<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ย้ำซื้อซิโนแวคฉีดไขว้ยกผลวิจัยภูมิขึ้นสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.แจงยิบเหตุสั่งเข้าซิโนแวคอีก 12 ล้านโดส ยกผลการศึกษาวงการแพทย์ชั้นนำของไทยการันตีด่านหน้าฉีดสูตรไขว้ผสมป้องกันเสียชีวิตโคม่าได้สูง รับใช้ถมช่องว่างช่วงรอแอสตร้าฯ-จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ก้าวไกลปลุกต้านนิรโทษฯ สอดไส้ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ โวยเปิดช่องประเคนทีมนโยบายบริหารวัคซีนใน ศบค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 17 ส.ค. ฉีดเพิ่มได้ 518,118 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสม 24,618,749 โดส ทั้งนี้ การแสดงกราฟป่วยอาการหนักและผู้ที่เสียชีวิตตั้งแต่เดือน ก.ค.ถึงปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตช่วงต้นเดือน ส.ค.กราฟเริ่มชะลอตัวลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่ามาจากการเน้นฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้สูงอายุกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ โดยข้อมูลการฉีดวัคซีนในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-16 ส.ค. มีเป้าหมายการฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 1,041,828 ราย มีการฉีดเข็มที่หนึ่งไปแล้ว 971,523 ราย เข็มที่สอง 60,093 ราย เป้าหมายการฉีดให้บุคคลที่มีโรคประจำตัว 710,776 ราย มีการฉีดเข็มที่หนึ่งไปแล้ว 683,972 ราย เข็มที่สอง 72,573 ราย และวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมใน กทม. รวมทั้งสิ้น 70,189 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะที่กรมควบคุมโรครายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.-16 ส.ค. พบเด็กอายุ 0-20 ปี มีการติดเชื้อ 51,521 ราย เสียชีวิต 19 ราย ร้อยละ 80 เป็นกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว ดังนั้น เราจึงจะเร่งฉีดวัคซีนให้กับหญิงตั้งครรภ์ รวมไปถึงกลุ่มเด็กอายุเกิน 12 ปีที่มีโรคประจำตัวด้วย ทั้งนี้ เป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ในปี 64 เป็นการคิดมาจากประชากรรวมทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีรวมกันแล้ว 71 ล้านคน ซึ่ง 70% คือ 50 ล้านคน โดยหลังจากนี้จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้เดือนละ 15 ล้านโดส&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มอีก 12 ล้านโดส พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ศบค.ยึดจากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาและวิจัย ทั้งในพื้นที่และในโรงเรียนแพทย์อย่างหลากหลาย โดยเป็นการรายงานการศึกษาการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ที่พบว่ามีบุคลากรที่ฉีดซิโนแวคสองเข็ม แล้วมีการติดเชื้อหลัง 14 วันไปแล้วพบว่าประสิทธิผลของวัคซีนป้องกันการติดเชื้อถึง 72% และป้องกันการตายป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง 98% รวมถึงการศึกษาเทียบกับแอสตร้าเซนเนก้า ที่พบบุคลากรติดเชื้อหลังจากได้รับหนึ่งเข็ม พบว่ามีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อมากถึง 88%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่เมื่อดูจากการศึกษาแล้ว หากมีการฉีดผสมร่วมกันระหว่างซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า จะทำให้ประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อ ป้องกันการเสียชีวิต ป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง มีความสามารถป้องกันโรคได้สูงมากขึ้น ดังนั้นการยืนยันข้อมูลการศึกษาต่างๆ ทำให้ ศบค.