<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกภายใน &quot;เสื้อแดง&quot; กับ จังหวะก้าวเดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สนามที่ดุเดือดที่สุด เชียงใหม่ จบลงไปด้วยชัยชนะของ ส.ว.ก๊อง-นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จากค่ายเพื่อไทย โค่นแชมป์เก่า โต๊ะ-นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรมไปได้ งานนี้พรรคเพื่อไทย เครือข่ายชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้มากบารมีคนแดนไกล ทุ่มหมดหน้าตัก ประกาศสู้ ประกาศรบ พร้อมคำสั่งประกาศิต แพ้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดการหาเสียงคงได้เห็นการปราศรัยดุเดือด เช่นเดียวกับแกนนำคนเสื้อแดง ที่งานนี้แยกวง แบ่งฝ่าย เลือกยืนสนับสนุนตามทัศนคติความเชื่อของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตุ๊-นายอดิศร เพียงเกษ, โอปอ, เงาะ-วรชัย เหมะ, พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ยืนฝั่งเพื่อไทย ช่วยปราศรัยทุกเวที อีกฝั่งก็มีตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานใหญ่คนเสื้อแดง หมูไม่กลัวน้ำร้อน พรศักดิ์ ศรีละมุล, เจ๋ง ดอกจิก-ยศวริศ ชูกล่อม, ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ แท็กทีมปราศรัย ที่ต่างฝ่ายต่างใช้วาทกรรมกันอย่างถึงพริกถึงขิง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลันจบศึก นึกว่าจะแยกย้าย แยกวง กลับมีชนวนให้วิวาทะผ่านสื่ออีกรอบ โดยเฉพาะปมประเด็นการเสนอให้ยุบ นปช. จากแนวคิดจตุพร และก็ถูกเพื่อนร่วมรบ ก่อแก้ว พิกุลทอง ออกมาคัดค้าน ที่ต่างฝ่ายต่างใช้วาทกรรมเผ็ดร้อน ทำเอาหลายคน สมาชิกพรรคเพื่อไทย แวดวงคนเสื้อแดง ต่างมองด้วยความเป็นห่วง จบศึกงานนี้แล้วเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เคยต่อสู้กันมาหลายสิบปีจะยังมองหน้ากันติดอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเวลา สถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้หลายคนมีแนวคิด มุมมองที่ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ว่ากันว่านับจากวันนี้ไป เสื้อแดงจากที่เคยเห็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จตุพร พรหมพันธุ์, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, วรชัย เหมะ กลับมาร่วมเสวนาอย่างครบวง อาจกลายเป็นภาพหายากหรือภาพที่ไม่อาจเกิดขึ้นเลยก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับจากวันนี้ เสื้อแดงแต่ละกลุ่มแยกกันเดินอย่างชัดเจน และถูกนำไปเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่ อาจมี เสื้อแดงแยกวงอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง ส่งสัญญาณชัดเจนจะทำพรรคการเมือง ระดมพรรคพวกได้แล้วส่วนหนึ่ง อาทิ นายประภัสร์ จงสงวน นายรุ่งเรือง พิทยศิริ และบักเต้น-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงที่เพิ่งได้รับการพักโทษ พ้นจากแดนคุมขังชั่วคราว กำลังถูกรุมจีบอย่างหนักจากหลายกลุ่มการเมือง โดยเฉพาะเสี่ยอ๋อย-จาตุรนต์ ที่เคยทำงานใกล้ชิดมาตั้งแต่พรรคไทยรักษาชาติ ณัฐวุฒิถูกโยงปรากฏชื่อที่จะเข้ามาเป็นหนึ่งในกองหนุนคนสำคัญ เพียงแต่ยังต้องรอดูประเด็นทางกฎหมาย ท่าทีของ กกต. และคดีที่ยังติดพันอยู่ว่า พอถึงเวลานั้นจะเข้ามาช่วยเหลือ ยุ่งเกี่ยวได้มากน้อยขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;วรชัย เหมะ&amp;rsquo; &amp;lsquo;อดิศร เพียงเกษ&amp;rsquo; &amp;lsquo;พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์&amp;rsquo; ผลจากคดีในอดีต แม้บางคนจะถูกตัดสิทธิ์ ห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง แต่ก็ยังพร้อมประสาน ทายาท คนใกล้ชิด ให้เข้ามาเป็นตัวแทน และทั้งหมดที่มีความสัมพันธ์แนบแน่น มีบุญคุณกับ บิ๊กเพื่อไทยบางคน