<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื่อหรือไม่‘พิธา’นายกฯมีแต่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวไกลคึกบุกอีสานประกาศ เชื่อหรือไม่ว่าประชาชนจะดีกว่านี้ถ้านายกรัฐมนตรีชื่อ &amp;quot;พิธา&amp;quot; ด้าน &amp;quot;พีระพันธุ์&amp;quot; ร่ายยาว 6 ข้อเท็จจริงการสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีอะไรลึกลับซ่อนเงื่อน แค่อยากช่วย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; สร้างพรรคให้เป็นสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2564 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.​) ชี้แจงถึงการเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐว่า &amp;quot;ไปกันใหญ่ ไม่เคยคาดคิดว่าการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพปชร.ของผม จะถูกนำไปวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ ตีความ โยงกันจนวุ่นวายสับสนเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่รู้ไปเอาข้อมูลมาจากไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเองยังไม่เคยรู้เรื่องเลย ผมให้สัมภาษณ์ปฏิเสธหลายครั้ง แต่ก็ยังวิเคราะห์วิจารณ์กันอยู่แบบเดิมอีก เพื่อความชัดเจนและเป็นคำพูดของผมเอง โดยไม่ต้องไปอ้างแหล่งข่าวลึกลับซับซ้อนซึ่งหาตัวตนไม่ได้ ผมขอยืนยันข้อเท็จจริงของการเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ของผมดังนี้ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ผมไม่มีเงื่อนไขและไม่มีการเสนอเงื่อนไขใดๆ ให้ผมในการเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค พปชร. เป็นการสมัครเป็นสมาชิกธรรมดาๆ ไม่มีอะไรลึกลับซ่อนเงื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ผมได้พูดคุยกับท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.มานานมากตั้งแต่ปี 2563 เกี่ยวกับความตั้งใจของท่านที่จะสร้างพรรค พปชร. ให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไป ซึ่งท่านไม่เคยเปลี่ยนความคิด มีแต่ความมุ่งมั่นที่จะทำให้ได้ ทำให้ผมอยากช่วยท่านในเรื่องนี้ แต่ติดขัดเรื่องงานต่างๆ ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จตามเวลา จึงเรียนท่านว่าเมื่องานเบาลงจะมาช่วยท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ประมาณเดือนเมษายน 2564 งานต่างๆ พอจะเบาลง จึงเรียนให้ท่านหัวหน้าฯ ทราบ แล้วกรอกใบสมัครโดยท่านหัวหน้าฯ เป็นผู้ลงนามรับรองผมด้วยตัวท่านเอง แต่ปรากฏว่าเกิดการแพร่ระบาดของโควิด ที่ทำการพรรคปิดไม่มีกำหนด สมัครไม่ได้ และการประชุมใหญ่พรรคในเดือนเมษายน 2564 ก็ถูกยกเลิกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.กลางเดือนกันยายน 2564 ผมมีโอกาสพูดคุยกับท่านหัวหน้าฯ ซึ่งท่านก็ยังมีความมุ่งมั่นจะสร้างพรรค พปชร. ให้เป็นสถาบันและเป็นหลักของบ้านเมืองให้ได้ และอยากให้ผมมาช่วยทำงานเช่นเดิม ผมจึงให้เจ้าหน้าที่ของผมสอบถามไปทางที่ทำการพรรค ทราบว่าเจ้าหน้าที่พรรคจะมาทำงานเป็นช่วงเวลาหรือตามที่นัดหมายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.เจ้าหน้าที่ของผมได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่พรรคว่าประมาณต้นเดือนตุลาคม 2564 จะนำใบสมัครของผมไปยื่นให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.เมื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยโดยใช้ใบสมัครที่เตรียมไว้เดิมตั้งแต่เดือนเมษายนที่ท่านหัวหน้าฯ ลงนามรับรองให้แล้ว ท่านหัวหน้าฯ ก็แต่งตั้งผมเป็น &amp;ldquo;ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค&amp;rdquo; เพื่อมาช่วยท่านทำงาน ซึ่งเป็นดุลยพินิจและเป็นอำนาจของท่านเองทั้งสิ้นก็เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง ไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองอย่างที่วิเคราะห์วิจารณ์กันในขณะนี้เลยครับ&amp;quot; นายพีระพันธุ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น หรือไคซ์ พรรคก้าวไกลได้กำหนดจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2564 โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค, สมาชิกพรรค, ส.ส.