<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กอ.รมน.ภาค4&#039;ขอทุกฝ่ายประณามบึ้มยะลายันยึดกม.เอาผิดคนร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.62 ๐ พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้าคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่จ.ยะลา จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 นายช่วงค่ำวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ในครั้งนี้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว การค้าการลงทุนและระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ซึ่งทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะเร่งรัดบังคับใช้กฏหมายกับกลุ่มก่อเหตุโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และนักการเมืองในพื้นที่ ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรงดังกล่าว เพื่อปกป้องพิทักษ์สิทธิ และคืนความเป็นธรรมให้พี่น้องประชาชนที่ต้องตกเป็นเหยื่อของกลุ่มสุดโต่งดังเช่นความจริงที่ปรากฏมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน พร้อมกับขอความร่วมมือในการช่วยกันตรวจสอบกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ หากพบเบาะแสให้แจ้งสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43947</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า, ก่อเหตุวางระเบิด, คนร้าย, จ.ยะลา, พ.อ.ปราโมทย์  พรหมอินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d04a925105.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หิ้วฝากขัง 2 มือบึ้มหน้า สตช. เร่งตามจับอีก 4 คนร้ายหลบหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15&amp;nbsp;ส.ค.62&amp;nbsp;ที่ สน.ปทุมวัน พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทราช&amp;nbsp;26&amp;nbsp;อาวุธครบมือควบคุมตัวนายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ ผู้ต้องหาก่อเหตุลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมา ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ได้แจ้งข้อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ข้อหา&amp;nbsp;&amp;quot;เป็นอั้งยี่,&amp;nbsp;ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือพรัพย์ของผู้อื่น,&amp;nbsp;หลังจากที่ควบคุมตัวครบกำหนด &amp;nbsp;48&amp;nbsp;ชม. ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ศูนย์ซักถาม ศปก.ตร.สน.ยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ส.ค.ที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนคลี่คลายคดีนี้ให้ตำรวจไปร้องทุกข์กับกองปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้มีการโอนย้ายคดี ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เสนอเรื่องให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พิจารณาเซ็นคำสั่งอนุมัติแล้วเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ทำให้เหลือเพียงขั้นตอนทางธุรการที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นเพื่อลดความยุ่งยากในการดำเนินคดี ส่วนการติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี หลังจากที่วานนี้ ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่ม 4 คน ยืนยันว่าฝ่ายสืบสวน ยังคงติดตามจับกุมผู้ต้องหาทุกรายที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ได้ประสานขอความร่วมมือไปในระดับหนึ่งให้ช่วยเฝ้าระวังแล้ว และหากมีการออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการนี้ครบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวางระเบิด, บึ้มป่วนกรุง, ฝากขังศาล, วางเพลิงเผาทรัพย์, สน.ปทุมวัน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อั้งยี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d54d2ba7b024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นราธิวาสป่วนอีกโจรใต้วางระเบิด  4 อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.61-ความคืบหน้าเหตุคนร้ายแฝงตัวเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ 4อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ในช่วงคืนที่ผ่านมา ประกอบด้วย อ.ศรีสาคร เจาะไอร้อง รือเสาะและระแงะ ด้วยการนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ที่โคนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสาไฟฟ้าริมถนนและรางรถไฟ พร้อมทั้งได้จุดชนวนระเบิดในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คือ ตั้งแต่เวลา 19.35 น. ถึง20.15 น. โดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่ไว้เพื่อเข้าตรวจสอบในช่วงเช้าของวันนี้ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

โดยจุดที่ 1 อ.รือเสาะ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อโณทัย ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ เจ้าหน้าที่กองวิทยาหลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟรือเสาะ เข้าทำการตรวจสอบรางรถไฟหลักกิโลเมตรที่ 1073ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟลาโล๊ะกับสถานีรถไฟรือเสาะ ช่วงบริเวณโค้งมะโย่งบ้านยะบะ ม.2 ต.รือเสาะ เจ้าหน้าที่พบหมอนคอนกรีตรองรางรถไฟถูกระเบิดแสวงเครื่องได้รับความเสียหาย 2 ท่อน และรางรถไฟบิดงอเล็กน้อย พร้อมเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว12 นิ้ว หนักประมาณ 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ซึ่งจากการประเมินของเจ้าหน้าที่แขวงบำรุงทางตันหยงมัส ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในการเปลี่ยนหมอนคอนกรีตรองรางรถไฟ 2 ท่อน และทำการดัดรางรถไฟที่บิดงอ โดยรถไฟทั้ง 14 ขบวน ที่วิ่งขาขึ้นและขาล่อง จากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ และกทม.จะสามารถวิ่งผ่านจุดดังกล่าวเพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารได้ตามปกติในช่วงบ่ายของวันนี้

จุดที่ 2 อ.ระแงะ ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน. ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบเสาไฟฟ้าริมถนนเยื้องกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ซึ่งตั้งอยู่บ้านตันหยงมัส ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว จุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ จำนวน 2 ต้น ซึ่งอยู่ห่างกันต้นละประมาณ 50 เมตร ได้รับความเสียหายแต่ไม่หักโคน โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกเกลื่อนทั่วบริเวณโคนเสาไฟฟ้าทั้ง 2 เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวม

จุดที่ 3 อ.ศรีสาคร ร.ต.อ.ฤทธิชัย น้อยสุก รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่บ้านบือแนนากอ ม.6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร ซึ่งถูกคนร้ายลอบวางระเบิดในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีเสาตอหม้อของเสาส่งสัญญาณได้รับความเสียหายเล็กน้อย และมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5นิ้ว ยาว 12 นิ้ว หนัก 5 ก.ก. จุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จุดที่ 4 อ.เจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อโณทัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่บ้านบาโงดุดุง ม.6 ต.จวบ หลังพบว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง จากการตรวจสอบพบว่า มีเศษซากกระดาษสีแดงจากปะทัดยักษ์ตกอยู่เกลื่อนประตูเหล็กทางเข้าของอาคารแบบน็อคดาวของเครื่องส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นที่สะพานรถไฟ ระหว่างสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง กับ สถานีรถไฟบูกิต ซึ่งตั้งอยู่บ้านไอร์สะเตีย ม.5 ต.บูกิต จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าไม้หมอนรองรางรถไฟได้รับความเสียหายเล็กน้อย ในส่วนของวัตถุระเบิดที่คนร้ายนำมาจุดชนวนพบว่า ได้ตกลงในใต้สะพานเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในเบื้องต้น

และเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคืนของวันที่ 28ธ.ค.61 ที่ผ่านมา พบว่า คนร้ายได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในท่อแป๊ปเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว และจุดชนวนด้วยวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ ทุกจุด ซึ่งคาดว่าเป็นวัตถุระเบิด ที่ได้ประกอบด้วยคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ที่ได้กระจายไปให้สมาชิกแนวร่วมในแต่พื้นที่อำเภอไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25425</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวางระเบิด, จ.นราธิวาส, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c2864a5a48f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประหารโจรใต้ บึ้ม6จุดปัตตานี ฆ่าปชช.บริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้ ก่อเหตุวางระเบิดในเทศบาลเมืองปัตตานี 6 จุดปี 2559 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บกว่า 20 คน ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก &amp;quot;รอง มทภ.4&amp;quot; แจงนำผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คนไปอยู่พื้นที่ อ.สุคิริน เหตุทั้งหมดไม่เกี่ยวกลุ่มก่อความไม่สงบ แค่คนไทยหนีความรุนแรงไปอยู่มาเลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 พ.ค. เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นำโดย พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) และนายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(รอง ผวจ.ปัตตานี) ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยมีครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังที่บริเวณทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจากทั้งหมด 6 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี ในห้วงเดือนมิถุนายน- ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน โดยศาลสั่งประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล, นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ และศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายฮามิด เจะมะ ศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า พฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp; แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลาน หรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คนได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้&amp;quot; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์กล่าวว่า การดำเนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสู่การพิพากษาของศาล โดยได้พิพากษา 6 คดี มี 10 คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูรณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริง ศาลจึงสั่งตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวเสริมว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30 คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม 2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อง 5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน 10 คนนี้ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพยอม รักบุตร แม่ของ จ.ส.ต.อนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่า มีลูกชายคนเดียว มาเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งวันนี้สามารถจับคนร้ายได้ ก็คิดว่าดี เหตุการณ์จะได้ลดลง ไม่มีผู้สูญเสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในส่วนญาติของหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คนที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่า เคารพกระบวนการยุติธรรม แต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้าย เขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ ก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.วิชาญ สุขสง รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 มีแนวคิดจะพาผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ที่กลับจากมาเลเซียเมื่อหลายเดือนก่อน ไปอยู่ที่ ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ว่าที่ตรงนั้นมีพื้นที่ว่างที่กองทัพขอใช้พื้นที่จากโครงการนิคมแล้วประมาณกว่า 700 &amp;nbsp;ไร่ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 105 คน ซึ่งมี 23 ครอบครัว และเป็นคนโสด 12 คน เข้าไปอยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา แต่เมื่อ 30 ปีก่อนเขามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ เกิดความหวาดระแวง จึงเข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่อายุ 70 ปีแล้ว ไม่ใช่พวกที่ก่อเหตุอยู่ในช่วงนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาเป็นคนไทย เราต้องดูแลเขา แม่ทัพภาค 4 ก็นำมาให้สัญชาติ ให้บัตรประชาชน เพราะเขาคือคนไทย &amp;nbsp;เราทำเพื่อมนุษยธรรม เมื่อก่อนกลุ่ม จคม. เป็นคนมาเลย์ เรายังดูแลเขาได้ แต่นี้เขาเป็นคนไทย เราก็ต้องดูแลถึงแม้เขาไม่ได้เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสถานการณ์ แต่เขาก็เป็นคนไทย ขอยืนยันว่ากลุ่ม 105 คนที่เราจะพาเขาไปอยู่ที่ใกล้ๆ หมู่บ้าน บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 ไม่ใช่คนร้าย และไม่ใช่กลุ่มคนที่สร้างปัญหา&amp;quot; พล.ต.วิชาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านกว่า 500 คน จาก 3 หมู่บ้าน ใน ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ได้รวมตัวกันมาที่ห้องประชุมอเนกประสงค์ ค่ายจุฬาภรณ์ที่ 12 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีการแสดงความคิดเห็นไม่พอใจที่จะให้คนในโครงการพาคนกลับบ้านเข้ามาอาศัยด้วย หลังจาก พล.ท.ปิยวัฒน์ มีแนวทางจะใช้พื้นที่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 12 หมู่ที่ 13 &amp;nbsp;บ้านรักษ์ธรรม หมู่ที่ 10 บ้านลีลานนท์ และหมู่ที่ 6 เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8390</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวางระเบิด, ทรัพย์สินเสียหาย, นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์, พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์, พิพากษาประหารชีวิต-จำคุก 10 โจรใต้, มัสยิดกลางปัตตานี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศบาลเมืองปัตตานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9ce1c9ddbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
