<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 18:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.บราซิลเสนอตั้งข้อหา &#039;ปธน.โบลโซนาโร&#039; ก่ออาชญากรรมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กมธ.วุฒิสภาบราซิลเตรียมเสนอแนะให้ตั้งข้อหาประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร กรณีการรับมือโรคโควิด-19 ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและต้มตุ๋น โดยระบุว่าเขาดูเบาโรคที่คร่าชีวิตชาวบราซิล 6 แสนคน และต่อต้านการฉีดวัคซีนในช่วงเริ่มแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ขณะแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า รายงานที่คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาบราซิลชุดนี้เตรียมเผยแพร่ต่อสาธารณะในวันพุธตามเวลาท้องถิ่น เป็นผลจากการไต่สวนยาวนาน 6 เดือน ทั้งจากคำให้การของรัฐมนตรีหลายคน, เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล, ผู้จัดการธุรกิจและผู้บริหารโรงพยาบาล ไปจนถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรนัน กาเลโรส ส.ว.สายกลางซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของรายงานความยาว 1,200 หน้าฉบับนี้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวล่วงหน้าการเผยแพร่รายงานที่หลายฝ่ายเฝ้ารอคอยว่า เขาเก็บข้อหาไว้อย่างน้อย 9 ข้อหาที่จะเสนอให้ดำเนินคดีกับประธานาธิบดีขวาจัดรายนี้ ซึ่งรวมถึงข้อหาต้มตุ๋นหลอกลวง และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แต่ได้ถอนข้อหา &amp;quot;ฆ่าคนตาย&amp;quot; และ &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ออกไป หลังจากมีการโต้เถียงกันภายในคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า แม้ข้อกล่าวหาจะร้ายแรง แต่กระบวนการนี้อาจเป็นได้แค่เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เพราะโบลโซนาโรมีเสียงสนับสนุนจำนวนมากในรัฐสภา ที่จะขัดขวางการเริ่มกระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอน นอกจากนี้ ออกุสโต อารัส อัยการสูงสุด ก็เป็นพันธมิตรที่โบลโซนาโรแต่งตั้งมาเอง จึงน่าจะช่วยปกป้องไม่ให้เขาถูกฟ้องร้องกล่าวโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประธานาธิบดี รายงานฉบับนี้ยังอาจจะขอให้ตั้งข้อหาดำเนินคดีกับรัฐมนตรีหลายคน และลูก 3 คนของโบลโซนาโร รวมถึงฟลาวิโอ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่มีอำนาจตั้งข้อหา แต่การเปิดเผยผลการไต่สวนอาจส่งผลทางการเมืองอย่างรุนแรงต่อโบลโซนาโร ซึ่งคะแนนนิยมตกต่ำเป็นประวัติการณ์ และยังมีคะแนนสนับสนุนตามหลังลูอิซ อิกนาเซียว ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย ในการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้จะถูกส่งต่อไปยังอัยการ, ศาลตรวจสอบบัญชีของรัฐบาลกลาง และอาจส่งไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในกรุงเฮก ซึ่งมีผู้ยื่นฟ้องร้องโบลโซนาโรไว้แล้วหลายคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ในรายงานฉบับนี้ โบลโซนาโรถูกกล่าวหาว่าปฏิเสธโอกาสในช่วงเริ่มแรกที่รัฐบาลบราซิลจะได้รับวัคซีนโควิด-19 ทำให้โครงการฉีดวัคซีนของประเทศล่าช้า และเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตราว 95,000 คน สาเหตุจากโบลโซนาโรมีความเชื่ออย่างไม่มีเหตุผลต่อทฤษฎีภูมิคุ้มกันหมู่จากการติดเชื้อโดยธรรมชาติและการรักษาที่มีอยู่ ซึ่งไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการยังสอบสวนปัญหาการขาดแคลนออกซิเจน, การปราศรัยต่อต้านการล็อกดาวน์ รวมไปถึงคำกล่าวของโบลโซนาโรในช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาด ที่เขาดูเบาไวรัสโคโรนาว่าเป็น &amp;quot;ไข้หวัดเล็กน้อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิลมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วมากกว่า 21.66 ล้านคน มากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากสหรัฐและอินเดีย และมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 603,000 คน มากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ตั้งข้อหาประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร, ประธานาธิบดีบราซิล, รับมือโควิด-19, วุฒิสภาบราซิล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616ffdb06ffd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;ปัดร่วมมือศาลไอซีซีสอบสงครามยาเสพติดฆ่าตายเป็นเบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทนายความของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ยืนยันผู้นำฟิลิปปินส์จะไม่ให้ความร่วมมือกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่เปิดการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบต่อการทำสงครามยาเสพติดของฟิลิปปินส์ที่เชื่อว่าอาจมีคนเสียชีวิตถึง 30,000 ราย และอาจเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิกิริยาจากทนายความของประธานาธิบดีดูเตร์เตมีออกมาภายหลังคณะตุลาการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ในกรุงเฮก เห็นชอบเมื่อวันพุธที่ 15 กันยายน ให้มีการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบต่อสงครามยาเสพติดของรัฐบาลดูเตร์เต ที่ไอซีซีระบุว่าคล้ายกับการโจมตีพลเรือนอย่างผิดกฎหมายและเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัลวาดอร์ ปาเนโล หัวหน้าที่ปรึกษาด้านกฎหมายของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวกับสถานีวิทยุ DZBB ยืนยันว่า ดูเตร์เตจะไม่ให้ความร่วมมือกับไอซีซี เพราะฟิลิปปินส์ถอนตัวจากภาคีธรรมนูญกรุงโรมแล้ว ไอซีซีจึงไม่มีอำนาจศาลในฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้สมาชิกของไอซีซีรายใดเข้ามาเก็บรวบรวมข้อมูลและหลักฐานที่ฟิลิปปินส์ พวกเขาจะถูกห้ามเข้าประเทศ&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของปาเนโลเมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีดูเตร์เตนำฟิลิปปินส์ถอนตัวออกจากภาคีธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศหลังจากศาลนี้เปิดการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำสงครามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ แต่ไอซีซียืนกรานว่า ไอซีซีมีอำนาจศาลในการพิจารณาคดีอาญาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ฟิลิปปินส์ยังเป็นรัฐภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 ด้วยคำมั่นระหว่างการหาเสียงว่าจะกำจัดปัญหายาเสพติดในฟิลิปปินส์ เขาออกคำสั่งอย่างเปิดเผยให้ตำรวจฆ่าผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดได้ หากชีวิตของเจ้าหน้าที่ตกอยู่ในอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของทางการฟิลิปปินส์ล่าสุดระบุว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 6,181 คนในปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติดมากกว่า 200,000 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2559 แต่ในเอกสารที่อัยการของไอซีซียื่นต่อศาลระหว่างประเทศแห่งนี้ประเมินไว้ว่า มีคนเสียชีวิตในสงครามยาเสพติด 12,000-30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ผู้นี้กล่าวโจมตีศาลอาชญากรรมสงครามถาวรที่มีอยู่เพียงศาลเดียวของโลกครั้งแล้วครั้งเล่า และประกาศกร้าวว่าจะไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของศาลแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกทำเนียบประธานาธิบดี กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ดูเตร์เตไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อคำประกาศของไอซีซี เพราะเขาเคยกล่าวไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ยอมตายดีกว่าเผชิญหน้ากับผู้พิพากษาต่างชาติ หากมีการร้องเรียน ก็ต้องให้ศาลฟิลิปปินส์ตัดสิน เพราะศาลของฟิลิปปินส์ยังทำงานได้ และศาลไอซีซีไม่มีอำนาจศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อต้นปีนี้ ผู้พิพากษาระดับสูงของฟิลิปปินส์เคยตัดสินว่า ไอซีซีสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำการของรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมในช่วงเวลาก่อนหน้าที่ฟิลิปปินส์จะถอนตัวจากภาคีกรุงโรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากสงครามยาเสพติด การสอบสวนของไอซีซียังจะครอบคลุมข้อกล่าวหาการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรมที่เขตดาเวา ระหว่างปี 2554-2559 สมัยที่ดูเตร์เตเป็นนายกเทศมนตรีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคม ดูเตร์เตประกาศว่าเขาจะลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปีหน้า เนื่องจากรัฐธรรมนูญจำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้สมัยเดียว นักวิจารณ์กล่าวกันว่า ดูเตร์เตกังวลว่าอาจโดนตั้งข้อหาดำเนินคดีอาญา