ของพรรค รวมทั้งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในหลายจังหวัดของภาคอีสาน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประชุมของพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมาห่างเหินกันไปนานเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 การเดินทางที่ยากลำบาก ทำให้ไม่มีโอกาสได้ประชุมกัน ไม่ได้จัดทัพเพื่อเตรียมต่อสู้ ในปีที่จะถึง ทั้งนี้ การมาภาคอีสานต้องการมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ซึ่งได้เห็นช่วงที่ชาวนากำลังลำบาก ทั้งเรื่องราคาพืชผลการเกษตร ทั้งยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก แต่พื้นที่อีสานยังคงแล้งต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับอีสานมานาน ตนในฐานะพรรคก้าวไกล อยากจะอยู่ใกล้ๆ เขาเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น ในการเปิดสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ขณะเดียวกันก็ต้องการมาเห็นกับตาเพื่อนำข้อมูลไปจัดทำนโยบายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งนี้ หากแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ที่ดิน เรื่องน้ำ ให้คนอีสานได้ เชื่อว่าจะสามารถชนะใจคนอีสานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมองคนเป็นคน มองประเทศเป็นประชาชน สวัสดิการเป็นหน้าที่ของรัฐ เป็นสิทธิที่ทุกคนจะต้องได้รับ และเชื่อในศักยภาพของคนทุกคน ต้องการให้คนหนุ่มสาววิ่งตามความฝันได้อย่างสบายใจ ให้คนรุ่นปู่ย่าตายายรู้สึกภูมิใจสบายใจที่เห็นความสำเร็จของรุ่นลูกรุ่นหลาน นี่คือประเทศที่ก้าวหน้า เชื่อหรือไม่ว่าประชาชนจะดีกว่านี้ ถ้านายกรัฐมนตรีชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในนามพรรคก้าวไกล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119936</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;พิธา&quot;, &quot;พีระพันธุ์&quot;, ก้าวไกล, บุกอีสาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชื่อหรือไม่‘พิธา’นายกฯมีแต่ดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b77af1bdbde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิธา&#039; ฝันสักวันหนึ่ง &#039;ก้าวไกล&#039; จะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดขอนแก่น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการประชุมของพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมาห่างเหินกันไปนานเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 การเดินทางที่ยากลำบาก ทำให้ไม่มีโอกาสได้ประชุมกัน ไม่ได้จัดทัพเพื่อเตรียมต่อสู้ ในปีที่จะถึง ทั้งนี้การมาภาคอีสานต้องการมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ซึ่งได้เห็นช่วงที่ชาวนากำลังลำบาก ทั้งเรื่องราคาพืชผลการเกษตร ทั้งยังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก แต่พื้นที่อีสานยังคงแล้งต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่คู่กับอีสานมานาน ตนในฐานะพรรคก้าวไกลอยากจะอยู่ใกล้ๆ เขาเพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้น ในการเปิดสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ขณะเดียวกันก็ต้องการมาเห็นกับตาเพื่อนำข้อมูลไปจัดทำนโยบายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งนี้หากแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ที่ดิน เรื่องน้ำ ให้คนอีสานได้ เชื่อว่าจะสามารถชนะใจคนอีสานได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้ ส.ส.เขตในพื้นที่อีสานเพิ่มขึ้น นายพิธา กล่าวว่า ในใจก็มีคำตอบอยู่ เราสามารถคิดกันด้วยสมอง ดูจากเขตยุทธศาสตร์ได้ว่าผลการเลือกตั้งปี 2562 เป็นอย่างไร แต่ละพื้นที่มีวาระอะไร เช่น การถูกเอาเปรียบในเรื่องของที่ดิน การสร้างเขื่อน ทั้งหมดนี้หากใช้หัวคิดก็สามารถคิดได้ และจะให้บอกตัวเลขก็ทำได้ ทั้งนี้ตนคิดว่าหากสู้กันด้วยใจ ทุกเขตสำคัญหมด ไม่อย่างนั้นคนทำงานจะเสียกำลังใจ ดังนั้น 116 เขตที่อยู่ในภาคอีสานตนตั้งใจจะไปให้ครบทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตยุทธศาสตร์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ในพื้นที่ขอนแก่นเราเคยได้ ส.ส.ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่กลับเป็นงูเห่า จะมีการปรับยุทธศาสตร์ในการเลือกผู้สมัครอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า สาเหตุที่มาจัดประชุมที่ขอนแก่น นอกจากจะไม่ใช่พื้นที่สีแดงเข้ม รวมทั้งมีความสะดวกสบายในการเดินทาง แต่อีกทางคือเป็นสัญลักษณ์ในเชิงมาเปิดประตูสู่ภาคอีสาน ซึ่งตั้งใจจะมาที่เขตเลือกตั้งที่ 1 เพื่อมาทวงคืน ส.ส.