<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อค’ป่า’นำไทยสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป่าไม้&amp;rdquo; ถือเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนตามธรรมชาติด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชที่ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างไรก็ตาม ป่าไม้ไม่ได้มีค่าเป็นเพียงแค่ดูดคาร์บอนเท่านั้น แต่ป่ายังเป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ ถือเป็นแหล่งของความหลากหลายทางชีวภาพตามระบบนิเวศน์ในแต่ละพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันประเทศไทยมีการดำเนินการเตรียมขายคาร์บอนเครดิตจากป่าในพื้นที่ของภาครัฐ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมป่าไม้ ได้ออกระเบียบการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่า เพื่อแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน &amp;nbsp;พัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตให้คล่องตัวและโปร่งใส ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&amp;nbsp; เป็นกรมต่อไป อยู่ระหว่างร่างระเบียบดังกล่าวฯ &amp;nbsp;ให้รอบคอบ เพราะการจัดทำโครงการใดๆ ในป่าธรรมชาติต้องอยู่บนพื้นฐานไม่ให้เกิดความเสียหายหรือผลกระทบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีสภาพสมบูรณ์และระบบนิเวศเปราะบาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต ซื้อ-ขายคาร์บอน หรือใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองจากการปลูกป่าในพื้นที่รัฐดูแล&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องใหม่ของไทย เกิดปัญหามากมายในทางปฏิบัติ&amp;nbsp; วงเสวนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกและดูแลป่า แนวทางการดำเนินงานและการแบ่งปัน กรณีดำเนินโครงการในพื้นที่ของภาครัฐ ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันก่อน จัดโดย 3 หน่วยงาน &amp;nbsp;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) &amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และกรมป่าไม้ &amp;nbsp;สะท้อนภาพสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก ความคืบหน้าในภาคป่าไม้ &amp;nbsp;แนวทางผลักดันขับเคลื่อนของภาครัฐและภาคเอกชนในบ้านเรามีอุปสรรคมากน้อยเพียงใด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า โลกร้อนสร้างผลกระทบมากมาย ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีหลายรูปแบบ ทั้งลดจากแหล่งกำเนิด ลดปริมาณขยะพลาสติก &amp;nbsp;รวมถึงการปลูกต้นไม้และดูแลป่า ภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับโลกกว่า 5 หมื่นล้านตันต่อปี นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า ถ้ายังปล่อยให้ถึง 2.2&amp;nbsp; แสนล้านตันต่อปี อุณหภูมิโลกจะเพิ่มถึง 2 องศาเซลเซียส จึงต้องหาแนวทางลดการปลดปล่อยก๊าซ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันจีนปล่อยเป็นอันดับ 1 รองลงมาสหรัฐ และญี่ปุ่น ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 20 ปล่อยก๊าซเรือนกระจกวันละ 1 ตัน รวม 365 ตันต่อปี โดยมาจากภาคพลังงาน 70% รองลงมา ภาคเกษตร ตัวสำคัญนาข้าว&amp;nbsp; ภาคอุตสาหกรรมเป็นปูนซิเมนต์ &amp;nbsp;ถัดมาการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้พื้นที่กักเก็บก๊าซหายไป อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยโชคดียังมีป่าไม้ช่วยกักเก็บก๊าซ 91 ล้านตัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; โลกร้อน ทำให้โลกรวน น้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ไอน้ำก่อให้เกิดความแปรปรวนความกดอากาศ เกิดลมพายุ ความแห้งแล้ง และน้ำท่วม รวมถึงไฟไหม้ป่า ปี 64 นี้อาการชัดเจนพบสภาพปัญหารุนแรง จากการจำลองสถานการณ์ถ้าไม่ทำอะไรเลย ต้นทุนความเสียหายทางเศรษฐกิจ 258 เหรียญต่อตัน สหประชาชาติจึงหาแนวทางจัดการความเสี่ยง&amp;nbsp; นำมาสู่ข้อตกลงปารีส&amp;nbsp; 52 ประเทศทั่วโลกประกาศเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ( Net Zero emissions X &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;การปล่อยต้องลด และต้องหาทางเก็บเพิ่มด้วย ซึ่งโครงการปลูกป่าเป็นแนวทางสำคัญ &amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกียรติชาย กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ป่าชายเลนในไทยมีศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.