<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ&#039;ก้าวหน้า-ก้าวไกล-เพื่อไทย&#039;กำลังผลักไสผู้จงรักภักดีสถาบันเป็นศัตรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;22 พ.ย.63- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่าไม่ได้แปลกใจที่สมาชิกพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ไม่นำพาต่อพฤติกรรมของม็อบราษฎร ที่กระทำต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง อย่างชนิดที่คนทั่วไปไม่อยากเชื่อ และเริ่มทนไม่ได้ เพราะเป็นแนวทางของพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าแปลกใจคือ พรรคฝ่ายค้านใหญ่ ที่อ้อมแอ้มปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่เคยมีใครในพรรคที่มีความคิด &amp;ldquo;ล้มเจ้า&amp;rdquo; ซึ่งประชาชนในระดับรากหญ้าที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็เชื่อเช่นนั้น แต่ระยะหลังนี้พรรคนี้ได้ แสดงออกอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับพรรคกัาวไกล และคณะก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากไม่รู้สึกว่าม็อบราษฎรทำอะไรผิดแล้ว ยังมีอดีตสมาชิกพรรคคนสำคัญ ไปคอยช่วยสนับสนุนม็อบอย่างเปิดเผยในการชุมนุมทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อนายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้นขึ้น กับผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย ท่าทีของพรรคนี้ก็คือ ออกมาโจมตีรัฐบาลว่า กำลังผลักให้ผู้เห็นต่างเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาทกรรมเช่นนี้ ดูเหมือนจะเป็น
วาทกรรมเดียวกันกับ แกนนำม็อบ และบรรดาสมาชิกพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ที่ใช้ข้ออ้างว่า แกนนำและผู้ชุมนุมที่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย พวกเขาเพียงแต่เห็นต่างเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิญญูชนย่อมทราบดีว่า แกนนำและผู้ชุมนุมได้ทำผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง และยังทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายเลยแม้แต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ไม่นำพา ไม่เดือดร้อนกระทั่งสนับสนุนการกระทำของม็อบราษฎร ทั้งยังมองว่า การบังคับใช้กฎหมาย เป็นการทำร้าย และผลักไสให้ผู้เห็นต่างเป็นศัตรู พึงทราบด้วยว่า พวกคุณกำลังผลักไสให้ผู้เห็นต่าง คือผู้ที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศัตรูกับพวกคุณด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคงต้องคอยดูกันว่า ท่าทีเช่นนี้ จะส่งผลต่อการเลือกตั้งอบจ รวมทั้งผลการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างไร หากมีการยุบสภา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84629</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวหน้า-ก้าวไกล, ม็อบ3นิ้ว, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, ล้มเจ้า, อดีตรองอธิการมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบมุ้งมิ้งบุกหน้าทบ. ฉุน‘ผู้พันเจี๊ยบ’หยาม/สว.จี้จัดการแก๊งหมิ่นสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร-วิษณุ&amp;rdquo; โยนฝ่ายความมั่นคงแจงม็อบเยาวชนฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; บี้ตำรวจเร่งจัดการบอกใครก็อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ สภาสูงจี้ต้องจัดการพวกแอบแฝงหมิ่นสถาบัน &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; ปัดเป็นท่อน้ำเลี้ยงม็อบ แต่รับ &amp;ldquo;ก้าวหน้า-ก้าวไกล&amp;rdquo; ร่วมชุมนุมไม่แปลก เพราะเป็นอดีตอนาคตใหม่ที่หนุนแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมขู่เร่งเจรจาหาทางออกก่อนเกิดวิกฤติที่รุนแรง คำม็อบมุ้งมิ้งพ่นพิษแห่ชุมนุมหน้า บก.ทบ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free&amp;nbsp; YOUTH) และสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ที่จัดขึ้นบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ว่าการชุมนุมดังกล่าวผิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ ว่า ต้องไปถามเจ้าหน้าที่ ถามตนเองไม่รู้หรอก ส่วนเรื่องด้านความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง เอาเรื่องอื่นดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอบเรื่องนี้เช่นกันว่า &amp;quot;ไม่ทราบ ไม่มีความเห็น&amp;quot; และเมื่อถามอีกว่าการชุมนุมกระจายตัวไปยังต่างจังหวัดบ้างแล้ว นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;ไม่ทราบ ต้องถามฝ่ายความมั่นคง&amp;quot;&amp;nbsp; เมื่อถามย้ำว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ นายวิษณุย้ำว่าต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. พร้อมผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานต่างๆ ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานของการชุมนุมดังกล่าว ทั้งใน กทม.และพื้นที่อื่นว่ามีความผิดใดหรือไม่
โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา กล่าวภายหลังว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน&amp;nbsp; ส่วนจะออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาสอบสวนหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวน จึงยังไม่สามารถระบุหรือชี้ชัดได้ว่ามีผู้ใดเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ซึ่งการพิจารณาความผิดจะอยู่ภายใต้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก โดยขอฝากไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมขอให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่า หากออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน เนื่องจากอาจส่งผลให้ถูกดำเนินคดีได้ในอนาคต ส่วนการนัดชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องบุคคลที่ 3 ที่อาจมาสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันในการประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรีถึงการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว ว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและยาวอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าบ้านเมืองจะไม่กลับไปเหมือนก่อนปี 2557 รวมทั้งการชุมนุมยังมีการเขียนป้ายที่ไม่ได้เกี่ยวกับข้อเรียกร้อง ซึ่งสร้างผลกระทบกระเทือนจิตใจให้ประชาชนจำนวนมาก&amp;nbsp; รัฐบาลจะมีวิธีการบริหารจัดการหรือสื่อข่าวสารไปยังผู้ชุมนุมอย่างไร เพราะจากประวัติศาสตร์เมื่อมีเรื่องเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองแล้ว ค่อนข้างจะอันตรายและสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง
ห้ามละเมิดสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ&amp;nbsp; ห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและห่วงใยผู้ชุมนุมด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; สำหรับการบริหารจัดการการชุมนุมเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปตามสิทธิเสรีภาพของผู้แสดงออกทางการเมืองนั้น รัฐบาลได้มอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ในการดูแลเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และไม่เกิดผลกระทบกับประชาชน หรือถ้าเกิดก็ต้องเกิดให้น้อยที่สุด โดยให้เจ้าหน้าที่มีความอดทนอดกลั้นชี้แจงกับผู้ชุมนุมถึงข้อกฎหมาย สร้างความเข้าใจร่วมกันว่าตรงไหนปฏิบัติได้ ตรงไหนปฏิบัติไม่ได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมมีการสื่อสารกันตลอดเวลา ส่วนการชุมนุมต่อเนื่องในแต่ละพื้นที่ต่อจากนี้ไปนั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้ สตช.ไปทบทวนและกำหนดมาตรการในการดูแลผู้ชุมนุมให้เหมาะสม เป็นไปตามกฎหมาย และต้องไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นรัฐบาลก็รับฟัง โดยในขั้นต้นข้อเสนอทั้ง 3 ข้อนั้นมีการดำเนินการในปัจจุบันอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้น แต่การใช้สิทธิเสรีภาพนั้นต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มีนัยแอบแฝง และต้องไม่ละเมิดสถาบันโดยเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ตามหน้าที่ที่รับผิดชอบในทุกกรณี&amp;rdquo; พล.อ.ชัยชาญระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;ในการชุมนุมของม็อบวันก่อนมีกลุ่มล้มสถาบันเข้าร่วมมากมาย ทั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและที่เชียงใหม่ จึงเตือนผู้มีหน้าที่และอำนาจอย่าได้ละเลยการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และใช้ความระมัดระวังละเอียดรอบคอบและตรงไปตรงมาต่อผู้กระทำความผิดดังกล่าวตามภาพ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวเช่นกันว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ 2560 แต่การชุมนุมของนักศึกษาประชาชนใน จ.