ขอเลือกยืนอยู่กับพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่นับรวมพรรคการเมืองใหม่ของ หญิงหน่อย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ที่จะทำพรรคการเมืองของตัวเองอย่างแน่นอน ก็อาจจะมีแกนนำเสื้อแดงบางคนเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมช่วยงานอยู่เบื้องหลังก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จตุพร พรหมพันธุ์, ยศวริศ ชูกล่อม, พรศักดิ์ ศรีละมุล, ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ, ศักดิ์ระพี พรหมชาติ แม้ในอดีตจะเคยร่วมกันก่อร่างสร้าง &amp;quot;พรรคเพื่อชาติ&amp;quot; กันขึ้นมา ต่อมาเกิดความคิดเห็นไม่ตรงกันบางประการกับแกนนำพรรคบางคน เลยขอแยกวง หอบหิ้วกันออกมา เหลือเพียง อารี ไกรนรา ยังเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ในปีกจตุพรเพียงคนเดียว แต่อนาคต เส้นทางการเมืองหลังยุบสภาอาจต้องนำมาประเมินอีกรอบ ยังต้องรอดูต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.โอ๋-รยุศด์ บุญทัน อดีตสมาชิกพรรคเพื่อชาติ แท็กทีม &amp;ldquo;แจ๊ค&amp;rdquo; ธนชาติ ไชยทองพันธ์ เพื่อนสนิทจตุพรเดินหน้าทำกิจกรรมในนามพรรคสามัคคีไทยอย่างเอาจริงเอาจัง และในวันนี้เดินหน้าไปไกลทั้งในแง่ยุทธศาสตร์และความพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แกนนำคนเสื้อแดง อดีตคือมิตร จับมือร่วมต่อสู้ในนาม นปช.หนึ่งเดียว เคยสังกัดเพียงพรรคเดียว เพื่อไทย แต่ด้วยสถานการณ์แหลมคม บริบทการเมืองที่สลับซับซ้อนมากขึ้น แกนนำเสื้อแดงแต่ละคนต่างเลือกปักธง ยืนอยู่ตามมุมความเชื่อของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อน พ้อง น้อง พี่ในสนามรบ ในวันเก่าๆ ไม่รู้ว่าพอถึงเวลา ปี่กลอง ระฆังเลือกตั้งดังขึ้น จะยังคงคำว่า &amp;lsquo;มิตรไมตรี&amp;rsquo; ได้ไปถึงวันนั้นหรือไม่. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, จตุพร พรหมพันธ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วรชัย เหมะ, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff32a95a83d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก่อแก้ว&#039; ขวาง &#039;จตุพร&#039; ยุบ นปช.ไม่ใช่สมบัติของใคร เหนื่อยก็หยุดพัก รับขบวนแตก 2 กลุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.63 - นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. มีแนวคิดจะยุบนปช.ว่า นปช.ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นองค์กรต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อความยุติธรรมมาตรฐานเดียว ซึ่งนปช.ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ขณะนี้ยังอยู่ในสภาพเผด็จการซ่อนรูปและความยุติธรรมยังหลายมาตรฐานอยู่ จะมายุบองค์กรทิ้ง เลิกต่อสู้ ทั้งที่เวลาผ่านมานับสิบปี มวลชนและแกนนำต่างเสียสละมากมาย ทั้งด้วยชีวิต ติดคุก ทรัพย์สินเงินทอง&amp;nbsp;การต่อสู้ของนปช.เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล แล้วจะมาชวนยุบทิ้งนั้น ตนยอมรับว่างง ทำไมถึงต้องเลือกหนทางนี้ ทั้งที่จริงแกนนำแต่ละคนก็เป็นเสรีชน ถ้าใครเหนื่อยหรือเบื่อหรือมีอุปสรรคในการทำงาน ไม่สามารถเป็นแกนนำต่อได้ ก็สามารถหยุดพักได้ตามสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ทุกวันนี้แกนนำนปช.มีการแตกเป็น 2 กลุ่ม อันเนื่องมาจากที่คุณจตุพรตัดสินใจจับมือกับพรรคพวกตั้งพรรคเพื่อชาติ ซึ่งแกนนำหลายคน รวมทั้งตนไม่เห็นด้วย ขอเดินต่อกับพรรคเพื่อไทย จนทำให้แกนนำแยกเป็น 2 กลุ่ม แยกทำงานคนละพรรคการเมืองกัน หลังจากนั้น&amp;nbsp;นปช.