อบก.ให้ข้อมูลด้วยว่า ไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก มากสุด คือ ก๊าซคาร์บอน&amp;nbsp; แผนปฏิบัติโลกร้อนตั้งเป้าลดปล่อยภาคพลังงานจาก 237 ตัน เหลือไม่เกิน 90 ตันต่อปี ภาคป่าไม้จากกักเก็บก๊าซ 91 ล้านตัน ขยับเป็น 120 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นเกือบ 30 ล้านตัน ซึ่งศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีพื้นที่เป้าหมายในป่าธรรมชาติ&amp;nbsp; ป่าเศรษฐกิจ และพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชนบททุกจังหวัด หากทำสำเร็จจะเกิดประโยชน์มากมายต่อระบบธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพกลับมา ด้วยต้นทุนต่ำและส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ภาคพลังงานต้องเดินสู่พลังงานสะอาด พลังงานอีวี เลิกถ่านหินและหยุดใช้น้ำมันฟอสซิล สองภาคนี้เป็นพระเอกของ Net Zero เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ประเทศไทยต้องผลักดันการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่ม &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงทรัพย์ฯ เป็นเจ้าภาพทำโครงการศักยภาพการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกในสาขาป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; คาร์บอนเครดิตอยู่บนหลักการวัดการลดหรือการกักเก็บมากขึ้น เมื่อเทียบกับฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเดิม สามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับจากการดำเนินโครงการไปขอการรับรองตามกลไก T-VER ระยะเวลาคิดเครดิตโครงการป่าไม้ &amp;nbsp;ระยะเวลาคิดเครดิต&amp;nbsp; 10 ปี ต่ออายุได้ โดยมีผู้ตรวจสอบประเมินโครงการตามมาตรฐาน ซี่งมีต้นทุนสูง&amp;nbsp; อบก. จะเป็นผู้ขึ้นทะเบียนโครงการ จากนั้นติดตามผลและจัดทำรายงานรับรองปริมาณก๊าซ ซึ่งพื้นที่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐก่อน ปลูกป่าและต้องดูแล ไม่ปล่อยทิ้ง ปัจจุบันมีภาคป่าไม้และพื้นที่สีเขียวที่ทำอยู่แล้ว&amp;nbsp; 3 แสนตันต่อปี ซึ่งน้อยมาก อยากส่งเสริมการนำคาร์บอนเครดิตไปใช้มากกว่านี้ ตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 20-30% &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ผอ.อบก. ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน อดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สถานการณ์ป่าไม้ไทยแค่รักษาพื้นที่ป่าเดิมก็ยาก การปลูกป่าเพิ่มยิ่งใช้งบประมาณสูง แนวทางคาร์บอนเครดิตให้บริษัทเอกชนร่วมฟื้นฟูป่า แล้วคำนวนปริมาณคาร์บอนนั้นออกมาเป็นคาร์บอนเครดิต ถือเป็นทางแก้ปัญหา ซึ่งพื้นที่ป่าในความรับผิดชอบของกรม&amp;nbsp; ป่าสงวนแห่งชาติ มีสภาพป่า 34 ล้านไร่ ไม่มีสภาพป่า 26 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ คทช. ให้ชุมชนทำกินเกือบ 14 ล้านไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp; พื้นที่ทำโครงการได้เร็วสุดคือ พื้นที่บุกรุก และพื้นที่หมดอายุการอนุญาต &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 7 แสนไร่ ต้องสำรวจว่า มีชาวบ้านเข้ามาอาศัยในพื้นที่หรือไม่ &amp;nbsp;อนาคตอาจนำพื้นที่ คทช.ร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตเพิ่มเติม &amp;ldquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากป่าสงวนแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมป่าไม้ย้ำว่า ตอนนี้พร้อมรับข้อเสนอภาคเอกชน มาเลือกพื้นที่ ทั้งปลูกป่า 100 % &amp;nbsp;ปลูกต้นไม้เสริม และบำรุง อนุรักษ์ ฟื้นฟูในสวนป่าที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการแบ่งปันคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่า บำรุงป่า อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ป่าไม้ สำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 ออกมาเพื่อส่งเสริมให้เอกชนทำได้ และมีส่วนร่วมอนุรักษ์ป่า ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ ขั้นตอนเริ่มจากเลือกพื้นที่ เสนอโครงการ ระยะเวลาดำเนินการไม่น้อยกว่า 10 ปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนับสนุนแนวทางการลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจก โดยสามารถนำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับจากการดำเนินโครงการไปขอการรับรองตามกลไก T-VER&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; อีกแนวทางขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าชุมชนทำโครงการคาร์บอนเครดิต บริบทจะต่างจากป่าสงวนฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ใช้อีกระเบียบได้รับอนุญาตตามมาตรา 18 พ.ร.บ.ป่าชุมชน 2562 ภาคเอกชนสามารถร่วมกิจกรรมที่เข้าไปอนุรักษ์และจัดการป่าชุมชน ซึ่งจะมีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ประชาชน 40% เพราะท้องถิ่นเป็นเจ้าของและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; ขณะที่ภาคเอกชนได้ 50% กรมป่าไม้ 10% &amp;nbsp;ขณะนี้กำลังยกร่างระเบียบ ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป่าชุมชนต่อไป &amp;ldquo;&amp;nbsp; นายอดิศร กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีการนำร่องปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 700 ไร่ ใน จ.จันทบุรีและตราด เป็นโปรเจ็คของ ทช.และอบก. แน่นอนว่า ยังมีพื้นที่ป่าชายเลนที่รอการคืนความสมบูรณ์และได้ประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตกระจายใน 24 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย รวมพื้นที่มากกว่า &amp;nbsp;1.5 หมื่นไร่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศการอยู่ร่วมกันของสังคมพืชและสัตว์บนพื้นที่ชายฝั่งมีน้ำทะเลท่วมถึง หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีคุณค่าและความสำคัญมาก&amp;nbsp; อีกทั้งลดปริมาณก๊าซคาร์บอน เพิ่มก๊าซออกซิเจน สถานการณ์พื้นที่ป่าชายเลนของไทย 60 ปีที่แล้ว มีพื้นที่เหลือ 2 ล้านไร่ และลดลงต่อเนื่องจากการขยายตัวของประชากร การส่งเสริมเศรษฐกิจ &amp;nbsp;และนโยบายการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ทช.ฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนมาตั้งแต่ปี 2546 ปลูกเพิ่มไปแล้ว 1.4 แสนไร่ &amp;nbsp;เป้าหมายจะเพิ่ม 3 แสนไร่ ภายในปี 2580 ซึ่งสอดคล้องกับโครงการปลูกป่าเพื่อคาร์บอนเครดิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สภาพภูมิอากาศทั่วโลกแปรปรวนและรุนแรงมากขึ้น ทั่วโลกให้ความสำคัญลดก๊าซเรือนกระจก พื้นที่ป่าชายเลนดูดซับก๊าซและกักเก็บได้มากกว่าป่าบก 3 เท่า หรือประมาณ 800 ตันต่อไร่ต่อปี นำมาสู่การออกระเบียบว่าด้วยการปลูกและบำรุงป่าชายเลน สำหรับองค์กรหรือบุคคลภายนอก พ.ศ. 2564 เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าร่วมโครงการฯ เป็นการปลูกต้นไม้ใหม่ทั้งหมด ระบุชนิดพรรณไม้ที่เหมาะสมแต่ละสภาพพื้นที่ มีการบำรุงรักษาต่อเนื่อง เพื่อประเมินคาร์บอนเครดิต ขณะนี้เร่งจัดทำคู่มือปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต และตั้งคณะทำงานเพื่ออำนวยความสะดวก และมีเจ้าหน้าที่ประจำแปลงให้คำแนะนำการปลูกป่าชายเลนตามหลักการที่ถูกต้อง มีอัตรารอดสูง&amp;nbsp; เติบโต สร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ นอกจากเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน ยังอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นายอภิชัย กล่าวในท้ายทุกภาคส่วนต้องหนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อพิชิตเป้าหมายของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116442</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กรมป่าไม้, ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์, คาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่า, องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613daa12b0b33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
