<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 23:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แท็กซี่&#039; อ้างเชื้อเพลิงแพงจ่อของขึ้นค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แท็กซี่&amp;quot; เตรียมบุกคมนาคม เสนอปรับราคาช่วงรถติดเพิ่มขึ้นนาทีละ 1 บาทเป็นนาทีละ 3 บาท แต่ยังคงอัตราเริ่มต้น 35 บาท เชื่อเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมติง &amp;quot;ทีดีอาร์ไอ&amp;quot; ผลศึกษาบีบผู้โดยสารหันไปใช้ป้ายดำ

25 พ.ค.61- นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ สมาชิกของสมาคมฯ กว่า 100 ราย เตรียมเข้ายื่นหนังสือถึงนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้น จะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร ทั้งยั้งเป็นการแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร

นอกจากนี้ จะเสนอให้พิจารณากรณีที่กรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ.บังคับให้ติดตั้งระบบ GPS ซึ่งทำให้มีต้นทุนในการประกอบการเพิ่มขึ้นอีกด้วย

&amp;quot;จากกระแสข่าวถึงเรื่องผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ที่ศึกษาแนวทางการปฏิรูปแท็กซี่ ให้ 2 กม.แรก ราคาเริ่มต้น 40 บาท และในช่วงรถติดนาทีละ 1 บาท ผมมองว่าทีดีอาร์ไอไม่เข้าใจ และไม่ถูกต้อง เหมือนกับบีบให้ผู้โดยสารหนีแท็กซี่ไปใช้รถป้ายดำ แต่ราคาที่สมาคมเราจะเสนอนั้น ผมเชื่อว่าจะคุ้มค่า และเป็นธรรมกับผู้โดยสาร เพราะเราเสนอให้ราคาเริ่มต้นเท่าเดิม ถึงแม้จะขอขึ้นในช่วงรถติดเพิ่มอีก 1 บาทต่อนาทีนั้น แต่ถ้าไปในเส้นทางที่รถไม่ติด ราคาก็เป็นปกติ ขณะที่ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ที่จะไปยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรี ผมและสมาชิกกว่า 100 คัน จะไม่ขับรถไปหน้ากระทรวง แต่จะถอดป้ายทะเบียนรถ เพื่อไปแสดงออกทางสัญลักษณ์ว่าเราเดือดร้อน&amp;quot; นายวรพล กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10018</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซNGV, ขึ้นค่าโดยสาร, น้ำมัน, พลังงาน, แท็กซี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b0836d4b193f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จี้เลิกมติปรับขึ้นราคาค่าขนส่งทุกประเภท ชี้ซ้ำเติมประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ&amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;คัดค้านสหพันธ์ขนส่งฯ&amp;nbsp;ปรับขึ้นราคาค่าขนส่งทุกประเภทซ้ำเติมประชาชน&amp;quot; ระบุว่า&amp;nbsp;ตามที่สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยมีมติปรับขึ้นราคาค่าขนส่งสินค้าทุกประเภทร้อยละ 5 โดยมีผลตั้งแต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป โดยอ้างว่าการปรับราคาขึ้นครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคมเสียก่อน เพราะการประกอบการขนส่งรถบรรทุกเป็นลักษณะของการขอใบอนุญาตประกอบการ ไม่ใช่การขอรับสัมปทาน ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าและบริการทั่วประเทศมีภาระต้นทุนเพิ่มมากขึ้น และจะมีการผลักภาระทั้งหมดไปให้กับผู้บริโภคหรือประชาชนรับผิดชอบโดยการขึ้นราคาสินค้าและบริการ ทั้งๆ ที่ข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาค่าขนส่งในครั้งนี้ไม่สมเหตุสมผลแต่อย่างใด อาทิ 1)ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มลิตรละ 3 บาท 2)ค่าแรงงานในกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาท และ 3)การจราจรติดขัดทำให้รถบรรทุกทำรอบได้เพียง 1 รอบต่อวันนั้น ซึ่งความจริงรถบรรทุกส่วนใหญ่หันไปใช้ก๊าซ NGV กันเกือบหมดแล้ว และก่อนหน้ารัฐบาลนี้ราคาน้ำมันดีเซลมีราคามากกว่า 30 บาทต่อลิตรก็ยังอยู่กันได้ แต่ในขณะนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 28 บาทเท่านั้นกลับมาใช้เป็นข้ออ้างขึ้นราคา ด้านค่าแรงนั้นเป็นมาตรการทางกฎหมายที่มีผลต่อต้นทุนเพียงไม่เกิน 1 % เท่านั้น ส่วนปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดมาโดยตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาและจะยังคงเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการทุกภาคส่วนต่างรับรู้ความเสี่ยงในปัญหานี้ดีอยู่แล้ว การใช้เหตุเหล่านี้เป็นข้ออ้างจึงไม่สมเหตุสมผล หากแต่เป็นการซ้ำเติมประชาชนให้ข้าวยากหมากแพงในยุครัฐบาล คสช.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงใคร่เรียกร้องมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตาม ม.19 ประกอบ ม.22 แห่ง พ.ร.บ.การขนส่งทางบก 2522 ในการกำหนดลักษณะของการขนส่งไม่ประจำทาง กำหนดอัตราค่าขนส่งและค่าบริการอย่างอื่นในขนส่ง และสามารถวางมาตรการในการกำหนด อนุญาต เพิกถอนการอนุญาต และการควบคุมกิจการขนส่งทางบกได้อีกด้วยนั้น ได้สั่งการให้ระงับการปรับขึ้นราคาค่าขนส่งทุกประเภทตามที่สหพันธ์ขนส่งฯได้ประกาศขึ้นราคาไปแล้วนั้นเสีย และให้ดำเนินการเอาผิดผู้ประกอบการขนส่งต่างๆ ดังกล่าวที่ฝ่าฝืนและดำเนินการไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้คืนเงินค่าขนส่งที่เก็บไปแล้วก่อนหน้านี้ทุกบาททุกสตางค์ เพื่อรักษาระดับราคาสินค้าและบริการที่จะพาเหรดกันขึ้นราคาอันเนื่องมาจากการปรับราคาค่าขนส่งขึ้นดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง หากข้อเรียกร้องนี้ไม่ดีรับการตอบสนองภายใน 30 วัน&amp;nbsp;สมาคมฯ&amp;nbsp;จะถือว่ากระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ส่อเจตนาในการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเอกชน อันส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งสมาคมฯ&amp;nbsp;จะขอใช้สิทธิในการร้องเรียนและยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและหรือศาลทุจริตคอรัปชั่นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซNGV, น้ำมัน, ปรับขึ้นราคาขนส่ง, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5edc9fad007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