ก็ไม่เคยมีการประชุมร่วมกันเลย แต่ที่จริงพวกเราก็ไม่ได้แตกแยกกัน ยังเป็นเพื่อนมิตรและสามารถทำงานร่วมกันได้&amp;nbsp;ส่วนตัวชื่นชมและรักใคร่นายจตุพรในฐานะเพื่อนสนิท เขาเป็นคนที่จริงใจตรงไปตรงมา และรักเพื่อน ตนยังเชื่อมั่นว่านายจตุพรยืนหยัดอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน อย่างที่หลายคนกังขา หรือกล่าวหาโจมตี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่เห็นด้วยกับคุณจตุพรในการขับเคลื่อนทางการเมืองหลายเรื่อง ไม่ว่าการที่อยู่ในฐานะประธานนปช.แต่ไปเยี่ยมพุทธอิสระถึงวัด ทั้งที่พุทธอิสระเป็น 1 ในขบวนการล้มประชาธิปไตย นำพามาสู่การยึดอำนาจ การตั้งพรรคเพื่อชาติโดยไม่หารือกับเพื่อนแกนนำก่อนถึงข้อดีข้อเสีย ทำให้นำไปสู่การที่แกนนำแตกเป็น 2 กลุ่ม 2 พรรค การปราศรัยหาเสียงที่เชียงใหม่แล้วมีการโจมตีผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งการเสนอแนวคิดที่จะยุบ นปช.เพราะภารกิจของนปช.ยังไม่บรรลุเป้าหมายและนปช.ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของแกนนำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ&amp;rdquo; นายก่อแก้ว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายก่อแก้วกล่าวว่า ในฐานะเพื่อนขอแนะนำว่านายจตุพร ควรนัดประชุมแกนนำนปช.เพื่อหารือแนวทางการเมืองที่ควรจะขับเคลื่อนร่วมกันในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้ารู้สึกเหนื่อย แบกต่อไม่ไหว ก็หยุด ไม่ต้องฝืน ปล่อยให้แกนนำคนอื่นๆทำหน้าที่ต่อไป หรือเชิญชวนคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีไฟ มาสานงานขับเคลื่อน นปช ให้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88196</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, จตุพร พรหมพันธุ์, นปช., แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9926284d2f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2020 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวิดตกขบวน! &#039;พิกุลทอง&#039; โผล่ประณามใช้ความรุนแรงสลายม็อบ 3 นิ้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค.63 - นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ที่บริเวณแยกปทุมวัน เมื่อวันที่16 ต.ค. ว่า ขอประณามการตัดสินใจการใช้กำลังสลายการชุมนุมโดยสงบของกลุ่มนักศึกษา ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ของรัฐบาล ความแตกต่างทางความคิด ไม่สามารถใช้กำลังมาตัดสินได้ การห้ำหั่นกันล้วนจะมีแต่ความสูญเสีย เพิ่มความบาดหมาง เป็นการโหมไฟความโกรธแค้นเพิ่มขึ้นในจิตใจของคนหนุ่มสาว การทำร้ายเยาวชนจะเป็นการผลักให้พ่อแม่ให้ครูบาอาจารย์ให้เพื่อนๆนักศึกษาและคนไทยที่รักความถูกต้อง ออกมาปกป้องและช่วยเหลือเยาวชนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมทุกรูปแบบและยุติการจับกุมแกนนำหรือผู้ร่วมชุมนุม ควรใช้การเจรจาหาทางออกร่วมกันในข้อเรียกร้องต่างๆของกลุ่มนักศึกษา การใช้ความรุนแรงที่หวังจะทำให้เกิดความกลัวนั้น ไม่น่าจะใช้ได้ แต่ผมเชื่อว่าจะกลับกลายเป็นความกล้าและจะทำให้มีผู้ออกมาสนันสนุนเพิ่มมากขึ้น&amp;rdquo; นายก่อแก้ว กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายก่อแก้วกล่าวว่า รัฐบาลต้องไม่ยั่วยุ อ้างต้องทำตามกฎหมาย เพราะหากดึงดันเรื่องนี้อย่างเดียว จะเกิดความสูญเสียเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาก็เป็นถือเป็นบทเรียนได้อย่างดี แต่หากย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน จุดที่กลุ่มนักศึกษาชุมนุมเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ก็เคยมีกลุ่มการเมืองมาใช้เป็นพื้นที่ชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ก็ไม่เคยออกพูดถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเหมือนในขณะนี้เลย และแกนนำผู้ชุมนุมก็ได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้าในปัจจุบัน.&lt;/p&gt;


	ดร.อาทิตย์ ฟันเปรี้ยง รัฐบาลผิดพลาดอย่างแรง!