เชียงใหม่และอุบลราชธานี เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 9 (2) แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมีความผิดตาม&amp;nbsp; ป.อาญา มาตรา 209 ฐานเป็นอั้งยี่ และความผิดฐานใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ขออนุญาตตามมาตรา 4&amp;nbsp; แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493 ด้วย จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และอุบลราชธานี ที่ต้องเร่งออกหมายเรียกและติดตามจับกุมผู้ที่ต้องสงสัย โดยเฉพาะแกนนำม็อบ เช่นเดียวกับม็อบเยาวชนปลดแอก เพราะจะใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมายมิได้ และหากตำรวจไม่ดำเนินการก็เข้าข่ายความผิดตาม ป.อ.157
อัดเสียคนตอนแก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของบรรดานักการเมืองนั้น นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภา และนายจาตุรนต์ ฉายแสง&amp;nbsp; อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นักศึกษากลุ่มเยาวชนปลดแอกต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้สำเร็จ ว่าขณะนี้ประเทศไทยก็เป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งแล้ว จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการโพสต์แบบนี้เพื่อต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หรือมีนัยทางการเมืองแอบแฝง โดยอาศัยจังหวะความเคลื่อนไหวของน้องๆ นักศึกษาในขณะนี้ เพราะก่อนหน้านี้นายภูมิธรรมและนายจาตุรนต์ก็เคยระบุไว้ว่าอยากตั้งพรรคการเมืองใหม่ จึงอยากให้ยุบสภาเร็วขึ้นเพื่อที่กลุ่มของตนจะได้ลงสนามเลือกตั้งใหม่ให้เร็วขึ้นเช่นนั้นหรือไม่ โดยไม่สนใจปัญหาความแตกแยกวุ่นวายของบ้านเมือง
&amp;ldquo;แทนที่จะช่วยกันเตือนสติรุ่นน้องให้หันมาร่วมมือช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง กลับมีวิธีคิดที่จะยุยง&amp;nbsp; เช่นนี้ถือว่าใช้ไม่ได้เลย พฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้คนในสังคมส่วนใหญ่มองว่าลุแก่อำนาจ ถ้าสมองคิดแต่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเช่นนี้ มีนัยอะไรแอบแฝงร่วมกับคณะก้าวหน้า นายธนาธร นายปิยบุตร และ น.ส. พรรณิการ์หรือไม่ สังคมอาจสงสัยได้ ผมจึงขอเตือนทั้งสองท่านไว้ว่าระวังจะเสียผู้ใหญ่ตอนแก่ เก็บความนับถือศรัทธาไว้ให้คนในสังคมบ้าง อย่าให้คนในสังคมเสื่อมศรัทธาไปมากกว่านี้ จนไม่มีที่ยืนในสังคมเหลืออีกเลย&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุถึงกรณี ส.ส.ที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองเชิญชวนและเข้าร่วมการชุมนุม ว่าอาจเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษยุบพรรคการเมือง และหากมีการยื่นยุบพรรคจริงก็จะปั่นกระแสสังคมอีกว่าถูกกลั่นแกล้ง ทั้งที่ใจก็รู้อยู่แล้วว่าสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ซึ่งหากมีการกระทำดังกล่าวจริงก็ควรหยุดและให้น้องๆ เยาวชนแสดงออกโดยปราศจากการแทรกแซงของพรรคการเมือง นอกจากนี้การเตรียมการที่จะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัวนั้น อาจทำให้น่าสงสัยว่า ส.ส.มีความสัมพันธ์กับผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมที่กระทำผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมครั้งนี้&amp;nbsp; และไม่เคยให้เงินเป็นค่าจ้างแก่กลุ่มแกนนำ และเชื่อว่าการออกมาชุมนุมของกลุ่มคนเหล่านั้นก็ไม่ได้รับอามิสสินจ้างจากใครด้วย แต่เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ส่วนที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรค พปชร.ให้ท้าสาบานว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมนั้น ไม่ขอต่อล้อต่อเถียงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงกรณีตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการละเมิดสถาบัน ว่าขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยในวันนี้ เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นทำเพื่ออนาคตของประเทศ หากไม่ปกป้องก็จะไม่มีใครออกมาต่อสู้แทนประชาชนได้ เพราะถือเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความกล้าหาญ การออกมาข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีเป็นกลยุทธ์ของฝ่ายรัฐบาลเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลัว ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการที่คนของคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลไปร่วมชุมนุมด้วยไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนของอดีตพรรคอนาคตใหม่ต่างก็เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเมื่อมีการออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้พวกเราก็พร้อมร่วมสนับสนุน
