<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ เปิดตัว ก๊าซหุงต้ม ปตท. ซีลสีทอง  พร้อมแคมเปญแจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เปิดตัว ก๊าซหุงต้ม ปตท. โฉมใหม่ซีลสีทอง มุ่งสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ตอกย้ำความมั่นใจให้ผู้บริโภค มอบความปลอดภัยทุกถัง ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ 6 ขั้นตอนจาก โออาร์ เตรียมส่งมอบให้ตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เป็นต้นไป พร้อมโปรโมชั่น &amp;ldquo;แจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่&amp;rdquo; ลุ้นรับของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) กล่าวว่า &amp;ldquo;ในฐานะผู้นำตลาดการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับภาคครัวเรือนภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท. มาอย่างยาวนาน โออาร์ ยังคงมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าก่อนส่งต่อถึงมือผู้บริโภค ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;ดีต่อใจ...ปลอดภัยต่อคุณ&amp;rdquo; นำมาสู่การปรับซีลของถังเป็นซีลเป็นสีทองที่โดดเด่นสามารถสังเกตได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมสัญลักษณ์ OR และรหัสฝาซีล 10 หลัก เพื่อให้มั่นใจว่าก๊าซทุกถังได้ผ่านมาตรฐาน 6 ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพความปลอดภัย ตั้งแต่การเช็คสภาพถังให้อยู่ในสภาพที่ดีตามมาตรฐานที่กำหนด การล้างถังทำความสะอาดก่อนนำไปบรรจุก๊าซ โดยต้องบรรจุก๊าซให้ตรงตามขนาดถัง มีการชั่งน้ำหนักให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ก่อนเช็กรอยรั่ว เพื่อตรวจสอบรอยรั่วซึมของตัวถังอีกครั้ง ปิดท้ายด้วยการซีลวาล์วอย่างแน่นหนาด้วยผนึกซีลสีทอง ก่อนออกวางจำหน่ายเป็นก๊าซหุงต้มคุณภาพส่งต่อถึงมือผู้บริโภค โดยโออาร์ จะยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคต่อไปในอนาคต ตอกย้ำความเป็นก๊าซหุงต้มคู่ครัวไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้เปิดตัวแคมเปญคืนกำไรให้กับผู้บริโภค และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท. ด้วยโปรโมชั่น &amp;ldquo;แจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่&amp;rdquo; เมื่อซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท. ที่ใช้ซีลใหม่สีทอง แล้วนำรหัสบนซีลทอง 10 หลัก มาลงทะเบียนร่วมสนุกผ่านทาง www.pttlpgluckydraw.com พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องตามเงื่อนไข ลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 1 กิโลกรัม ทองคำแห่งหนัก 10 บาท ทองคำแท่งหนัก 5 บาท รถจักรยานยนต์ Honda Zoomer-X และของรางวัลอื่น ๆ จำนวนทั้งสิ้น 678 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 11 ล้านบาท โดยจะมีการจับรางวัลทั้งหมด 4 ครั้ง ระยะเวลาร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 &amp;ndash; 30 พฤศจิกายน 2564 สามารถสั่งก๊าซหุงต้ม ปตท. ซีลสีทองแบบใหม่ได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;nbsp; โดยค้นหาได้จาก www.pttlpgshops.com &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ติดตามการประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง www.pttlpgluckydraw.com ,&amp;nbsp; Facebook page : &amp;ldquo;จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;rdquo; และ Line Official Account OR ครั้งที่ 1 วันที่ 21 ตุลาคม 2564, ครั้งที่ 2 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564, ครั้งที่ 3 วันที่ 23 ธันวาคม 2564 และครั้งที่ 4 วันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page : &amp;ldquo;จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;rdquo; และโทร. 1365 Contact Center บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเงื่อนไขได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และอย่าลืม &amp;ldquo;ก๊าซหมดทุกครั้ง...สั่งก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115079</URL_LINK>
                <HASHTAG>OR, ก๊าซหมดทุกครั้ง...สั่งก๊าซหุงต้ม ปตท., ก๊าซหุงต้ม, ก๊าซหุงต้ม ปตท., จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท., ดีต่อใจ...ปลอดภัยต่อคุณ, นายชุมพล สุรพิทยานนท์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), มอบความปลอดภัยทุกถัง, ลุ้นรับรางวัลใหญ่, แจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่, โฉมใหม่ซีลสีทอง, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cd8458524f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTTOR เร่งตรวจสอบร้านค้าขายก๊าซหุงต้มนำหนักไม่ได้มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) เร่งตรวจสอบร้านค้าที่ลำปางขายก๊าซหุ้งต้มหลังผู้บริโภคซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท.และพบว่าน้ำหนักก๊าซหุงต้มไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด &amp;nbsp;พร้อมแสดงความเสียใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27ก.ย.61- รายงานว่า บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) &amp;nbsp;แจ้งว่า ตามที่มีข้อมูลเผนแพร่เรื่องผู้บริโภคซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท.จากร้านจำหน่ายก๊าซหุงต้มแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางและพบว่าน้ำหนักก๊าซหุงต้มไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ &amp;nbsp;PTTOR ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วและได้เร่งให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุให้ได้โดยเร็วและแก้ไขปรับปรุงกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป &amp;nbsp; พร้อมทั้งได้แสดงความเสียใจกับเหตุดังลก่าว และหากทราบผลคืบหน้า หรือข้อมูลเพิ่มเติม จักได้ชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังระบุว่า หากผ๔บริโภคพบเห็นหรือทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ Call Center 1365 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18551</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTTOR, ก๊าซหุงต้ม, ปตท., ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก, ลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180927/image_big_5bac7ef80c739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ควัก 500 ล้านบาทอุดหนุนราคาแอลพีจีช่วยประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ควัก 500 ล้านบาทอุดหนุนราคาแอลพีจี ช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายของ กบง. ทั้งผู้มีรายได้น้อย และหาบเร่แผงลอย ขยายอายุโครงการถึง ธ.ค. 61 คาดมีผู้ประกอบการร้านค้าได้ประโยชน์ 3.95 แสนราย
&amp;nbsp;
21 มิ.ย. 2561 - นายมุนินทร์ ไตรภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด ปตท.) เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ ปตท.อุดหนุนค่าใช้จ่ายตามโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ภาคครัวเรือน ตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2561 โดยขยายอายุโครงการถึงเดือนธ.ค. 2561 ในวงเงิน 500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ กบง. กำหนดให้ต่ออายุการรักษาระดับราคาแอลพีจี ในราคา 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม อย่างต่อเนื่อง และ รวมถึงต่ออายุโครงการบรรเทาผลกระทบราคาแอลพีจีสำหรับหาบเร่ แผงลอย โดยลดลงถังละ 38 บาท จาก 363 บาทต่อถังเหลือ 325 บาทต่อถัง จนถึง 31 ธ.ค. 2561 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์เป็นผู้ประกอบการร้านค้าขายอาหารหาบเร่ 395,544 ราย โดย ปตท. จะเป็นผู้อุดหนุนการลดราคาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปตท. ได้ช่วยเหลือประชาชนในโครงการบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาขายแอลพีจีภาคครัวเรือน แก่ผู้มีรายได้น้อย และร้านค้า หาบเร่ แผงลอย มาตั้งแต่ปี 2558 และในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 30 มิ.ย. 61 ได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วภายในกรอบวงเงิน 250 ล้านบาท&amp;rdquo; นายมุนินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11837</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., ก๊าซหุงต้ม, คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน, ปตท., ภาคครัวเรือน, มุนินทร์ ไตรภพ, หาบเร่ แผงลอย, แอลพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06a8778ede2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.แจ้งปรับราคาก๊าซหุงต้มรอบใหม่ ลดเพิ่มอีกถังละ2บาท ยืนราคา 363 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.แจ้งปรับราคาก๊าซหุงต้มรอบใหม่ ลดเพิ่มอีกถังละ2บาท ยืนราคา 363 บาท&amp;nbsp;แจ้งปรับลดราคาก๊าซหุงต้มขนาด 15 กก. ราคาถังละ 363 บาท มีผล 28 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ประกาศลดราคาขายปลีกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หรือ &amp;nbsp;ก๊าซหุงต้มเหลือที่ 365 บาทสำหรับถังขนาด 15 กิโลกรัม ไปแล้วเมื่อวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2561 นั้น &amp;nbsp;ตามประกาศของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงจะลดราคาลงอีกมาอยู่ที่ 363 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซหุงต้ม, ปตท., ราคาก๊าซหุงต้ม, ราคาแอลพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06a8778ede2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพลเผยประชาชนวิตกกังวลค่าครองชีพสูง มัน-ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา เศรษฐกิจฝืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจประชาชนพบ มีความวิตกกังวลต่อค่าครองชีพสูง