ในเขตนี้ ตนเลือกนายวรนันท์ ศรีฮวด ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้พิสูจน์ตัวเองมาหลายสิบปี เมื่อมาอยู่กับพรรคก็ผ่านการสัมภาษณ์ไม่น้อยกว่า 7-8 คน รวมถึงตนด้วย ซึ่งมีกระบวนการคัดสรร กระบวนการพัฒนาเพื่อที่จะมั่นใจว่าคนที่มาเป็นตัวแทนในการมาทวงคืนพื้นที่ ๆ อดีตพรรคอนาคตใหม่เคยทำไว้ ซึ่งเราขอเรียกความไว้วางใจ ความมั่นใจจากคนขอนแก่น เขต 1 จำนวน 1.85 แสนทั่วจังหวัดที่เคยให้พรรคอนาคตใหม่มาให้พรรคก้าวไกลเพื่อทำงานในอีสานระยะยาวและตรงไปตรงมาเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า ในพื้นที่อีสานมีจังหวัดใดที่คาดหวังว่าจะได้ ส.ส.บ้าง หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในใจคาดหวังทุกเขต ทุกจังหวัด &amp;nbsp;ซึ่งเราตั้งใจทำงานเท่ากันหมด แต่ถ้าหากจะให้ดูว่าเขตไหนจะชนะตนคิดว่าทุกคนก็รู้ดูได้จากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าเขตไหนแพ้การเลือกตั้งไม่กี่พันคะแนน เขตไหนแพ้แค่ 5 เปอร์เซ็นต์ สามารถจะบอกได้ แต่ไม่ได้เป็นปัจจัยในการทำงาน เราตั้งใจที่จะสู้ทุกเขตทุกจังหวัดในภาคอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า หนักใจหรือไม่ในการสู้กับพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp;นายพิธา กล่าวว่า ไม่หนักใจ ในระบอบประชาธิปไตย การแข่งขันเป็นเรื่องดี คนที่จะได้ประโยชน์คือประชาชน ยิ่งมีการแข่งขันอยู่ใกล้ชิดประชาชน หานโยบายที่โดนใจประชาชน ใครแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ได้ดี รวมถึงปัญหาหนี้สิน ให้กับเกษตรกรตนคิดว่าจะเป็นทางเลือก และเป็นการแข่งขันในเชิงนโยบายประชาชนจะได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าจะไม่มีการยุบสภา แต่กลับเห็นสัญญาณการลงพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลรวมถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นายพิธา กล่าวว่า ตนคิดว่าคนเราเวลาอะไรที่ทิ่มแทงใจก็จะพูดออกมา ในลักษณะที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือเป็นข่าวลวง หรือตั้งใจที่จะส่งสัญญาณตรงกันข้าม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด และคนนี้ไม่ใช่หรือที่บอกว่าจะไม่ทำรัฐประหาร ตนคิดว่าใครจะพูดว่าอะไรพรรคไหนจะทำอะไร เป็นเรื่องของเขา แต่พรรคก้าวไกลต้องการเตรียมตัวให้พร้อมในทุกเวลา ในทุกมิติ ทุกสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้ และเราควรทำมาตั้งนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคก้าวไกลจะมีการส่งผู้สมัครผู้ว่า กทม. หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า มี ครั้งที่แล้วได้มีการพูดกันเรียบร้อยแล้วว่า ในเรื่องของผู้ว่า กทม.จะต้องมีความพร้อม มี ส.ก. และมีว่าที่ผู้สมัครหลายคนที่ได้ทำงานไปเรื่อย แต่ในส่วนของผู้ว่า กทม.จะต้องรอจังหวะที่เหมาะสมในการที่จะเปิดออกมา ในจังหวะที่ไม่ช้ำ &amp;nbsp;ดังนั้นจึงเริ่มขยับในการทำงานในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการทำไพรมารีโหวต 400 เขตจะเป็นอุปสรรคต่อการเลือกตั้งหรือไม่ &amp;nbsp;นายพิธา กล่าวว่า ต้องพูดคุยกันก่อน มีเลขาธิการพรรคเป็นผู้อำนวยการ รวมถึงมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่จะทำงาน ส่วนเรื่องระบบบัตรเลือกตั้งที่จะเปลี่ยนเป็น 2 ใบนั้น ไม่ว่าระบบไหนก็ต้องพร้อมสู้ เมื่อเป็นพรรคการเมือง &amp;nbsp;หากเป็นอย่างที่ผู้สื่อข่าวถามเราต้องปรับยุทธศาสตร์การทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนให้มากขึ้น ดังนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด สักวันหนึ่งเราจะต้องเป็นพรรคขนาดใหญ่ วันนี้เราอาจจะเป็นพรรคขนาดกลาง แต่เรามีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะเป็นพรรคขนาดใหญ่ ดังนั้นกติกาไหนที่คิดว่าจะได้ประโยชน์กับเขาในตอนนั้น อาจจะเป็นประโยชน์กับเราก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอแก้ไขมาตรา 34 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อที่จะเปิดทางให้พรรคการเมืองเข้าไปช่วยเลือกตั้งท้องถิ่นได้นั้น นายพิธา กล่าวว่า ตนยังไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ แต่ยอมรับว่าการทำงานท้องถิ่นกับการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องทำไปควบคู่กัน ต้องมีการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ แต่ถึงขั้นว่าจะต้องลงไปช่วยหาเสียง จะต้องมีการหารือกันก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119888</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก้าวไกล, พิธา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6073be1e07a87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาคนกรุงเทพฯ 3 กลุ่ม อาจเทเสียงให้ &#039;ก้าวไกล&#039; ชนิดมืดฟ้ามัวดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า จับตาคนกรุงเทพ เทเสียงเลือกผู้แทนพรรคก้าวไกลเป็นผู้ว่ากทม.!!