แต่ก็ยังมีข้อถกเถียงว่ารองประธานาธิบดีจะได้เอกสิทธิ์คุ้มครองด้วยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116943</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, สงครามยาเสพติด, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e8b9a0bfb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>HRWชี้อิสราเอลก่ออาชญากรรม&#039;แบ่งแยกสีผิว&#039;ต่อปาเลสไตน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์กล่าวหาอิสราเอลว่าดำเนินนโยบายแบ่งแยกสีผิวและกดขี่ข่มเหงชาวปาเลสไตน์ และชนกลุ่มน้อยเชื้อสายอาหรับในอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวมาเลอาดูมิน ในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ชานกรุงเยรูซาเลม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 (Photo by AHMAD GHARABLI / AFP) (Photo by AHMAD GHARABLI/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนจากนิวยอร์กชี้แจงว่า รายงานความยาว 213 หน้าที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายน ไม่ได้มีเป้าหมายเปรียบเทียบอิสราเอลกับยุคสมัยของการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ แต่เป็นการประเมินว่า &amp;quot;มีการกระทำและนโยบายจำเพาะใดหรือไม่&amp;quot; ที่เป็นการแบ่งแยกสีผิวตามนิยามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลปฏิเสธคำกล่าวหานี้ทันทีว่า ทั้งผิดประหลาดและเป็นเท็จ พร้อมกับกล่าวหาฮิวแมนไรต์วอตช์ (HRW) ว่าส่งเสริมการบอยคอตอิสราเอลมานานหลายปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์ตอบรับรายงานฉบับนี้ด้วยความยินดี พร้อมกับเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศเข้าแทรกแซงอย่างเร่งด่วน รวมถึงเพื่อให้มั่นใจว่ารัฐ, องค์กร และบริษัทต่างๆ ของพวกเขา ไม่ได้มีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ประกาศว่าจะสอบสวนอาชญากรรมสงครามในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง และในฉนวนกาซา ซึ่งกองทัพอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์เช่นฮามาส อาจเป็นผู้กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายงานฉบับนี้ HRW ชี้ให้เห็นถึงข้อกำหนดของอิสราเอลที่จำกัดการเคลื่อนไหวของชาวปาเลสไตน์และยึดที่ดินของชาวปาเลสไตน์มาใช้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนยึดครองช่วงสงครามตะวันออกกลางปี 2510 ว่าเป็นตัวอย่างของนโยบายที่ถือเป็นอาชญากรรมแบ่งแยกสีผิวและการกดขี่ข่มเหง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั่วอิสราเอลและ (ดินแดนปาเลสไตน์) ทางการอิสราเอลได้ดำเนินการด้วยเจตนาที่จะรักษาความมีอำนาจเหนือชาวปาเลสไตน์ ด้วยการควบคุมเหนือดินแดนและประชากรเพื่อผลประโยชน์ของชาวยิวอิสราเอล&amp;quot; รายงานกล่าว &amp;quot;บนพื้นฐานนี้ รายงานสรุปว่า เจ้าหน้าที่อิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติด้วยการแบ่งแยกสีผิวและการกดขี่ข่มเหง&amp;quot; ตามนิยามภายใต้อนุสัญญาการแบ่งแยกสีผิวปี 2516 และธรรมนูญกรุงโรมปี 2541.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100953</URL_LINK>
                <HASHTAG>HRW, ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ก่ออาชญากรรมแบ่งแยกสีผิว, ที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิว, ปาเลสไตน์, อิสราเอล, ฮิวแมนไรต์วอตช์, เขตยึดครองเวสต์แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60880aab5c36e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนหวังซัมมิตอาเซียนเปิดทางออกเมียนมา รบ.เงาจี้อินเตอร์โพลจับ&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีต่างประเทศจีนแสดงความหวังว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงจาการ์ตาวันเสาร์นี้จะเปิดทางออกสำหรับ &amp;quot;การลงจอดอย่างนุ่มนวล&amp;quot; แก่เมียนมา ขณะรัฐบาลเงาเมียนมาร้องขออินเตอร์โพลร่วมมือตำรวจอินโดนีเซียจับกุมพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนว่าด้วยเมียนมาที่กรุงจาการ์ตาวันเสาร์ที่ 24 เมษายนนี้ ได้รับการจับตาว่าเป็นความพยายามร่วมกันครั้งแรกของนานาชาติเพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤติในเมียนมา ทั้งยังเป็นบททดสอบสำหรับอาเซียนที่่ยึดถือแนวทางไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติสมาชิกและดำเนินการกันด้วยฉันทมติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการโทรศัพท์พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและของบรูไนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่า จีนคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การเริ่มต้นที่ดี ที่จะช่วยให้เกิด &amp;quot;การลงจอดที่นุ่มนวล&amp;quot; สำหรับทางออกของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของจีนอ้างคำกล่าวของหวังอีกว่า &amp;quot;การแทรกแซงอย่างไม่เหมาะสม&amp;quot; จากนอกภูมิภาคเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง การปฏิบัติพิสูจน์แล้วว่า การกดดันอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือโดยกำลังจากต่างชาตินั้นไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาภายในของประเทศหนึ่งประเทศใด แต่จะนำความปั่นป่วนวุ่นวายหรือแม้แต่นำความเสื่อมมาสู่สถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบและทำให้ภูมิภาคนี้ไร้เสถียรภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศแสดงท่าทีที่ไม่ลำเอียงและยุติธรรม และกระทำให้มากขึ้นเพื่อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในเมียนมา แทนที่การทำในสิ่งตรงกันข้าม&amp;quot; หวังกล่าว &amp;quot;จีนจะรักษาติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับอาเซียนไว้ต่อไป และจัดการงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาต่อไปในวิธีของตน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในเมียนมาเมื่อวันศุกร์ ผู้ประท้วงออกมาเดินขบวนในนครย่างกุ้งอีกครั้ง เพื่อเรียกร้องผู้นำอาเซียนยืนอยู่ข้างประชาชนเมียนมา และร้องตะโกนขอให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี และผู้นำคนอื่นๆ ทันที พวกเขาเดินขบวนอย่างรวดเร็วผ่านเจดีย์ซูเลกลางนครย่างกุ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ที่เป็นรัฐบาลเงาซึ่งประกอบด้วยอดีต ส.ส.และตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ส่งจดหมายถึงองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) เรียกร้องให้ตำรวจสากลจับกุมพลเอกอาวุโส มิ่น อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาและผู้นำสภาบริหารแห่งรัฐ โดยขอให้ร่วมมือกับตำรวจอินโดนีเซีย จับกุมนายทหารผู้นี้เมื่อมาเข้าร่วมประชุมอาเซียนที่กรุงจาการ์ตาวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อู ลวิน โก ลัต รัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐบาลเงาชุดนี้ กล่าวในจดหมายว่า มิน อ่อง หล่าย ถูกคณะค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติกล่าวหาเมื่อปี 2561 ว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในเหตุการณ์ปราบปรามชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ นอกจากนี้ ผบ.สส.นายนี้ยังก่อรัฐประหารและรับผิดชอบต่อการตายของพลเรือนอย่างน้อย 739 คน และการคุมขังคนอีกมากกว่า 3,000 คนนับถึงวันที่ 21 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2562 รัฐบาลแกมเบียเคยยื่นฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก กล่าวหากองทัพเมียนมาว่ากระทำโหดร้ายต่อชาวโรฮีนจา โดยอ้างถึงชาวโรฮีนจาที่อพยพจากยะไข่เข้าบังกลาเทศหลังปฏิบัติการกวาดล้าง คนเหล่านี้บอกเล่าถึงการเข่นฆ่า, จับกุม และทรมานโดยพวกทหาร โดยพลเอกอาวุโสผู้นี้ก็โดนฟ้องร้องดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายเรียกมิน อ่อง หล่าย ว่าอาชญากรและผู้ก่อการร้ายที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ และต้องถูกดำเนินคดีในศาลระหว่างประเทศทั้งสองศาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในค่ำวันเดียวกัน รัฐบาลทหารเมียนมาตอบโต้ด้วยการประกาศว่า รัฐมนตรีเงาทั้ง 24 คนของเอ็นยูจีและพวกพ้องอีก 2 คน ซึ่งอยู่ระหว่างหลบซ่อนตัว โดนตั้งข้อหาเป็นกบฏต่อแผ่นดิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงจาการ์ตา, ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ซัมมิตอาเซียน, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐประหารเมียนมา, รัฐมนตรีต่างประเทศจีน, หวัง อี้, อาเซียน, อินเตอร์โพล, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082e1c162b86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษแนะพลเมืองเดินทางออกจากเมียนมา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษออกคำแนะนำด้านการเดินทางแก่พลเมืองชาวอังกฤษในเมียนมา ขอให้รีบเดินทางออกจากประเทศอาณานิคมเก่าของอังกฤษแห่งนี้ อ้างความวิตกที่รัฐบาลทหารใช้ความรุนแรงในการปราบปรามมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ การคุมเชิงกันระหว่างตำรวจปราบจลาจลที่ปิดถนนกับผู้ประท้วงในเมืองย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมียนมาเข้าสู่ภาวะสับสนวุ่นวายทางการเมืองนับแต่ทหารก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจับกุมผู้เห็นต่างแล้วมากกว่า 2,000 คน การใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมยังส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 70 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษออกคำแนะนำด้านการเดินทาง เตือนว่า เกิดความไม่สงบและความตึงเครียดทางการเมืองอย่างกว้างขวางนับแต่กองทัพยึดอำนาจเข้าปกครองประเทศอาณานิคมเก่าของอังกฤษแห่งนี้ และระดับความรุนแรงก็กำลังเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานการต่างประเทศ, เครือจักรภพ และการพัฒนา แนะนำในชาวอังกฤษเดินทางออกจากประเทศนี้ด้วยช่องทางพาณิชย์ เว้นแต่ว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนให้อยู่ต่อ&amp;quot; คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแนะนำของอังกฤษมีออกมาภายหลังผู้จัดทำรายงานพิเศษขององค์การสหประชาชาติเตือนว่า รัฐบาลทหารเมียนมามีแนวโน้มที่จะ &amp;quot;ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; เพื่อพยายามรักษาอำนาจไว้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการชี้แจงต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อวันพฤหัสบดี โทมัส แอนดรูวส์ ผู้จัดทำรายงานพิเศษของยูเอ็นว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในเมียนมา กล่าวว่า ประเทศนี้ถูกควบคุมโดยระบอบที่ฆ่าคนและผิดกฎหมาย ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ การก่ออาชญากรรมของพวกเขารวมถึง &amp;quot;การฆ่าคนตาย, บังคับสูญหาย, การข่มเหงรังแก และการทรมาน&amp;quot; ที่กระทำโดยที่พวกผู้นำอาวุโสรับรู้ ซึ่งหมายรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นรายนี้ย้ำว่า ถึงแม้การกระทำความผิดเหล่านี้จะชี้ขาดได้โดยศาลยุติธรรมเท่านั้น แต่ก็มีหลักฐานชัดเจนว่า การก่ออาชญากรรมโดยรัฐบาลทหารเมียนมาเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์อย่างสอดประสาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ประท้วงรัฐประหาร, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, สลายม็อบ, ออกจากเมียนมา, อังกฤษเตือนพลเมือง, เมียนมา, ใช้ความรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f8c5d5ad4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 23:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 23:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ศาลไอซีซีสอบผู้นำบราซิลก่ออาชญากรรมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของบราซิลยื่นศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เมื่อวันจันทร์ ให้สอบสวนประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากความล้มเหลวในการจัดการกับโควิด-19 ที่ทำให้บราซิลมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม บราซิลมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วไม่ต่ำกว่า 2.41 ล้านราย น้อยกว่าสหรัฐเพียงชาติเดียวที่มีผู้ติดเชื้อแล้ว 4.23 ล้านราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อ 16.29 ล้านราย ส่วนผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่อย่างน้อย 649,000 รายนั้น เป็นผู้เสียชีวิตในสหรัฐเกือบ 147,000 ราย ตามด้วยบราซิล 87,004 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสหภาพที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมากกว่า 1 ล้านคนในบราซิล ได้ยื่นแฟ้มเอกสารหลักฐานต่อศาลในกรุงเฮกแห่งนี้แล้ว อย่างไรก็ดี รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไอซีซี ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2545 เพื่อผดุงความยุติธรรมสำหรับคดีอาชญากรรมเลวร้ายที่สุดของโลก อาทิ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, อาชญากรรมสงคราม และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่มีพันธะผูกพันว่าต้องรับพิจารณาคำร้องลักษณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของสหภาพเหล่านี้กล่าวโทษรัฐบาลของโบลซานาโรว่า ประมาทเลินเล่อทางอาญาในการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบอาชีพด้านการดูแลสุขภาพและสมาชิกในสังคมบราซิกต้องเสี่ยงชีวิต