ของกินของใช้ราคาแพง น้ำมัน ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา &amp;nbsp;และด้านเศรษฐกิจ เพราะ กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ การดำรงชีพ สภาพการเงินไม่คล่อง ทำให้ประเทศไม่พัฒนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าการลงทุนชะงัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ค. 61-มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,182 คน ระหว่างวันที่ 22-26 พฤษภาคม 2561 &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับความ ความวิตกกังวลของคนไทย ณ วันนี้ &amp;nbsp;สรุปผลได้ ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำถามว่า ประชาชนวิตกกังวล &amp;ldquo;ด้านการเมืองไทย&amp;rdquo; ณ วันนี้ เรื่องใดบ้าง? &amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งและความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเมือง 49.39% ,อันดับ 2 พฤติกรรมที่ไม่ดีของนักการเมือง ใส่ร้าย โจมตี เห็นแก่พวกพ้อง คอรัปชั่น 27.07%, อันดับ 3การบริหารประเทศและเสถียรภาพทางการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.42% ,อันดับ 4 การทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยก ขาดความสามัคคี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.24%และอันดับ 5 การเคลื่อนไหว การชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.59%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อถามว่า ประชาชนวิตกกังวล &amp;ldquo;ด้านเศรษฐกิจไทย&amp;rdquo; ณ วันนี้ เรื่องใดบ้าง? &amp;nbsp; อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าครองชีพสูง ของกินของใช้ราคาแพง น้ำมัน ก๊าซหุงต้มขึ้นราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;74.77%, อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค้าขายไม่ดี การเงินฝืดเคือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;31.80%,อันดับ3 เศรษฐกิจของประเทศไม่ดี ต่างชาติไม่กล้ามาลงทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;24.77% ,อันดับ 4 รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ 21.48% และ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจ้างงาน ตกงาน ปัญหาการว่างงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.38%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
3. ประชาชนวิตกกังวล &amp;ldquo;ด้านสังคม ชีวิตความเป็นอยู่&amp;rdquo; ณ วันนี้ เรื่องใดบ้าง? &amp;nbsp;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน &amp;nbsp;39.85%, อันดับ 2 ปัญหาปากท้อง รายได้น้อย รายจ่ายเยอะ เป็นหนี้35.38% อันดับ 3ความเหลื่อมล้ำทางสังคม มีความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.72% ,อันดับ 4คนขาดศีลธรรม เห็นแก่ตัว อารมณ์ร้อน มีเรื่องกันง่ายขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.48% &amp;nbsp;และอันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทุจริต คอรัปชั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21.23%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประชาชนวิตกกังวลด้านใดมากที่สุด (ด้านการเมือง &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;และสังคม ชีวิตความเป็นอยู่) &amp;nbsp;อันดับ 1ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;39.73% &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp; กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ การดำรงชีพ สภาพการเงินไม่คล่อง ทำให้ประเทศไม่พัฒนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;การค้าการลงทุนชะงัก ฯลฯ, อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสังคม ชีวิตความเป็นอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30.98%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp; เป็นเรื่องใกล้ตัว รู้สึกไม่ปลอดภัย สะท้อนให้เห็นว่าสังคมมีปัญหา กระทบต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ฯลฯ &amp;nbsp;และอันดับ 3 ด้านการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.29%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;nbsp; ต่างชาติไม่ให้การยอมรับ ไม่เป็นประชาธิปไตย สร้างความขัดแย้ง บ้านเมืองวุ่นวาย ไม่สงบ &amp;nbsp; กระทบต่อเศรษฐกิจ ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาชนมีวิธีแก้ไขความวิตกกังวลอย่างไร? &amp;nbsp;อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำใจ ปล่อยวาง ปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.30% ,อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งสติ นั่งสมาธิ สวดมนต์ ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;29.56%,อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากิจกรรมคลายเครียด เช่น ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ท่องเที่ยว ออกกำลังกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.55%, อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลีกเลี่ยงข่าวสารที่ทำให้เครียด ติดตามข่าวสารน้อยลง10.27% และอันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดทน ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำงานต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 7.97%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10082</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ก๊าซหุงต้ม, ค่าครองชีพ, น้ำมัน, ประชาชน, สวนดุสิต, สวนดุสิตโพล, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a133ddba5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.สั่ง ตรึงดีเซล-ก๊าซหุ้งต้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กบง.ควักเงินกองทุนอุ้มราคาดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตร พร้อมตรึงLPG ที่ 363 บาทต่อถังขนาด15 กก. &amp;nbsp;มั่นใจราคาก๊าซหุ้งต้มในตลาดโลกลดลงหลังเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.61-นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ &amp;nbsp;รมว.พลังงาน เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติบรรเทาผลกระทบจากการขึ้นราคาของน้ำมันดีเซลต่อประชาชนด้วยการตรึงราคาดีเซลให้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือในการอุดหนุน ซึ่งสืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนและปรับตัวมีราคาสูงเกิน 80 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันปรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 24 พฤษภาคม มีราคาที่ 29.79 บาทต่อลิตร ซึ่งมีราคาใกล้แตะที่ 30 บาทต่อลิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับการบรรเทาราคา LPG ในตลาดโลกได้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาLPG ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ395 บาทต่อถัง (15 กก.) ดังนั้นกบง.จึงมีมติใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยเพิ่มขึ้น เพื่อให้ราคา LPG อยู่ในระดับถังละ 363 บาทต่อถัง(15 กก.) &amp;nbsp; โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามคาดว่าราคา LPG ในตลาดโลกในช่วงฤดูร้อนนี้จะลดลงสู่ภาวะปกติเป็น 353 บาทต่อถัง ( 15 กก.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9915</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบง., กองทุนน้ำมัน, ก๊าซหุงต้ม, คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน, ดีเซล, น้ำมัน, น้ำมันดิบ, พลังงาน, แอลพีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06a8778ede2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ขู่จานด่วน ดอดขึ้นราคาเจอดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; เบรกจานด่วนโหนราคาก๊าซจ่อขึ้นราคาอีกจานละ 5 บาท ระบุผลการวิเคราะห์ต้นทุน พบกระทบแค่ 15-20 สตางค์เท่านั้น วอนผู้พบเห็นการฉวยโอกาสแจ้งสายด่วน 1569 ดึงผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ร่วมงานค้าส่งรวมใจ โชห่วยไทยคู่สังคม บรรเทาค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย แม่ค้าผักเมืองพิจิตรร้องอั้นไม่อยู่แล้ว ผักชีโลละ 200 พริกชี้ฟ้า 100 ขณะที่แตงกวาพุ่งไปถึง 250
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพิ่มเป็นถังละ 395 บาท (ถัง 15 กิโลกรัม) หรือปรับขึ้นถังละ 42 บาท ผลการวิเคราะห์ต่อต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) มีแค่ประมาณ 15-20 สตางค์/จาน/ชามเท่านั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการอาหารจานด่วนจะปรับราคาขึ้นทีละ 5 บาท/จาน/ชาม โดยผลศึกษาพบว่า ข้าวผัดกะเพรามีต้นทุนเพิ่มแค่จานละ 15 สตางค์ หรือก๋วยเตี๋ยวที่ใช้ก๊าซหุงต้มมากก็เพิ่มขึ้นแค่ 20 สตางค์ต่อชาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ราคาก๊าซหุงต้มในขณะนี้ถือเป็นราคาเดียวกันกับช่วงปี 2558 ช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ที่อยู่ในระดับ 395 บาทต่อถัง และหลังจากนั้นราคาก็ปรับลดลง จนมาถึงปัจจุบันได้ปรับเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาด จึงทำให้ประชาชนเกิดความกังวลว่าราคาอาหารจานด่วนจะปรับขึ้นตาม ซึ่งได้สั่งการให้กรมการค้าภายในจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบทั้งประเทศแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้ราคาก๊าซหุงต้มจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มจนส่งผลกระทบทำให้ต้องปรับขึ้นราคา จึงอยากขอความร่วมมืออย่าปรับขึ้นราคา เพราะเมื่อต้นทุนกระทบไม่มากแล้วฉวยโอกาสปรับราคา จะถือเป็นการฉวยโอกาสต่อพี่น้องประชาชน โดยหากประชาชนพบเห็นการปรับราคาที่ไม่เป็นธรรม ก็ให้แจ้งมาที่สายด่วน 1569 จะเข้าไปตรวจสอบทุกราย&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์เปิดเผยด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับร้านค้าส่ง ค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย (ซัพพลายเออร์) ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค จัดงาน &amp;ldquo;ค้าส่งรวมใจ โชห่วยไทยคู่สังคม&amp;rdquo; ต้อนรับหน้าฝน โดยจะจัดงานออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 25-30 มิ.