	สส.สาวเพื่อไทย ไม่คิดว่าคำพูด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; จะไร้สำนึกความเป็นมนุษย์ขนาดนี้!
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; สุดปวดใจ!
	หยุดบิดเบือนความจริง&amp;nbsp;
	&amp;#39;วรงค์&amp;#39; งัดภาพม็อบ 3 นิ้วฟาดตำรวจ แฉขบวนการบิดความจริงปั่นกระแสเท็จหนัก!
	เอาอยู่มั้ย! กุนซือสมองเพชร เปิดหลักการม็อบ 3 นิ้วเคลื่อนไหว 16 คำ
	อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวต่างประเทศถาม&amp;#39;ทอน-ฝ่ายค้าน&amp;#39;ฝรั่งขี้นกในรูปเป็นใคร ถึงชี้นิ้วสั่งม็อบได้
	การเมืองร้อนสุดๆ&amp;nbsp;&amp;#39;ภูมิธรรม&amp;#39; ส่งสารด่วนถึงเพื่อน
	คณะราษฎร ขยับนัดมาบ่าย 3&amp;nbsp;
	3 นิ้วเฮลั่น!ศาลฯยกคำร้องขอฝากขัง กลุ่มผู้ชุมนุมแยกปทุมวัน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, พรก.ฉุกเฉิน, สลายม็อบ, แยกปทุมวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201017/image_big_5f8a8097a670a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก่อแก้ว&#039; โหมกระพือม็อบ19กันยา เชื่อเสื้อเหลือง-กปปส.กลับใจหันมาร่วมชุมนุมเปลี่ยนประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17 ก.ย.63 - นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)กล่าวถึงกรณีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนักศึกษาในวันที่ 19 ก.ย.ว่า ขอชื่นชมและให้กำลังใจน้องๆนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย นปช. ยึดถือแนวทางประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เชื่อมั่นว่าน้องๆนักศึกษามีจุดยืนเดียวกัน ในการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.มีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากการเรียกร้องประชาธิปไตยแล้ว ยังเป็นการรำลึกถึงการยึดอำนาจเมื่อ 14 ปีก่อน ถือเป็นต้นกำเนิดของเผด็จการซ่อนรูปมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ในขณะนั้น ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่แถวหน้าของอาเซียนและเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก เศรษฐกิจที่กำลังเจริญรุ่งเรือง คนไทยกำลังมีความสุข ชีวิตเต็มเปี่ยมด้วยความหวัง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องพังทลายลง จากการยึดอำนาจ 19 ก.ย.49 ตามมาด้วยการยึดอำนาจอีกครั้งเมื่อ 22 พ.ค.57 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ทั้งเสรีภาพ ความเท่าเทียม โดยเฉพาะเศรษฐกิจมีแต่แย่ลงจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ปัญหาจากรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว สร้างเผด็จการซ่อนรูป ทำให้รัฐบาลพลเรือนอ่อนแอ ผูกมัดเงื่อนไขที่ทำให้ประเทศไทยพัฒนายาก ก้าวไม่ทันโลกล้วน จึงเป็นที่มาให้กลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นเหมือนอนาคตของประเทศ มองไม่เห็นอนาคตของตนเองและประเทศชาติ ว่าจะก้าวต่อไปได้อย่างไร การออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง เป็นสากล จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่า ในวันที่ 19 ก.ย. จะมีพี่น้องประชาชนจากทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น เสื้อแดง เสื้อเหลือง กปปส.ที่เคยหลงผิดไปหลงเชื่อคำโกหกหลอกลวงของแกนนำบางคน ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาปากท้องฯ ปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ จากผลพวงของเผด็จการ มาร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจ น้องๆนักศึกษาที่กำลังต่อสู้เพื่ออนาคตของประเทศและอนาคตของพวกเขาเอง เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, นปช., ม็อบ19กันยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180912/image_big_5b9926284d2f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก่อแก้ว&#039; โผล่หนุน &#039;สันติ&#039; นั่ง รมว.คลัง ต้องเอานายทุนพรรคลดคลื่นใต้น้ำ ชี้ปัญหาอยู่ที่ผู้นำรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.63 - นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช.และอดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจาก รมว.คลังว่า มองว่า คนที่เหมาะสมที่จะมาแทนนายปรีดีคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง จะเห็นว่าที่ผ่านมา นายสันติ ผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวงและกระทรวงที่ผ่านมาล้วนมีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่ากระทรวงการคลังแต่อย่างใด นายสันติเป็นนายทุนพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันก็เป็นผู้อำนวยการพรรคและที่ทำการพรรคปัจจุบันยังใช้ตึกของนายสันติอีกด้วย ประเด็นสำคัญหากแต่งตั้งนายสันติ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พรรคพลังประชารัฐจะไม่มีปัญหาเรื่องคลื่นใต้น้ำในพรรค หากไม่แต่งตั้งนายสันติ ใครมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ จะมีปัญหาอีก ใครไม่ฟังนายสันติก็อยู่ยากและเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นอีก ดังกรณีนายปรีดีที่เกิดขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แม้เก่งแค่ไหน ก็ยากที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นได้ เพราะปัญหาจริงๆแล้ว รัฐมนตรีคลังไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เป็นเพียงองคาพยพเดียว ปัญหาอยู่ที่ผู้นำรัฐบาล คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายก่อแก้วกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่า ไม่มีความรู้พื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ ต้องอาศัยคนอื่นมาช่วยดูแลแทน ซึ่งหัวหน้าทีมปัจจุบัน ที่แต่งตั้งมาใหม่ คือ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ไม่ได้ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีคลังเก่งแค่ไหน ก็ยากที่จะขับเคลื่อนนโยบายหลักได้ ขนาดรัฐบาลคสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ยังบริหารจนเศรษฐกิจเตี้ยลงอย่างต่อเนื่อง มายุคนี้มีฝ่ายค้านคอยตรวจสอบ หากมีแรงกระเพื่อมอีก ยิ่งยากกว่าที่จะทำงานไปข้างหน้าแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ เท่าที่ประเมินพบว่าช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา มี 2 กระทรวงที่ทำงานดี คือ กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, รมว.คลัง, สันติ พร้อมพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af188c774f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชคดีกว่าคนอื่น &#039;ก่อแก้ว&#039; สัญญาจะช่วยดูแลครอบครัว 4 แกนนำนปช.ที่ติดคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.63 &amp;nbsp;-&amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ กล่าวภายหลังกรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน 4 แกนนำนปช.คดีบุกบ้านสี่เสาเทวศร์ &amp;nbsp;ว่าผลแห่งคดีนี้ก็สิ้นสุดแล้ว ทั้ง 4 ท่านก็มีจิตใจที่แข็งแกร่งอยู่ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ถึงแม้ไม่มีคนรุ่นผมทำหน้าที่ แต่คนรุ่นใหม่ตอนนี้ก็มีมากมายที่พร้อมทำหน้าที่ต่อ เราจะช่วยกันเท่าที่ทำได้ การขับเคลื่อนไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงของคนไทยให้เกิดขึ้นเพื่ออนาคตของลูกหลาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้เรามีอุปสรรค เราต้องช่วยกันก้าวข้ามไปให้ได้ สำหรับพี่ ๆ และน้องเต้นเปรียบเสมือนครอบครัว วันนี้ผมโชคดีกว่าคนอื่นก็จะช่วยดูแลครอบครัวพี่ ๆ เท่าที่จะทำได้&amp;quot;นายก่อแก้ว ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69849</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, คดีบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์, คนเสื้อแดง, นปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65bcaedf728.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรผวาซ้ำ6ตุลา/บิ๊กตู่วอนอย่าร่วมป่วนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจเรียก &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พร้อมแกนนำพรรค อนค.รับทราบข้อกล่าวหาจัดชุมนุมแฟลชม็อบโดยไม่แจ้งผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 4 ข้อหา ศาล รธน.ไม่รับคำร้องไต่สวนพยานคดี &amp;quot;อิลลูมินาติ&amp;quot; อนค.ล้มล้างการปกครอง จ่อนัดอ่านคำวินิจฉัยเร็วๆ นี้ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; ภาวนาอย่าให้เชียร์ลุงปะทะวิ่งไล่ลุง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; หวั่นซ้ำรอยตุลาเลือด หายนะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา วอนพรรคร่วมรัฐบาลหยุดเสี้ยม รองโฆษก พปชร.ชวนทำกิจกรรมเก็บขยะดีกว่าชวนไปชุมนุมการเมือง โพลเสียงสูสีหนุน-ต้าน &amp;quot;ม็อบธนาธร&amp;quot; แต่เชิดชู &amp;quot;พี่ตูน&amp;quot; วิ่งเพื่อโรงพยาบาลมากกว่าวิ่งไล่ลุง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่มี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้พิจารณาพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, น.ส.