<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039;ร้องปปช.สอบ&#039;สรศักดิ์&#039;ขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่เอื้อประโยชน์เอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ย.63 - เมื่อเวลา 10.40 น.นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผอ.กลุ่มวิเคราะห์และพิสูจน์หลักฐานเบื้องต้น สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษถึงนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการปปช.เรื่องการทุจริตการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ กรณีการขยายเวลาเอื้อประโยชน์ให้เอกชน เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของนายสรศักดิ์ เพียรเวช ขณะเป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับพวก โดยสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ทำขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2556 ครบ 900 วัน ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ตามสัญญาข้อ 20 ระบุว่าหากก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญาต้องเสียค่าปรับวันละประมาณ 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 นายสรศักดิ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานตรวจการจ้างจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีกรรมการเพียง 10 คน ต่อมาแต่งตั้งเพิ่มอีก 2 คน มีมติให้ขยายเวลาให้ผู้รับเหมาครั้งแรกทันทีถึง 387 วัน ทั้งที่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าคณะกรรมการตรวจการจ้างชุดเก่ามีนายวีระพันธ์ มุขสมบัติ เป็นประธาน มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกวิชาชีพกว่า 26 คน มีมติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2558 ให้ขยายเวลาเพียง 287 วัน และกลุ่มบริษัท ATTA ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ก็ได้เห็นชอบการขยายเวลาดังกล่าว ดังนั้น คณะกรรมการชุดที่นายสรศักดิ์เป็นประธานยอมขยายเวลาให้ผู้รับเหมาเพิ่มอีก 100 วัน เป็น 387 วัน จึงทำให้ราชการเสียประโยชน์และเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือร้องเรียนของนายวัชระ ยังระบุอีกว่านายสรศักดิ์ ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจให้เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 นายสรศักดิ์ได้อนุมัติให้ขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภา ครั้งที่ 2 จำนวน 421 วัน จากวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 โดยอ้างเหตุปัญหาเรื่องดินขุดจากบริเวณก่อสร้าง ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2561 นายสรศักดิ์ ยังอนุมัติให้ขยายเวลาครั้งที่ 3 จำนวน 674 วัน (จากวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562) โดยอ้างเหตุส่งมอบพื้นที่โรงเรียนโยธินบูรณะ ศูนย์สาธารณสุข38 และอื่นๆ ทั้งๆที่สภาฯได้ส่งมอบพื้นที่ครบ 100% ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 รวมนายสรศักดิ์ เป็นผู้อนุมัติให้ขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เกินกว่าสัญญาหลัก 900 วันโดยให้ขยายเวลาครั้งที่ 1-3 รวมทั้งสิ้นถึง 1,482 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น นายสรศักดิ์ ยังอนุมัติให้ขยายเวลาครั้งที่ 4 อีก 382 วันจากวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยไม่สนใจคำทักท้วงของกลุ่มงานพัสดุสำนักการคลังและงบประมาณ และสำนักกฎหมาย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ให้ความเห็นชอบการขยายเวลา และรวมถึงกลุ่มบริษัท ATTA เห็นว่าไม่ควรอนุมัติขยายเวลาการก่อสร้างแต่ประการใด รวมระยะเวลาที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อนุมัติให้ขยายครั้งที่ 1-4 รวมทั้งสิ้น 1,864 วันเกินกว่าสัญญาหลักถึง 2 เท่าทำให้ทางราชการเสียประโยชน์และเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชนอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อปปช.ให้ดำเนินการกับนายสรศักดิ์ ขณะเป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกับพวกว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มาตรา 157 และกฎหมายปปช. โดยนายวัชระยินดีจะไปให้ปากคำด้วยตนเองต่อปปช.โดยด่วนที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบริษัท ATTA, ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, นายวัชระ เพชรทอง, นายสรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc085a987c2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039;ไม่ตอบเรื่องยืดเวลาก่อสร้างรัฐสภา โยนถามเจ้าหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีที่บริษัท ซิโน-ไทย&amp;nbsp; เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขอขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเป็นครั้งที่ 4 อีก 382 วัน หลังจะครบการขอขยายเวลาครั้งที่ 3 ในวันที่ 15 ธ.ค.2562&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp; ต้องไปดูรายละเอียด และต้องไปสอบถามฝ่ายประจำ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้านั้น ได้แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบแล้ว หลังจากที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องร้องเรียนเข้ามา โดยมีการร้องหลายประเด็น ซึ่งการตรวจสอบก็ไม่ได้มีความล่าช้า เนื่องจากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ถูกสอบคดีเดียว แต่มีหลายเรื่อง ขณะเดียวกันมีการยื่นคัดค้านตัวกรรมการสอบสวนด้วย ยิ่งทำให้เรื่องยืดเยื้อ