ให้ความเห็นชอบและที่จะดำเนินการให้จัดสรรซิโนแวคเพิ่มเติม&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า อีกหนึ่งเหตุผลคือ เดิมจากที่วางแผนให้มีการระดมฉีดวัคซีนทั่วประเทศไทยได้ 100 ล้านโดส แผนเดิมที่วางไว้จะมีการเติมวัคซีนเข้ามาจากสองส่วน คือจอห์นสันแอนด์จอห์นสันและแอสตร้าเซนเนก้า คาดว่าจะให้รวมๆ กันประมาณ 10 ล้านโดส แต่ทางกระทรวงสาธารณสุขรายงานก่อนหน้านี้ว่าจอห์นสันแอนด์จอห์นสันไม่สามารถจัดส่งวัคซีนให้ได้ในไตรมาส 4 ตามที่ตกลงกันไว้ ดังนั้นทำให้แผนต้องปรับ และเช่นเดียวกันกับแอสตร้าเซนเนก้า โดยกำลังผลิต การจัดสรรที่คาดการณ์ว่าจะได้ 10 ล้านโดส อาจจะลดลงมาอยู่ที่ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน ทำให้มีความสมเหตุสมผลที่จำเป็นต้องจัดหาวัคซีนซิโนแวคเข้ามาเสริมในส่วนที่ขาดหายไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการศึกษาของโรงเรียนแพทย์ ทั้งจุฬาลงกรณ์ รามาธิบดี ศิริราช ที่มีการระดมฉีดไขว้ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3 สัปดาห์ แทนที่จะรอให้ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็มห่างกัน 12 สัปดาห์ พบว่ามีการช่วยให้ประสิทธิภาพของการป้องกันการติดเชื้อ ลดอัตราป่วยรุนแรง ลดอัตราเสียชีวิต ได้ รวมทั้งการระดมฉีดครอบคลุมประชากรจำนวนมากได้เป็นไปตามแผนของการกระจายวัคซีน&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยระบุ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับตัวแทนบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านระบบออนไลน์ว่า ในช่วงจากนี้เป็นต้นไป ทางบริษัท แอสตร้าฯ รับปากว่าจะกลับไปพิจารณาเรื่องที่ไทยขอให้จัดสรรเพิ่ม แล้วจะแจ้งกลับมาอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดจำนวนวัคซีนนั้น ทางกรมควบคุมโรคในฐานะผู้ซื้อต้องไปคุยในรายละเอียดกับทางแอสตร้าฯ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับเจรจาจัดหาวัคซีนแอสตร้าฯ สำหรับปี 2565 นั้น ได้แสดงเจตจำนงไปว่าปีหน้าต้องการอย่างต่ำ 50 ล้านโดส จากแอสตร้าฯ ซึ่งเขายินดีจัดสรรให้ประเทศไทยในปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นโดสปกติ หรือบูสเตอร์โดส โดยบริษัทจะตอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ในส่วนของวัคซีนแอสตร้าฯ ปี 2565 มีการระบุลงไปเลยหรือไม่ว่าจะต้องเป็นวัควัคซีนรุ่น 2 หรือเป็นรุ่นปัจจุบันก็ได้ นายอนุทินกล่าวว่า ในรายละเอียดต้องสอบถามกรมควบคุมโรค แต่ได้บอกเขาไปว่าต้องเป็นวัคซีนที่ทันต่อสถานการณ์ในวันนั้นๆ เช่น วันนี้ต้องเน้นเรื่องการป้องกันเชื้อเดลต้า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบที่จะแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ แทนการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมเหมาเข่งล่วงหน้า พอโดนประชาชนต่อต้านจนต้องล้มแผนออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมตัวเอง แต่ยังพยายามมาสอดไส้นิรโทษกรรมต่อในพ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด่านหน้าได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม, พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เพียงแต่กฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงฝ่ายนโยบายและ ศบค.เท่านั้น พรรคจะต่อต้านการสอดไส้นิรโทษกรรมตัวเองของรัฐบาลอย่างถึงที่สุด เพราะคนที่เสียประโยชน์สูงสุดคือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหาร การควบคุมการระบาดที่ผิดพลาด ทั้งหมดนี้อาจฟ้องร้องการชดเชยเยียวยาใดๆ จากรัฐบาลไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายจีรศักดิ์ ทิพย์สุนทรชัย รองนายแพทย์สาธารณสุข​ จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ระบุถึงกรณี​คุณยายวัย 70 ปี ชาว​ อ.นางรอง ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า &amp;nbsp;2 เข็ม ในวันเดียวกัน คือวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าคุณยายที่มีอายุมากแล้ว ท่านอาจจะหลงๆ ลืมๆ และได้พลัดหลงกับทางครอบครัวด้วย จึงไม่ได้มีใครคอยดูแลแนะนำ พอเจ้าหน้าที่สอบถามก็เกิดการสื่อสารกันไม่เข้าใจด้วย จึงทำให้ได้ฉีดเบิ้ล 2 เข้ม ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขระบบแล้ว และเฝ้าติดตามอาการซึ่งยังไม่มีความผิดปกติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113797</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกลปลุกต้านนิรโทษฯ, ผู้ช่วยโฆษก, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, สอดไส้ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหตุสั่งเข้าซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f04cd7a2809.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
