<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการชี้ศาลสั่งจำคุกโจ๋ตีกันในโรงพยาบาลเป็นคดีป้องปรามเหตุ แต่ทำเครื่องมือเสียหายต้องชดใช้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 15 ธ.ค. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวเพิ่มเติมกรณีศาลจังหวัดอ่างทองมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกกลุ่มวัยรุ่นยกพวกตีกันที่โรงพยาบาลอ่างทอง ว่า ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาและสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวคำพิพากษาจากเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทางหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูงรุ่น 8 ซึ่งตนเป็นนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าวอยู่นั้น พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้นำข่าวที่ศาลสั่งลงโทษจำคุกผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาลขึ้น หารือในห้องอบรม ซึ่งในหลักสูตรมีผู้เรียน 150 คน มีแพทย์ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงเรียนหลักสูตรดังกล่าวอยู่กว่า 70 ท่าน ก็มองว่าเหตุที่เกิดในสถานพยาบาลจะทำให้ประชาชนที่มาใช้บริการไม่ปลอดภัย เนื่องจากมีวัยรุ่นที่ส่วนมากจะเมาในช่วงเทศกาลทะเลาะ ทำร้ายกัน เมื่อมีคนบาดเจ็บมารักษาที่โรงพยาบาล ก็ยังมีการตามมาทำร้ายกันในโรงพยาบาลอีก ทั้งที่สถานที่ดังกล่าวควรเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ผ่านมาเราจะเห็นข่าวแบบนี้ค่อนข้างบ่อยขึ้น แพทย์ทั้งหลายที่เรียนในหลักสูตรดังกล่าวก็มีความเห็นเรียกร้อง ขอให้โรงพยาบาลเป็นที่ที่ปลอดภัย ไม่ใช่แต่เพียงแพทย์ สำหรับประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตนในฐานะที่เป็นอัยการและเรียนหลักสูตรดังกล่าว ได้ขึ้นกล่าวว่า ในเรื่องกฎหมายขอให้มั่นใจว่าเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่และรวดเร็วที่สุด อย่างคดีที่โรงพยาบาลอ่างทองที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง จะเห็นว่าคดีนี้ เหตุเกิดช่วงเดือนพฤศจิกายน อัยการฟ้องไป ศาลก็มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญาในช่วงต้นเดือนธันวาคม ก็ถือว่ารวดเร็ว ตรงนี้เราอาจจะดูในเรื่องของความร่วมมือ และในเรื่องของการเร่งรัดผลคดีให้ ก็อยากจะฝากเตือนกลุ่มวัยรุ่นว่า ในช่วงเทศกาลมีการเฉลิมฉลองหรือสนุกกันได้ แต่ควรอย่าเลยเถิดจนมีเรื่องทำร้ายร่างกายกัน และขอให้เคารพสถานที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาล ต้องลองคิดดูให้ดีว่าเครื่องมือแพทย์บางชิ้นนั้น ที่อยู่ในห้องฉุกเฉินมีมูลค่า 40-50 ล้านบาทก็มี แล้วถ้าไปก่อเหตุทำให้เครื่องมือเสียหายตามหน้าที่แล้วอัยการก็จะต้องเรียกค่าเสียหายผู้กระทำเพื่อให้ชดใช้ คราวนี้เรื่องก็จะลามไปเป็นภาระแก่ผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่น ทรัพย์สินที่มีไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่นาที่อยู่อาศัย ก็อาจจะถูกยึดมาใช้หนี้ตนจึงอยากฝากด้วยความห่วงใย ว่าไม่มีเรื่อง ไม่ตีกัน ดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่าง ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่มีการเผยแพร่ข่าวที่เป็นบทเรียนแก่สังคม เพื่อที่ผู้ที่จะก่อเหตุก็จะได้รู้และเปลี่ยนใจไม่กระทำความผิด เพราะคุณก็จะได้รู้ผลคดี ไม่ใช่รู้แต่ว่ามีเรื่อง ว่ามีเหตุแล้วเงียบหาย วัยรุ่นและผู้ปกครองก็จะได้ตระหนักรู้ระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้น ทุกคนจะได้มีสติ หมอหรือพยาบาลนั้นเวลาที่จะต้องมีการกู้ชีพคนไข้ในห้องฉุกเฉินเขาจะไม่ระวังตัว เพราะว่าจะต้องจดจ่ออยู่กับการกู้ชีพชีวิตคน ถ้ามีคนบุกเข้าไปและพยายามจะทำร้ายคนไข้ แล้วหมอหันหลังอยู่ก็ลองคิดดูว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวิวาทในรพ., รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afeb0f575624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ดร.สาธิต&quot;ส่งหนังสือถึง ผบ.ตร.ขอความร่วมมือป้องกันเกิดเหตุวิวาทใน รพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62- ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายเรวัต อารีรอบ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สาธิต กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงพยาบาล ได้มอบหมายให้ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอ ให้ทำความเข้าใจกับทุกจังหวัด มีแนวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน ให้สังคมทราบว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดเหตุ รวมทั้งหากเกิดเหตุแล้ว จะระงับไม่ให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ในปี 2562 มีเหตุการณ์ความรุนแรง เกิดในโรงพยาบาล 5 จังหวัด ได้แก่ จ.อ่างทอง ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทุกแห่งได้แจ้งความดำเนินคดี ส่วนใหญ่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน โดยที่ รพ.บางสะพานน้อย มีการตัดสินคดีแล้ว มีการจำคุกผู้ก่อเหตุ 8 เดือน และ 10 เดือน โดยโรงพยาบาลที่เกิดเหตุทั้งหมด ได้มีระบบป้องกันการเกิดเหตุ อาทิ ระบบประตูห้องฉุกเฉิน 2 ชั้น การจัดทำตู้แดงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สาธิต กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ ดังนี้ 1. ได้ส่งหนังสือไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือ ป้องกันเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลเป็นการเฉพาะ ให้สั่งการเป็นนโยบายเพื่อให้มีการปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน หากเกิดเหตุทะเลาะวิวาท และมีผู้เข้ารับการรักษา โรงพยาบาลจะแจ้งเหตุไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งทางตำรวจต้องส่งเจ้าหน้าที่และกำลังพลให้เพียงพอต่อการระงับเหตุ 2. การป้องปรามการเกิดเหตุซ้ำ กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบเป็นนโยบายให้ทุกจังหวัด