฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;พบว่าเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;ใน 14&amp;nbsp;จังหวัดที่มีจุดตรวจวัด&amp;nbsp;และการจัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกต้องเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่น่าเป็นห่วงในปีนี้&amp;nbsp;ธนิรัตน์กล่าวว่า เรื่องดินที่มีปัญหาการชะล้างพังทลาย ปัญหาสภาพดินไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนลดลง ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในเกณฑ์น้อยและลดลง&amp;nbsp;การกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้นและปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5, PM10, O3&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดตรวจวัดส่วนใหญ่เกินมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่สำคัญ อย่างการทำป่าในเมืองเป็นโครงการส่งเสริมและการพัฒนาพื้นที่ป่า&amp;nbsp;โดยมีการจัดทำข้อเสนอแนะในการทำแผนแนวทางและคู่มือการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;การเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ส่วนเหมืองแร่ที่มีการบริหารจัดการ แผนแม่บทและกลไกในระดับต่างๆ&amp;nbsp;มีข้อเสนอแนะในการควบคุมกิจการเมืองแร่และการขนส่งเพิ่มระดับมาตรฐานมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ในพื้นที่เสี่ยงมีการทบทวนการจัดสรรค่าภาคหลวงแร่แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นต้น&amp;nbsp;ที่วิกฤติยังมีขยะในทะเล&amp;nbsp;ไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีขยะพลาสติกมากที่สุดอันดับที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะในร่างนี้คือ ออกมาตรการห้ามและควบคุมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายยาก&amp;nbsp;รณรงค์และคัดแยกขยะต้นทาง&amp;rdquo;&amp;nbsp;นักวิจัยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอแนะในเชิงนโยบาย&amp;nbsp;ธนิรัตน์กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วน&amp;nbsp;เป็นการพัฒนาระบบข่าวสารสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การรายงานคุณภาพอากาศหรือการปรับใช้เครื่องมือหลักในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อย่างการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ศาสนสถาน&amp;nbsp;แหล่งประวัติศาสตร์&amp;nbsp;โบราณสถาน&amp;nbsp;และพื้นที่ต้นน้ำ&amp;nbsp;พื้นที่ชายฝั่งหรือแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากหรือใกล้สูญพันธุ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการระยะยาว มีทั้งการส่งเสริมบริบทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การป้องกันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินศักยภาพ&amp;nbsp;การรองรับของพื้นที่การศึกษาวิจัยพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;การส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวทีแสดงความคิดเห็นครั้งนี้&amp;nbsp;นายสุรจิต&amp;nbsp;ชิรเวทย์&amp;nbsp;นักวิชาการอิสระ ประชาคมคนรักแม่กลอง&amp;nbsp;อดีตวุฒิสมาชิกจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ให้ความเห็นว่า&amp;nbsp;การกำหนดร่างรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมคือข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย&amp;nbsp;แต่ในรายงานฉบับนี้เหมือนรายงานของหน่วยงานผู้ปฏิบัติ&amp;nbsp;ที่กล่าวถึงภารกิจ&amp;nbsp;พันธกิจและวิสัยทัศน์ของตนเอง&amp;nbsp;จริงๆ แล้วหากมีข้อมูลข้อเท็จจริงหรือตัวอย่างสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่ดีนำเสนอ มีการวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การผลักดัน&amp;nbsp;จะเพิ่มน้ำหนักให้ร่างรายงานมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ละรายสาขาสิ่งแวดล้อมมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่ดีและไม่ดี&amp;nbsp;มีการแก้ไขปัญหาที่ได้ผลหรือยังไม่ได้ผล&amp;nbsp;จำนวนคดีเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมีถึง&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;กว่าคดี&amp;nbsp;ทุกเหตุการณ์สามารถนำมาใช้วางกรอบการบริหารว่าควรไปทิศทางใด&amp;nbsp;หรือข้อบังคับกฎหมายใดควรแก้ไขให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;อย่างวิกฤติน้ำเสียไม่ได้กล่าวถึงเลย ซึ่งมีความสำคัญ&amp;nbsp;ต้องรวบรวมความเสียหาย ร่างฉบับนี้ไม่เหมือนกับยุทธศาสตร์ เป็นเพียงยุทธวิธี&amp;quot; นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวลดาวัลย์&amp;nbsp;คำภา&amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า ข้อมูลที่ถูกนำเสนอบ่งบอกว่าเป็นรายงานสถานการสิ่งแวดล้อม ปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;แต่เมื่ออ่านจริงๆ แล้ว เป็นภาพรวมในปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;และยังขาดการวิเคราะห์ข้อมูลในรายสาขาต่างๆ&amp;nbsp;สิ่งที่ควรจะเพิ่ม เช่น ขยะ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;ควรระบุรายระเอียดมีความก้าวหน้าหรือมีการแก้ไขปัญหาอย่างไรบ้างแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สหประชาชาติวางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 7&amp;nbsp;ด้านพลังงานสะอาด