<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>    โรงงานหลวงฯ เต่างอย ชูโมเดลพลังงานทดแทน  ผลิตแก๊สไบโอมีเทนใช้หุงต้ม จากน้ำเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงผลิตก๊าซไบโอมีเทน 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมอาหารของไทย ถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ในกระบวนการผลิตไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผัก ผลไม้ พืชแปรรูป เครื่องดื่ม เครื่องเทศ ผลิตภัณฑ์นม อาหารทะเล และอื่นๆ ย่อมมีของเสียเกิดขึ้น อาทิ เศษผัก ผลไม้ น้ำเสียต่างๆ รวมไปถึงของเสียที่เป็นแก๊ส &amp;nbsp; ทำให้การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับกำจัดของเสียจากอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในเป้าหมายของภาคอุตสาหกรรมนี้ในแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จึงเป็นเหตุให้ภาคอุสาหกรรมและภาคธุรกิจหันมาสนใจ ตระหนักถึงในปัญหาสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศบนโลกอย่างยั่งยืน โดยมีการลงทุนสร้างและผลิตแหล่งพลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึง จากของเสียที่เกิดขึ้นในจากกระบวนการผลิตภาคอุตสากรรมอาหาร โดยโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 3 (เต่างอย) จังหวัดสกลนคร หนึ่งในโรงงานแปรรูปผลไม้อบแห้ง ภายใต้ตราสินค้า ดอยคำ โดยมีสายการผลิตสำคัญ ได้แก่ สายการผลิตมะเขือเทศเข้มข้น ผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง และข้าวกล้องบรรจุถุง ซึ่งในกระบวนการผลิตเกิดของเสียและขขยะต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนบริเวณโดยรอบโรงงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หนึ่งในนโยบายที่ชัดเจน คือ เป้าหมายการศึกษา และค้นคว้าการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก เพื่อปรับปรุงใช้ในการผลิต ลดต้นทุน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมีการผลิตและใช้เชื้อเพลิงเหลว(ก๊าซธรรมชาติ) เชื้อเพลิงแข็งจากปาล์ม ที่นำใช้ในโรงงาน รวมไปถึงพลังงานทดแทน ที่ได้มีการติดตั้งติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ 768 แผง ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า และจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ประมาณ 70,000 กิโลวัตต์/ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละฤดู เพื่อนำรายได้กลับมาพัฒนาชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ล่าสุดโรงงานหลวงฯ เต่างอย ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (สนพ.) และสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำสถานีผลิตและจ่ายก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) หรือ โรงจ่ายก๊าซศิลาธรหิรันย์ ภายใต้โครงการส่งเสริมและสาธิตการใช้ประโยชน์จากก๊าซไบโอมีเทนด้วยระบบท่อส่งก๊าซเพื่อทดแทนก๊าซหุงต้ม(LPG)ในชุมชนต้นแบบ &amp;nbsp;สู่เต่างอยโมเดล CBG สร้างสุข พลังงานทดแทนเพื่อชุมชน จำนวน 280 ครัวเรือน &amp;nbsp;ในพื้นที่ชุมชนบ้านนางอย และบ้านโพนปลาโหล ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของขยะและของเสียต่างๆ โดยที่โรงงานหลวงฯ เต่างอยมีแนวทางการดำเนินงานในเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะที่นี่ซึ่งมีน้ำเสียที่ออกมาจากระบบ หรือกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่างๆ ซึ่งในการทำแก๊สไบโอมีเทนครั้งนี้จะช่วยให้ชาวบ้านลดค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังเป็นการบริการผ่านวิสาหกิจชุมชนพลังงานไบโอมีเทนนางอย-โพนปลาโหล เพื่อบริหารกองทุนก๊าซอย่างเป็นรูปธรรม อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อบำบัดน้ำเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับน้ำเสียที่เกิดจากโรงงานนั้น พิพัฒพงศ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูแปรรูปผลิตมะเขือเทศ หรือผลไม้อื่นๆด้วย แบ่งเป็นเดือนมกราคม-เมษายน จะเป็นฤดูของการผลิตมะเขือเทศ โดยจะมีชาวบ้านนำมะเขือเทศมาส่ง ซึ่งต้องเขาสู่กระบวนการต่างของทางโรงงาน ทำให้มีน้ำเสียที่ประมาณ 600-800 คิว/วัน หลังจากนั้นจะเป็นช่วงเดือนของนำมาอบแห้ง ทำให้เกิดน้ำเสียน้อยกว่า คือจะไม่เกิน 200 คิว/วัน แต่ค่าความสกปรกในช่วงอบแห้งจะมากกว่าทำให้ผลิตก๊าซไบโอมีเทนได้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตาแก๊สสำหรับใช้กับแก๊สไบโอมีเทน และอุปกรณ์ทำท่อส่งแก๊ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พิพัฒพงศ์ ได้อธิบายถึง ในส่วนกระบวนการบำบัดน้ำเสีย &amp;nbsp;โดยน้ำเสียจากโรงงานจะถูกส่งผ่านมายังท่อที่ฝังอยู่ใต้ดิน เข้าสู่บ่อหมักที่ 1 คือ น้ำเสียจะอยู่ใต้ผืนผ้าใบสีดำหนาขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางจุลินทรีย์ (ไม่ต้องการอากาศ) ซึ่งจะมีบำบัดน้ำเสียไปก่อนในบางส่วน ก่อนจะเข้าสู่บ่อหมักที่ 2 ที่แปรสภาพเป็นก๊าซ ซึ่งจะมีทั้งก๊าซที่มีประโยชน์และไม่มีประโยน์ โดยมีก๊าซไบโอมีเทนปะปนอยู่ และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในสถานีผลิต โดยมีการแจกจ่ายก๊าซไบโอมีเทน &amp;nbsp;ผ่านกระบวนการผลิตก๊าซไบโอมีเทน อัดด้วยเทคโนโลยีเมมเบรน ส่วนแก๊สอื่นๆ ก็จะเข้าสู่บ่อเติมอากาศ ซึ่งจะใช้ระบบจุลินทรีย์(ที่ต้องการอากาศ)ในการบำบัดเช่นเดียวกัน โดยน้ำจะมีสีน้ำตาล ถือว่าเป็นสภาพน้ำที่ปกติ หลังจากนั้นจะถูกส่งไปที่บ่อตกตะกอน เพื่อให้น้ำใสไหลลงในสระ และนำไปใช้ประโยชน์ในส่วนต่างๆภายในโรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี &amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เนื่องจากสถาบันฯ ได้คิดค้นวิจัยในการดำเนินการผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) ซึ่งเป็นก๊าซได้พัฒนานำก๊าซชีวภาพมาปรับปรุงคุณภาพ โดยการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และความชื้นออกจากก๊าซชีวภาพ เพื่อให้ได้ก๊าซไบโอมีเทนอัด (CBG) &amp;nbsp;ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าก๊าซ NGV (Natural Gas for Vehicles) สามารถนำไปใช้สำหรับยานยนต์ และนำไปบรรจุถังสำหรับใช้ในภาคครัวเรือน เพื่อทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) ซึ่งกำลังประสบปัญหาด้านราคา และมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเตอร์ติดตั้งสำหรับใช้งานแก๊สไบโอมีเทนในพื้นที่หน้าบ้านแต่ละหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.พฤกษ์ กล่าวถึงการดำเนินงานที่โรงงานหลวงฯ เต่างอย ว่า ได้เริ่มดำเนินการศึกษาและทดลองมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ซึ่งเป็นการนำก๊าซชีวภาพซึ่งเกิดจากน้ำเสียจากกระบวนการผลิตแปรรูปมะเขือเทศ มาผ่านกระบวนการของระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัดด้วยเทคโนโลยีเมมเบรน (Membrane System) สามารถผลิตได้ 262.81 kg Biomethane/day เมื่อเดินระบบเป็นเวลา 10 hr/day โดยมีราคาต้นทุน 12 บาทต่อกิโลกรัม สามารถมาทดแทนก๊าซหุงต้มได้ถึงประมาณ 75,000 กิโลกรัม/ปี ที่การเดินระบบเป็นเวลา 10 hr/day คิดเป็นมูลค่าประมาณ &amp;nbsp;1.6 ล้านบาท/ปี (คิดที่ราคา LPG 22.2a4 บาทต่อกิโลกรัม , ม.