กลุ่มสหภาพเชื่อกันว่านี่ คือคดีตัวอย่างคดีแรกที่ยื่นฟ้องรัฐบาลที่ล้มเหลวด้านสาธารณสุขจนเป็นสาเหตุของการตายและการป่วยของคนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำขวาจัดของบราซิลรายนี้เคยปรามาสโรคระบาดนี้ว่าเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่เล็กน้อย และโจมตีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและขอให้ประชาชนอยู่บ้านของรัฐบาลท้องถิ่นต่างๆ ตัวเขาตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสนี้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม แต่ผลการตรวจล่าสุด โบลโซนาโรปลอดจากเชื้อนี้แล้ว เมื่อวันเสาร์ เขายกความดีความชอบให้ยาต่อต้านมาลาเรีย ไฮดรอกซีคลอโรควิน ซึ่งไม่มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่ารักษาโควิด-19 ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72673</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, ชาอีร์ โบลโซนาโร, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, โควิด-19, ไอซีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f04aaed04512.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอซีซีทำช็อก ตัดสิน &#039;โลรองต์ บักโบ&#039; ผู้นำเผด็จการไอวอรีโคสต์ พ้นผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอดอีกหนึ่งราย ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) มีคำพิพากษาเมื่อวันอังคารว่า อดีตประธานาธิบดีโลรองต์ บักโบ ของไอวอรีโคสต์ ไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากเหตุการณ์รุนแรงภายหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2553 ที่มีคนตายกว่า 3,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตประธานาธิบดีโลรองต์ บักโบ ขณะมาฟังคำตัดสินที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ในกรุงเฮก เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลรองต์ บักโบ เป็นอดีตผู้นำประเทศคนแรกที่ถูกดำเนินคดีในศาลกรุงเฮกแห่งนี้ เขาโดนจับกุมในห้องหลบภัยของทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อปี 2554 โดยกองทัพของอะลัสซาน วาตารา ประธานาธิบดีคนใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังขององค์การสหประชาชาติและฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บักโบถูกส่งตัวมาที่กรุงเฮกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2554 และถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์รุนแรงภายหลังการเลือกตั้งในปี 2553-2554 ที่ทำให้มีคนเสียชีวิต 3,000 คน และไร้ที่อยู่ 500,000 คน การพิจารณาคดีของอดีตผู้นำเผด็จการของไอวอรีโคสต์วัย 73 ปีรายนี้ เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม 2559 แต่เขาถูกคุมขังมาตลอด 7 ปีเศษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการของไอซีซีมีคำตัดสินเมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม 2562 ว่า บักโบ และชาร์ลส์ เบล กูเด มือขวาของเขาวัย 47 ปี ไม่มีความผิดและให้ปล่อยตัวทั้งคู่โดยทันทีในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูโน ทาร์ฟูเซอร์ ประธานคณะตุลาการชุดนี้กล่าวว่า ตุลาการส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าฝ่ายอัยการไม่สามารถพิสูจน์หลักฐานตามมาตรฐานที่จำเป็น จนเป็นแน่ใจได้ว่าทั้งคู่มีแผนปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง คณะตุลาการจึงลงความเห็นว่าทั้งคู่พ้นผิดจากทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษานี้เป็นความล้มเหลวครั้งล่าสุดของฝ่ายเหยื่อที่ทวงถามความยุติธรรมจากศาลระหว่างประเทศที่ก่อตั้งเมื่อปี 2545 แห่งนี้ ปีที่แล้ว ไอซีซีเพิ่งตัดสินยกฟ้องฌ็อง-ปิแอร์ เบมบา อดีตขุนศึกและอดีตรองประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากเหตุรุนแรงโดยฝีมือกองกำลังของเขาเมื่อปี 2545-2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2557 ประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา ของเคนยา ก็รอดตัว เมื่ออัยการไอซีซีตัดสินใจยกเลิกข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากเหตุนองเลือดช่วงเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ, พ้นผิด, ยกฟ้อง, ศาลอาญาระหว่างประเทศ, โลรองต์ บักโบ, ไอซีซี, ไอวอรีโคสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3dec8c78d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