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจเป็นการเทเสียงชนิดมืดฟ้ามัวดินจาก 3 กลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จากเยาวชนคนหนุ่มสาวนิสิตนักศึกษาทุก สถาบันจะระดมกันเทเสียงให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คนทำงาน คนชั้นกลาง ที่ได้แสดง การกระทำให้เห็นแล้วจากการบริจาคเงินในการเสียภาษี ที่ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับเงินบริจาค มากที่สุด ขนาดทุกพรรคที่เหลือรวมกันยังน้อยกว่า!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ผู้ประกอบการและคนตกงานทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบ จากประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน ล้อกดาวและเคอร์ฟิว รวมทั้งคนทั้งหลาย ที่ระอาใจกับการโกงชาติฉ้อราษฎร์บังหลวงและการเหยียบย่ำความยุติธรรมในบ้านเมือง
คอยดูกันต่อไป!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119880</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b1fcd02e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 07:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 07:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รังสิมันต์&#039;ค้นพ้นวิธีแก้ปัญหาให้เกษตรกร ต้องคืนอำนาจให้ประชาชนแล้วจบที่รุ่นเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11 ต.ค.64- นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่าวันที่ 10 ตุลาคม 2564 คุณ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, คุณ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล, ผม รังสิมันต์ โรม และทีมงานพรรคก้าวไกลพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่เดินทางไปรับฟังและติดตามปัญหาของพี่น้องประชาชนกันต่อในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงเช้า เราได้เดินทางไปยัง ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม พบปะกับเกษตรกรกลุ่มนาแปลงใหญ่ ที่รวมกลุ่มกันเพื่อขอการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ ตั้งแต่พันธุ์ข้าว ปุ๋ย รถเกี่ยวข้าว ไปจนถึงโดรนที่ใช้พ่นปุ๋ยและสารเคมี ปัญหาของพี่น้องชาวบ้านที่นี่มีส่วนคล้ายคลึงกับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรอีกหลายที่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินที่มีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ปัญหาราคาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง ทั้งปุ๋ยและน้ำมัน ในขณะที่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำ หรือปัญหาเรื่องน้ำ ที่แหล่งน้ำกักเก็บต่างๆ ที่มีอยู่ไม่เคยให้ความสำคัญกับการนำน้ำมาให้กับการเกษตร ในขณะที่แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่นหนองบึงหรือลำน้ำ ก็ถูกนายทุนจากภายนอกเข้ามาซื้อที่ดินเพื่อทำโรงงานหรือพืชเศรษฐกิจอื่นแล้วส่งผลกระทบ เช่น ซื้อที่ล้อมรอบแหล่งน้ำไว้หมด หรือสร้างถนนขวางกั้นไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในช่วงบ่าย เราได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลกรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ พบกับพี่น้องชาวบ้านที่ประสบกับปัญหามลภาวะจากบ่อขยะที่ตั้งอยู่ในท้องที่ข้างเคียง แต่ส่งผลแพร่มาถึงชุมชนแห่งนี้ กระทบต่อทั้งสุขภาพ ส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเจ็บป่วยต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความเสียหายต่อพืชผักที่ชาวบ้านเพาะปลูก และทำลายระบบนิเวศที่มีกุ้งหอยปูปลาที่ชาวบ้านจับมาเป็นอาหาร ครั้นจะเข้าไปตรวจสอบก็ถูกกีดกัน โดยชาวบ้านหวังเพียงว่าอยากให้บ่อขยะไปตั้งอยู่ในที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่มาอยู่ใกล้กับชุมชนแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดมาอีกที่หนึ่ง เราได้เดินทางไปยัง ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ก็พบกับปัญหาที่ดินทำกินเช่นเดียวกันกับที่ระยอง โดยชาวบ้านเคยได้รับการออกโฉนดที่ดิน (นส.3ก) ในปี 2517 แต่พอมาในปี 2554 กลับเปลี่ยนสภาพที่ดินที่ออกโฉนดนั้นกลายเป็น สปก.4-01 ทั้งยังมีขบวนการนอมินีของนายทุนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เข้ามาจับจองสิทธิกันคนละ 50 ไร่ (ตามข้อจำกัดของกฎหมาย) นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพต่างๆ เช่น การคุ้มครองแรงงาน การขอสินเชื่อเพื่อทำไร่อ้อย เกณฑ์จำกัดน้ำหนักบรรทุกสินค้า การเกษตรอินทรีย์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ทั้งผมกับคุณชัยธวัชและคุณวิโรจน์เห็นตรงกันว่าปัญหาใหญ่เบื้องหลังที่เป็นจุดร่วมในทุกปัญหา นั่นคือเครือข่ายผลประโยชน์ระหว่างนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น นายทุนใหญ่ และระบบราชการ โดยอาศัยประโยชน์จากกลไกรัฐที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่สร้างสมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 มาจนถึงปัจจุบัน เช่นการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 ยกเว้นกฎหมายผังเมืองในการสร้างโรงงานบางประเภท การเปิดช่องให้นำเข้าขยะมาจากต่างประเทศ การเปิดช่องให้ใช้งานที่ดิน สปก.4-01 ในทางที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุน การตั้งคณะกรรมการ EEC ที่มีตัวแทนบริษัทยักษ์ใหญ่อยู่ในนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเครือข่ายผลประโยชน์เหล่านี้ก็มาหากินด้วยการขูดรีดประชาชน พี่น้องเกษตรกรต้องแบกรับหนี้ ธกส. ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 7 ในขณะที่กลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้สินเชื่อดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 2 ขยะที่โรงงานผู้สร้างมันขึ้นมาควรจัดการอย่างมีสำนึกรับผิดชอบ ก็เอามาทิ้งให้ชาวบ้านในที่ห่างไกลรับเคราะห์ พอจะออกมาคัดค้านก็ต้องเจอกับการข่มขู่ด้วยกฎหมาย อิทธิพล และการคุกคามหมายจะเอาชีวิต ทุกวันนี้จังหวัดปราจีนบุรีกำลังกลายเป็นจุดหมายต่อไปของขยะจาก EEC และหากปล่อยไปเรื่อยๆ วันหนึ่งประเทศไทยอาจกลายเป็นถังขยะของโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังเห็นด้วยว่าอันที่จริงแล้วพี่น้องชาวบ้านประชาชนเองก็พยายามต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีของพวกเขามาตลอด บ้างทำเกษตรอินทรีย์เพื่อพึ่งพาตัวเอง บ้างรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วทั้งทรัพยากรเพื่อหาเลี้ยงชีพ ทั้งสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งเหล่านี้เคยอยู่รอบตัวพวกเขาให้ใช้ได้ฟรีๆ แต่มาวันนี้กลับถูกทำลาย ถูกดูดกลืนไปให้กับคนกลุ่มเดียว และที่ผ่านมาแม้จะมีผู้พยายามเข้ามาแก้ปัญหาในวงการเมือง ก็ถูกเอาไปเป็นเหตุในการสร้างวิกฤต จนเกิดรัฐประหาร แล้วทหารที่เข้ามาก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะแท้จริงแล้วพวกนี้ก็คือส่วนหนึ่งของเครือข่ายผลประโยชน์ที่ว่านั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนทางที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืนมีแต่ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชน ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ที่มีทรัพยากรมหาศาลแต่ไม่เคยช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริงเพราะติดระเบียบเยอะแยะไปหมด ให้ชุมชนได้บริหารจัดการแหล่งน้ำในพื้นที่ ให้เกษตรกรได้มีกองทุนไว้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและบริหารความเสี่ยงในอาชีพด้วยมันสมองและฝีมือของพวกเขาเอง ให้สิทธิในที่ดินเป็นของประชาชนที่ลงแรงได้ลงหลักปักฐาน ให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมตัดสินใจว่าจะยอมรับให้มีบ่อขยะหรือสิ่งที่ก่อมลพิษตั้งอยู่ในละแวกบ้านพวกเขาหรือไม่ หากมีแล้วจะเยียวยาความเดือดร้อนและช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กับพวกเขาได้อย่างไร ให้ประชาชนได้กำหนดชะตากรรมของตัวเองจริงๆ เสียที ไม่ใช่ให้ใครที่ทำตัวเหมือนรู้ดีมาคอยชี้นิ้วสั่ง แล้วสุดท้ายลงเอยก็กอบโกยกันในเครือข่ายตัวเองเสียหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนั้น แม้พรรคก้าวไกลจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีอำนาจอะไรไปสั่งการรัฐบาลหรือข้าราชการโดยตรงได้ แต่ในสภาเรายังมีกลไกของการปรึกษาหารือปัญหาชาวบ้านให้ออกอากาศทั่วประเทศ การตั้งกระทู้ถามเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากรัฐมนตรี แล้วใช้ไปกดดันหน่วยงานราชการต่ออีกที (หรือฟ้องศาลต่อไปหากยังไม่ปฏิบัติตามอีก) รวมถึงคณะกรรมาธิการต่างๆ ที่เป็นเวทีในการเรียกเอกสารของราชการมาตรวจสอบ เรียกตัวเจ้าหน้าที่มาซักถาม คอยรวบรวมหลักฐานมาเพื่อผลักดันประเด็นต่างๆ ให้คืบหน้า ซึ่งเคยมีการใช้จนประสบผลมาบ้างแล้ว เช่น กรณีสืบหาตัวผู้ก่อเหตุยิงผู้ชุมนุมทางการเมือง โดยการทำงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่ ส.