ย.2561 และช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 11-15 ส.ค.2561 ซึ่งจะมีการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคครั้งใหญ่ 20-50% เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย พร้อมส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าส่งค้าปลีกแบบดั้งเดิมในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดงานนี้ ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ เช่น พรอคเตอร์ แอนด์ แกรมเบิ้ล (P&amp;amp;G) สหพัฒนพิบูลย์ ผู้ผลิตน้ำมันพืชตราองุ่นและตรากุ๊ก น้ำปลาตราคนแบกกุ้ง และข้าวหอมมะลิตราหงส์ทอง เป็นต้น พร้อมที่จะสนับสนุนสินค้าให้กับร้านโชห่วยเพื่อนำไปจำหน่าย และยังมีสินค้าโอท็อป สินค้าของเอสเอ็มอี และสินค้าชุมชนในท้องถิ่นเข้าไปจำหน่ายด้วย นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับประโยชน์จากการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในครั้งนี้ เนื่องจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่กระทรวงพาณิชย์ให้การสนับสนุนและติดตั้งเครื่อง EDC เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรมาจับจ่ายซื้อสินค้าได้ ส่วนร้านค้าปลีกขนาดเล็กจะได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้าในราคาต้นทุนที่ลดลงจากร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้สามารถนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคได้ในราคาที่ถูกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจสอบราคาจำหน่ายอาหารจานด่วนในท้องตลาด รวมทั้งจะติดตามการจำหน่ายก๊าซหุงต้มอย่างใกล้ชิดด้วย และในสัปดาห์นี้จะเชิญผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค (ซัพพลายเออร์) มาหารือเพื่อประเมินสถานการณ์ราคาขายและผลกระทบที่จะได้รับหลังการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล และผู้ประกอบการรถบรรทุกขนส่งได้ปรับขึ้นค่าขนส่งอีก 5% ซึ่งจะเพิ่มต้นทุนให้กับการขนส่งราว 250 บาทต่อ 100 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม จะขอความร่วมมือให้ซัพพลายเออร์ชะลอการปรับขึ้นราคาสินค้าไว้ก่อน หากต้นทุนไม่ได้ปรับขึ้นมากจนรับภาระไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพะเยาว์ แม่ค้าจำหน่ายผักสดในตลาดสดเทศบาลเมืองพิจิตร กล่าวว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาก๊าซหุงต้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาพืชผักผลไม้หลายชนิดที่รับมาจากแหล่งผลิตและแหล่งค้าส่งจากสถานที่ต่างๆ ปรับสูงขึ้น ประกอบกับอยู่ในช่วงที่เข้าสู่มรสุม ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรน้อยลง พืชผักเริ่มขาดตลาด จึงต้องมีการปรับขึ้นราคาหลายเท่าตัว อาทิเช่น ผักชี ต้นทุนที่รับมา กก.ละ 150 บาท ขายปลีกในราคา 200 บาทต่อ กก. พริกชี้ฟ้า ต้นทุน กก.ละ 70 บาท ขายปลีก กก.ละ 100 บาท แตงกวาเดิมรับมา กก.ละ 130 บาท ตอนนี้ขยับราคาขึ้น จึงต้องขายปลีกในราคา กก.ละ 250 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงนี้เศรษฐกิจย่ำแย่มากๆ ถึงแม้ว่าจะปรับราคาสูงขึ้น แต่ผู้บริโภคมาซื้อน้อยลง ทำให้สู้กับราคาต้นทุนแทบจะไม่ไหว บางรายต้องไปกู้เงินนอกระบบมาหมุนเวียนลงทุนอีกด้วย&amp;quot; นางพะเยาว์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบี่ ผู้สื่อข่าวออกสำรวจตลาด พบว่าผู้ประกอบการร้านขายข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ภายในตัวเมืองกระบี่ ยังคงขายอาหาร แกงใส่ถุง ให้กับประชาชนในราคาปกติ เช่น ข้าวแกงกับข้าว 1 อย่าง ราคา 35 บาท กับข้าว 2 อย่าง ราคา 40 บาท แกงใส่ถุง ราคา 40-50 บาท อาหารตามสั่ง จานละ 45 บาท ใส่ไข่ดาว 50 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางยุพิน รักษา แม่ค้าขายข้าวแกง เปิดเผยว่า แม้ก๊าซหุงต้มจะขึ้นราคา แต่ทางร้านจะไม่ปรับขึ้นราคาอาหาร เนื่องจากผู้บริโภคประสบปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำและเศรษฐกิจซบเซาอยู่แล้ว จึงไม่อยากซ้ำเติมผู้บริโภค แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบ เนื้อสัตว์ ผัก จะปรับราคาสูงขึ้นก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9827</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก๊าซหุงต้ม, ซัพพลายเออร์, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, ผักราคาขึ้น, ยุพิน รักษา, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b056769ba0d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