เมื่อถามถึงกรณีที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้เก็บค่าปรับผู้รับเหมาหลังครบกำหนดการต่อสัญญารอบที่ 3&amp;nbsp; นายชวน กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง ส่วนการขอขยายเวลาการก่อสร้างตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายประจำ ขณะที่ประธานรัฐสภาไม่ใช่คู่สัญญา เป็นผู้ติดตามความพร้อมในด้านต่างๆ ซึ่งได้ศึกษาจากกรณีการใช้งานอาคารสมาชิกวุฒิสภา เพื่อจะได้เห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรต้องการอะไรที่จะทำให้ไม่เกิดปัญหาหรือเกิดปัญหาให้น้อยที่สุด ตนคิดว่าเป็นธรรมดาที่ต้องมีปัญหาบ้างเมื่อใช้ของใหม่ แต่ในเรื่องสัญญาการก่อสร้างใครจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขอให้ไปถามฝ่ายประจำ เราไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะรายละเอียดเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายสภา


ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายผู้รับเหมาอ้างว่ามีการใช้งานห้องประชุมจันทราก่อน ทำให้เป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง จึงต้องการขอขยายเวลาของสัญญา&amp;nbsp; ประธานรัฐสภา กล่าวว่า&amp;nbsp; เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะการใช้ห้องนี้ มีการพูดคุยตกลงกันก่อนแล้ว และตนยังไม่เคยได้ยินข้ออ้างดังกล่าว&amp;nbsp; จึงขอให้ถามฝ่ายกฎหมายของคู่สัญญาว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร


&amp;ldquo;การก่อสร้างอาคารรัฐสภาก็มีอุปสรรคมาตั้งแต่ต้นอย่างที่เรารู้กันอยู่ ทั้งเริ่มทำสัญญา ขั้นตอนการก่อสร้าง มีความไม่พร้อมหลายอย่าง เรื่องการย้ายโรงเรียน ส่วนการขอขยายเวลาเพิ่มอีก ขอให้ดูข้อเท็จจริง อย่าไปวิจารณ์อะไรโดยใช้กระแสหรือความรู้สึกส่วนตัว ฝ่ายที่ดูแลอยู่ก็ต้องระมัดระวังว่าถ้าไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง เขาต้องรับผิดชอบ เรื่องพวกนี้ตรวจสอบกันได้ ผมติดตามตรวจเยี่ยมการก่อสร้างตลอด แต่เรื่องข้อตกลงในสัญญานั้น ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เราไม่มีเวลาไปดูว่าใครผิดถูกตรงไหน ส่วนฝ่ายประจำมีหน้าที่ดูแลการก่อสร้าง&amp;rdquo; นายชวน กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, ขยายเวลาก่อสร้าง, ชวน หลีกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfb4c9cb9d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิลาศ จี้ปร้บ&#039;ชิโนไทย&#039; ส่งงานล่าช้า ด้านสภาแจง 6 ประเด็นปัดเอื้อเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8ธ.ค.)&amp;nbsp;นายวิลาศ&amp;nbsp;จันทรพิทักษ์&amp;nbsp;อดีตประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;ป.ป.ช.&amp;nbsp;แถลงข่าวคัดค้านการต่อสัญญาสร้างอาคารรัฐสภาครั้งที่สี่&amp;nbsp;หลังจากต่อสัญญามาแล้วสามครั้งรวม&amp;nbsp;1,482&amp;nbsp;วันจะครบกำหนดในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ธ.ค.62&amp;nbsp;แต่สร้างเสร็จไม่ถึง&amp;nbsp;70 %&amp;nbsp;โดยบริษัทชิโนไทย ทำหนังสือถึงสภาขอขยายเวลาการก่อสร้างอีก&amp;nbsp;502&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แต่คณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างรัฐสภาคือบริษัทคาม่า&amp;nbsp;พิจารณาแล้วลดการขยายเวลาจาก&amp;nbsp;502&amp;nbsp;วันเหลือ&amp;nbsp;382&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คณะกรรมการตรวจการจ้างงานของสภา&amp;nbsp;ส่งกลุ่มงานพัสดุพิจารณามีการโต้แย้งสอง