ประสานไปยังผู้เกี่ยวข้อง ขอให้มีการลงโทษผู้ก่อเหตุขั้นเด็ดขาด ให้หลาบจำ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการดำเนินการมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการมี 3 ด้าน ดังนี้ ด้านอาคารสถานที่ ให้มีระบบตรวจสอบความปลอดภัย 24 ชั่วโมงตรวจสภาพกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งานและติดตั้งเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง จัดระบบควบคุมประตู ได้แก่ ประตูทางเข้า-ออก ประตูห้องฉุกเฉิน 2 ชั้น ช่องทางที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;รวมถึงจัดสถานที่พักคอยญาติที่เหมาะสม ด้านการรักษาความปลอดภัย จัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับการป้องกันและจัดการควบคุมความรุนแรง ทบทวน ฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะเพื่อลดความวิตกกังวล จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยหรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่าง ๆ ในพื้นที่ และด้านกฎหมาย ให้ดำเนินคดีคดีอาญากับผู้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงทะเลาะวิวาททุกราย ไม่มีการยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวิวาทในรพ., นายสาธิต ปิตุเตชะ, ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2627fa05a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อนุทิน&#039;เดือดลั่นจัดให้หนักอันธพาลกระจอกตีกันในห้องฉุกเฉินรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.62-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข โพสต์เฟสบุ๊ค &amp;quot;อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วยกันจัดให้หนัก&amp;quot; โดยมีเนื้อว่า &amp;quot;เราควรจะทำอย่างไร ?กับอันธพาลกระจอก ที่ชอบยกพวกมาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล กี่ครั้งแล้ว ที่ห้องฉุกเฉิน และโรงพยาบาล ต้องเสียหาย แพทย์ เจ้าหน้าที่ ต้องเสี่ยงบาดเจ็บทำงานไม่ได้ ทรัพย์สินโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ เสียหาย ผู้ป่วยคนอื่นๆ เดือดร้อน ขอแบบเอาให้เข็ดหลาบ ไม่แสดงสันดานหยาบช้าป่าเถื่อนแบบนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสงคราม ยังเว้นพื้นที่ปลอดภัยให้โรงพยาบาล แพทย์ และ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แต่ในหัวใจอันธพาลกระจอกพวกนี้ ไม่มีอะไรเลย รวมทั้งคำสอนของพ่อแม่ แย่จริงๆ กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเลวร้าย อีกต่อไปพร้อมติด#saveโรงพยาบาล#saveผู้ป่วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50003</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อเหตุวิวาทในรพ., นายอนุทิน ชาญวีรกุล, โรงพยาบาลอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95b9745041f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจ้งความ เรียกค่าเสียหายก่อเหตุวิวาท ในรพ.ยโสธร-อุบลฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20พ.ค.62-นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 10 ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล หลังเกิดเหตุมีผู้เข้าไปทำร้ายผู้ป่วยที่กำลังรักษาที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก ต.เหล่าเสือโก้ก อ.เหล่าเสือโก้ก จ.อุบลราชธานี และเหตุทำร้ายญาติผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พร้อมกำชับให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ และเรียกร้องค่าเสียหายจากการทำลายเครื่องมือแพทย์อย่างถึงที่สุดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยที่โรงพยาบาลเหล่าเสือโก้ก มีผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ส่งรักษาต่อที่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ มีอุปกรณ์การแพทย์ที่เสียหาย คือเครื่องวัดความดันโลหิต ส่วนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทาผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นญาติผู้ป่วย &amp;nbsp;เบื้องต้น ได้สั่งการให้โรงพยาบาลในเขตสุขภาพทุกแห่ง ประสานงานตำรวจทันที หากมีผู้ป่วยจากการทะเลาะวิวาทเข้ามารักษาไม่ต้องรอเกิดเรื่องก่อน ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันญาติ หรือมีประตูนิรภัยให้ล็อคประตูทันที รวมทั้งติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม&amp;rdquo; นายแพทย์ธงชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเกิดเหตุบ่อยครั้ง ดังนี้ 1.ให้โรงพยาบาลจัดทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวน ฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ 2.จัดทำระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง 3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ รวมทั้งจำกัดการเข้าออก 4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง 5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล 6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 7.จัดหาสัญญาณเตือนภัย หรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงสาธารณสุขจะมีมาตรการป้องกัน แต่คงป้องกันไม่ได้ทั้งหมด ต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งญาติผู้ป่วย ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในโรงพยาบาลซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงสำหรับประชาชนทุกคน และที่สำคัญคือ จิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้ที่ตั้งใจเข้ามาก่อเหตุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36298</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสข, ก่อเหตุวิวาทในรพ., นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร, รพ.ยโสธร, รพ.อุบลฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190520/image_big_5ce26415161e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