ขู่เร่งเจรจาก่อนวิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากัน เพราะถึงจุดใกล้เกิดวิกฤติการเมืองแล้ว ซึ่งหากปล่อยให้วิกฤติการเมืองครั้งนี้เกิดขึ้น มันจะรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมามาก แต่ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ที่จะยับยั้งวิกฤตินี้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีก อย่ารอให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายขึ้นมาก่อนแล้วค่อยหันหน้าพูดคุยกัน ซึ่งข้อเสนอนี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางออกเดียวของสังคมไทย เพื่อหาข้อตกลงใหม่ ที่เป็นที่ยอมรับร่วมกัน&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าวตอบในเรื่องการชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งถึงการชุมนุมว่า &amp;quot;ขอให้ยึดข้อเรียกร้อง 3 ข้อให้มั่นคงถึงที่สุด เพราะเป็นความชอบธรรม แต่สิ่งสำคัญต้องไม่ก้าวล่วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นความละเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยงต่อการนำพาไปสู่ความสูญเสียเช่นดังประวัติศาสตร์การชุมนุมที่ผ่านมา ซึ่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งเคยพูดว่า การต่อสู้ทางการเมืองต้องไม่เดินเลยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งมีความหมายถึงระบอบการปกครองของไทยยึดติดกับประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะคนผ่านทางได้เห็นปรากฏการณ์และมีความหวั่นวิตกโรคแทรกซ้อนใดๆ ก็ตามจะทำลายการต่อสู้ของขบวนการอันชอบธรรมของนักศึกษา รวมทั้งต้องยอมรับความจริงว่า ถ้าเราต้องการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขนั้น จะต้องขีดเส้นใต้ว่าไม่ยุ่งเกี่ยวหรือก้าวล่วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะถ้าเลยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไป ความชอบธรรมในระยะต่อไปนั้นจะมีความสูญเสียตามมาเป็นลำดับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวอีกว่า &amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดของวันนี้คือ ปรากฏการณ์ชุมนุมของนักศึกษานี้ ถ้าไม่เกิดโควิด-19 สถานการณ์ไปไกลกว่านี้เยอะ แต่ขณะนี้ถ้าไม่บริหารจัดการในผู้ชุมนุมแล้ว เส้นแบ่งบางๆ พร้อมขาดสะบั้นได้ทุกเวลา เพราะไม่มีอะไรที่น่ากลัวไปกว่าความโกลาหล ดังนั้นจึงต้องมีความพร้อมในการจัดการ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย และรัฐต้องส่งคนเข้าไปร่วมบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เป็นชนวนน้ำผึ้งหยดเดียว ซึ่งเป็นความละเอียดอ่อนอย่างมาก การต่อสู้ต้องรักษาความชอบธรรมให้ยาวนานที่สุด ถ้าเสียความชอบธรรมไปจะนำพาให้เกิดความสูญเสียมากมายอย่างที่คาดไม่ถึง ซึ่งห่วงใยจากใจจริงที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำ นปช.กล่าวว่า ขอให้กำลังใจน้องๆ ทุกคน ในฐานะที่เคยอยู่ในเวทีการชุมนุมมาก่อน ขอฝากให้ทุกคนดูแลกันและกันให้ปลอดภัย ระวังบุคคลที่สามจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของกลุ่มนักศึกษาเห็นด้วยทุกประการ&amp;nbsp; แต่หากถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ คงตอบว่าเป็นไปได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงเช้าทีมประชาสัมพันธ์กองทัพบกได้แจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะแถลงข่าวในเวลา 10.30 น.ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการชุมนุม แต่ต่อมา พล.อ.อภิรัชต์ได้สั่งการให้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบกมาแถลงแทน เพราะเกรงว่าจะเป็นการปลุกกระแสม็อบที่จะมาชุมนุมด้านหน้า บก.ทบ.ในช่วงเย็น
โกรธถูกเรียก &amp;#39;ม็อบมุ้งมิ้ง&amp;#39;
พ.อ.วินธัยกล่าวถึงการโพสต์ของ พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร หรือหมวดเจี๊ยบ นายทหารประจำกรมยุทธการทหารบก ที่ระบุว่าม็อบเยาวชนปลดแอกเป็นม็อบมุ้งมิ้ง ว่าเป็นลักษณะส่วนบุคคลในฐานะประชาชนในสังคมไทย ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รองโฆษก ทบ.แล้ว และเจ้าตัวได้ตัดสินใจลบโพสต์ไปแล้ว จึงอยากขอให้สังคมอย่าเชื่อมโยงประเด็นนี้กับองค์กร เนื่องจากในระยะหลังพบว่ามีบางกลุ่มบางบุคคลพยายามแสดงความเห็นต่อกองทัพบก รวมถึงผู้บังคับบัญชาในลักษณะเชิงอคติและไม่เป็นธรรม