ทุกคนเข้าถึงได้&amp;nbsp;และเป้าหมายที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เมืองและถิ่นฐานมนุษย์ที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ถูกนำมาลงรายละเอียดในการทำร่างฉบับนี้&amp;nbsp;รวมถึงต้องหยิบยกกรณีศึกษาประเด็นสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจในแต่ละปีนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ร่างนี้มากขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;ลดาวัลย์กล่าวทิ้งท้าย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัดเซาะชายฝั่ง, ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, ขยะ, คุณภาพน้ำ, ฝุ่นพิษ, มลพิษ, ร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2561, สุรจิต ชิรเวทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180804/image_big_5b6592fcad518.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาสั่งคุกอ่วม &#039;วัฒนา-พวก&#039; ทุจริตก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.61 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี&amp;nbsp;ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;254/2547&amp;nbsp;ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง&amp;nbsp;1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี หรือ&amp;nbsp;NVPSKG (ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์)&amp;nbsp;2.บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.บริษัทประยูรวิศว์การช่าง&amp;nbsp;5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง&amp;nbsp;6.บริษัทสี่แสงการโยธา (1979)&amp;nbsp;7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา&amp;nbsp;8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;10.บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่&amp;nbsp;13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp;14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp;15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp;16.บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ&amp;nbsp;18.นายกว๊อกวา โอเยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ&amp;nbsp;19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (หนีคดีตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;ซึ่งศาลออกหมายจับไว้อยู่แล้ว) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1 - 19&amp;nbsp;ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม&amp;nbsp;1,900&amp;nbsp;ไร่ มูลค่า&amp;nbsp;1.9&amp;nbsp;พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินนั้นกลับเป็นกลุ่มบริษัทจัดหามาแล้ว ที่ดินนั้นเป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ&amp;nbsp;2.3&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ซึ่งคดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในส่วนของกิจการร่วมค้า&amp;nbsp;NVPSKG&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;1นั้น ศาลได้พิพากษายกฟ้องไปแล้วตั้งแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ โดยคดีศาลสั่งประทับรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่&amp;nbsp;2-19&amp;nbsp;เท่านั้น ปัจจุบันจึงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษารวม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลแขวงดุสิต ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;เห็นว่าจำเลยทั้ง&amp;nbsp;18รายกระทำผิดจริง จึงพิพากษาให้ จำคุกจำเลยที่&amp;nbsp;3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18&amp;nbsp;และนายวัฒนา จำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คนๆ ละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;2, 4, 6, 8, 10, 12 ,16ซึ่งเป็นบริษัทนิติบุคคล รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย ให้ปรับรายละ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;บาท โดยจำเลยทั้งหมดยื่นอุทธรณ์สู้คดีเพื่อให้พิพากษายกฟ้อง ซึ่งระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยที่&amp;nbsp;3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18&amp;nbsp;ได้ประกันตัวคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านบาท ส่วน นายวัฒนา จำเลยที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;หลบหนีคดี ศาลจึงสั่งให้ออกหมายจับและปรับนายประกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ราย เนื่องจากเห็นว่าช่วงเวลาที่บริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่&amp;nbsp;16ซื้อที่ดินเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฯ ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการฯจะใช้ที่ดินบริเวณใดบ้าง โดย คพ. โจทก์ เพิ่งมีโครงการชัดเจนว่า จะใช้ที่ดิน ต.คลองด่าน ในเดือน ก.พ.2539&amp;nbsp;พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าพวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของ คพ. เลือกที่ดินของ บริษัท คลองด่านมารีนฯ จำเลยที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคพ. โจทก์ ได้ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกา กลับพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันนี้ นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่&amp;nbsp;11 ,&amp;nbsp;นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่&amp;nbsp;15 ,&amp;nbsp;นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่&amp;nbsp;19ที่ศาลเคยออกหมายจับไว้แล้วเพราะไม่ศาลเมื่อนัดอ่านคำพิพากษาครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าออกหมายจับครบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนแล้ว ยังไม่ได้ตัวมา ศาลจึงให้อ่านคำพิพากษาลับหลังทันทีในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา จำเลยที่&amp;nbsp;7ที่วันนี้ไม่มาศาลระบุยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยขอให้ศาลเลื่อนการอ่านคำพิพากษาอีกครั้งนั้น ศาลเห็นว่าจำเลยน่าจะมาศาลได้ พฤจิการณ์เป็นลักษณะการประวิงคดี กรณีไม่มีเหตุให้เลื่อนและส่วนของ นายกว๊อกวา โอเยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่&amp;nbsp;18ได้รับหมายศาลโดยชอบแล้วไม่มา พฤติการณ์ทั้งสองเชื่อว่าจะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับทั้งสองภายในเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนเพื่อฟังคำพิพากษาต่อไปในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ส.ค.นี้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์คณะศาลแขวงดุสิต ได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ตามทางนำสืบของ คพ. โจทก์ รับฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12,13,14,15,16,17,18,19 รวม 18 รายกระทำผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงพิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้ง 18 ราย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 83 ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการซื้อที่ดิน 1.9 พันล้านบาท และฉ้อโกงกรณีสัญญาจ้างก่อสร้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ที่ศาลล่างพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ จึงให้จำคุก นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง&amp;nbsp;จำเลยที่ 3 และนายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำเลยที่ 11 คนละ 6 ปี ใน 2 กระทง ฐานร่วมกันฉ้อโกงการซื้อที่ดิน 1.9 พันล้านบาท และฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 13 , นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ&amp;nbsp; จำเลยที่ 14 , นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่ 15 , นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ&amp;nbsp; ที่ 17 , นายกว๊อกวา โอเยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ ที่ 18 และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (หนีคดีตั้งแต่ปี 2552) ที่ 19 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่าง จำเลยที่ 5 , นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา จำเลยที่ 7 , นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์&amp;nbsp;จำเลยที่ 9 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีสัญญาการก่อสร้าง (รวมจำคุกผู้บริหารบริษัทก่อสร้างทั้งหมดรวม 11 คน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำเลยที่ 2 กับ บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์&amp;nbsp;ที่ 10 นั้นให้ปรับรายละ 2 กระทง รวมเป็นเงิน 12,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการซื้อที่ดินและฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างงานและปรับ บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ ที่ 12 กับบริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ ที่ 16 รายละ 6,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงกรณีการซื้อที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ บริษัทประยูรวิศว์การช่าง&amp;nbsp;จำเลยที่ , บริษัทสี่แสงการโยธา (1979) ที่ 6 , บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ จำเลยที่ 8&amp;nbsp;ให้ปรับรายละ 6,000 บาท ฐานร่วมกันฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างงาน(รวมปรับบริษัทจำเลยทั้งหมด 7 แห่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ในเวลา&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บรรดาญาติจำเลยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน ได้เตรียมอาหารกล่องสำหรับอาหารมื้อเย็น และยารักษาโรคประจำตัวของจำเลยเตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อนำไปให้เมื่อจำเลยต้องเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13339</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, คดีคลองด่าน, ทุจริต, วัฒนา อัศวเหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b4879995514a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลื่อนอ่านฎีกาคดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน-ออกหมายจับ&#039;วัฒนา&#039;พวกอีก 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 61 -&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณา 407 ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.254/2547 เป็นครั้งที่ 2 คดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) 2.บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างฯ&amp;nbsp; 4.บริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ 5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ 6.บริษัท สี่แสงการโยธา (1979)ฯ 7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการ บริษัท สี่แสงการโยธาฯ&amp;nbsp; 8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ 9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ 10.บริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ 11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ&amp;nbsp; 12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ฯ

