<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;เตือนผู้นำฝ่ายค้านกำลังตกหลุมพลางเป็นเครื่องมือให้กับคนที่คิดทำลายสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ม.ค.64 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่พรรคฝ่ายค้านไม่ยอมแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยเฉพาะที่มีข้อความเกี่ยวข้องกับสถาบันมาอ้างในญัตติ โดยระบุว่าแม้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯจะบอกว่าไม่ได้เป็นการบังคับอยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายค้าน แต่นายสมพงษ์ก็ไม่ควรที่จะยื่นญัตตินี้มาอภิปรายฯ&amp;nbsp; และหากนายสมพงษ์และฝ่ายค้านไม่ยอมถอนและแก้ญัตติเรื่องนี้&amp;nbsp; เป็นการทำให้เห็นว่านายสมพงษ์ไม่มีความห่วงใยบ้านเมือง ทั้งนี้คาดการณ์ได้เลยอาจจะมีเหตุการณ์วุ่นวายในสภาฯและนอกสภาฯได้ หากมีการละเมิดกม.บิดเบือน ก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายสมพงษ์ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เพราะตัดสินใจไม่เป็นว่าญัตตินี้ไม่ควรยื่นอย่างยิ่ง&amp;nbsp; และสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่กล้าตัดสินใจ กลายเป็นเครื่องมือให้พรรคที่คิดล้มล้างสถาบัน ยืมพรรคเพื่อไทยมาเป็นเครื่องมือในการที่จะนำมาอภิปรายเสียดสีสถาบันเพื่อให้เกิดความระคายเคืองและทำร้ายจิตใจคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ หรือไม่ ประชาชนที่จงรักภักดีปกป้องสถาบันจะคิดได้ว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะใช้ &amp;quot;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;quot; ในการล้มล้างสถาบันไปกับพรรคนั้นด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ มองว่าหากฝ่ายค้านยังดันทุรังที่จะอภิปรายฯเกี่ยวข้องกับสถาบันก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทั้งในและนอกสภาได้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่คงไม่พอใจ และเชื่อว่าจะทำให้เวทีการอภิปรายไม่ราบรื่นนัก เพราะอาจจะทำให้เกิดการประท้วงจากเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จะมีส.ส.ที่ปกป้องสถาบันลุกยืนขึ้นยกมือประท้วงตลอดเวลาจนทำให้การประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ดำเนินต่อไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตนไม่เคยมั่นใจเลยว่าฝ่ายค้านจะระมัดระวังคำพูดของตนเองในการอภิปรายฯที่จะไม่ให้กระทบกระทั่งกับสิ่งที่ไม่บังควร เพราะเห็นจากพฤติกรรมของ ส.ส. บางคนหรือบางพรรคการเมืองที่มีความคิดคอยแต่จาบจ้วงสถาบันและสนับสนุนคนออกมาบนท้องถนน มีพฤติกรรมที่ทำผิดมาตรา112 ตลอดมา ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ทราบดี&amp;nbsp; ขณะเดียวกันขอฝ่ายค้านอย่าโยนให้ประธานฯในที่ประชุมเพียงฝ่ายเดียวที่เป็นผู้ดูแลการประชุมให้เกิดความเรียบร้อย แต่จะต้องแก้ที่ต้นตอด้วยคือฝ่ายค้านไม่ควรนำมาอภิปรายแต่แรกจะดีกว่า เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปได้ด้วยดีและตรงประเด็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ ยังเชื่อว่า ส.ส. ฝ่ายค้านแท้จริงแล้วไม่ได้อยากใช้เวทีนี้เพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯหรือรัฐมนตรี เพราะไม่มีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงนำมาอภิปรายฯ แต่อยากใช้เวทีนี้เพื่ออภิปรายเรื่องสถาบันมากกว่าซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง ขอถามว่าหากมีใครอภิปรายฯจาบจ้วงสถาบันนายสมพงษ์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ อย่าบอกว่าส.ส.ต้องควบคุมตนเอง เพราะมั่นใจว่าไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอนเนื่องจาก ส.ส.