และเมื่อเวลา 15.00 น. สำหรับบรรยากาศการดูแลรักษาความปลอดภัยด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) หลังจากที่นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับประกาศนัดชุมนุมในเวลา 17.00 น. เพื่อแสดงออกเนื่องจากไม่พอใจการโพสต์ของ พ.อ.หญิง นุสรานั้น เมื่อเวลา 16.30 น.&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ทหารได้ปิดประตูรั้วด้านหน้า บก.ทบ.ทั้งหมด ส่วนพื้นที่ด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. นางเลิ้งมาดูแลความเรียบร้อย ทั้งนี้ด้านนอกบริเวณรั้ว บก.ทบ.ได้มีการขึงสแลนตั้งแต่บริเวณข้างกำแพงติดกับยูเอ็นจนถึงโรงเรียนแผนที่ทหารไว้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เพื่อทำการปรับปรุงซ่อมรั้วและทาสีหลังจากที่ไม่ได้ปรับปรุงมากว่า 10 ปี
ต่อมากลุ่มเยาวชนปลดแอกและ สนท.นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ อดีตพรรคอนาคตใหม่, นายอานนท์, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ เยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ทยอยเดินทางมารวมตัวชุมนุม โดยใช้เครื่องขยายเสียงพร้อมตั้งเวทีปราศรัยขนาดเล็ก ซึ่งมีมวลชนส่วนหนึ่งชูกล้วยและป้ายระบุข้อความว่า&amp;nbsp; &amp;quot;หยุดซื้อเรือ เครื่องบิน เพื่อปากท้องประชาชน&amp;quot;, &amp;quot;ทหารคือรั้ว อย่ามั่วเป็นเจ้าของบ้าน&amp;quot; และ &amp;quot;ทหารมีไว้ทำไม&amp;quot;
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนนครบาล 1 จำนวน 1&amp;nbsp; หมวด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง และตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 20 นาย พร้อมรถเครื่องขยายเสียง และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวประมาณ 20 นายคอยทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย ขณะที่เจ้าหน้าที่สารวัตรทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้ปิดประตูทางเข้าด้านหน้าในเวลา 17.00 น.&amp;nbsp; ทั้งนี้ก่อนที่แกนนำจะเริ่มทำกิจกรรม ตำรวจ สน.นางเลิ้งได้อ่านประกาศและข้อกำหนดโทษที่ออกตาม&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.การจราจร ผ่านรถเครื่องขยายเสียงโดยหันลำโพงไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้สนใจ
จากนั้นนายภาณุพงศ์ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ม็อบเราไม่ใช่ม็อบมุ้งมิ้ง เวลาเราทำกิจกรรมจะมีเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายทหารไปหาที่บ้าน ถ่ายรูปครอบครัวและขอเบอร์โทรคนที่บ้าน สิ่งเหล่านี้คือการคุกคามประชาชนหรือไม่ ขอให้ช่วยแยกแยะอำนาจกับสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วย ทั้งนี้ผู้นำควรรับฟังเสียงประชาชน ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งเวลา 18.30 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีกองทัพบกและ พล.อ.อภิรัชต์อย่างต่อเนื่อง โดยตอนท้ายได้ระบุว่า &amp;quot;เมื่อมาถึงกองทัพบกก็ต้องมีอะไรพิเศษ&amp;quot; พร้อมนำภาพถ่ายของ พล.อ.อภิรัชต์ที่สวมเครื่องแบบสีเขียวเต็มยศมาฉีก ท่ามกลางผู้ที่มาฟังการปราศรัย ประมาณ 30 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72045</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวหน้า-ก้าวไกล, ฝ่ายความมั่นคง, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ม็อบเยาวชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมิ่นสถาบัน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15a26eb8aab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ยันรับบริจาคไม่ผิด!เผยเงินส่วนใหญ่มาจากคนธรรมดา  ภาคธุรกิจขนาดใหญ่น้อยมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;5 พ.