13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 16.บริษัท ปาล์ม บีช ดีเวลลอปเมนท์ฯ&amp;nbsp; 17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ 18.นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ 19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1-19 ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินที่จัดซื้อมานั้นเป็นของกลุ่มบริษัทพวกจำเลยที่จัดหามา ซึ่งเป็นลำคลอง ถนนสาธารณะและป่าชายเลน พร้อมฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่ากว่า&amp;nbsp; 2.3 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;

คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ศาลแขวงดุสิต ให้ยกฟ้องในส่วนของกิจการร่วมค้า NVPSKG จำเลยที่ 1 และสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 2 -19 คงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาของศาลรวม 18 รายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ตรวจสอบรายชื่อจำเลยที่มาศาลแล้ว ปรากฏว่าขาดจำเลยที่ 7, 11, 13, 15, 19 โดยจำเลยที่ 7 มีอาการป่วยหนัก โดยมีบุตรสาวของจำเลยมาแถลงยืนยันแสดงใบรับรองแพทย์ต่อศาลว่า บิดาต้องเข้ารับการผ่าตัดขยายหลอดเลือดหัวใจขาดกระทันหัน ต้องตรวจดูความพร้อมของร่างกายระยะหนึ่ง กรณีมีเหตุจำเป็น&amp;nbsp;

ขณะที่จำเลยที่ 11, 13, 15, 19 ไม่มาศาลโดยที่ศาลได้แจ้งหมายเรียกให้ทราบโดยชอบแล้ว โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง เชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสี่ และนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เวลา 9.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นัดอ่านฎีกาครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2561 ซึ่งศาลแขวงดุสิต ได้มีคำสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ เนื่องจากจำเลยที่ 11 - 13, 15 และ 19 ไม่มาศาล โดยจำเลยบางคนยังไม่ได้รับหมายนัด เพราะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และจำเลยบางส่วนไม่มีเลขที่พักแน่ชัด เพราะถูกไฟไหม้&amp;nbsp; รวมทั้งจำเลยบางราย มีอาการป่วยเข้ารับการผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกาย ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาไปก่อน ศาลพิจารณาแล้วจึงให้ส่งหมายนัดใหม่ หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมายแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับนายวัฒนา จำเลยที่ 19 นั้น หลบหนีคดีตั้งแต่ปี 2552 โดยศาลแขวงดุสิตสั่งออกหมายจับไว้แล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2551 นายวัฒนา ยังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ. สมุทรปราการ ออกโฉนดที่ดินใน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ ให้กับ บริษัท ปาล์ม บีช ดีเวลลอปเมนท์ฯ แต่นายวัฒนา หลบหนีคดีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาฯ จึงสั่งออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวนายวัฒนามารับโทษตามคำพิพากษา 10 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, คดีบ่อบำบัดน้ำเสีย, ทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, วัฒนา อัศวเหม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e3466a3b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก!ลุ้นศาลฎีกาพิพากษาคดีทุจริตบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน 30 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.61- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านว่า ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 2 คดีฉ้อโกงซื้อที่ดินและสัญญาโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี (NVPSKG) 2.บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างฯ &amp;nbsp;4.บริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ 5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัท ประยูรวิศว์การช่างฯ 6.บริษัท สี่แสงการโยธา (1979)ฯ 7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการ บริษัท สี่แสงการโยธาฯ &amp;nbsp;8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ 9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ฯ 10.บริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ 11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ฯ &amp;nbsp;12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัท คลองด่านมารีนฯ 16.บริษัท ปาล์ม บีช ดีเวลลอปเมนท์ฯ &amp;nbsp;17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ 18.นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ 19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1-19 ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินที่จัดซื้อมานั้นเป็นของกลุ่มบริษัทพวกจำเลยที่จัดหามา ซึ่งเป็นลำคลอง ถนนสาธารณะและป่าชายเลน พร้อมฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่ากว่า &amp;nbsp;2.3 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ ศาลแขวงดุสิต ให้ยกฟ้องในส่วนของกิจการร่วมค้า NVPSKG จำเลยที่ 1 และสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ 2 -19 คงเหลือจำเลยที่เข้าสู่กระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาของศาลรวม 18 รายเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2552 &amp;nbsp;ศาลแขวงดุสิตได้อ่านคำพิพากษา โดยพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า พวกจำเลยกระทำผิดจริง จึงพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18, และนายวัฒนา จำเลยที่ 19 คนละ 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2, 4, 6, 8, 10, 12 และ 16 &amp;nbsp; ปรับรายละ 6,000 บาท ทั้งนี้ระหว่างอุทธรณ์คดี จำเลยที่ 3, 5, 7, 9, 11 13-15, 17, 18 ได้ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท ส่วนนายวัฒนา จำเลยที่ 19 หลบหนีคดี ศาลจึงสั่งให้ออกหมายจับ ปรับนายประกัน พวกจำเลยยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 19 พ.ย.2556 ศาลแขวงดุสิต ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ &amp;nbsp;โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ช่วงเวลาที่บริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 16 ซื้อที่ดินเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียฯ &amp;nbsp;ยังไม่แน่ชัดว่าโครงการฯจะใช้ที่ดินบริเวณใดบ้าง โดย คพ.เพิ่งมีโครงการชัดเจนว่า &amp;nbsp;จะใช้ที่ดิน ต.คลองด่าน ในเดือน ก.พ.2539 &amp;nbsp;พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า &amp;nbsp;พวกจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใดๆ ให้คณะกรรมการคัดเลือกของ คพ. เลือกที่ดินของ บริษัท คลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 12 &amp;nbsp;อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 -19 ฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ต่อมากรมควบคุมมลพิษ (คม.) ได้ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกา พิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วย กระทั่งวันที่ 7 มี.ค. 2561 ศาลแขวงดุสิต ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันนัด ศาลแขวงดุสิต ได้มีคำสั่งเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนี้ เนื่องจากจำเลยที่ 11 - 13, 15 และ 19 ไม่มาศาล โดยจำเลยบางคนยังไม่ได้รับหมายนัด เพราะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และจำเลยบางส่วนไม่มีเลขที่พักแน่ชัด เพราะถูกไฟไหม้ &amp;nbsp;รวมทั้งจำเลยบางราย มีอาการป่วยเข้ารับการผ่าตัด ต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกาย ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วจึงให้ส่งหมายนัดใหม่ หากไม่มีผู้รับให้ปิดหมายแทน และนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาคดีนี้อีกครั้งวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับนายวัฒนา จำเลยที่ 19 นั้น หลบหนีคดีตั้งแต่ปี 2552 โดยศาลแขวงดุสิตสั่งออกหมายจับไว้แล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2551 นายวัฒนา ยังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 10 ปี ฐานใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จ. สมุทรปราการ ออกโฉนดที่ดินใน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่ 1,900 ไร่ ให้กับ บริษัท ปาล์ม บีช ดีเวลลอปเมนท์ฯ แต่นายวัฒนา หลบหนีคดีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลฎีกาฯ จึงสั่งออกหมายจับ เพื่อติดตามนำตัวนายวัฒนามารับโทษตามคำพิพากษา 10 ปี ซึ่งคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10247</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, คดีบ่อบำบัดน้ำเสีย, นัดอ่านคำพิพากษา30พ.ค., ศาลแขวงดุสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0cf7d123988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำชี้ขาดคณะอนุญาโตตุลาการกรณีก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.61 เวลา 10.00 &amp;nbsp;น. ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษา ในคดีที่บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด กับพวกรวม 6 คน ร้องขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 50/2546&amp;nbsp;หมายเลขแดงที่ 2/2554&amp;nbsp;ลงวันที่ 12&amp;nbsp;มกราคม 2554&amp;nbsp;ที่ให้กรมควบคุมมลพิษชำระเงินจำนวน 4,983,342,383&amp;nbsp;บาท กับอีก 31,035,780&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5&amp;nbsp;ต่อปี ของเงินจำนวน 4,424,099,982&amp;nbsp;บาท และจำนวน 26,434,636&amp;nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ ตามสัญญาโครงการออกแบบรวมก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมควบคุมมลพิษซึ่งเป็นผู้คัดค้านและกระทรวงการคลัง ได้ร้องขอให้พิจารณาพิพากษาคดีใหม่ โดยอ้างว่ามีคำพิพากษาในคดีอาญาซึ่งเป็นคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คำพิพากษาของศาลแขวงดุสิต และคำพิพากษาของศาลอาญา