บางคนรับงานมาพูดเรื่องสถาบันโดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่สนใจประธานในที่ประชุมอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และหากมีการพูดพาดพิงสถาบัน แม้ประธานในที่ประชุมจะสั่งให้ถอนคำพูด ตนเองก็มองว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะได้พูดไปแล้วประชาชนได้ยินทั่วประเทศแล้ว และคนทั้งประเทศที่ได้รับชมรับฟังจากการถ่ายทอดสดจะทำให้เกิดกระทบจิตใจอย่างมาก และเกิดความไม่พอใจ จนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้อีก เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเหตุใดถึงคิดไม่เป็น ดังนั้นก็ขอให้นายสมพงษ์ทบทวนถอนและแก้ไขญัตติตรงนี้ด้วย ยังมีเวลาที่สามารถทำได้ ควรรู้ด้วยจิตสำนึกความเป็นผู้นำและเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่ามิบังควร และอย่ายอมเป็นเครื่องมือให้ใครมาทำลายสถาบันเลยครับ&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวล่วงสถาบัน, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_6003b12c5493a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบค้างคืนเป็นเดือน ‘อานนท์’นำทีมฟื้นคณะราษฎร/‘สุภรณ์’จวกก้าวล่วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อานนท์&amp;rdquo; พร้อมเครือข่ายผุด &amp;ldquo;คณะราษฎรอุปโลกน์&amp;rdquo;&amp;nbsp; ปลุกม็อบ 14 ต.ค. เรียกร้อง 3 ข้อ &amp;ldquo;ประยุทธ์ลาออก-แก้รัฐธรรมนูญ-ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo; โวทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฟุ้งชุมนุมข้ามคืนยาวเป็นเดือน บอกไม่มีเจตนาขวางขบวนเสด็จฯ วันที่ 14 ต.ค. เพราะบอกกำหนดการล่วงหน้าแล้ว! &amp;ldquo;สุภรณ์&amp;rdquo; จัดหนักเป้าประท้วงหวังก้าวล่วงสถาบัน เผยมีอดีตนักการเมือง-อดีต ส.ส.-ส.ส.ขั้วตรงข้ามเป็นไอ้โม่งเติมเชื้อไฟและท่อน้ำเลี้ยง &amp;ldquo;หมู่บ้านเสื้อแดง&amp;rdquo; ประกาศไม่เข้าร่วม พร้อมผนึกเป็นเครือข่ายปกป้องสถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เวลา 14.30 น. ที่บริเวณท้องสนามหลวง นายอานนท์ นำภา พร้อมแกนนำผู้จัดชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งประกอบด้วย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี,&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ได้อ่านแถลงการณ์ร่วมกันว่า คณะราษฎรไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคงอยู่ในหัวใจของราษฎรทุกคนที่รักประชาธิปไตย ณ สนามราษฎร์เวลานี้ คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศและเข้าสู่อำนาจอย่างหลอกลวง โฆษณาชวนเชื่อว่าสถานการณ์ยังอยู่ในการณ์ปกติ แท้จริงแล้วเศรษฐกิจกำลังพังพินาศ หลายชีวิตต้องอดอยาก ในขณะที่ชนชั้นศักดินา นายทุน นายพล สุขสบายบนความทุกข์ยากของประชาชน เมื่อรัฐบาลไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องใดที่ผู้ชุมนุมก่อนหน้านี้ได้ประกาศไว้ เราในฐานะราษฎรและในนามคณะราษฎร ขอประกาศจัดการชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน วันที่ 14 ต.ค. เป็นต้นไป โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี 2.เปิดประชุมวิสามัญทันที เพื่อรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจากประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ สถาบันกษัตริย์กลับมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ตามครรลองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเรียกร้องข้างต้นไม่ใช่การล้มล้างระบอบการปกครอง หากเป็นการทำให้ประเทศไทยกลับสู่ระบอบ เพื่อให้กษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อมิให้ต้องมีผู้อดอยากแร้นแค้น สูญเสียโอกาสสูญเสียอนาคต จากการบริหารที่ผิดพลาด จากกฎกติกาที่บิดเบี้ยว ขอให้ราษฎรทั้งผองมาร่วมกัน นำอนาคตที่เป็นของราษฎรกลับมาสู่ราษฎรทั้งปวง ศักดินาพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ
&amp;nbsp;จากนั้นแกนนำได้ชู 3 นิ้ว โดยนายอานนท์กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค. เรานัดรวมตัวกันเวลา 14.00 น. โดยจะจัดกิจกรรมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งที่ผ่านมามีการนำต้นไม้ไปกีดขวาง โดยจะนำต้นไม้ออกจากพื้นที่ จากนั้นจะชุมนุมปราศรัยพร้อมพักค้างคืน อีกทั้งจะยื่นข้อเสนอ 3 ข้อถึงรัฐบาล โดยเพดานจะไม่ลดลง ซึ่งยุทธวิธีในกดดันรัฐบาล เปรียบเสมือนเราจะกินข้าวทีละคำ พร้อมคาดว่าจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมจะไม่น้อยกว่า 19 ก.ย. เนื่องจากมีพี่น้องจากต่างจังหวัดเตรียมเหมารถเข้ามา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าจะกี่วัน และเคลื่อนที่ไปที่ใดหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนคนและสถานการณ์ โดยส่วนตัวเตรียมความพร้อมไว้เป็นเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มแจ้งขออนุญาตชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีการยื่นหนังสือใดๆ อีก หากรัฐบาลจะเจรจาหรือทำตามเงื่อนไขทางกลุ่มก็ยิ่งดี โดยสามารถเข้ามาเจรจาได้ตลอดเวลา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันที่ 14 ต.ค.นี้ จะมีขบวนเสด็จฯ ผ่าน ถ.ราชดำเนิน เวลา 17.00 น. นายอานนท์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยปกติ เราไม่มีเจตนาไปขวางขบวนเสด็จฯ เพราะเราประกาศไปล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยในช่วงที่มีขบวนเสด็จฯ เราคาดว่าประชาชนก็อาจไม่เต็ม ซึ่งรถประชาชนทั่วไป รถเมล์ รถแท็กซี่ ยังคงผ่านได้ปกติ ขบวนเสด็จฯ ก็สามารถผ่านได้ ไม่มีอะไร ไม่มีการขัดขวางขบวนเสด็จฯ เราเป็นไปตามปกติ
โอ่มีเซอร์ไพรส์แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ในความสุขุมและรอบคอบอย่างไรบ้าง นายอานนท์กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมกับเรา เป็นผู้ชุมนุมที่มีวุฒิภาวะสูงมากๆ จะเห็นได้ว่าคนที่ความโกรธแค้นที่หน้ารัฐสภาก็ไม่ได้ไปทำลายทรัพย์สินอะไรแต่อย่างใด เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยการชุมนุมครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันทั้งประเทศ อีกทั้งได้เชิญชวนกลุ่มการเมือง กลุ่มต่างๆ กปปส., เสื้อเหลือง และเสื้อแดง ที่มีจุดร่วมกับเราทั้ง 3 ข้อ สามารถมาร่วมชุมนุมกับเราได้ โดยการชุมนุมครั้งนี้จะมีเซอร์ไพรส์แน่นอน และรูปแบบของเวทีการชุมนุมจะปรับไปตามจำนวนมวลชนที่มาร่วมชุมนุม
&amp;ldquo;พูดตามตรงว่าเราเดินมาไกลมาก ไม่มีการยอมแพ้ ไม่มีการหาทางลงแน่นอน ทุกคนมุ่งไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยการชุมนุมครั้งนี้มีความแหลมคม ทั้งประเด็นและการต่อสู้ในเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน ที่มีหลายกลุ่มตอบรับเข้าร่วมในการชุมนุม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงภาพความขัดแย้งระหว่างแกนนำ นายอานนท์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของการปรับตัว หากมีสิ่งใดผิดพลาดก็ต้องขอโทษ คนที่เป็นแกนนำก็ผิดพลาดกันได้ แต่อยู่ที่ว่าจะปรับตัวกันได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทัตเทพ แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก กล่าวว่า นี่คือขบวนการประชาธิปไตย เป็นการชุมนุมของราษฎรทุกคน เรามีปัญหามามากแล้ว ซึ่ง 3 ข้อเรียกร้องเป็นการแก้ไขโครงสร้างใหญ่ ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนให้ร่วมกันทำภารกิจนี้ให้จบในรุ่นเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.ปนัสยา แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมระบุว่า กลุ่มแนวร่วมฯ ได้ร่วมกลุ่มที่เคลื่อนไหวเป็นคณะราษฎร เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน การรวมตัวกันจะทำให้มีพลังเคลื่อนไหว โดยทุกข้อเรียกร้องมาจากทุกกลุ่ม ถ้าทุกคนคิดว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวต้องเกิดขึ้น ก็ขอให้มารวมตัวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอานนท์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีชายคนหนึ่งขู่จะยิงในการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ซึ่งจะให้โอกาสเขาจนถึงเที่ยง ถ้าไม่ขอโทษก็คงต้องแจ้งความ เพราะนี่คือการขู่ฆ่า