ประเด็นหลักคัดค้านการขยายเวลาครั้งที่สี่คือกรณีที่อ้างการใช้พื้นที่จอดรถและใช้ห้องประชุมจันทรารวมทั้งห้องประชุมกรรมาธิการของวุฒิสภา&amp;nbsp;เป็นอุปสรรคทำให้ต้องขอขยายเวลาและ&amp;nbsp;ในระหว่างการก่อสร้างผู้ว่าจ้างใช้สิทธิในการใช้งาน&amp;nbsp;ซึ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลในการขยายเวลาได้&amp;nbsp;เนื่องจากในสัญญาข้อ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;สิทธิการเข้าใช้งานของผู้ว่าจ้าง&amp;nbsp;มีสิทธิใช้งานส่วนใดส่วนหนึ่งก่อนส่งมอบงานก็ได้&amp;nbsp;และจะเอามาเป็นเหตุในการขอขยายสัญญาไม่ได้&amp;nbsp;

ขณะเดียวกันยังมีข้อ&amp;nbsp;24.1&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;ในกรณีที่สัญญาจ้างดำเนินอยู่&amp;nbsp;ถ้ามีอุปสรรคในการทำงานผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วันนับจากมีอุปสรรค&amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อไม่เคยแจ้งว่ามีอุปสรรคในการทำงานจากการใช้สถานที่ล่วงหน้า&amp;nbsp;ก็ถือว่าผู้รับจ้างสละสิทธิในการขอขยายเวลาในการทำงานส่วนที่อ้างว่าการก่อสร้างในส่วนอื่นมีความล่าช้า&amp;nbsp;ก็อ้างไม่ได้โดยขอให้ไปดูภาคผนวก&amp;nbsp;16&amp;nbsp;แนบท้ายสัญญา&amp;nbsp;เขียนไว้ว่า&amp;nbsp;ผู้รับจ้างต้องประสานงานกับผู้รับจ้างรายอื่น&amp;nbsp;นอกจากจะต้องร่วมกันตรวจสอบวางแผนการก่อสร้งให้สอดคล้องกันเพื่อให้ก่อสร้างเสร็จตามสัญญา&amp;nbsp;จะยกเอาเหตุที่ผู้รับจ้างรายอื่นทำงานล่าช้าเป็นข้ออ้างเพื่อขอขยายเวลาทำงาน&amp;nbsp;หรือเพื่อขอค่าดำเนินการเพิ่มขึ้นไม่ได้

นายวิลาศ&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;การขยายสัญญาหลายครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยเฉพาะครั้งที่สามในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;มีการอ้างเรื่องส่งมอบพื้นที่จากโรงเรียนโยธินบูรณะล่าช้า&amp;nbsp;ทั้งที่โรงเรียนย้ายไปตั้งที่ใหม่ตั้งแต่ปี59&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการอ้างเหตุผลเท็จ&amp;nbsp;อีกทั้งในการเสวนาที่สมาคมนักข่าวเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;61&amp;nbsp;นายอนุทิน&amp;nbsp;ชาญวีรกูล&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ไปร่วมเสวนาในฐานะตัวแทนบริษัทชิโนไทย&amp;nbsp;มีการระบุถึงการก่อสร้างรัฐสภา&amp;nbsp;900&amp;nbsp;วันนั้น&amp;nbsp;ต้องนับจากวันที่รับมอบพื้นที่ครบแล้วคือในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พ.ย.59&amp;nbsp;โดยนับไป&amp;nbsp;900&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เท่ากับครบกำหนดในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม.ย.62&amp;nbsp;แต่จนถึงขณะนี้การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;และยังขอขยายเวลาออกไปอีก&amp;nbsp;382&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ธ.ค.62-30&amp;nbsp;เม.ย.64