ค. 64) และจากการทดสอบก๊าซ CBG พบว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับก๊าซ LPG สามารถใช้ทดแทนกันได้ ซึ่งปัจจุบันได้แจกจ่ายให้กับชุมชนบ้านนางอยและบ้านโพนปลาโหล ใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซหุงต้ม (LPG) จำนวน 280 ครัวเรือน ในราคา 12-15 บาท ต่างจากแก๊สแอลพีจีราคาตลาดอยู่ที่ 18 บาท ยังไม่ร่วมค่าขนส่ง จึงอยากให้แก๊สจากที่ผลิตส่งให้ชาวบ้านถูกกว่าราคาตลาดประมาณ 30%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผศ.ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มว่า สำหรับในประเทศไทยการวางท่อส่งแก๊สยังเป็นเรื่องที่พบไม่มากนัก &amp;nbsp;ในขณะที่ต่างประเทศมีการวางท่อส่งแก๊สเป็นจำนวนมาก ที่เรียกว่า ซิตี้แก๊ส โดยบ้านทุกหลังจะมีการต่อท่อแก๊ส และมีมิเตอร์ในการควบคุมการใช้งาน &amp;nbsp;ดังนั้นมาตรฐานต่างๆที่ดำเนินการในโครงการครั้งนี้ จึงอ้างอิงจากต่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามาตรฐานสากล ซึ่งการวางท่อส่งแก๊สทั้ง 280 ครัวเรือนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีแนวทางการปฏิบัติและกฎหมายที่ระบุเกี่ยวกับการวางท่อส่งแก๊ส จึงต้องมีการดำเนินเรื่องยื่นของกับทางกรมทางหลวงชนบทโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในด้านความปลอดภัย ผศ.ดร.สิริชัย บอกว่า ได้มีการควบคุมมาตรฐานท่อที่ขนาดประมาณ 2 นิ้ว ส่งแก๊สในปริมาณ 2-3 บาร์ วางลึกลงดินประมาณ 1 เมตร ซึ่งถือว่าปริมาณการส่งแก๊สน้อยกว่าปกติถึง 10 เท่า และได้มีการทดสอบส่งแก๊สเต็มที่ได้ถึง 6 บาร์ ดังนั้นหากเกิดการรั่วไหลของแก๊สจะมีปริมาณนิดเดียว จะไม่มีลักษณะการระเบิด สามารถดำเนินการซ่อมได้ปกติ ส่วนอีกท่อที่แก๊สจะจ่ายไปยังบ้านเรือนจะเป็นท่อเหล็ก ที่แข็งแรงและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ทั้งนี้แก๊สไบโอมีเทนที่ผลิตได้จะมีค่าความร้อนใกล้เคียงกับแก๊สธรรมชาติ ไม่มีกลิ่น จึงได้มีการเติมกลิ่นลงไปเพื่อให้รับรู้ได้หากเกิดแก๊สรั่ว และด้วยลักษณะของแก๊สที่เบา จึงต้องใช้เตาที่ผลิตเฉพาะ จึงได้ร่วมกับลัคกี้เฟลม ผลิตเตาแก๊ส ให้มีรูในการพ่นเชื้อเพลิง หรือไส้ไก่ &amp;nbsp;ที่แตกต่างจากเตาแก๊สเท่าไป เพราะอัตราส่วนการผสมอากาศกับเชื้อเพลิงไม่เท่ากัน และหากชาวบ้านมีการนำไปใช้กับเตาแก๊สทั่วไป อาจจะไม่มีอันตรายเพียงเปิดไม่ติดเท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งยังไม่มีวางขายในท้องตลาด โดยราคาจะประมาณ 800-1,000 บาท &amp;nbsp;เบื้องต้นได้มีการมอบเตาแก๊สให้กับชาวบ้านครบทุก 280 ครัวเรือน&amp;rdquo; ผศ.ดร. สิริชัย &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มารศรี งอยจันทรศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
มารศรี งอยจันทรศรี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับติดตั้งแก๊สไบโอมีเทน บอกว่า &amp;nbsp;รู้สึกยินดีที่ทางโรงงานหลวงฯ เต่างอย ได้มีการดำเนินโครงการเรื่องแก๊ส ที่จะมาใช้ทดแทนแก๊สหุงต้ม เพราะด้วยการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานมีกลิ่นที่รบกวน และราคาแก๊สหุ่งต้มในท้องตลาด รวมค่าขนส่งด้วยก็จะมีราคาแพงกว่า ซึ่งหลังจากดอยคำได้เริ่มทำโครงการนี้ กลิ่นน้ำเสียไม่มีแล้ว และยังแก๊สให้ใช้ด้วยในราคาที่ถูกกว่า เมื่อทดลองใช้ได้ 4-5 วัน ก็ใช้ง่ายเพียงเปิดวาล์วจากมิเตอร์ที่ติดตั้งให้ ไฟแรง กับข้าวสุกไว ซึ่งนับว่าเป็นโครงการที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะผู้บริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103182</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซมีเทน, จังหวัดสกลนคร, บริษัทดอยคำ, สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สนพ., เตาแก๊ส, เต่างอยโมเดล CBG สร้างสุข พลังงานทดแทนเพื่อชุมชน, โรงงานหลวงเต่างอย, โรงจ่ายก๊าซศิลาธรหิรันย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a201e4caa4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