เป็นอาชญากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานการประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในการรักษาความปลอดภัยทำเนียบรัฐบาลกรณีการชุมนุมประท้วง โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กองทัพบก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 และตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ใครคิดชุมนุมก้าวล่วงสถาบัน คนส่วนใหญ่จะไม่เข้าร่วม แต่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อก้าวล่วงสถาบัน ซึ่งขณะนี้อดีตคนเสื้อแดงหรือแกนนำคนเสื้อแดงยืนยันว่าจะไม่เข้าชุมนุม แต่ยังมีกลุ่มพรรคการเมือง เช่น อดีตผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ที่มีการปราศรัยในพื้นที่ต่างจังหวัดพยายามปลุกระดมให้คนมาร่วมชุมนุม จึงขอชี้แจงว่าไม่ควรมาร่วมชุมนุม เพราะจะก้าวล่วงสถาบัน นอกจากนี้ การชุมนุมจะทำให้รัฐบาลทำงานยากขึ้น เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว การชุมนุมไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น มีแต่ซ้ำเติมประเทศชาติ ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย ซึ่งเราจะไม่ประมาทกับการชุมนุมครั้งนี้ จะดูแลทุกอย่างให้รอบคอบ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ชุมนุม และป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ให้มีมือที่สามมาสร้างความวุ่นวาย รวมถึงขอผู้ชุมนุมอย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมายและรุนแรง
แฉกลุ่มไอ้โม่งร่วมปั่นม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดทำการปกติ ขอให้ผู้ชุมนุมตระหนักถึงตรงนี้ด้วย และการก้าวล่วงสถาบันเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ รวมถึงไม่ควรเข้าไปในสถานที่ราชการจนทำให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขอบอกไว้ว่าชีวิตความเป็นแกนนำ เหมือนผมที่สุดแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย ถูกดำเนินคดี และในปัจจุบันแกนนำคนเสื้อแดงหลายคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ&amp;rdquo; นายสุภรณ์กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ด้านการข่าวมีใครให้การสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้บ้าง นายสุภรณ์กล่าวว่า การข่าวมีข้อมูลว่ามีอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. อดีตพรรคการเมืองไปชักชวนปลุกระดมจะจ่ายค่ารถและค่าเรือให้มาร่วมชุมนุม แต่หลายคนบอกว่าอยากได้เงิน แต่ไม่ร่วมชุมนุม เพราะรู้ว่าการชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตย แต่เพื่อก้าวล่วงสถาบัน จึงไม่เดินทางมากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยผู้ที่ชักชวนประชาชนได้หรือไม่ นายสุภรณ์กล่าวว่า เป็นอดีตนักการเมือง อดีต ส.ส. รวมถึง ส.ส.ปัจจุบันที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งเรามีหลักฐาน กำลังรวบรวมอยู่ ถ้าถึงขนาดเปิดเผยตัวบุคคลได้จะนำมาเปิดเผย และใครพบเห็นขอให้ถ่ายคลิปถ่ายวิดีโอไว้ด้วย เราจะนำมาเป็นหลักฐานประจานว่าคนเหล่านี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยุยงปลุกระดมให้ออกมาล้มล้างสถาบัน ส่วนเรื่องการดำเนินคดีจะว่าไปตามกระบวนการ ใครที่อยู่เบื้องหลังเป็นผู้สนับสนุนชักจูงคนที่เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในที่ประชุมมีการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมว่าอาจมีผู้เดินทางมาชุมนุมหลักหมื่น และแผนเผชิญเหตุได้มอบหมายให้ตำรวจเป็นผู้พิจารณา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เสนอต่อที่ประชุม โดยให้ยึด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งมีข้อกำหนดห้ามเข้าใกล้พื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในระยะ 50 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงหลายกลุ่มประกาศไม่ร่วมชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ว่าก็ดีแล้ว ส่วนจะลดจำนวนผู้มาชุมนุมลงหรือไม่นั้น จะไปรู้ได้อย่างไร