&amp;ldquo;&amp;nbsp;การต่อสัญญาไปแล้ว&amp;nbsp;1,482&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และจะต่ออีก&amp;nbsp;382&amp;nbsp;วันไม่น่าจะชอบ&amp;nbsp;จึงถึงเวลาแล้วต้องเริ่มปรับผู้รับจ้างวันละ&amp;nbsp;12.8&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ไม่ใช่ต่อสัญญาให้&amp;nbsp;ที่สำคัญสภาต้องตั้งกรรมการสอบเลขาธิการสภาด้วยว่า&amp;nbsp;ที่ทำสัญญาโดยอ้างเหตุผลเท็จมีการเอื้อประโยชน์กันหรือไม่&amp;nbsp;อีกประเด็นหนึ่งที่ยังไม่มีการพูดกันคือ&amp;nbsp;พื้นที่สภา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แสนกว่าตารางเมตร&amp;nbsp;อาคารต้องมีที่จอดรถเท่าไหร่ให้หารด้วย&amp;nbsp;120&amp;nbsp;แต่ในการก่อสร้างสภามีที่จอดรถแค่&amp;nbsp;800&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ผมเชื่อว่าสร้างสภาเสร็จต้องไปเช่าที่จอดรถเพิ่มผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เละเทะที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายวิลาศ&amp;nbsp;กล่าว

ขณะที่&amp;nbsp;รายงานข่าวจากรัฐสภา&amp;nbsp;แจ้งถึงกรณีที่&amp;nbsp;นายวิลาศ&amp;nbsp;จันทร์พิทักษ์&amp;nbsp;อดีต&amp;nbsp;ส.ส.&amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;แถลงเรื่อง&amp;nbsp;&amp;quot;สภาจะขยายสัญญากี่ครั้งจึงจะเสร็จ&amp;quot;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเด็นความล้าช้าเกิดจาก6&amp;nbsp;ข้อดังนี้

1.&amp;nbsp;รัฐสภา&amp;nbsp;ปฏิบัติตามสัญญา&amp;nbsp;เรื่องส่งมอบที่ดินไม่ได้ตามแผน&amp;nbsp;ล่าช้า&amp;nbsp;900&amp;nbsp;กว่าวัน

2.&amp;nbsp;รัฐสภา&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ซิโน-ไทย&amp;nbsp;เอ็นจีเนียริ่ง&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;คอนสตรัคชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ผู้รับจ้างมีการหารือแนวทางทำงานให้สำเร็จ&amp;nbsp;ร่วมกันมาตลอด&amp;nbsp;เพราะรัฐสภาเป็นสถานที่สำคัญของประเทศหากมีการยกเลิกสัญญา&amp;nbsp;โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง&amp;nbsp;จะกระทบต่อโครงการ&amp;nbsp;และภาพลักษณ์ของประเทศ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;จึงเลือกแนวทางร่วมมือกันทำงาน&amp;nbsp;มากกว่าฟ้องร้อง&amp;nbsp;ใช้สิทธิเพื่อประโยชน์ส่วนตนตามสัญญา

3.&amp;nbsp;แม้รัฐสภา&amp;nbsp;จะเป็นฝ่ายที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้&amp;nbsp;แต่บริษัท&amp;nbsp;ไม่มีความประสงค์จะฟ้องร้อง&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ยกเลิกสัญญา&amp;nbsp;เพื่อเรียกค่าเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งจะไม่แตกต่างจาก&amp;quot;ค่าโง่&amp;quot;&amp;nbsp;เพราะบริษัท&amp;nbsp;ไม่ต้องการใช้สิทธิทางสัญญา&amp;nbsp;เพื่อหาประโยชน์ให้แก่บริษัท&amp;nbsp;แต่ต้องการทำงานให้สำเร็จ&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นเกียรติประวัติแก่บริษัท&amp;nbsp;ซิโน-ไทยฯในฐานะผู้ก่อสร้างรัฐสภาประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

4.การขยายเวลา&amp;nbsp;ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท&amp;nbsp;เพราะงบประมาณก่อสร้าง&amp;nbsp;ไม่เพิ่มตามไปด้วย

5.&amp;nbsp;รัฐสภา&amp;nbsp;มีการจัดจ้างงานมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไม่ใช่บริษัท&amp;nbsp;ซิโน-ไทย&amp;nbsp;รายเดียว&amp;nbsp;เพราะความล่าช้ามีเหตุจากหลายปัจจัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;งานไอที&amp;nbsp;งานระบบไฟฟ้าสำรอง&amp;nbsp;

6.&amp;nbsp;การก่อสร้างล่าช้ามากขึ้นไปอีก&amp;nbsp;เมื่อมีการเปิดใช้&amp;nbsp;ในขณะที่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;ยังไม่ส่งมอบงาน&amp;nbsp;ทำให้การก่อสร้างไม่สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในวันที่มีการประชุมสส.&amp;nbsp;สว.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กมธ.ชุดต่างๆ


&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, ชิโน-ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d720b1760981.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯประกาศสถานที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 62 - ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง กำหนดสถานที่สำหรับใช้เป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (บริเวณเกียกกาย) ซึ่งจะใช้เป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ปัจจุบันยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดและไม่มีสถานที่สำหรับ ใช้เป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติงานตามภารกิจในด้านนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงพิจารณาเห็นสมควรกำหนดให้หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จ ากัด (มหาชน) อาคาร ๙ ชั้น ๒ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ส าหรับใช้เป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
ประกาศ ณ วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖2
สรศักดิ์ เพียรเวช
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, ที่ประชุมสภา, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุรชัย&#039;เล็ง 5 สถานที่ใช้เป็นห้องประชุมสนช.ชั่วคราว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.61- นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อจัดหาสถานที่เพื่อใช้การประชุมของสมาชิกสนช.แห่งใหม่ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าตนจะลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่ตามที่มีผู้เสนอให้ใช้เป็นสถานที่ประชุมของสมาชิก เบื้องต้นมี 5 สถานที่ที่มีผู้เสนอคือ 1.ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ , 2. หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, 3.ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ, 4.ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ และ 5.ห้องประชุมกองทัพภาค1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับเงื่อนไขสำคัญที่จะพิจารณาและเลือกใช้เป็นสถานที่ประชุมคือ การอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก ทั้ง สถานที่จอดรถ, ห้องอาหาร, รวมถึงความพร้อมของห้องพักของบุคคลที่รอเข้าชี้แจงในที่ประชุม และ ค่าเช่า ทั้งนี้หลังจากที่ดูพื้นที่แล้ว จะกลับมาหารือกับคณะกรรมการ รวมถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, เลขาธิการวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรณีที่เกี่ยวเนื่องกับการลงมติของวาระประชุมในเรื่องต่างๆ ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่า ในส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ย่านเกียกกายนั้นตนรับทราบเบื้องต้นผ่านทางนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะแล้วเสร็จช่วงเดือนมิถุนายน 2562 ดังนั้นตนต้องหาสถานที่เพื่อรองรับการประชุมในเรื่องดังกล่าวตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคม 2561 เป็นต้นไป ส่วนการก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามคาดการณ์หรือไม่ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้ดูแลโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมเพื่อหาสถานที่เพื่อเตรียมรับรองการประชุมสนช. นั้น เป็นไปได้ว่าจะเลือกใช้ห้องประชุมทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากมีความพร้อมด้านการประชุมมากที่สุด ซึ่งสามารถรองรับสมาชิกที่เข้าประชุมได้กว่า 500 ที่นั่ง แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ ค่าเช่าพื้นที่ที่เบื้องต้น มีค่าเช่าวันละ 8 หมื่นบาท แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเช้า 08.00 &amp;ndash; 12.00 น. และช่วงบ่าย 12.00 &amp;ndash; 16.00 น. แต่สนช. อาจจะใช้เวลาประชุมช่วง 