พรรณิการ์ วานิช, นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;และนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร แกนนำจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะพนักงานสอบสวนฯ ได้พิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้วพบว่า การจัดกิจกรรมแฟลชม็อบไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 จึงได้ออกหมายเรียกนายธนาธรและนายไพรัฏฐโชติก์ให้มารับทราบข้อกล่าวหา 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิธา, น.ส.พรรณิการ์ และนายปิยบุตร ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาสามัญประจำปีครั้งที่ 2 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่โพสต์ข้อความระบุว่า มาแรงแซงทางโค้งอีกคดี ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยอมให้เปิดไต่สวน-เตรียมนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี &amp;ldquo;อิลลูมินาติ&amp;rdquo; ยุบพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ได้ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิ์และยุบพรรค อนค. เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์-ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;คดีอิลลูมินาติ&amp;rdquo; โดยล่าสุด 19 ธ.ค.2562 ศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องของพรรค อนค.ผู้ถูกร้อง ที่ขอให้เปิดไต่สวนพยาน หลังจากนี้จะเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย คือศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวันอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว ร่วมจับตาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญโดยนายอนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทำหนังสือแจ้ง เลขที่ 291/2562 มายังพรรคอนาคตใหม่ เรื่องคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 จากกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ฟ้องร้องพรรคอนาคตใหม่, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรค อนค. ในข้อหาล้มล้างการปกครองฯ ระบุว่าตามที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีของผู้ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และผู้ถูกร้องทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนพยานและคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน ฉบับลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอทั้งสองฉบับดังกล่าว&amp;nbsp;
หวั่นม็อบชนม็อบซ้ำรอยตุลาเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;ldquo;จับตาการระดมพลไล่ลุง-เชียร์ลุง 1.ขณะนี้มีข่าวตรงกันว่าจะมีการระดมพลจัดงานวิ่งเชียร์ลุง หรือวิ่งเพื่อแผ่นดิน ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 2.อีกพวกหนึ่งก็ขยายพื้นที่การจัดวิ่งไล่ลุง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเช่นเดียวกัน 3.พวกวิ่งไล่ลุงประกาศกำหนดการวันที่ 12 มกราคมไว้ก่อน แต่อีกพวกหนึ่งก็ประกาศกำหนดการวิ่งเชียร์ลุงวันที่ 12 มกราคมตรงกัน เรียกว่าพร้อมที่จะประชันกันแล้ว ขอภาวนาอย่าให้ขบวนไล่กับขบวนเชียร์มาปะทะกันเลย เมื่อระดมจัดวิ่งเชียร์ลุงได้ ก็ยากที่จะห้ามการระดมวิ่งไล่ลุง จึงน่าคิดว่าการระดมคนออกสู่ถนนอย่างนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า จากประเด็นเรื่องวิ่งไล่ลุง วิ่งเชียร์ลุง และอนาคตใหม่กับเวทีต่อต้านการชังชาติ จะเห็นว่ามีแนวโน้มที่สถานการณ์การเมืองไทยจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 หรือเรียกได้ว่าคือโมเดล 6 ตุลา รัฐบาลไม่ว่ายุคใด สมัยใด หากเกิดการคลั่งอำนาจ จะมองโลกแคบ ไม่ฟังความเห็นต่าง มองคนเห็นต่างเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด ดูจากกรณีดังกล่าวนี้เป็นต้น รัฐมีความตื่นตัวเกินเหตุกับการจัดกิจกรรมแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของประชาชน จนมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานขึ้นมา มีวิ่งไล่ลุง ก็มีวิ่งเชียร์ลุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า รวมถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำพรรครวมพลังประชาชาชาติไทย (รปช.) และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค รปช. ตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ โดยระบุว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพวกชังชาติ กระบวนการนี้เป็นกระบวนการบ่มเพาะรอเวลา หากรัฐกระโจนเข้าร่วมเมื่อใด จำนวนคนก็จะเพิ่มขึ้นไม่ยาก หากรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าเกี่ยวข้อง ปัญหาก็จะไม่เกิด แต่ถ้าเข้าเกี่ยวข้องกับเวทีนี้ปัญหาเกิดแน่ หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการสร้างความแตกแยกเช่นนี้ ก็ควรต้องบอกให้พรรคร่วมฯ หยุด จึงขอสื่อสารไปยังรัฐบาลว่า ขอให้ยุติการสนับสนุนพรรคร่วมฯ ตั้งเวทีปลุกความชิงชัง หวั่นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหตุล้อมฆ่านักศึกษาประชาชนอย่างบ้าคลั่ง 6 ตุลาคม 19 หากยังปล่อยให้เกิดการปลุกปั่นความขัดแย้งนี้ ความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นจะมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งหายนะของชาติและพังรัฐบาลเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ได้เขียนบทความเรื่อง เราจะก้าวไปทางไหน โดยมีเนื้อหาสรุปว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนแตกแยกกันอย่างหนัก จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีที่จะดีขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีทางการสื่อสารและโซเชียลมีเดียพัฒนาดีขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนไทยกลับใช้เทคโนโลยีในการทำลายล้าง สร้างความขัดแย้งกันในโลกออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ เป็นลักษณะของ Hate Speech ปัจจุบันถึงขั้นดัดแปลงรูปภาพ ทำคลิป สร้างความเสียหายและเพิ่มเกลียดชังกันมากขึ้น มิหนำซ้ำนอกจากในเรื่องการเมืองแล้ว ยังมีการนำมาสร้างความแตกแยกในเรื่องศาสนาอีกด้วย&amp;nbsp;
วอนช่วยหาทางออก ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ที่รับรู้กันทั่วไป เป็นการใช้กฎหมายเพื่อทำลายล้างหรือสกัดกั้นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่กระทำกันซ้ำๆ และชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันทำผิด ก็จะช่วยหาทางออกให้ ถ้าเป็นอีกฝ่ายก็จะหาเหตุให้ผิดจนได้ สิ่งนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่กลุ่ม นปช.ออกมาประท้วงใหญ่ในปี 2553 และวันนี้ก็กำลังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญชวนผู้คนมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมบนท้องถนน ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันหยุดความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ได้หรือยัง จึงขอเรียกร้องให้สังคมไทยทุกฝ่ายช่วยกันคิดอ่านหาทางออกให้กับประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และเพื่อความรักสามัคคีของคนไทยทั้งปวง&amp;quot; นายก่อแก้วระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐและอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า ตนได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ฝั่งธนดีกว่านี้ได้ #FutereLAB Thonburi&amp;quot; เพื่อรณรงค์ช่วยกันเก็บขยะเพื่อรักษาความสะอาดในชุมชน ที่ชุมชนวันโพธิ์ทอง เขตจอมทอง โดยระบุว่า วันนี้เราต้องชวนกันมาทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีกว่าชวนกันไปชุมนุมทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองบางพรรค หรือกลุ่มบางกลุ่ม ที่ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรอง มีแต่เพาะเชื้อโรคร้าย สร้างความเกลียดชัง ความแตกแยกขัดแย้งให้กับสังคม และซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็นที่ถนนสีลม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลมอบความสุขให้ประชาชน เดิน กิน ชิม เที่ยว walking street @ silom โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่ อย่าให้ใครมาทำให้บรรยากาศช่วงปลายปีมีปัญหา ใครที่จะทำให้มีปัญหา ก็ขอร้องว่าอย่าไปร่วมกับเขา เพราะใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ต้องไม่ทำอะไรที่เสียหาย เราไม่ต้องไปฟัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้ว่าใคร เดี๋ยวจะมาหาว่าผมว่าเขา ที่ผมทำคือทำให้ประเทศชาติและประเทศไทยให้มีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติทุกคน จะได้ทำงานกันได้ ไม่ใช่อย่างนั้นต้องไม่มีใครได้หรือเสียประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนและประเทศชาติ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเปิดงานนายสนธิรัตน์ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อรายงานความคืบหน้าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐยังมีคะแนนนำผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย แต่นำอยู่ไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ธนาธร ปลุกม็อบ&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,277 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมการชุมนุม (แฟลชม็อบ) บริเวณสกายวอล์ก เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 30.62 ระบุว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธและความรุนแรง รองลงมา ร้อยละ 16.76 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศ, ร้อยละ 16.60 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ, ร้อยละ 15.74 ระบุว่าเบื่อการชุมนุมบนท้องถนน, ร้อยละ 14.57 ระบุว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกแยกและสถานการณ์ความวุ่นวายในอนาคต, ร้อยละ 10.88 ระบุว่าเป็นการจัดการชุมนุมเพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมในสังคม, ร้อยละ 10.34 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่อปกป้องนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังโดนคดีความต่างๆ, &amp;nbsp;ร้อยละ 4.31 ระบุว่าเป็นเรื่องของการไม่ยอมรับในกฎหมายกติกาในสังคม และร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายการชุมนุม&amp;nbsp;
โพลสูสีเชียร์-ต้านม็อบธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดกิจกรรมการชุมนุม (แฟลชม็อบ) ร้อยละ 27.80 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เสรีภาพให้กับประชาชน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง ขณะที่บางส่วนระบุว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนคนเก่าที่เป็นอยู่, ร้อยละ 20.75 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ถ้าไม่ทำให้การชุมนุมบานปลายสร้างความวุ่นวาย, ร้อยละ 15.35 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเบื่อการชุมนุม น่าจะต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายมากกว่าออกมาสู้แบบการชุมนุม จะทำให้เกิดความวุ่นวาย, ร้อยละ 28.35 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะการจัดชุมนุมไม่สามารถทำให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เสรีภาพ ผิดประเทศ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; จำนวน 2,100 ตัวอย่าง และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; 1,209 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อถามถึงการนัดหมายพาคนลงถนนจะสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับคนกลุ่มใดบ้าง พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 44.8 ระบุรถติด คนทุกกลุ่มเดินทางลำบาก รองลงมาคือ ร้อยละ 38.7 ระบุความวุ่นวาย ความไม่สงบของบ้านเมือง, ร้อยละ 32.3 ระบุ เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก คนทุกกลุ่มเดือดร้อน, ร้อยละ 31.3 ระบุรายได้ลดของคนขับรถแท็กซี่และรถรับจ้าง, ร้อยละ 27.3 ระบุคนป่วยที่ต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเส้นทางชุมนุมของคนลงถนน และร้อยละ 5.0 ระบุอื่นๆ เช่น ทำทุกคนลำบากกันไปหมด ทำมาหากิน การเงินขัดสนลงไปอีก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกิจกรรมกระตุ้นให้คนไทยออกมาวิ่ง กิจกรรมใดที่ทำแล้วเหมาะสม น่ายกย่องเชิดชูมากกว่ากัน ระหว่างวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ กับวิ่งไล่ลุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุยกย่องเชิดชูการวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือของพี่ตูน บอดี้สแลม เหมาะสมมากกว่า, ร้อยละ 16.6 ยกย่องเชิดชูวิ่งไล่ลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลังวิ่งไล่ลุง พบว่า ร้อยละ 74.9 ระบุพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และร้อยละ 25.1 ระบุอื่นๆ เช่น ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และมีกลุ่มอื่นๆ เช่น คนจัดวิ่งไล่ลุงมีหน้า facebook และ twitter ใช้สื่อโซเชียลโจมตีแต่รัฐบาลด้านเดียว ในขณะที่ร้อยละ 25.1 ระบุไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,082 คน เรื่องข่าวลือหรือเฟกนิวส์ ณ วันนี้ ที่ประชาชนสนใจ พบว่า &amp;quot;ข่าวลือ&amp;rdquo; เรื่องไหนที่ประชาชนคิดว่ามีมูลความจริง อันดับ 1 ยุบพรรคอนาคตใหม่ 38.40%, อันดับ 2 ขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 26.80%, อันดับ 3 การย้ายพรรค ปรับเปลี่ยน ครม.18.79%, อันดับ 4 ขึ้นภาษีผ้าอนามัย 16.18%, อันดับ 5 การออกมาประท้วงของประชาชน 12.58%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, ทิพานัน ศิริชนะ, นพดล กรรณิกา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, พรรณิการ์ และนายปิยบุตร, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุรักษ์ มาประณีต, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff7d471634d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
