<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แจ็ค&#039; ข้องใจเลขาฯสภายอมรับ &#039;ซิโนไทย&#039; ทำถูกแล้วฟ้องค่าเสียหายสภาฯ  ถาม &#039;อนุทิน&#039; ไหนว่าถือคติเอากล่องไม่เอาเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) ฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้ชำระหนี้ จำนวน 1,596,592,305.46 บาท โดยกล่าวหาว่าสภาฯส่งมอบพื้นที่ในการก่อสร้างล่าช้า และนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ออกมากล่าวสำทับอีกว่าบริษัทฟ้องร้องถูกต้องแล้ว ว่า เป็นที่น่าสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของนายสรศักดิ์เป็นอย่างยิ่งว่าซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ เหตุใดถึงยอมรับว่าบริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหายสภาฯถึง 1,596 ล้านบาทเป็นเรื่องถูกต้อง เป็นพฤติกรรมที่ปกป้องผลประโยชน์ของทางราชการหรือไม่ ทั้งๆที่ในความจริงสภาฯไม่ผิด และในสัญญาก็เขียนไว้ชัดแล้วว่าสภาฯไม่ต้องรับผิด ซึ่งต้องพิสูจน์ความจริงกันในศาลว่าใครโกหกเพื่อหวังเงินภาษีอากรของประชาชนหรือไม่ อีกทั้งสภาได้ขยายเวลาการก่อสร้างจากสัญญาเดิม 900 วันให้บริษัทถึง 4 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 เป็นเวลา 387 วัน มีนายสรศักดิ์ เพียรเวช เป็นประธานตรวจการจ้างเป็นผู้เสนอให้ขยาย ซึ่งแต่เดิมกรรมการชุดนี้มีนายวีระพันธ์ มุขสมบัติ เป็นประธาน มีมติให้ขยายเพียง 287 วัน นายสรศักดิ์มีมติเพิ่มให้อีกถึง 100 วัน เมื่อนายสรศักดิ์ได้รับจัดวางให้เป็นเลขาธิการสภาฯได้อนุมัติให้ขยายเวลาครั้งที่ 2 เป็นเวลา 421วัน ครั้งที่ 3 เป็นเวลา674 วัน และครั้งที่ 4 อีก 382 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลงานการขยายเวลาให้บริษัทซิโน่ฯเป็นของนายสรศักดิ์ล้วนๆ รวมทั้งสิ้น 1,864 วัน มากกว่าสัญญาหลักถึง 2 เท่าผิดปกติวิสัยของวิญญูชนโดยทั่วไป ซึ่งในสัญญาหากก่อสร้างล่าช้า บริษัทต้องจ่ายค่าปรับให้สภาฯวันละ 12 ล้านบาท ไม่ทราบว่าประเด็นที่รัฐเสียหายมากถึงขนาดนี้จะนำไปฟ้องศาลอาญาทุจริตได้หรือไม่ มิหนำซ้ำบริษัทซิโน่ฯยังมีหนังสือลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ถึง เลขาธิการสภาฯเรียกค่าเสียหายถึง 1,605,228,940.83 บาท อันเป็นที่มาของการฟ้องศาลปกครองในครั้งนี้ ดังนั้น การที่นายสรศักดิ์ยังอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการสภาต่อไป ประชาชนจะเชื่อใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการซูเอี๋ยระหว่างกัน เพราะเป็นผู้มีส่วนสำคัญทำให้สภาฯถูกฟ้องในครั้งนี้ การที่บริษัทซิโน่ฯฟ้องในครั้งนี้ จึงเป็นการสวนทางกับคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอย่างสิ้นเชิง เพราะนายอนุทินเคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยว่า บริษัททราบว่าการก่อสร้างครั้งนี้จะมีปัญหา แต่ทำไมยังรับก่อสร้างนั้น อยากจะบอกว่าบริษัทถือคติเอากล่องไม่เอาเงิน เอาศักดิ์ศรี เอาความภาคภูมิใจ จะได้เขียนลงในประวัติบริษัทว่าเคยก่อสร้างรัฐสภา ด้วยเกียรติของผม ของพ่อผม มีเกียรติเพียงพอที่จะรับประกันว่าโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่มีความโปร่งใส&amp;quot; นายวัชระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า เมื่อนายอนุทินยืนยันว่าบริษัทถือคติเอากล่อง ไม่เอาเงิน อยากถามว่าบริษัทซิโน่ฯของนายอนุทินไปฟ้องศาลปกครองเอาเงินอีก 1,569 ล้านทำไม เกียรติของนายอนุทิน บิดานายอนุทินตามที่เคยกล่าวอ้าง เกียรติของบิดาท่านที่ชื่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ผู้ทรงเกียรตินั้น อยู่ตรงไหน ยิ่งตอนนี้อยู่ในภาวะที่รัฐบาลถังแตกตัองกู้เงินนับล้านล้านบาท เพื่อดูแลประชาชนจากโรคโควิด-19 เงินแค่ 5,000 บาทยังแจกประชาชนได้ไม่ทั่วถึง แต่บริษัทซิโน่ฯของรองนายกรัฐมนตรีกลับมาฟ้องร้องเรียกเอาเงินจากรัฐบาลถึง 1,600 ล้านบาทในภาวะวิกฤตอย่างนี้ ต้องถามว่าใช้หลักธรรมาภิบาลข้อไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64722</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างสภา, วัชระ เพชรทอง, สรศักดิ์ เพียรเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9680cbe4543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