10.00 &amp;ndash; 17.00 น. จึงอาจขอต่อราคาเช่าห้องประชุมให้เหลือเพียงวันละ 6หมื่นบาท ทั้งนี้สัญญาเช่ามีระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม2562 ซึ่งจะรวมถึงการจัดประชุมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หลังการเลือกตั้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำหรับกองทัพภาค1 ซึ่งก่อนหน้านี้ สนช. เตรียมจะขอใช้สถานที่ โดยไม่มีค่าเช่านั้น แต่ในการหารือ มีข้อท้วงติงถึงความสง่างาม ที่อาจถูกสังคมวิจารณ์ได้ว่าประชุมกันในค่ายทหาร ทำให้ สนช. จึงอาจใช้เป็นตัวเลือกสุดท้ายของการหาพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23551</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, สนช., สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, ห้องประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181030/image_mid_5bd80a75dded5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัชระ&#039;ร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;ปลด&#039;สรศักดิ์&#039;พ้นเลขาธิการสภาฯเซ่นรัฐสภาแห่งใหม่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(ฝั่งก.พ.)นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เพื่อให้พิจารณาพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าสมควรดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ เนื่องจาก นายสรศักดิ์ อนุมัติการขยายเวลาก่อสร้าง รัฐสภาใหม่ออกไปถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรก 421 วัน ครั้งที่สอง 674 วันรวมเวลาทั้งสิ้น 1,482 วัน มากกว่าสัญญาการก่อสร้างเดิมที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 900 วัน ขณะเดียวกันนายสรศักดิ์ ยังไม่สามารถบริหารงานให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างประหยัดและคุ้มค่า โดยของบประมาณเพิ่มอีก 8,648 ล้านบาท จึงขอให้นายกฯพิจารณาเรื่องดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้นายกฯพิจารณา การอนุญาตนำเข้ามะพร้าวจากประเทศอินโดนีเซีย และนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ เพราะทำให้ราคาพืชผลการเกษตรของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม และมะพร้าวขณะนี้มีราคาตกต่ำ ซึ่งมะพร้าวราคาอยู่ที่ 2-4 บาท และราคาปาล์มที่ตกต่ำถึง 3.20 บาท จึงขอให้นายกฯพิจารณาและสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 หยุดยั้งการขึ้นราคาน้ำมันและแก๊สหุงต้มโดยด่วนที่สุดด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, วัชระ เพชรทอง, สรศักดิ์ เพียรเวช, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b0281eac5964.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รื้อใหญ่ระบบไอทีรัฐสภาใหม่  ใช้นาฬิกาใส่ถ่าน-ยกมือแทนเสียบบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการปรับลดมาตรฐานระบบไอทีของอาคารรัฐสภาใหม่จากมาตรฐานยุโรปเหลือเพียงมาตรฐานของประเทศจีนแทนว่า ไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้พูดเลยว่าจะใช้สเปกของประเทศจีน ในการแถลงข่าวที่ผ่านมา ตนพูดเพียงว่าจะไม่ดื้อ เมื่อกระแสสังคมไม่เอาตนก็ไม่เอา และจะปรับลดงบประมาณลง &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยกันว่าควรจะปรับลดลงแค่ไหน อย่างไร และยังอยู่ในขั้นตอนของการขอกรอบงบประมาณ ยังไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของคุณภาพนั้นจะต้องสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่จำเป็น และพร้อมให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ใจผมวันนี้อยากจะปรับลดลงให้ได้มากที่สุด จาก 8 พันล้านบาทอยากให้ลดเหลือไม่เกิน 5 พันล้านบาทด้วยซ้ำ วันนี้แม้จะปรับลดลงเยอะ แต่โอกาสหน้าก็ยังมีโอกาสที่จะขอเพิ่มได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภาในอนาคตด้วย ส่วนเรื่องนาฬิกานั้นเบื้องต้นผมจะไม่เอาแล้ว จะเสนอให้ใช้นาฬิกาแบบใส่ถ่านไปก่อน และติดเฉพาะในห้องประชุมสภาฯ ขณะที่ไมโครโฟนในห้องประชุมที่จะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อใช้ในการแสดงตนเพื่อป้องกันกรณีการเสียบบัตรแทนกันนั้น ผมก็จะเสนอให้ใช้ระบบยกมือ ขานชื่อ เพื่อแสดงตนแทน &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการแก้ข้อบังคับการประชุมด้วย โดยขณะนี้ผมได้ร่างเอาไว้คร่าวๆ แล้ว&amp;rdquo; นายสรศักดิ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่, ระบบไอที, สรศักดิ์  เพียรเวช, อาคารัฐสภาแห่งใหม่, เลขาธิการสภาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf8bafeee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