เมื่อถามย้ำว่าหน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่รู้ ยังไม่รู้ แต่ก็ดีขึ้น และการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่มาร่วมชุมนุมนั้นก็ถือว่าดี แล้วสื่อว่าดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ก่อนหน้านี้มีหมู่บ้านคนเสื้อแดง แต่ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานหรือไม่ว่าหมู่บ้านเหล่านี้ได้หายไปแล้ว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการไปตามขั้นตอน ดำเนินการไป เพื่อพยายามจะไม่ให้มีหมู่บ้านเสื้อแดงอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ ศูนย์เครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ชุมชนพรสวรรค์ ทต.หนองบัว อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ได้ประชุมร่วมกับเครือข่ายหมู่บ้านเสื้อแดง 14 จังหวัดภาคเหนือ และ 20 จังหวัดภาคอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอานนท์กล่าวว่า พวกเราอดีตหมู่บ้านเสื้อแดงได้เชิญอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อผนึกกำลังอีสาน-ล้านนา มาแต่งตั้งเป็นประธานหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทยประจำจังหวัดเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จากพวกจาบจ้วงและหวังจะล้มล้างสถาบัน และเพื่อให้สมาชิกออกไปรณรงค์ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงกับประธานหมู่บ้านและสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดงแต่ละหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่างๆ ว่าการที่มีการเข้าไปชุมนุมของคนเสื้อแดงนั้นว่าจะไปล้มรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จริงๆ แล้วไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มดังกล่าว แท้ที่จริงแล้วเป็นกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อสถาบันที่ต้องการจะแก้ไขการปกครองไม่ให้มีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกเราชาวอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงในแต่ละจังหวัดจำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบัน และให้ข้อมูลที่แท้จริงกับเด็ก เยาวชน นักเรียน และนักศึกษา
เดินสายบี้ถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 พร้อมคณะ ยื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้พรรค ปชป.ถอนตัวออกจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเสนอให้เลือกนายกฯ คนใหม่ในที่ประชุมสภา เป็นการแก้ปัญหาวิกฤติชาติ โดยมีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ และโฆษกประจำตัวนายจุรินทร์รับแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า กังวลถึงการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค.นี้ ที่มีผู้ชุมนุมบางส่วนหยิบยกประเด็นการปฏิรูปสถาบันที่มีลักษณะการก้าวล่วง โดยขอให้เด็กรุ่นใหม่ไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น เพราะสถาบันก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งบทเรียนการต่อสู้ในอดีตไม่อยากให้สูญเสียบุคคลในครอบครัวเหมือนพวกตนเอง และขอยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนนักศึกษาใน 3 ประเด็นข้อเรียกร้อง เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯ แต่ต้องไม่ก้าวล่วงจาบจ้วงล้มล้างสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 13.30 น. นายอดุลย์เดินทางต่อไปที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. เรียกร้องให้ถอนตัวออกจากรัฐบาลเช่นกัน โดยขอให้พรรค ภท.ร่วมถอดสลักแก้ปัญหา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เรียกร้องรัฐบาลแห่งชาติ เพราะเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ก็ยังมีตัวเลือกอีก 3 คนจาก 3 พรรค ซึ่งนายอนุทินเป็นคนประนีประนอม และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายมีภาษีกว่าอีก 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรค ภท. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม 6 ฉบับก่อนรับหลักการ กล่าวว่า กมธ.เชิญนายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ และนางพรพิศ เพชรเจริญ รักษาการเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าชี้แจง โดย กมธ.ได้ซักถามในประเด็นปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการทำประชามติต่อเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ได้คำตอบเพียงว่าหากมีข้อสงสัยก็ให้ยื่นร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่ ส.ว.ยังคงยืนยันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการเขียนกฎหมายใหม่ทั้งฉบับ แต่ตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันให้แก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งสัปดาห์หน้า กมธ.จะประชุม 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า ได้ส่งคำร้องไปทางไปรษณีย์ EMS เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบว่าการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ชอบด้วยข้อบังคับพรรคหรือไม่ หากไม่ชอบ ผลที่ตามมาจะทำให้การประชุมใหญ่เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ชอบหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79906</URL_LINK>
                <HASHTAG>14 ต.ค., ก้าวล่วงสถาบัน, คณะราษฎรอุปโลกน์, ทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ปกป้องสถาบัน, ปลุกม็อบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7f199cd7f1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิระ&#039;บี้ตร.ดำเนินคดีส.ส.ร่วมชุมนุม! ชู3นิ้วหราปล่อยม็อบโจมตีสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 63 -&amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มีภาพของ ส.ส.จำนวนหนึ่งปรากฎระหว่างการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งระหว่างการชุมนุมได้มีการบุกรุกรื้อรั้วแผงกั้นเหล็กรอบสนามหลวงและการพักค้างคืนของกลุ่มผู้ชุมนุม อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศในที่ชุมนุมว่าให้ยุติการชุมนุม เพราะไม่ได้ขออนุญาตใช้สถานที่ แต่ทางผู้ชุมนุมไม่ฟังเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะ ส.ส.จำนวนหนึ่ง ที่แสดงตัวด้วยการชูสามนิ้วในสถานที่ห้ามชุมนุม ทั้งที่เป็น ส.ส.ที่ถือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ยังทำผิดกฎหมายเสียเอง จึงไม่ทราบว่าเป็นพฤติกรรมที่ขาดจิตสำนึกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวว่า เมื่อ ส.ส.เหล่านี้เข้าร่วมการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ก็ถือเป็นประชาชนคนหนึ่ง เทียบเท่ากับ ประชาชน แกนนำม็อบทุกคน เพราะฉะนั้นหากมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย ส.ส.พวกนี้ต้องได้รับโทษอย่างเท่าเทียม จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินคดีกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมด้วย ไม่เช่นนั้นตำรวจต้องรับผิดชอบฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาของการชุมนุมที่เกิดขึ้น มีการโจมตีให้ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคคลที่เข้ามาเป็น ส.ส.มีหน้าที่ต้องปกป้องสถาบันชาติ และกษัตริย์ ต้องกล่าวคำปฏิญาณในการเข้ารับตำแหน่ง แต่การเข้าร่วมแบบนี้ ท่านได้ทำหน้าที่ตามที่ได้กล่าวคำปฏิญาณไว้หรือไม่&amp;rdquo; นายสิระ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การเข้าร่วมชุมนุมของ ส.ส.เป็นเพียงแค่การสังเกตการณ์หรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ส.ส.ที่เป็นทำหน้าที่สังเกตการณ์ กับ ส.ส.ที่ไปเข้าร่วมชุมนุม แบบเป็นพวกเดียวกันด้วยการชูสามนิ้ว ภาพที่ออกมาสู่สาธารณชน ก็คงเห็นได้ชัดอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวล่วงสถาบัน, ชู3นิ้ว, ม็อบ, ส.ส., สิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f682367488e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