ส. พรรคก้าวไกลเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมากไปกว่าการรับฝากกรณีปัญหาต่างๆ พรรคก้าวไกลอยากเป็นอีกพื้นที่ให้กับพี่น้องประชาชนได้มาร่วมเป็นเจ้าภาพในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปด้วยกัน ผ่านทีมงานของเราในจังหวัดต่างๆ และบุคคลที่เราไว้วางใจในศักยภาพและอุดมการณ์ที่จะเสนอให้เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนต่อไปในอนาคตหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น รวมถึงผู้ที่จะขออาสาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้แนะนำตัวกับพี่น้องชาวบ้านในพื้นที่วันนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและพรรคก้าวไกลขอฝากพวกเขาเหล่านี้ไว้ให้พี่น้องประชาชนโปรดได้พิจารณา มาร่วมกันทำให้ทั้งปัญหาการเมืองและปัญหาในชีวิตของพี่น้องชาวบ้านประชาชน มันจบที่รุ่นเราครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, คืนอำนาจประชาชน, รังสิมันต์ โรม, แก้ปัญหาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_61637dba275a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิธา’นำทีมก้าวไกลลงพื้นที่ภาคตะวันออก ย้ำพร้อมสู้ทุกกติกาเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ตุลาคม&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.ที่ห้องประชุมโรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เขาสมิง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกล&amp;nbsp;พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประกอบด้วย&amp;nbsp;นายวุฒินันท์&amp;nbsp;บุญชู&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ,นายธีรชัย&amp;nbsp;พันธุมาศ,นางศิริกัญญา&amp;nbsp;ตันสกุล&amp;nbsp;,นายวรรัตน์&amp;nbsp;โชตปมิตกุล&amp;nbsp;นายสุรเชษ&amp;nbsp;ปลิณวงค์วุฒิ&amp;nbsp;และนางวรรณิภา&amp;nbsp;ไม้สน. ร่วมเวที&amp;rdquo;หัวหน้าพรรคก้าวไกลร่วมรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน&amp;rdquo;ที่นายศักดินัย&amp;nbsp;นุ่มหนู&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจ.ตราด&amp;nbsp;เป็นผู้จัดขึ้นโดยมีภาคเอกชนหลักของจังหวัดตราดประกอบด้วย&amp;nbsp;นายสัคศิษฎ์&amp;nbsp;มุ่งการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.ตราด&amp;nbsp;,นายวุฒิพงษ์&amp;nbsp;รัตนมนต์&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจ.ตราด&amp;nbsp;,นายพิพัฒน์&amp;nbsp;ฤกษ์สหกุล&amp;nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายสว่าง&amp;nbsp;ชื่นอารมณ์&amp;nbsp;ประธานสภาการเกษตรจ.ตราด&amp;nbsp;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;สมรรถการนายกสมาคมอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งเเวดล้อมจ.ตราด&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;ชัยศิริ&amp;nbsp;นายกสมาคมประมงจ.ตราด&amp;nbsp;เป็นต้นร่วมพร้อมเอกชนเข้าร่วมกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเข้าร่วมเวที&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;ได้กล่าวกับสื่อมวลชนถึงการเดินทางมายัง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกว่า&amp;nbsp;การเดินทางมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกครั้งนี้มาด้วยหมวกหลายใบ&amp;nbsp;ใบหนึ่งก็คือ&amp;nbsp;ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพรรคอนาคตใหม่ได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมากทั้งปราจีนบุรี&amp;nbsp;,ระยองแพ้ไปนิดเดียวจันทบุรีได้ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;จ.ตราดได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เขตซึ่งการเดินทางมาก็เพื่อทำงานการเมืองที่ต่อเนื่อง&amp;nbsp;และต้องการรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปแก้ไขทั้งราคาผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ปัญหาโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;สถานการณ์ที่น่าห่วงและต้องทำไปแก้ไขก็คือสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ที่จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp;และจันทบุรีที่เพิ่มสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;20 %&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;450&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งทุบสถิติ&amp;nbsp;ตราด&amp;nbsp;8 %&amp;nbsp;ซึ่งยังโชคดีทั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า&amp;nbsp;การแก้ปัญหาในพื้นที่ยังมีปัญหา&amp;nbsp;เพราะส่วนกลางไม่เข้ามาสนับสนุนในท้องถิ่น&amp;nbsp;รวมทั้งงบประมาณไม่มีหรือมีน้อย&amp;nbsp;จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกด้านหนึ่งคือ&amp;nbsp;ได้มีการพบปะพูดคุยกับว่าที่ผู้สมัครของพรรค&amp;nbsp;สมาชิกพรรคและผู้สนใจการเมืองในพื้นที่ที่มีความฝันในการทำงานการเมืองซึ่งทางพรรคยังไม่มีผู้สมัครครบในทุกเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;จึงต้องมาหารือและกำหนดเป้าหมายทางการเมืองกัน&amp;nbsp;ซึ่งการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าในจำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่นั่งในภาคตะวันออกมีโอกาสสูงที่จะได้รับทั้งหมดก็เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์แต่เราพรรคก้าวไกลเราทำงานการเมืองเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp;แต่ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดในภาคตะวันออกมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;เพราะการมีครบทั้งน้ำทะเล&amp;nbsp;ทั้งภูเขาทั้งถนนมอเตอร์เวย์&amp;nbsp;มีท่าเรือ&amp;nbsp;มีวัตถุดิบ&amp;nbsp;แต่การเรื่องการบริหารจัดการที่จะทำให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;คือการที่จะเลือกผู้แทนราษฎรและเลือกผู้นำเข้าไปบริหารจัดการให้เกิดความสำเร็จ&amp;nbsp;การเลือกผู้นำประชาชนต้องเลือกผู้ทีทจะปรุงหรือผู้เจียระไนเพชรให้งดงามเหมือนที่จ.ตราดเลือกผู้แทนราษฎรของพรรคที่มีคุณภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิธา&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ในส่วนของกติกาเลือกตั้งที่มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใบนั้น&amp;nbsp;เรามักจะคิดว่าพรรคใดจะได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งพรรคก้าวไกลไม่ได้สนใจแต่เราพร้อมที่จะปรับตัว&amp;nbsp;และเรายังมีเวลา&amp;nbsp;และจะต่อสู้ในทุกมิติ&amp;nbsp;ทุกกติกาแน่นอน&amp;nbsp;เพราะหากเราเป็นรัฐบาลที่ดี&amp;nbsp;อำนาจจะต้องอยู่ที่ประชาชนแต่หากเราจะกำหนดกติกาอะไรออกมาเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบก็เป็นเรื่องของเขา&amp;nbsp;แต่เราก็ไม่บ่น&amp;nbsp;แต่เราพร้อมจะสู้ไม่ว่าจะ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เพราะพรรคก้าวไกลมีวิธีการสู้&amp;nbsp;เพราะปลายทางของเราคือสถาบันการเมืองที่เคารพกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคะแนนนิยมของผมและของพรรคนั้นจะเก็บไว้เป็นกำลังและทำงานให้หนักมากขึ้น&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ประมาท&amp;nbsp;ท่ามกลางวิกฤติการณ์การเมืองทีทผมจะต้องพิสูจน์ถึงภาวะผู้นำ&amp;nbsp;วิสัยทัศน์ในการทำงาน&amp;nbsp;และไม่ว่าจะมีคะแนนมากน้อยเพียงใดก็จะทำงานให้มากกว่าเดิม&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายพิธา&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายพิธา&amp;nbsp;ลิ้มเจริญรัตน์&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมหารือกับภาคเอกชนจนถึงเวลา16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และเดินทางไปยังตลาดเอกสิน&amp;nbsp;ต.หนองเสม็ด&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;เพื่อพบพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;และในเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.จะร่วมงานกับสมาคมประมงจ.ตราดจนถึงเวลา&amp;nbsp;19.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ตราด, พิธา, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162cdc77af3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด!ก้าวไกล-ก้าวหน้าขนคณะโหน6ตุลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;เมื่อช่วงเช้า ที่ลานประติมากรรมประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรม รำลึก 6 ตุลา 2519 เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี โดยมีกลุ่มคนเดือนตุลา ที่เคยร่วมต่อสู้ทางการเมืองในอดีต ภาคประชาชน กลุ่มผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง คนเสื้อแดง ญาติวีรชนพฤษภา2535 ตัวแทนพรรคการเมืองหลายพรรค จากพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย คณะก้าวหน้า เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เช่น &amp;nbsp;นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช จากพรรคเพื่อไทยและคนเดือนตุลา, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และนายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย &amp;nbsp;ในช่วงเช้า มีการจัดกิจรรมให้กลุ่มต่างๆได้วางพวงมาลา เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118921</URL_LINK>