ค.63- น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศรีสุรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องเรียนกรมการปกครองตรวจสอบให้ตรวจสอบการระดมทุนรับบริจาคเมื่อครั้งที่ผ่านมา ว่า ก่อนที่จะเปิดระดมทุนเราได้ตรวจสอบ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 แล้วว่า การเรี่ยรายไม่จำเป็นต้องของอนุญาตทุกกรณี กรณีที่ต้องขออนุญาตคือ การเรี่ยรายบนถนนหลวง หรือการเรี่ยรายโดยวิทยุกระจายเสียง หรือเครื่องเปล่งเสียง ซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ เฟซบุ๊กไลฟ์ไม่ได้ถือเป็นวิทยุกระจายเสียง ฉะนั้นเรื่องนี้ก็ไม่จำเป็ต้องขออนุญาต นอกจากนี้วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมที่เป็นการเรี่ยรายก็ไม่ได้นำเงินไปทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียศีลธรรม หรือเป็นภัยต่อความั่นคงของประเทศ จึงไม่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากมีการดำเนินทางคดีจะทำอย่างไร น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผู้ที่ตรวจสอบเรื่อง ทางเราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยินดีด้วยซ้ำที่มีผู้มาตรวจสอบ เพราะการทำโครงการระดมทุนเช่นนี้ต้องมีความโปร่งใส และเรายืนยันว่าทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและยินดีให้ตรวสอบ เมื่อโอนเงินให้ผู้ได้รับสิทธิ์เรียบร้อย เราก็จะเปิดเผยรายชื่อของผู้ที่ได้รับการโอนเงินทั้งหมด เพื่อให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับเงินคือผู้ที่ขอรับสิทธิ์เข้ามาจริงๆ ไม่ได้เป็นการมุบมิบเงินของประชาชนที่บริจาคเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ เปิดเผยต่อข้อถามกรณีที่ระบบการลงทะเบียนล่ม จนประชาชนต้องนำข้อมูลส่วนตัวมาโพสต์แบบสาธารณะ ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยในอนาคต ว่า แน่นอนอยูแล้วว่าเรื่องนี้เรากังวล เป็นเหตุให้เราต้องไปลบโพสต์ที่มีข้อมูลในส่วนนั้นออกไปในภายหลัง เรากังวลตั้งแต่ที่ประชาชนเริ่มโพสต์ในช่วงแรกแล้ว แต่ไม่สามารถจัดการหรือลบออกในตอนนั้นได้ เนื่องจากหากเราลบในตอนนั้น 1.จำนวนมากเป็นล้านคอมเมนต์เราจัดการไม่ได้ 2.หากตัดโพสต์ที่มีข้อมูลส่วนตัวออกไป ก็อาจจะเกิดข้อครหาว่าเราตัดสิทธิ์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปล่อยให้โพสต์เหล่านั้นอยู่ค้างไว้ก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายืนยันว่า เรื่องข้อมูลส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญ และเราจะต้องปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ที่ขอรับสิทธิ์ ทั้งนี้เราทราบอยู่แล้วว่า หากเปิดระดมทุนแบบนี้ ความต้องการจะต้องมีจำนวนเยอะมาก และจำนวน 3 ล้านคอมเมนต์ก็เป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และสะท้อนว่าคนที่ลำบากต้องการความช่วยเหลือ หรือคนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ มีมากมายมหาศาลขนาดไหน ซึ่งเราก็เสียใจที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ทั้งหมด เพราะเราไม่ใช่รัฐบาล ที่บริหารภาษีจำนวนเป็นล้านล้านบาทต่อปี เราก็ทำเท่าที่ทำได้ ถึงแม้ว่า จะถูกวิจารณ์หรือถูกโจมตีทางการเมือง ถ้าเทียบดีกับการอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย กับการออกมาทำแบบนี้แล้วโดนว่า แต่สามารถช่วยประชาชนได้ 2,427 ครัวเรือน เราก็ถือว่าคุ้มค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะมีโครงการช่วยเหลือประชาชนต่อจากนี้อีกหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ เปิดเผยว่า เราจำเป็นต้องมีโครงการที่สอง เพราะยังไม่สามารถปิดบัญชีได้ เนื่องจากยังโอนเงินให้ประชาชนไม่เสร็จ จึงตั้งใจว่าจะใช้บัญชีนี้โอนให้หมดทีเดียว ไม่อยากย้ายไปหลายบัญชี เกรงว่าจะเกิดข้อครหาเรื่องความโปร่งใส ขณะนี้จึงยังมีเงินบริจาคไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่เราจำเป็นต้องปิดยอดการการบริจาคเงิน 3,000 บาท ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ตัวเลขผู้รับสิทธิ์ที่แน่นอน ดังนั้นจำนวนที่เกินจากวันที่ 3 พฤษภาคม เราจะยกยอดนำไปทำโครงการช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ เปิดเผยถึงกลุ่มผู้ร่วมบริจาคเงิน ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีมากที่เราได้เห็นว่า มากกว่า 95% ของคนที่บริจาคเงินในครั้งนี้มาจากคนทั่วไป มียอดบริจาคตั้งแต่ 10-500 บาทต่อครั้ง ส่วนยอดตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหมื่น หรือภาคธุรกิจขนาดใหญ่ถือว่าน้อยมาก คือ มีไม่เกิน 20 ครั้ง สะท้อนว่า เป็นการช่วยเหลือกันของประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ได้มีรายได้สูง ที่อยากจะช่วยเหลือเพื่อร่วมชาติ และคิดว่าอาจจะเดือดร้อนกว่าตัวเอง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65129</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e6211a666939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