อันแสดงให้เห็นว่าการดำเนินโครงการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการร่วมกันวางแผนและมีการเอื้อประโยชน์ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะผู้แทนฝ่ายผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า กระทรวงการคลังไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ได้รับผลกระทบจากผลแห่งคำพิพากษาโดยตรง จึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ แต่กรมควบคุมมลพิษเป็นผู้คัดค้านมีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ และศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยสรุปได้ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. บริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้นำโครงการของกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ได้กล่าวอ้างคุณสมบัติด้านการเงินของ บริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ กรุ๊ป จำกัด โดยไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าบริษัทดังกล่าวจะเข้ามาร่วมรับผิดชอบในโครงการ และบริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีส่วนรับผิดชอบการลงทุนเฉพาะงานเดินระบบและซ่อมบำรุง ซึ่งมีมูลค่าของงานประมาณร้อยละ 10&amp;nbsp;ของราคาโครงการ การกระทำของเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษที่ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ผู้รับจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ ผู้คัดค้าน ได้มีประกาศท้องที่ที่จะขายที่ดินสำหรับใช้ในโครงการ ซึ่งห่างไปจากที่บริษัทที่ปรึกษาได้ทำการศึกษาไว้กว่า 20&amp;nbsp;กิโลเมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้น โดยบริษัทคลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ จำกัด เป็นผู้เสนอขายที่ดินในบริเวณดังกล่าว อันเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทดังกล่าว ซึ่งมีความสัมพันธ์ในเชิงบริหารและเชิงทุนกับบริษัทหนึ่งในกิจการร่วมค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษ ผู้คัดค้าน ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดการประกวดราคา (TOR) ทำให้ที่ดินของกลุ่มบริษัทมารูเบนี่ คอเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาอีกรายหนึ่งขาดคุณสมบัติ จึงเหลือที่ดินของบริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นที่ดินซึ่งอยู่ในความควบคุมของกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี เพียงรายเดียว ทำให้กลุ่มบริษัทอีกรายหนึ่งไม่มีที่ดินที่จะใช้ดำเนินโครงการและขอถอนตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจร่างสัญญาและกำหนดให้กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี และบริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับผิดร่วมกันและแทนกันตามสัญญา แต่เจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความเป็นให้กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี รับผิดร่วมกัน โดยตัดข้อความที่ให้บริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต้องรับผิดร่วมกันออก และในการลงนามในสัญญาได้ให้บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ผู้ร้องที่ 1&amp;nbsp;เป็นผู้ลงนามแทนกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี และบริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจที่ยื่นครั้งการประกวดราคา ซึ่งต่อมาบริษัทแม่ของบริษัทนอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้แจ้งขอถอนหนังสือมอบอำนาจเดิมต่อเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษแล้ว แต่ไม่มีการตรวจสอบโดยอ้างว่าเป็นปัญหาภายในที่ไม่เกี่ยวกับกรมควบคุมมลพิษ อันเป็นการช่วยเหลือกิจการร่วมค้า หลังจากนั้นได้มีการยินยอมให้บริษัท สมุทรปราการ ออพเปอร์เรทติ่ง จำกัด ผู้ร้องที่ 6&amp;nbsp;ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์เข้ามาเป็นคู่สัญญาแทนบริษัท นอร์ทเวสต์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมมลพิษได้ดำเนินการขัดต่อระเบียบของทางราชการ &amp;nbsp;มติคณะรัฐมนตรีและกฎหมาย ทั้งในขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม การจัดหาที่ดิน การประกวดราคา และมีการแก้ไขข้อความในร่างสัญญาที่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย โดยผู้ที่จะรับประโยชน์คือบริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ จำกัด และกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี สัญญาโครงการออกแบบรวมก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเกิดจากการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีผลผูกพันกรมควบคุมมลพิษผู้คัดค้าน คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินจึงมีเหตุให้เพิกถอนได้ เนื่องจากการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองกลางจึงมีคำพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 50/2546&amp;nbsp;หมายเลขแดงที่ 2/2554&amp;nbsp;ลงวันที่ 12&amp;nbsp;มกราคม 2554.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4384</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมมลพิษ, ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน, คณะอนุญาโตตุลาการ, ค่าโง่คลองด่าน, บริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง, ศาลปกครอง, เพิกถอนคำชี้ขาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9e1c513b8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