                <HASHTAG>45 ปี, ก้าวไกล, คณะก้าวหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d031eea6e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุจเทพมาจุติ!&#039;ทั่นรังสิมันต์&#039;ด่า&#039;บิ๊กตู่&#039;อยู่มา 7 ปี มีเงิน2.9แสนล้าน ยังปล่อยให้น้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64-นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุึ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรมว่า &amp;nbsp;เวลา 7 ปี, เงิน 2.9 แสนล้าน, ประสบการณ์ตั้งมากมาย แต่รัฐบาลประยุทธ์ยังปล่อยให้น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องแก้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกพ้องที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ในหมู่ทหาร ประเทศไทยต้องประสบพบเจอกับภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรค COVID-19, ฝุ่น PM2.5, โรคระบาดในปศุสัตว์ (ลัมปีสกิน), อัคคีภัยทั้งในป่าและในเมือง ฯลฯ ที่ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ที่อ้างความมั่นคงเหนือสิ่งอื่นใด ละเมิดสิทธิลิดรอนเสรีภาพประชาชนอยู่ทุกวี่วันในนามของความมั่นคง กลับไม่ได้มีน้ำยาอะไรดีกว่ารัฐบาลอื่นๆ ในการแก้ไขหรือป้องกันภัยพิบัติเหล่านี้เพื่อประกันความมั่นคงให้กับชีวิตของประชาชนเลย ยิ่งกับภัยพิบัติบางอย่างยิ่งไร้ประสิทธิภาพและไร้สำนึกรับผิดชอบจนเรียกได้ว่ากลายเป็นตัวปัญหาเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังจะประจานความไร้น้ำยาของตัวเองอีกครั้งกับภัยพิบัติที่คนไทยต้องประสบพบเจอบ่อยที่สุด เป็นภัยพิบัติที่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นแทบทุกปีภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในภาคเหนือ, อีสาน, กลาง และใต้ นั่นคืออุทกภัย ที่รอบนี้เกิดขึ้นพร้อมกันนับสิบจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน, ภาคกลางตอนบนและตอนล่าง และยังต้องติดตามต่อไปว่าจะกระทบกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในขณะนั้นที่เพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่นานมีเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ที่ในปีนั้นยังเคยไปเดินลุยน้ำด้วยกันกับคุณยิ่งลักษณ์ บัดนี้อยู่ในอำนาจมาแล้วกว่า 7 ปี เคยมีอำนาจสูงสุดขนาดว่าสั่งอะไรก็ได้ไม่ผิดกฎหมาย งบประมาณเอาแค่ในปี 2560 - 2564 ที่มี &amp;quot;แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;quot; (ช่วงปีหลังๆ สุดมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวเรือใหญ่) ก็ใช้ไปแล้วกว่า 296,780 ล้านบาท และที่สำคัญคือผ่านประสบการณ์น้ำท่วมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เห็นภาพบ้านเรือนจมบาดาล เห็นผู้คนต้องขนของหนีน้ำมาแล้วมากมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สังคมคาดหวังจากรัฐบาลที่มีทั้งเวลา ทั้งเงิน ทั้งประสบการณ์ ทั้งกำลังคน คือระบบที่สามารถป้องกันภัยซ้ำซากแบบนี้ได้ตั้งแต่แรก หรือหากจะมีส่วนที่เกินจะป้องกันได้หลุดรอดออกมาบ้าง ก็ต้องสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าให้มีเวลาเตรียมพร้อมได้จริง สามารถช่วยอพยพผู้คนและทรัพย์สินได้ทันกาล สามารถระบายน้ำท่วมขังได้โดยเร็ว และสามารถเยียวยาความเสียหายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารต่อสังคมออกมาได้ก็ยังจมอยู่กับการสวดมนต์ไล่น้ำกับเรียกร้องให้ประชาชนไปปลูกบ้านบนที่สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอบอกอีกครั้งว่ารัฐบาลแบบนี้มีไว้ต่อไปก็มีแต่จะเป็นภาระ เพราะสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวกทำได้ดีที่สุดคือโทษและทิ้งประชาชนให้อยู่กับความผิดและความเดือดร้อนที่พวกเขาไม่ควรต้องแบกรับ ชีวิตประชาชนมีค่าเกินกว่าที่จะมาฝากไว้กับรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้สำนึก ไร้น้ำยาเช่นนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, นายกฯ, น้ำท่วม, รังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152584a80712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
